อาทิตย์นี้ พี่ตินพานักเขียนสาวหน้าหมวย
ที่หน้าตากระจ่างสมชื่อ
การสัมภาษณ์ของเราเป็นไปอย่างเหน็ดเหนื่อย
เพราะน้องลาลูนพิมพ์เก่งเหลือเกิน พี่ตินเลยต้องตัดทอนออกไปบ้างบางส่วน (555)
แต่ถ้าใครอยากอ่านเวอร์ชั่นเต็ม ติดต่อเจ้าตัวได้เลยนะจ๊ะ อิอิ
พี่ติน : แนะนำตัวกันก่อนเลย
ตอนนี้ก็ปี 2 แล้ว อายุก็เพิ่ง 20 เมื่อกันยาที่ผ่านมานี่เอง (เน้นคำว่า เพิ่ง สุดๆ 555+)
พี่ติน : อืม ชอบเรียนรัฐศาสตร์?
ไอ้เรานี่จินตนาการไว้เลยตอนสอบ เพราะเลือกธรรมศาสตร์ไว้สี่อันดับรวด (เลือกแบบคนละขั้วกันเลย)
ยังไงมันก็ต้องได้ซักอันละน้า เคยคิดๆ ไว้ว่าถ้าเรียนที่นี่จริงๆ จะเป็นยังไง
เรียนครึ่งวันเสร็จ ก็ไปเดินหาของกินที่ท่าพระจันทร์ ไปดูหมอที่ท่าพระอาทิตย์
ไปชมนิทรรศการภาพที่ศิลปกร วกกลับไปกลับมา ไปพิพิธภัณฑ์แถวพระบรมมหาราชวัง *-*
อะไรประมาณเนี้ยยย
พี่ติน : แล้วคิดยังไงกับคณะนี้
ตอนจะจัดอันดับคณะที่จะเข้าเนก็ลองเลือกๆ คณะที่ชอบ แล้วเอามาเรียงกันดู
ที่มีไว้ในใจมีไว้สองคณะแล้วตอนนั้น อีกสองคณะยังไม่ได้เลือก ทีนี้เนมาสะดุดกับชื่อคณะนี้
เพราะเราไม่รู้จัก แล้วรู้มาว่าเพื่อนพี่สาวเขาเรียนอยู่ เลยถามพี่เขาว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร
พอได้ยินว่ามันมีเรียนโบราณคดีเท่านั้นล่ะค่ะ หูผึ่ง *-* ตาวาวขึ้นมาทันใด
เลยเลือกคณะนี้ พอได้ลองเรียนดูก็ยิ่งชอบ เพราะวิชาที่เรียนมันน่าสนใจ แปลกใหม่ดี ทำให้ได้รู้อะไรเยอะ ^^
พี่ติน : ที่มาของนามปากกา La Lune ชอบพระจันทร์เหรอ?
ตอนที่เนเพิ่งรู้จักเว็บนี้ใหม่ๆ แล้วตัดสินใจจะเอาเรื่องลงนี่ไม่ได้คิดนามปากกาไว้ค่ะ
พอมาถึงตรงที่ต้องกรอกนามปากกา คิดนานเลย เพราะคิดว่านามปากกานี่มันต้องเป็นอะไรที่บอกตัวเรา
หรือมีความเกี่ยวข้องบางอย่าง - -+ ประมาณว่าต้องการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตอนแรกว่าจะตั้งเป็นชื่อ แต่ไม่เอาดีกว่า เปลี่ยนมาเป็น la lune แทน
เหตุผลตอนนั้นคือมันเก๋ (สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนฝรั่งเศส เหอ..เหอ..)
สองคือทุกเรื่องของเน ฉากในตอนกลางคืนต้องมีพระจันทร์โผล่
และสามก็คือความชอบค่ะ สมัยตอนเป็นเด็กนี่จะจ้องนานๆ จนแม่ว่า คนโบราณเขาว่าอย่าจ้องนาน มันไม่ดี
แต่ไอ้เราก็ชอบจ้องได้จ้องดี พอพูดถึงพระจันทร์มันให้ความรู้สึกสงบดี ^^
พี่ติน : คิดว่าเรียนจบแล้ว จะไปทำอะไรดี
อันที่จริงอยากเรียนทางบ้านโบราณคดีแถบตะวันออกกลาง
แต่ไปปรึกษาอาจารย์ที่สอนอยู่เขาว่าต่อมานุษฯแล้วเลือกเรียนวิชาทางโบราณคดีเพิ่มก็ได้เพราะมันกว้างกว่า
ที่คิดๆ ไว้ก็อยากทำงานองค์กรน่ะค่ะ หรือไม่ก็กลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแล้วทำวิจัยไปด้วย
แล้วที่คิดไว้กับพี่สาวคืออยากเปิดร้านเสื้อ แล้วมีร้านขนมเล็กๆไปด้วย
ว่างๆ ก็คงแต่งเรื่องเหมือนเคย ^^ (อยากทำหลายอย่าง 555+)
พี่ติน : พูดถึงผลงานที่ผ่านมา มีเรื่องอะไรบ้าง
(เป็นเรื่องแรกที่แต่งและเป็นเรื่องแรกอีกที่จบเป็นเล่ม - -) ส่วนเรื่องอื่นที่ลงไว้ที่นี่ก็มีประมาณห้าหกเรื่องได้
ส่วนที่บ้านดองโครงไว้เพี้ยบบบ (J.K.เขาว่าไอเดียมา รีบจดโครงไว้ก่อน
เวลาอยากแต่งจะได้หยิบมาต่อได้เลย = = โครงที่บ้านเลยเริ่มบานปลาย เหอ..เหอ...)
แต่เรื่องที่แต่งๆ คงต้องหยุดไว้ก่อน เพราะกะแต่งเรื่องวุ่นจริงฯ ให้จบทั้งสี่เล่มก่อนน่ะค่ะ
กินเวลามากอยู่ = = เรื่องส่วนใหญ่ที่มีแต่งๆไว้เป็นเรื่องยาวพอควร เลยพักไว้
แต่ตอนนี้ก็มีโปรเจ็คท์จะแต่งเรื่องสั้นๆ แนวทดลองออกมาซักเล่ม ^^

พี่ติน : ว่างๆ ชอบทำอะไรบ้าง
โดยเฉพาะเกมแนว RPG หรือ Role play ก็สนุกดี มีดูหนังบ้าง เพลงก็ฟังบ้าง
และแน่นอน อ่านหนังสือ เสริมสร้างจินตนาการดี บางทีเราเป็นฝ่ายคิดๆๆ มากจนเหนื่อย
เปลี่ยนเป็นฝ่ายรับแบบไม่ต้องคิดบ้างก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ~
พี่ติน : คิดยังไงกับผลงานของตัวเอง
เมื่อไม่นานมานี้ก็คุยกับนักเขียนอื่นๆ เรื่องนี้เหมือนกัน
แล้วก็ได้ข้อสรุปว่านักเขียนจะรู้สึกอย่างเดียวกันเวลามองงานเขียนของตัวเอง
คือมองเห็นข้อบกพร่อง และจะบอกเสมอว่างานเขียนยังไม่ดี
เนก็คิดแบบเดียวกัน รู้สึกว่างานเรายังต้องพัฒนาอีกเยอะ กว่าจะไปถึงดวงดาว T^T (อันนี้ไม่เกี่ยวแระ)
พี่ติน : คิดว่าตัวเองเป็นคนยังไง
อันดับแรกนี่เลย เป็นคนเฉื่อย เรื่อยเปื่อย ไร้แก่นสาร - - คือจะทำอะไรไปเรื่อยๆ ตามความพอใจ ตามอารมณ์
เป็นคนใจร้อน ถ้าต้องการอะไรต้องได้เดี๋ยวนั้น (อันนี้คุณแม่บอกมา 555+)
โกรธง่าย หายเร็ว อารมณ์ขึ้นๆลงๆ แล้วแต่วัน = = บางวันเงียบมาก บางวันจ้อเอาๆ จนคนงง
บางครั้งเพื่อนก็ถาม เฮ้ย วันนี้แกเป็นไรหรือเปล่าวะ เห็นเงียบๆ ก็จะตอบว่าเปล่า แค่มันเงียบเฉยๆ -_-
พี่ติน : มีผลงานของนักเขียนในเว็บคนไหนไหม ที่ประทับใจ
แทบจะหมดทุกคนแล้ว 555+ แต่ถ้าถามถึงในตอนนี้คงต้องเป็นงานของคุณ persona non grata แหล่ะค่ะ
ภาษาดีมากกก (จนน่าอิจฉาตาร้อน กร๊ากกก) เนื้อเรื่องน่าสนใจ และไม่เพ้อฝัน แฝงปรัชญาชีวิต
และให้ข้อคิดดีมากทีเดียว ส่วนอีกคนก็คุณแอ๊ดค่ะ คุ้นๆ ไหม... ใช่ค่า ที่ออกเรื่อง ผมคือ... ไปนั่นเอง ^^
เป็นคนที่แต่งเรื่องให้อารมณ์อบอุ่น และทำให้คนอ่านอารมณ์ดีได้เสมอ
พี่ติน : แล้วมาเริ่มเขียนเรื่องได้ยังไง
แน่นอนว่าเนไม่ใช่คนซื้อ 555+ เพราะไอ้เราน่ะมันไม่คิดจะแตะอยู่แล้ว
แต่เป็นเพราะพี่สาวได้งานจากที่คณะมา แล้วพอเจ้าตัวอ่านก็เอามาคะยั้นคะยอให้เนอ่าน
ตอนที่เนเบื่อมากๆไม่มีอะไรทำก็เลยคิด เอาวะ อ่านสักหน่อยจะเป็นไร ตอนแรกยอมสารภาพเลย หลับ =_=
แต่ก็ยังมีมานะอดทน พยายามอ่านไปเรื่อยๆ ตอนแรก ตั้งเป้าหมาย ต้องวันละบท!
พอเข้าช่วงเข้มข้น ประมาณครึ่งเรื่องไปนี่วางไม่ลง
หลังจากนั้นก็เลยเริ่มหันมาอ่านหนังสือ ซึ้งแล้วอำนาจของตัวอักษร อ่านแล้วเหมือนดูหนัง O_O
แอบตกใจกับตัวเองเล็กๆ ตอนปิดเทอมราวๆ ม.5 มั้งคะที่ว่างจัด ไม่มีอะไรทำ เลยลองเขียนเรื่องดู
ซึ่งต่อมาเรื่องนั้นก็คือเรื่องวุ่นจริงฯ นี่แหล่ะค่ะ
พี่ติน : เขียนหนังสือ 4 เล่มจบ น้องเนว่ายากไหม
น่าจะเขียนเรื่องสั้นๆแบบเล่มเดียวจบนะ อันที่จริงมันก็เป็นเรื่องเล่มเดียวจบ
แต่เป็นเรื่องขนาดยาวมากกกกก ก็เท่านั้นเองค่ะ = = คงเป็นเพราะเนชอบรายละเอียดด้วย เหอ...เหอ...
มันเป็นความรู้สึกที่ได้มาจากตอนที่อ่านเรื่องแฮร์รี่น่ะค่ะพี่ แบบว่าแต่งแล้วให้คนอ่านได้ความรู้ใหม่
พออ่านแล้วจะอู้ววว มันเป็นอย่างนี้เอง โอ้ มันมีไอ้ตัวแบบนี้ด้วยเว้ย อะไรแบบนั้น - -
มันตื่นตาตื่นใจดี 555+ ถ้าถามว่าจะย่อให้สั้นลงได้ไหม คงไม่มีย่อหรือขยายแล้วค่ะพี่
เพราะมันเหมือนเป็นชีวิตของตัวละครที่ระบุไว้แล้ว ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง นั่นคงไม่ใช่เรื่องวุ่นจริงฯแน่ๆ
เหมือนกับเราดูหนังเวอร์ชั่น original เมื่อสิบปีก่อน แล้วมาดูที่มันเอามาทำใหม่
ยังไงๆ หนังที่ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นหนังเรื่องนั้นจริงๆมันก็คงเป็นหนังเมื่อสิบปีก่อนที่เราดูครั้งแรกน่ะค่ะ
แต่ปัญหาก็คือ พอเรื่องยาว ถ้าโครงไม่ดี ไม่แน่น อันนี้มีปัญหาแน่
เพราะคงเขียนอาจจะมีการลืมปมที่ทิ้งไว้ได้ เพราะฉะนั้นปมที่ดีเราควรเน้นไว้ในโครงเรื่องน่ะค่ะ
และปัญหาอีกปัญหาหนึ่งสำหรับเนก็คือ เนเป็นคนเขียนเรื่องตามอารมณ์
ถ้าจะต้องมีระบุเวลานี่เนต้องสร้างอารมณ์แบบว่า...ตายกันไปข้าง = = ไอ้ตอนแต่งยังไม่เท่าไหร่
แต่อารมณ์นี่สำคัญ ถ้าไม่มีอารมณ์ แต่งไม่ออกแม้จะมีโครงอะไรเรียบร้อยแล้ว
บางทีการสร้างอารมณ์นี่กินเวลาเป็นวัน -_-
พี่ติน : คิดว่าอยากเป็นนักเขียนแนวไหนมากที่สุด
อ่านแล้วเข้าใจยาก (เอ๊ะ ยังไง) คงเพราะทึ่งและประทับใจนักเขียนเก่งๆ ที่เขาเขียนอะไรได้ลึกซึ้งอ่ะค่ะพี่
อย่างคาลิล ยิบราน วอลแตร์ พวกนี้ เขามองอะไรได้ถึงแก่นแท้ดี ใช้มุมมองที่ต่างไปจากคนอื่น
(เช่นว่าถ้าเราบอกว่าโลกกลม เขาอาจตอบว่าโลกเหมือนทุเรียนต่างหาก???)
เหมือนเกิดมาเพื่อเขียนโดยเฉพาะ ถามว่าอ่านเรื่องเขานี่เข้าใจไหม
ต้องตอบว่าเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ยังอ่าน กร๊ากกก พอเราได้อ่านงานเขียนนี่เลยนึกว่า
โอ้ ชาตินี้เราคงจะไปถึงดวงดาวยาก (ไม่เกี่ยว 555+)
พี่ติน : แล้วรู้จักเว็บเด็กดีได้เยี่ยงไร
ไอ้เราก็ตามไปดู แต่ตอนนั้นไม่ได้ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ถาวร จนเมื่อตอนที่ไปลองซื้อไวด์โรดมาอ่าน
พอเห็นชื่ออีกครั้งนี่เลยได้รู้ เอ้อ ลงเรื่องได้ด้วย ไอ้เราก็เลยย้ายเข้ามาอยู่อย่างเป็นทางการ
ตอนนั้นเป็นช่วงเซ็งพอดี ประมาณว่าแต่งๆ ไปอ่านเองชักไม่พอแล้ว เราต้องการความคิดเห็น
เขียนเรื่องทั้งทีก็ขอให้มันถูกต้อง และดีหน่อย เลยลองเอาเรื่องมาลงดูค่ะ
คราวนี้เลยอยู่ยาว (ชนิดแซะเท่าไหร่ก็ไม่ยอมออก กร๊ากกก)
พี่ติน : คิดยังไงกับเว็บเด็กดี
มายไอดีก็มี เรื่องก็มีให้อ่าน แล้วที่ชอบที่สุดคงเป็นระบบการลงเรื่องค่ะพี่
(เพราะไอ้นี่เราเลยเป็นหนูติดกาว ไม่ไปไหน 555+)
พี่ติน : งั้นขอมายไอดีหน่อย ให้น้องๆ เข้าไปเที่ยวกัน
เรารับประกันว่าม่านตาคุณต้องพัง (เริ่มมีคนคิดว่าจะเข้าดีไหมหว่า 555+)
พี่ติน : สำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียน มีอะไรจะบอกบ้าง
เพราะเนเองก็เริ่มจากตรงนั้นเหมือนกัน ^^ ตอนแรกเราอาจเขียนไม่ดีเท่าไหร่
แต่พอเขียนไปนานๆ เราจะรู้ของเราเองโดยสัญชาตญาณ ว่ามันควรจะเขียนแบบนี้
ตรงนี้ไม่ดี ตรงนี้ต้องแก้ พอภาษาเราคงที่แล้วอะไรๆ มันก็จะรื่นนนนน
แล้วก็อยากบอกน้องๆ หนูๆ ว่าการลงเรื่องในเว็บเป็นอะไรที่ดีค่ะ
เพราะเราจะได้รู้จักข้อบกพร่องที่เราไม่รู้เวลามีคนวิจารณ์ รู้ว่าคนคิดยังไงกับเรื่องของเรา
แต่ไม่ใช่ว่ารับคำวิจารณ์ไปหมดโดยไม่คิดเลยว่าคิดวิจารณ์นั้นจริงหรือเปล่านะ แล้วอีกอย่างนึง ^^
มีคนเคยมาปรึกษาน่ะค่ะเรื่องการส่งเรื่องให้สำนักพิมพ์พิจารณานี่ แนะนำเลย ว่าส่งไปเลยจ้า
เพราะบก.บางสำนักพิมพ์ถ้าเรื่องเราไม่ผ่านจะมีวิจารณ์เรื่องให้ด้วย
แต่ควรส่งคราวละสำนักพิมพ์เท่านั้นนะ จนเมื่อสำนักพิมพ์นั้นตอบกลับมา
ถึงส่งให้สำนักพิมพ์ที่อื่นพิจารณาต่อจ้า อย่าส่งหลายๆ สำนักพิมพ์พร้อมๆ กัน ไม่ดีๆ
พี่ติน : ฝากอะไรถึงคนอ่านเรื่องของเราเอง
เรื่อง... เอาจริงๆ เราตอบกันตรงๆ หนาอย่างนี้ คงไม่เร็วกว่า 1 ปี แน่ๆ =_=
แต่จะเมื่อไหร่ อันนี้ยังไม่แน่นอน เล่ม 3 จะเอามาลงในเว็บต่อไหม? ลงจ้า ลงแน่นอน
แต่ต้องเก็บตัวไปแต่งเรื่องก่อน เพราะเห็นมีบางคนบ่นมา ว่าลงแต่ละตอนช่วงห่างนานไป ให้ลุ้นนานเกิน
เลยกะว่า แต่งไปเยอะก่อน ซักครึ่งเรื่อง แล้วค่อยลง ^_^
ไม่แนะนำให้อ่านในเว็บเหมือนเคย เพราะมันเป็นฉบับสดๆ ร้อนๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์จ้า
อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แค่นี้ล่ะค่า
ปล. อย่าลืมนะเด็กๆ อยากอ่านเวอร์ชั่นเต็ม ติดต่อลาลูน
อตินเอง
62 ความคิดเห็น
คนแรก อิอิ
เขียนเรื่องนี้หรอ ชอบมากๆๆ รอ นานมากเลย
กว่าจะได้อ่าน เล่ม 2 หึหึ แต่ก็อ่านแล้วล่ะ
เล่ม 2 นะ นุกๆๆ แนะนำซื้อนะ สำหรับ
ผู้ชอบแนวแฟนตาซี อิอิ เล่มหนา
อ่านจุใจ นับนุน
อยากอ่านต่อเร็วๆ
อ่านเรื่องของพี่ตั้งแต่อยู่ในระบบเก่าเลย
อยากอ่านเรื่องงูเห่าแห่งทะเลทรายต่อมากๆ
รอพี่ลงต่ออยู่เนี่ย
อยากอ่าฉบับเต็มๆๆอะ
ดืบๆ เข้ามา ~
ยังอ่านเล่ม 2 ไปจบเลย แฮ่ๆ
แต่ถึงจะยังอ่านไม่จบ ก็ขอ ปวารนาตัว(สะกดมั่ว=[]=) เป็นสาวกเรื่องนี้ไปเรียบร้อย
ชอบมากๆๆๆๆๆ เจ้าค่ะ หนาสะใจ
จะรอเล่ม 3 ฮะ (เห็นเค้าลางความนาน - -)
หึหึ
(มันยังหลอนเนอะอีนี่)
รออยุ่น้า
เล่ม 3 อันนี้ลงในเว็บเด็กดีต่อแน่ แต่คงแต่งไปให้เยอะก่อนจ้า~ แต่ก็เหมือนเดิมว่าแนะนำให้อ่านเป็นรูปเล่มดีกว่าเพราะมีมันเป็นฉบับสดๆร้อนๆ
ที่ในรูปเล่มจริงเราจะมีแก้ไข (อันนี้พูดจากประสบการณ์โดยส่วนตัว ในฐานะคนอ่าน ถ้าอ่านเรื่องหลายๆเวอร์ชั่นที่แม้จะมีเหนือหาแบบเดียวกันแต่มันจะพาลให้รู้สึกแปลกๆเอานา ="=) เราขอสงวนสำหรับนักอ่านที่ใจร้อนเน้อ
ตอบความคิดเห็นที่ 13 จ้า~
-อันนี้อ่านคำถามแล้วงงเล็กๆ = =a ก่อนจะมาแต่งเรื่องวุ่นจริงฯใช้เวลานานไหม? อันนี้ถ้าถามว่าเล่มแรกใช้เวลาแต่งกี่ปี เล่มแรกใช้เวลา 2 ปีจ้า แต่ถ้าต้องการถามว่าเริ่มแต่งเรื่องเมื่อไหร่ เพิ่งจะมาเริ่มเมื่อช่วงอยู่ ม.4 ม.5 นี่เอง ^^ เพราะเพิ่งจะเริ่มอ่านหนังสือเอาช่วงที่แฮร์รี่ออกเล่มแรก แล้วก็หาเรื่องอ่านมาเรื่อย แต่ไม่เคยแต่ง(ด้วยความที่เกลียดการเขียนอยู่แล้วนั่นเอง = =)
ยังรอหนังสือเนเสมอ ^_^
เห็นเล่ม 2 นี่ก็ดองไว้ข้ามปี?? = =""
เห็นเล่ม 2 นี่ก็ดองไว้ข้ามปี?? = =""
PS สาคูลส์...เขาไม่มีอะไรดีซักอย่างหรอก...ไม่มีอะไรดีเลย...เพียงแต่...เหตุผลที่ผมชอบสาคูลส์...ก็เพราะ...อร่อย!! =[]="" สาคูลส์ๆๆๆ!!!! >///< สาคูลส์ไม่ใช่คน...แต่...สาคูลส์เล่นเอ็มได้!!! =____="""
ตอบเบลแทนพี่เน
ไม่ทันชัวร์ กร๊ากกก
แหนมก็โดนพี่เนแพร่เชื้อดองมานะเนี่ย
PS ได้ที่อยู่มาแล้ว ใครสนคาร์บอมมั่ง หุหุ