เคล็ดลับช้อปปิ้ง : หลักการวางแผนก่อนช้อปปิ้ง

 

        ช้อป ช้อป ช้อป หลายคนบอกว่า "ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้" โน่นก็อยากได้ นี่ก็ลดราคา นั่นก็น่าใช้ ... เรามักจะเกิดอาการแบบนี้เสมอเวลาที่มีโอกาสได้ช้อปปิ้ง อะไรก็อยากได้ไปซะหมด แต่เมื่อเปิดกระเป๋าตังค์ดูแล้วต้องต้องสะอึก(นิดนึง) เพราะด้วยงบที่จำกัดทำให้ไม่สามารถสนอง need ตัวเองได้ -*-

       ทำยังไงได้ล่ะคะ ไม่ได้ไฮโซถึงขั้นที่จะช้อปแหลกแจกสะบัดได้ตลอดเวลา ดังนั้นถ้าอยากช้อปปิ้งให้คุ้มค่าล่ะก็เราจะต้องมีการ "วางแผนการใช้เงิน" ที่ดี เพื่อที่เราจะได้ได้ของที่อยากได้ครบและใช้เงินในการช้อปปิ้งแบบพอดีๆ ยังไงล่ะ ...

     เริ่มแรกเราก็ควรจะตั้งหลักจากการตั้งงบประมาณก่อนว่า การช้อปในครั้งนี้เราจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ ทางที่ดีเราควรตั้งงบประมาณในการช้อปปิ้งข้าวของต่างๆ ภายในหนึ่งเดือนเอาไว้ และบริหารใช้เงินเท่าที่จำกัดไว้เท่านั้น การทำเช่นนี้จะช่วยยับยั้งสติไม่ให้เราซื้อของกระจุกกระจิกอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นได้ค่ะ

     สิ่งที่เราต้องคอยเตือนตัวเองเสมอเวลาช้อปปิ้งคือ เราจะต้องแยกให้ออกระหว่า "ของที่อยากได้" และ "ของที่จำเป็นต้องใช้" ออกจากกัน ทุกๆ เดือนเราควรสำรวจข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงเสื้อผ้า แล้วจดบันทึกไว้สั้นๆ ว่า ในเดือนต่อไปเรา 'จำเป็น' จะต้องซื้ออะไรบ้าง สิ่งไหนที่จำเป็นต้องใช้ พอเวลาจะไปช้อปปิ้งก็หยิบกระดาษที่จดไว้ไปด้วย กระดาษแผ่นนั้นจะช่วยเตือนความจำให้เราไม่หยิบของอื่นๆ นอกเหนือจากที่ลิสต์ไว้ แต่ถ้านานๆ ครั้งเราจะซื้ออะไรที่นอกเหนือจากความจำเป็นบ้างเพื่อให้รางวัลตัวเองก็คงจะไม่เป็นไรหรอกค่ะ

     และสำหรับคนที่รักการซื้อเสื้อผ้าเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะเสื้อผ้าแบรนด์ดังต่างๆ ให้เราลองคิดดูนะคะว่าเราต้องเสียเงินมากขนาดไหนกับการจับจ่ายซื้อเสื้อผ้าในราคาเต็ม และมาพบในอีกครึ่งเดือนให้หลังว่าร้านค้านั้นจัดโปรโมชั่นลดราคา(เจ็บมาก!!!) เพื่อเป็นการกระชับรายจ่ายในการซื้อเสื้อผ้า เราอาจจะรอจนกว่าจะถึงช่วงลดราคา อาจฟังดูโหดร้ายไปสักหน่อย อาจจะต้องรอซักนิด แต่รับรองค่ะว่าเราจะประหยัดเงินได้เยอะเลยทีเดียวล่ะ

 

     อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ เวลาเราจะซื้อของนั้นเราจะต้องให้ความสำคัญกับ "คุณภาพ" ให้มากกว่า "ปริมาณ" อย่างเช่นในการซื้อเสื้อผ้า ถ้าหากเราจะซื้อเสื้อซักตัวอาจจะมีราคาแพงซักนิด แต่เมื่อดูเนื้อผ้า การตัดเย็บ รวมไปถึงการออกแบบแล้วดูมีคุณภาพและมีอายุการใช้งานที่นาน เราก็ควรที่จะซื้อไว้ใช้ เพราะหากเปรียบเสื้อกับการซื้อเสื้อตัวที่ถูกกว่าแต่ก็มีคุณภาพต่ำกว่า การซื้อเสื้อตัวที่มีราคาแพงและม่คุณภาพจะทำให้เราไม่ต้องซื้อเสื้อบ่อยจนเกินความจำเป็น เพราะถ้าหากเราซื้อเสื้อผ้าราคาถูก ตัดเย็บหยาบๆ มาใส่ ตะเข็บอาจปริ และสีซีดลงหลังจากสวมใส่เพียง 3-4 ครั้ง นั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราซื้อเสื้อผ้าบ่อยโดยที่เราไม่รู้ตัว

 

     นอกจากนี้เพื่อความคุ้มค่า เรายังสามารถคำนวณราคาของข้าวของหนึ่งชิ้นที่เรามีตามจำนวนครั้งที่ใช้งาน โดยใช้ราคาเป็นตัวตั้ง แล้วหารด้วยจำนวนครั้งที่เราคาดว่าจะได้ใช้ อย่างเช่น ซื้อรองเท้าคู่หนึ่งมาในราคา 500 บาท แต่ดูๆ แล้ว โอกาสที่จะอำนวยให้ได้ใส่รองเท้าคู่นี้คงไม่น่าเกิน 4 ครั้ง นั่นหมายความว่า แต่ละครั้งที่เราใส่รองเท้านั่นคือเงินจำนวนถึง 125 บาทเลยทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อกางเกงยีนส์เนื้อดีสักตัวด้วยราคาถึง 2000 บาท อาจจะดูแพงมาก แต่ถ้าลองคิดดูตามความน่าจะเป็นในการได้ใช้งานแล้ว เราคงจะได้ใส่มันอย่างต่ำก็สัก 100 ครั้งแน่ๆ เท่ากับกางเกงตัวนี้มีมูลค่าในการใส่ต่อครั้งที่ 20 บาท เท่านั้นเอง ... คุ้มกว่ากันเยอะเลยเห็นรึเปล่าล่ะคะ 

     ลองนำวิธีคิดนี้ไปปรับใช้กับพฤติกรรมการช้อปปิ้งของตัวเองดูนะคะ พี่เหมี่ยวคอนเฟิร์มเลยค่ะว่า ช้อปปิ้งครั้งต่อไปเราจะประหยัดไปได้เยอะเลยล่ะ

 

 

ภาพประกอบ : http://www.fullissue.com , http://www.resourcesgraphics.com

 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

8 ความคิดเห็น

แป้งโกกิ Member 1 ก.ค. 54 08:58 น. 1
บางทีเห็นของที่อยากได้มากๆ แล้วอดใจไม่อยู่จริงๆ ค่ะ
ขอบคุณสำหรับลเทคนิดดีๆ นะคะ
จะลองพายามทำดูให้ได้ค่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด