สวัสดีค่ะ น้องๆ คนไหนที่กำลังวางแผนว่าเปิดเทอมจะเป็นคนใหม่ที่เกรดดีกว่าเดิม คงกำลังตั้งใจอ่านหนังสือ ฟิตตั้งแต่ช่วงปิดเทอมกันเลย หลายคนรู้อยู่แล้วว่า นอกจากความขยันของเรา สิ่งหนึ่งที่มีส่วนสำคัญกับเกรดเรามากๆ เลย ก็คือ คุณครูผู้สอนค่ะ
นอกจากคุณครูจะเป็นคนถ่ายทอดความรู้ให้เราแล้ว ยังสามารถอธิบายหรือให้คำปรึกษาเวลาที่เราไม่เข้าใจได้ด้วย แต่นอกเหนือจากนั้น บางทีถ้าเราสังเกตคุณครูดีๆ อาจจะทำให้เรียนเก่งได้ไม่รู้ตัวเลยนะ ! วันนี้พี่อีฟเลยขอพาไปดู 5 ข้อสังเกตจากคุณครูที่ช่วยให้เรียนดีขึ้นชัวร์ จะมีอะไรกันบ้าง เราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ
1.สังเกตสไตล์การสอนของคุณครู
คุณครูแต่ละคน มีสไตล์หรือวิธีการสอนที่แตกต่างกันค่ะ ถึงแม้จะเป็นวิชาเดียวกัน แต่การสอนและกิจกรรมที่ให้ทำในห้องเรียนย่อมต้องแตกต่างกันแน่นอน คุณครูบางคนอาจจะเน้นการสอนแบบบรรยายที่ถ้าน้องๆ ตั้งใจฟัง ก็ได้ความรู้แน่นอน แต่ก็มีคุณครูอีกหลายคนค่ะ ที่เน้นการทดลอง การมีส่วนร่วมในห้องเรียน ซึ่งถ้าเรามัวแต่นั่งเฉย ไม่รู้ว่าสไตล์การสอนของคุณครู คืออยากให้เรามีส่วนร่วม ก็อาจจะพลาดคะแนนไปได้ง่ายๆ เลย
การสังเกตสไตล์การสอนของคุณครู ถือเป็นสิ่งที่น้องๆ ควรทำเลยค่ะ ลองดูว่าคุณครูสอนสไตล์ไหน ชอบควิซในห้องเรียนรึเปล่า หรือชอบให้น้องๆ ยกมือตอบคำถามในห้อง หรือชอบให้น้องๆ ทำรายงาน แล้วเอาคำถามในรายงานที่นำเสนอมาเป็นข้อสอบ ฯลฯ ถ้าน้องๆ สังเกตสไตล์ที่คุณครูสอน แล้วจับทางได้ รับรองว่าน้องๆ จะเรียนเข้าใจมากขึ้น สามารถมีส่วนร่วมในชั้นเรียน และได้คะแนนในการสอบรอบนี้เพิ่มมากขึ้นแน่นอนค่ะ !
2.สังเกตน้ำเสียงของคุณครู
น้องๆ คนไหนที่เข้าเรียนทุกวัน ตั้งใจเรียนทุกครั้ง น่าจะจำการสอนของคุณครูแต่ละท่านได้ นอกจากสไตล์การสอนที่แตกต่างกันแล้ว สังเกตไหมคะว่าน้ำเสียงที่ใช้ก็แตกต่างกันด้วย ยิ่งถ้าเรื่องที่คุณครูสอน เป็นเรื่องที่สำคัญ คุณครูอยากจะเน้นย้ำว่าออกข้อสอบแน่ๆ ถ้าคุณครูไม่บอกเราตรงๆ ว่าให้กาดอกจัน 100 ดอก ก็ลองสังเกตจากน้ำเสียงคุณครูได้เลยค่ะ ว่าคุณครูจะเริ่มพูดช้าๆ ชัดๆ แต่หนักแน่นได้ยินทุกคำแน่นอน
การสังเกตน้ำเสียงของคุณครูขณะสอน นอกจากจะทำให้เรารู้จุดสำคัญของเรื่องที่เรียนแล้ว ยังช่วยให้เราเอาใจใส่ในการเรียนเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วยค่ะ เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่าจะต้องเน้นย้ำประโยคไหนของคุณครู ทำให้เราต้องตั้งใจเรียนทุกครั้ง เพื่อเป็นแรงกระตุ้นว่า ต้องสังเกตน้ำเสียงของคุณครูทุกครั้ง ครั้งหน้าต่อให้คุณครูจะบอกว่า ออกข้อสอบทุกเรื่องที่สอน เราก็จะรู้แน่นอนค่ะ ว่าทุกเรื่องนั้นอยู่ตรงไหนในเรื่องบ้าง :D
3.สังเกตสายตาของคุณครู
ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ถือเป็นประโยคคลาสสิกที่ไม่ว่าความรักหรือการเรียน ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้นะคะ สายตาของคุณครูตอนสอน จะช่วยทำให้เรารู้ว่าตอนนี้คุณครูกำลังโฟกัสไปที่ตรงไหนของห้อง คุณครูกำลังมองเราหรือเพื่อนคนไหนในห้อง เพื่อให้ตั้งใจเรียนอยู่รึเปล่า หรือแม้กระทั่งคุณครูกำลังมองกระดาน หรือมองเนื้อหาในหนังสือตรงส่วนไหน เพื่อให้เราสนใจตามค่ะ
การสังเกตสายตาของคุณครูตอนที่สอน นอกจากจะทำให้เราได้เตือนตัวเองให้ตั้งใจเรียน ยังช่วยทำให้คุณครูคิดว่าเราตั้งใจเรียนอีกด้วยค่ะ เพราะการที่เรามี eye contact กับคุณครู จะทำให้คุณครูรับรู้ว่าเราตั้งใจ ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณครูชื่นชมเอ็นดู จนอาจจะมีคะแนนจิตพิสัยเพิ่มให้เราแล้ว ก็ยังทำให้เราได้ตั้งใจเรียนมากขึ้น ไม่แน่นะคะ แค่การสบตากับคุณครูบ่อยๆ ตอนเรียน อาจจะทำให้การสอบครั้งหน้า เราจำที่คุณครูสอนได้มากขึ้นกว่าเดิม จนทำข้อสอบได้คะแนนเต็มก็ได้ค่ะ
4.สังเกตการให้คะแนนของคุณครู บางทีคะแนนมากหรือน้อย ก็อยู่ที่ว่าครูให้คะแนนเราแบบไหนค่ะ ลองสังเกตการให้คะแนนของคุณครู ว่าแบ่งสัดส่วนการให้คะแนนเป็นแบบไหน เทคะแนนให้คะแนนเก็บหรือคะแนนสอบมากกว่ากัน หรือแม้กระทั่งคะแนนเก็บเนี่ย แบ่งเก็บแบบไหนมากกว่ากัน แบ่งเป็นคะแนนงานที่ส่ง การบ้าน หรือควิซประจำบทมากกว่ากัน เพราะถ้าสมมติเราตั้งใจอ่านหนังสือสอบปลายภาคเต็มที่ แต่ไม่เคยตั้งใจเรียนให้ห้องเรียน แล้วพบว่าคะแนนเก็บมากถึง 70% แบบนี้ก็ยากที่จะได้คะแนนดีใช่ไหมคะ
ดังนั้น สิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญมากๆ เลย นอกจากเนื้อหาที่เรียน ก็คือสัดส่วนการให้คะแนนของคุณครูค่ะ ซึ่งในระดับชั้นมัธยม คุณครูมักจะบอกหรือพูดคุยกับเราในคาบแรกของวันเปิดเรียนค่ะ น้องๆ คนไหนที่เคยคิดว่า เปิดเรียนวันแรกยังไม่มีอะไร ไม่ต้องไปเรียนก็ได้ ขอให้น้องๆ รีบเปลี่ยนความคิดด่วนเลยค่ะ เพราะคาบแรกที่เรารู้สัดส่วนคะแนน จะช่วยทำให้เราวางแผนการเรียนตลอดทั้งเทอมได้ถูกทาง และคว้าคะแนนได้ไม่ยากค่ะ
5.สังเกตสไตล์การออกข้อสอบของคุณครู
น้องๆ เคยเจอไหมคะ ที่อ่านหนังสือมาหนักมาก หวังว่าจะได้คะแนนเต็มแน่ๆ แต่พอมาเจอข้อสอบกลับทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะยากเกินไปนะคะ แต่เพราะว่าเราตีโจทย์ไม่ออก อ่านไม่ตรงกับที่คุณครูออกข้อสอบ หรือหลายครั้งที่รุ่นพี่แนะนำให้เราเอาข้อสอบเก่าๆ มาดู จะได้เห็นแนวข้อสอบ ก่อนสอบ เพราะจริงๆ แล้วในพาร์ทหนึ่งของการสอบ ก็คือการเดาใจคุณครูด้วยค่ะ
ดังนั้น สิ่งที่น้องๆ ควรสังเกตอีกข้อคือ สไตล์การออกข้อสอบของคุณครูค่ะ อาจจะสังเกตจากควิซย่อยที่ผ่านๆ มา หรือถามจากรุ่นพี่ที่เคยเรียนกับคุณครูท่านนี้มา ว่าสไตล์การออกข้อสอบของคุณครูเป็นแบบไหน ถามตรงๆ เลยไหม หรือต้องมาประยุกต์หาคำตอบ ถ้าเรารู้สไตล์การออกข้อสอบของคุณครู ไม่ว่าคุณครูจะออกยากหรือง่ายแค่ไหน น้องๆ ก็จะสามารถเอาสิ่งที่น้องๆ อ่าน มาประยุกต์ตอบได้แน่นอนค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะ กับข้อสังเกตที่พี่อีฟเอามาฝากกัน ใครที่สังเกตในเทอมนี้ไม่ทันแล้ว ก็เก็บไว้ใช้สังเกตกันในเทอมหน้าได้ แต่อย่าลืมค่ะ ว่าสังเกตแล้วค้นพบอะไร ก็จะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าน้องๆ ไม่เอามาปรับใช้ เหมือนกับรู้ว่าคุณครูเน้นให้คะแนนเก็บ แต่น้องๆ ก็ยังไม่ตั้งใจเรียนในห้อง คะแนนก็คงได้เท่าเดิมแน่นอนค่ะ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือการเอามาปรับใช้จริงนะคะ :D







3 ความคิดเห็น
น้ำเสียงกับสายตานี่ไม่เคยจับติดเลยยยย ยากเกินไปสำหรับเรา 55555
สังเกตสายตานี่ เคยได้จิตพิสัยห้าคะแนนกับวิชาคณิตค่ะ 5555 เรานั่งหน้าห้องกับเพื่อนอีกสองคน เวลาเรียนก็ไม่เข้าใจหรอกเพราะเรียนห้องภาษาไงงง แต่ก็ อ่อค่ะ อ๋อออ ทำหน้าแบบเข้าใจไปงั้น แต่ก็เอาไปถามเพื่อนห้องวิทย์ทีหลัง
มีวันนึง อาจารย์แกเดินสวนกับพวกเราเขาก็ถามชื่อแบบ พวกเธอชื่อไรกัน ตกใจกันมากเลยสุดท้ายจารย์บอกว่าไม่มีไร จะไปเพิ่มจิตพิสัยให้ เห็นว่าตั้งใจเรียน ซะงั้นอ่ะ55555
ผมเป็นคนนั่งหน้าห้องและเป็นคนชอบฟังที่ครูบรรยายมาก ถามอะไรก็ตอบไปถูกบ้างผิดบ้าง พอเกรดออกวิชาสุดจะหฤโหดผมได้ 4 ในขณะที่เพื่อนบางคนได้แค่ 2 หรือ 3 (มองงงๆ เพราะเราก็ส่งงานพร้อมกันนะ) มัธยมไม่ยากเลยครับ ครูเขาให้แนวเรามาแล้วว่าควรจะทำแบบไหน เราแค่ส่งงานครบ ตั้งใจเรียนก็ได้คะแนนดีๆ แล้วววว