สวัสดีจ้า คอลัมน์ Interview ครั้งนี้ ลงต่อกันสองอาทิตย์ติด!!!!

อตินดีใจมากกกกกกกกกก

 

เอาเป็นว่าครั้งนี้ พี่ตินมีน้องนักเขียนที่เป็นตัวของตัวเองมากๆ มาแนะนำให้น้องๆ รู้จักกัน

และนอกจากความเป็นตัวเองแล้ว

น้องป่านของเราคนนี้ เค้ายังมีความพิเศษที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับแนวประวัติศาสตร์ด้วย


ซึ่งค่อนข้างหาได้ยากมาก สำหรับนักเขียนในเว็บเด็กดีของเรา

พี่ตินก็เลยอยากจะให้น้องๆ มาทำความรู้จักกับคนคุณภาพแบบนี้กัน

ยังไง ฝากตัวแทนน้องป่านด้วยนะ

 

 

พี่ติน : แนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักกันก่อนนะ

อัศวินอโยธยา : กราบสวัสดีมิตรรักแฟนนิยาย ( หัวสั่นหันคลอนแบบสายัณห์ สัญญา - ฮา )

ข้าพเจ้านั้นมีนามว่า ( เสียงแอคโค่... – พอเหอะๆ )

สวัสดีครับ ผมชื่อป่านครับ ชื่อจริงคือ ภาสพันธ์ ปัจจุบันศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยนเรศวร

คณะสังคมศาสตร์ สาขาประวัติศาสตร์ อายุ 20 ปี ( จะ 21 แว้วววว ) 

 

พี่ติน : ตอนเด็กๆ น้องป่านคนนี้อยากเป็นอะไร

อัศวินอโยธยา : ความฝันในวัยเด็กของผมนั้นมีมากหลายครับ ตอนเป็นเด็กเล็กๆ เนี่ย

ผมอยากเป็นหมอครับ เพราะชอบนวดแข้งนวดขาให้คุณยาย ( เกี่ยวมั้ยน่ะ )

ก็เลยบอกคุณยายว่าอยากเป็นหมอมาดูแลคุณยาย

แต่พอโตมาหน่อยก็เริ่มชอบพวกสิงสาราสัตว์ต่างๆ ก็เลยตั้งใจว่าจะเป็นนักสัตววิทยาครับ

ต่อมาเรื่องจูราสสิค ปาร์คมาดังอีก ผมก็อยากเป็นนักโบราณชีววิทยาน่ะสิครับ

ผมชอบไดโนเสาร์มากๆ ชอบขนาดว่าทำเสียงหรือเดินแบบมันเลยล่ะ!

ผมเป็นอยู่อย่างนั้นจน ม. 3 เชียวนา ( เด็กดีอย่าเลียนแบบนา เสียบุคลิกภาพหมด )    

 

พี่ติน : แล้วที่มาของการจับปากกาละ

อัศวินอโยธยา : ผมเขียนนิยายเรื่องนี้ตอนที่ จ.พิษณุโลก

กำลังอยู่ในห้วงเทศกาล 400 ปีแห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ( พ.ศ. 2548 ) ครับ

ส่วนแรงบันดาลใจนั้น...พูดไปจะโดนนักเขียนในเด็กดีรุมกระทืบมั้ยนี่ ( มองซ้ายมองขวา ) 

เอาล่ะ บอกเลยก็แล้วกันด้วยว่ามีเหตุผลสองประการดังนี้

<!--[if !supportLists]-->1.       <!--[endif]-->เดิมทีผมเขียนพวกทำนองการ์ตูนแฟนตาซีมาก่อนครับ แต่เพื่อนคนนึงเขาท้วงว่า

ในเมื่อเป็นคนไทยก็ควรเขียนอะไรที่เป็นไทยๆบ้าง ผมก็เลยหยิบเรื่องพระนเรศวรมาดัดแปลงเขียนน่ะครับ

<!--[if !supportLists]-->2.       <!--[endif]-->ผมมีความตั้งใจอยากจะเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้นักอ่านทั่วไปได้อ่านบ้างครับ

เพราะเยาวชนทั่วไปไม่สนใจใคร่รู้ประวัติศาสตร์เท่ากับนิยายรักหวานแหววหรือแฟนตาซี ( แอบกัดๆ )

ผมก็เลยเขียนอัศวินดำด้วยความนึกคิดเพียงว่าอยากให้คนเราสนใจประวัติศาสตร์ชาติเราบ้างก็เท่านั้นเองครับ

 

พี่ติน : ที่มาของนามปากกา “อัศวินอโยธยา”   

อัศวินอโยธยา :  นิยายเรื่องนี้ผมเคยเขียนร่างคร่าวๆ ไว้ตอนปลายปี 2547

และตั้งชื่อว่า “อัศวินนเรศวร” ครับ แต่ผมลืมวางต้นฉบับไว้ไหนก็ไม่รู้ 

ผมก็เลยลืมชื่อเรื่องเก่าและตั้งใจให้นิยายเรื่องนี้มีชื่อใหม่ว่า “อัศวินอโยธยา”

นามปากกา “อัศวินดำ” แต่ก็มาผิดพลาดในตอนลงทะเบียนครับ

ผมก็เลยลงผิดช่องไปฉิบ...ผลก็ลงเอยอย่างที่เราท่านทราบนี่แหละครับ

( หลังจากนั้นผมก็เจอต้นฉบับแท้ในกองเอกสารตอนที่มันจะตีพิมพ์แล้วล่ะครับ - หัวเราะทั้งน้ำตา )  

 

พี่ติน : แล้วเรื่องอนาคต อยากทำอะไร

อัศวินอโยธยา : ยังนึกไม่ออกเลยครับพี่ติน ( หน้าตาจริงจังมาก )

เพราะเคยคิดไว้หลายอย่างมาก เช่น ครูเอย นักวิชาการอิสระเอย

และหนึ่งในนั้นคือผมอยากเป็นนักเขียนด้วย แต่ตอนนี้ก็ได้เป็นนักเขียนเต็มตัวแล้ว

ผมก็คิดว่าจะเขียนนิยายไปสักพักเพื่อเก็บเงินไปต่อ ป.โทด้านศาสนศาสตร์

( อ่อ ผมอยากเป็นนักศาสนศาสตร์ด้วยนะ ) หรือไม่ก็ด้านประวัติศาสตร์อีกที

แล้วค่อยไปเป็นครูหาโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยสิงสถิตย์ในภายภาคหน้า...( ชีวิตกูน้า~ )  

 

พี่ติน : พูดถึงผลงานที่ผ่านมาให้ฟังหน่อย

อัศวินอโยธยา : เรื่องอัศวินดำ ทหารเอกพระนเรศวร เป็นเรื่องแรกเลยครับ

โดยได้รับการตีพิมพ์กับบริษัทสยามอินเตอร์ฯ แต่ตอนนี้ไอเดียกระฉูดมาก

คงจะมีผลงานแนวอิงประวัติศาสตร์ออกมาอีกเรื่อยๆ ครับ

(พี่ติน : เรื่องที่จะให้อตินเป็นนางเอก อย่าลืมนะๆๆ สัญญากันไว้น่ะ วะ 555555555)

 

พี่ติน : ว่างๆ จะทำอะไร  

อัศวินอโยธยา : นอนสิครับ! นอนเท่านั้นที่เป็นการพักผ่อนอันสำคัญยิ่ง! ( หน้าตาจริงจังสุดๆ )

นอกนั้นผมก็ชอบวาดรูป เขียนกลอน หรือออกเร่ร่อนหาบรรยากาศเขียนนิยาย ( ถ้ามีกะตังค์น่ะนะ )

แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีเป็นพิเศษล่ะก็ การหาแฟนให้จงได้! ( ล้อเล่นครับ )

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกพิเศเป็นการเฉพาะเลยคือการทำความดีนี่แหละครับ ( พูดจริงๆนา )

เอาง่ายๆ อย่างเวลาผมขึ้นรถเมล์กลับบ้านหรือไปมหาวิทยาลัย

ผมก็จะยืนให้ผู้หญิง เด็ก และคนแก่ขึ้นรถจนหมดก่อนทุกครั้ง

และมีอยู่ครั้งหนึ่ง มีคุณป้าอ้วนที่ดูมีปัญหาไขข้อคนนึงเดินขึ้นมาบนรถอย่างทุลักทุเล

ไอ้ผมก็ไม่ลุกแต่แรกหรอก เพราะตัวนั้นนั่งติดหน้าต่างและมีคนมานั่งข้างแล้วๆ

และเข้าใจว่าอาจมีคนสละให้ แต่พอผมมองไปยังทุกคนที่อยู่บนรถ

โอ้โฮ! มันชิงหลับชิงเหม่อมองไปข้างนอกหน้าต่างกันเป็นแถว... ( ไม่รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ )

ผมก็เลยสละที่นั่งของผมให้ป้าแกนั่งจนได้ล่ะครับ

โดยผมต้องยืนอยู่เช่นนั้นเกือบตลอดทางไปมหาวิทยาลัย ( 15 - 16 ก.ม. )

แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดียิ่งนักก็คือตอนที่ป้าแกกำลังลงรถแล้วหันมาพูดว่า “ขอบคุณจ้ะพ่อหนุ่ม”

เพียงเท่านี้ผมก็อมยิ้มอย่างมีความสุขไปทั้งวันแล้วล่ะครับ     

 

พี่ติน : ตอนนี้ กำลังสนใจอะไรอยู่

อัศวินอโยธยา : สนใจในงานเขียนนี่แหละครับ เพราะมันเริ่มมันมือแล้วล่ะ

นอกจากนั้นผมก็สนใจเรื่องอาวุธโบราณเช่นดาบ ตอนนี้ผมก็มีดาบคู่กาย 4 เล่มแล้ว

แต่ที่ชอบมากคือประวัติศาสตร์นี่แหละ โดยเฉพาะพวกมองโกล ( คลั่งเลยล่ะ )

จีน ญี่ปุ่น ไทย และยุโรป เพราะตอนนี้ผมลงนิยายในเด็กดีอีกเรื่องแล้วครับ

มันจะเป็นห้วงเวลาของการทำสงครามขยายดินแดนของพวกมองโกลสู่ยุโรปครับ

แต่จะได้ลงรวมเล่มหรือไม่ก็ต้องลุ้นเอาล่ะครับ

 

พี่ติน : มองผลงานของตัวเองว่าเป็นยังไง

อัศวินอโยธยา : ผมว่ามันอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ แต่ยังไม่ดีที่สุด

เพราะผมมาอ่านอีกรอบแล้วยังมีจุดบกพร่องอยู่พอสมควร

ซึ่งผมก็ต้องแก้ตัวและพัฒนาฝีมืออีกเรื่อยๆ ล่ะครับ  

 



พี่ติน : วิธีการเขียนเรื่อง ที่เป็นของเราเองคือ?  

อัศวินอโยธยา : อืม...ตอบยากนะ แต่สไตล์การเขียนของผมนั้น

จะเน้นที่การบรรยายลักษณะของฉากหรือสถานการณ์นั้นๆ ให้ผู้อ่านเข้าใจให้มากที่สุด

อาทิ กองทหาร ฉากกองทัพใหญ่ ฉากรบพุ่ง ฉากบ้านเมือง หรือฉากชัยภูมิในสมรภูมิรบ

สำหรับการวางพล็อตนั้นก็อิงรูปแบบมาจากการตัดฉากไปมาอย่างในภาพยนตร์หรือละครนั่นแหละครับ

แต่พล็อตเรื่องทั้งหมดก็เอามาจากการวิเคราะห์มุมมองในประวัติศาสตร์

และจากชีวิตตัวเองนี่แหละ ( หัวเราะอย่างภูมิใจมาก )

 

พี่ติน : คิดว่าอยากเป็นนักเขียนแนวไหนมากที่สุด  

อัศวินอโยธยา :  แนวอิงประวัติศาสตร์นี่แหละครับ

แต่โครงการใหญ่ในอนาคตจะเป็นนวนิยายมหากาพย์สงครามในโลกจินตนาการเลยล่ะครับ

โดยในตอนนี้ผมได้ออกแบบแผนที่และภูมิศาสตร์ของอาณาจักรต่างๆ ที่ต้องใช้ไว้แล้วครับ

นอกนั้นก็ต้องมีการสร้างประวัติศาสตร์ความเป็นมา ราชวงศ์

การออกแบบชุดเกราะทหารให้สมจริงและใช้ได้จริงๆ และยุทธวิธีในการรบของบรรดาอาณาจักรในเรื่องนี้ครับ

ซึ่งผมประมาณการว่าเรื่องนี้ยาวแน่ๆ

 

พี่ติน : เพราะอะไรถึงชอบเขียนเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์น่ะ

อัศวินอโยธยา :  เพราะผมถือว่าวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่สำคัญมากเลยนะ

สำคัญกว่าพวกวิชาสายวิทย์อีก ด้วยเหตุที่ว่าหากเราไม่รู้จักประวัติศาสตร์ความเป็นมา

รวมถึงความผิดพลาดของตัวเอง เราทั้งหลายจะใช้อะไรเป็นบทเรียนในชีวิตล่ะครับ?

ดังนั้นแล้วผมจึงอยากเขียนนิยายทางประวัติศาสตร์

เพื่อให้ท่านนักอ่านทั้งหลายหันมาศึกษาประวัติศาสตร์กันมากขึ้นครับ   

 

พี่ติน : ทำไมสนใจเรื่องนี้จัง เก๋ดีนะ ไม่เหมือนใคร

อัศวินอโยธยา :  ผมสนใจประวัติศาสตร์ในแง่ของอัตชีวประวัติของบุคคลมากที่สุด

เพราะว่าเราจะได้ศึกษาชีวิตของบุคคลเหล่านั้นว่าเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไร

ล้มเหลวเพราะอะไร เพื่อเราจะได้เอาเป็นแบบอย่างพวกเขาเหล่านั้นยังไงล่ะครับ

นอกจากนั้นผมก็ยังสนใจศึกษาในศาสตร์สาขาต่างๆ เช่นศาสนาและปรัชญาด้วย

เพื่อว่ามันจะเป็นการกล่อมเกลาจิตใจเราในทางหนึ่งด้วยน่ะครับ   

 

พี่ติน : แล้วตอนนี้ อยากจะทำอะไรมากที่สุด

อัศวินอโยธยา : ผมอยากมีแฟน!!!!!! ล้อเล่นๆ คือผมอยากทำอะไรหลายอย่างมาก

เช่นเขียนนิยายเรื่องใหม่ วาดรูปออกแบบ เขียนกลอน

แต่ที่อยากทำมากที่สุดคือไปหาคุณยายที่เชียงใหม่ ไปนอนหนุนตักท่าน ไปบีบเฟ้นให้ท่าน

และให้ท่านทำของอร่อยๆ ให้กิน

หลังจากนั้นก็ตระเวนทั้งเวียงพิงค์เชียงใหม่เพื่อหาของอร่อยๆกินไงล่ะ 555+

 

พี่ติน : แล้วรู้จักเว็บเด็กดีได้ไงเนี่ย

อัศวินอโยธยา : หลงทางมาน่ะครับ 5555+ คือแว่วเสียงลือเสียงเล่าอ้างมานานแล้วล่ะ

ก็เลยเข้ามาแวะเวียนเสียหน่อย ปรากฏว่ามันเป็นเว็บไซด์ยอดเยี่ยมเสียจริงๆ ( ชะเลียซะหน่อย )

กอปรกับพี่เว็บมาสเตอร์สร้างห้องไอดีให้อีก เท่านั้นแหละ

ไอ้ป่านก็ปราบดาภิเษกเป็นคาฆาน ( พระเจ้าข่าน ) ออกล่าดินแดนของพวกนักเขียนซะเลย  ก๊ากๆๆๆๆๆ

 

พี่ติน : เวลาเข้ามาในเว็บ ทำอะไร

อัศวินอโยธยา : ก็อ่านข่าวสารเบ็ดเตล็ด เขียนนิยาย เขียนปูม ( อัพไดอารี่ ) 

ตกแต่งกระโจม (ไอดี ) แลส่งข่าวให้บรรดาแคว้นพันธมิตรทั้งหลายทั้งปวงรับรู้กิจทั้งปวง

แต่ที่สำคัญที่สุด...ดูรูปสาวๆ น่ารักๆ ในบอร์ดไง ( อิอิ )

 

พี่ติน : คิดยังไงกับเว็บเด็กดี

อัศวินอโยธยา : โอ้ตาแช่ม มันแจ่มมาก!!! ( มุขใหม่เลยนะเนี่ย! )

 

พี่ติน : เอาละ ขอลิงค์ไอดี ให้เพื่อนๆ เข้าไปเยี่ยมกันหน่อยนะ

อัศวินอโยธยา :  http://my.dek-d.com/Ayothaya_knight/

 

พี่ติน : แล้วคนที่อยากเป็นนักเขียนละ จะแนะนำอะไรเค้าดีนะ

อัศวินอโยธยา : ดังคำว่า “ผู้นำที่ดีต้องเป็นผู้ตามที่ดีมาก่อน” ฉะนั้นแล้ว

การเป็นนักเขียนนั้น เราต้องเป็นนักอ่านมาก่อนครับ

เพื่อว่าเราจะได้ศึกษาค้นหาข้อมูลต่างๆ ในการเขียนนิยาย

และยังเป็นการศึกษาแนวทางและวิธีเขียนของนักเขียนท่านอื่นๆ

เพื่อเป็นการแสวงหาตัวตนและแนวทางการเขียนของเราไปในตัว

 

แต่สิ่งสำคัญมิต่างกันอีกประการหนึ่ง คือเราต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและเป็นนักฟังที่ดีด้วยครับ

เพราะมันจะเป็นโอกาสในการรับฟังข้อมูลต่างๆ จากบุคคลรอบข้าง

ซึ่งจะทำให้เรารับรู้ข่าวสารสาระความรู้นอกเหนือจากหนังสือได้มากโขเลยทีเดียว

และมันก็จะกลายมาเป็นเทคนิคในการเขียนอีกทางหนึ่งด้วย

 

เหตุที่ผมชี้แจงมาเช่นนี้ เพราะนอกจากผมจะเป็นนักเขียนแล้ว

ผมยังเป็นนักพูดมือสมัครเล่นอีกด้วย ( เรื่องจริงนะคุณ! ) 

ด้วยว่ารอบตัวผมมีเพื่อนเยอะมาก ทั้งเพื่อนที่แสบๆ แสนดีปานพ่อมหา

หรือว่าระดับปราชญ์บัณฑิตก็มี มันเลยทำให้ผมได้มุมมองต่างๆ อย่างกว้างขวาง

จนทำให้กลายเป็นความสามารถในการถ่ายทอดงานเขียนในลักษณะหนึ่งด้วยน่ะครับ

 

พี่ติน : ฝากอะไรถึงแฟนๆ

อัศวินอโยธยา : ผมอยากให้นักอ่านที่ได้ติดตามอัศวินดำมาตั้งแต่เป็นนิยายในเด็กดี

ว่าขอให้ท่านทั้งหลายอย่าได้ถือว่าอัศวินดำเป็นงานเขียนชั้นดี

หรือเป็นงานทางประวัติศาสตร์ที่คุณต้องเอาไปเชื่อถือเสียทุกประการ

เพราะเมื่อคุณได้อ่านอัศวินดำแล้ว ผมมีความหวังว่าอยากให้ทุกท่านไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้มากยิ่งขึ้น

ก็อย่างที่ผมบอกไปแล้ว ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนที่สำคัญ

