|
หลายครั้งที่เรามักจะตกอยู่ในสภาวะ "ทรัพย์จาง" ในช่วงกลางเดือน เพราะเหตุเกิดจากการช้อปปิ้งแบบสุดสวิงทิงนองนอยไม่แคร์จำนวนเงินในกระเป๋าเลยว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน ดูเหมือนเห็นอะไรก็ล่อตาล่อใจให้เสียเงินได้ง่ายๆ ...จริงๆ แล้วปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนนั่นล่ะค่ะ โดยเฉพาะถ้าหากเราขาดความยับยั้งชั่งใจ เราก็จะเสียค่าใช้จ่ายไปกับการช้อปปิ้งในแต่ละเดือนเป็นจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเป็นแบบนี้พี่เหมี่ยวว่าเราก็ไม่ควรจะปล่อยให้ตัวเองมีพฤติกรรมการใช้เงินในการช้อปปิ้งที่ฟุ่มเฟือยจนเกินความจำเป็นเกินไป เพราะจะทำให้เคยตัวติดเป็นนิสัยกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักควบคุมการใช้เงินของตัวเอง ... ถ้าหากคิดจะแก้ไขพฤติกรรมนี้ละก็ พี่เหมี่ยวว่าเราควรจะเริ่มต้นจาก "การวางแผนการใช้เงินในการช้อปปิ้งแต่ละเดือน" กันก่อนดีกว่าค่ะ
สิ่งที่ควรทำเป็นสิ่งแรกคือ แบ่งค่าใช้จ่ายออกให้เป็นสัดส่วนชัดเจนว่าในแต่ละเดือนค่าใช้จ่ายในการซื้อของเราของมีอะไรบ้าง เพื่อให้ง่ายแก่การวางแผนเราแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ก็ได้ค่ะ เช่น
>>> กลุ่มแรก ของใช้ส่วนตัว เช่น แป้ง ครีมบำรุงผิว แชมพู/ครีมอาบน้ำ ฯ >>> กลุ่มสอง เสื้อผ้า/กระเป๋า/รองเท้า >>> กลุ่มสาม ของเบ็ดเตล็ด เช่น หนังสือที่อยากได้ ซีดีเพลง ฯลฯ
เมื่อแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็นสัดส่วนแล้ว เราก็ต้องมาทำการเช็คลิสกันค่ะว่ามีอะไรที่จำเป็นต้องซื้อ (ขีดเส้นใต้คำว่าจำเป็นต้องซื้อนะคะ หมายถึงสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น!!!) ว่าสิ่งที่เราต้องซื้อแน่ๆ คืออะไรบ้าง โดยถ้าเป็นของใช้ส่วนตัวเราจะสามารถเช็คได้ง่าย ของใช้ชิ้นไหนหมดก็จดไว้ เพราะเวลาไปซื้อจะได้ง่ายต่อการเดินซื้อสินค้าและที่สำคัญยังทำให้เราพอประมาณการค่าใช้ง่ายคร่าวๆ ได้ด้วย
|
ส่วนของใช้ในกลุ่มสองและสามนั้น ให้เราใช้วิธีนี้ค่ะ ... ถ้าเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ให้เราตั้งกฎกับตัวเองว่าในหนึ่งเดือนเราจะซื้อในขอบเขตแค่ไหน เช่น ในหนึ่งเดือนเราจะอนุญาตให้ตัวเองซื้อเสื้อผ้าได้ 3 ชุด ส่วนกระเป๋าและรองเท้าไม่จำเป็นต้องซื้อบ่อย ให้เน้นดูความจำเป็นในการใช้งาน ส่วนของใช้เบ็ดเตล็ดต่างๆ ทีเราอยากได้ ให้เราลองทำเช็คลิสดูว่าเราอยากได้อะไรบ้าง และเป็นของเหล่านั้นมีราคาเท่าไหร่บ้าง เช่น พ็อคเก็ตบุ๊คเล่มที่เราอยากได้ (และแอบไปสืบราคามาแล้ว), เครื่องสำอางเซตใหม่ (ที่ไปแอบสืบราคามาแล้วเช่นกัน ><) โดยของใช้เบ็ดเตล็ดเหล่านี้เราควรตั้งขอบเขตว่าในแต่ละเดือนจะมีวงเงินในการใช้เงินในส่วนนี้เท่าไหร่ เช่น ในหนึ่งเดือนซื้อของเบ็ดเตล็ด ได้ในวงเงิน 1,500 บาท เกินกว่านั้นต้องรอเดือนต่อไป
พอเรากำหนดขอบเขตให้ตัวเองแบบนี้เรา เราก็จะวางแผนในการซื้อของได้รัดกุมมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะต้องมีระเบียบกับตัวเองด้วยนะคะ ไม่ใช่คิดว่าปล่อยเลยตามเลยได้ แต่จะต้องทำตามกฏที่ตัวเองตั้งขึ้นอย่างเคร่งครัด |
... เมื่อเราทำรายการค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนแบบนี้แล้ว เราก็จะเห็นวงเงินที่ชัดเจนว่าในเดือนๆ หนึ่งเราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของการช้อปปิ้งซื้อของไปเท่าไหร่บ้าง ทำให้สามารถจัดการการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น เพราะเราจะแบ่งเงินส่วนที่จะต้องใช้เอาไว้ ส่วนที่เหลือคือค่าขนมรายวัน (ซึ่งก็ควรมีขอบเขตเหมือนกันว่าจะใช้วันละเท่าไหร่) และเงินเก็บ
ถ้าหากเราแบ่งได้อย่างนี้ ค่าใช้จ่ายในการช้อปปิ้งก็จะไม่ไปรบกวนค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ทีนี้ในแต่ละเดือนเราก็จะไม่ต้องเจอกับปัญหากระเป๋าแบน(แฟนทิ้ง)แล้วล่ะค่ะ ><
|
11 ความคิดเห็น
แต่ก็ยังทรพย์จาง 555 5.
ขอบคุณค่า