ที่จะสั่งสอนให้ลูกหลานเช่นเราท่านให้รู้จักตัวตนของเราให้มากขึ้นและสร้างที่ดีงามยิ่งกว่าที่เคยเป็นมานั่นเอง

 

ตอบได้พระเอกมากๆ

อืม และนี่ก็เป็นนักเขียนอีกคน ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง

ที่พี่ตินภูมิใจนำเสนอจ้า

ผลงานของน้องป่าน น่าอ่านมากๆ คอนเฟิร์มว่าของเค้าดีจริงๆ

น้องๆ อย่าลืมไปอุดหนุนกันนะ พี่ตินเชียร์ อิอิ

 

ครั้งหน้า จะพบกับใคร และพบกันเมื่อไหร่

รอพี่ตินด้วยน้า

 

อตินเอง  

  

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

33 ความคิดเห็น

@~THUNDER~@ Member 1 มี.ค. 50 23:31 น. 1
   โหย ดังไปใหญ่แล้วพี่  ยังไงก้อพยายามเข้านะคับ  ผมจะตามอ่านผลงานของพี่ไห้หมดเลย  เป็นกำลังไห้นะคับ  อ้อ  อีกอย่างขอยืม  มุข  โอ้ตาแช่ม  มันแจ่มมาก!!!  ด้วยนะ  55+  สู้ๆคับ
0
กำลังโหลด
ขุนศึกอยุธยา Member 1 มี.ค. 50 23:46 น. 2
เฮ่อ
คราวบังเอิญครับ
ผมกับมันก็มีอะไรคล้ายๆกัน
วันก่อน มีคนแอดมาหาผม นึกว่าผม คือ อัศวินอโยธยา
เซ็ง

เอาเถอะ
ไปดีเถอะนะเพื่อน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อตินเอง Writer Editor 3 มี.ค. 50 13:51 น. 5
ถ้าเรื่องที่พี่ตินเป็นนางเอกวางขายเมื่อไหร่
จะประโคมกันให้เต็มที่เลยละ คอยดูนะ อิอิ
0
กำลังโหลด
-หัวสมองตีบตัน- Member 5 มี.ค. 50 12:24 น. 7

พี่ป่าน รู้สึกว่าพี่อยากเป็นอะไรเยอะแยะมากมายเลย =[]=!!
แถมยังมีอะไรที่อยากทำเยอะแยะมากมายอีก -.,-
แวะมาอ่านคอลัมน์แล้วน่าสนใจดี อิ_อิ


0
กำลังโหลด
+_+คาเอเดะ Member 5 มี.ค. 50 17:36 น. 8

อยากเป็นเยอะจังเลยอ่ะ (พอๆกับเรา -*- )

เเวะเข้ามาอ่านนะค่ะ ^ ^

((เจ๊ตีบ >O< เจ๊ก็มาอ่านด้วยเรอะ ว้ายๆดีใจได้เม้นต่อเจ๊ รักเจ๊ตีบนะเค๊อะ -.,-))

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
lovelyvenut Member 7 มี.ค. 50 05:26 น. 12

โห พี่ป่าน พี่ชายเราดังใหญ่แล้ว อิอิ+ ยังไงก็ขอให้หนังสือขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่านะคะ จาเอาใจช่วยค่ะพี่ชาย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แอร์คะ 10 มี.ค. 50 16:18 น. 14
คิดว่าพี่เค้ามีความพยายามมากซึ่งทำให้ประสบผลสำเร็จออกมาเป็นผลงานแบบนี้ขอให้พี่พยายามต่อไปนะคะเป็นกำลังใจให้
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
wipoo Member 6 เม.ย. 50 11:48 น. 17

ได้อ่านหนังสือแล้ว สนุกดีครับ ผมเองก็เขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์ไว้เรื่องหนึ่งเหมือนกัน ชื่อ สงครามเก้าทัพ  ถ้าว่างๆเข้ามา ติชมบ้างนะครับ
ที่
http://my.dek-d.com/wipoo/story/view.php?id=237872

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด