| เชื่อว่าน้องๆ Dek-D.com ทุกคนที่เขียนนิยาย คงต้องมีความฝันอยากที่จะเขียนนิยายส่งประกวดสักครั้งแน่ๆ ยิ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงเริ่มฤดูกาลประกวดนิยายสำหรับเยาวชนด้วย แถมมีเยอะแยะให้เลือกส่งเข้าประกวดอีกต่างหาก ทั้งนักเขียนหน้าใส ทั้งนายอินทร์อะวอร์ด ใครมีความฝันและมีเวลาเหลือเฟือ ก็ลงเขียนส่งเข้าประกวดกันดูนะครับ แน่นอนว่าการส่งนิยายเข้าประกวด ใครๆก็คงต้องหวังได้รางวัลกันใช่ไหมล่ะ (อย่างน้อยก็ขอให้ได้ติดเข้ารอบบ้างสิน่า) ด้วยเหตุนี้ พี่แบงค์จึงได้เชิญ คุณอุ้ย-ธีรภัทร เจริญสุข ซึ่งเป็นผู้ที่มีผลงานรับรางวัลจากการประกวดงานวรรณคดีต่างๆมากมาย ทั้งนานมีบุ๊คส์อะวอร์ด เซเว่นบุ๊คส์อะวอร์ด นายอินทร์อะวอร์ด พานแว่นฟ้า Young Thai Artist Award มาแนะนำเคล็ดลับการเขียนนิยายให้ได้รางวัลกันครับ คุณอุ้ยกล่าวว่า นักเขียนแต่ละคนก็มีวิธีเผยแพร่ผลงานของตัวเองแตกต่างกันไป บางคนก็ใช่วิธีส่งต้นฉบับเข้าสำนักพิมพ์ บางคนก็โพสต์ลงเว็บ ซึ่งเป็นวิธีที่หลายคนนิยมกันมาก แต่อีกวิธีที่จะสร้างมูลค่าให้ผลงานของตัวเองได้นั่นก็คือ การส่งประกวดชิงรางวัล "นั่นเป็นเพราะงานเขียนที่ขึ้นชื่อว่าได้รับรางวัลการันตี มักจะถูกวางให้โดดเด่นบนแผง เพิ่มยอดขายให้สำนักพิมพ์และส่วนแบ่งรายได้สู่นักเขียนอย่างมหาศาล เช่น นิยายเรื่อง เจ้าหงิญ ได้รับรางวัลซีไรท์ในปี 2548 ยอดพิมพ์พุ่งจนต้องพิมพ์ซ้ำ 20 กว่ารอบ จากเดิมที่พิมพ์ครั้งแรก 3000 เล่มยังค้างเติ่งอยู่นานเป็นปี" ปัจจุบันเวทีประกวดงานวรรณกรรมเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวทีสำหรับเยาวชน สำนักพิมพ์ใหญ่ๆเปิดโอกาสให้นักเขียนรุ่นเยาว์เข้าประกวดโดยไม่ต้องต่อสู้กับมือเก๋าชิงรางวัลผูกขาดทั้งปี เช่น Young Thai Artist Award ของมูลนิธิซีเมนต์ไทย เซเว่นบุ๊คอะวอร์ดของเครือซีพีออลล์ นายอินทร์อะวอร์ดของเครืออมรินทร์ หรือแม้แต่รางวัลนักเขียนหน้าใสของสำนักพิมพ์แจ่มใส ซึ่งช่วงนี้มีน้องๆหลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเราจะเขียนให้ได้รางวัลต้องทำยังไงล่ะ? หากหวังเข้าชิงรางวัลคงต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่นอน คุณอุ้ยจึงนำคำแนะนำจาก รศ. สุพรรณี วราทร ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย กรรมการตัดสินรางวัล 7 Book Award และ ผศ. ตรีศิลป์ บุญขจร นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์ กรรมการตัดสินรางวัล Young Thai Artist Award นายอินทร์อะวอร์ด และซีไรท์ บอกถึงลักษณะของงานเขียนที่ ทำให้ได้รับรางวัล และลักษณะงานเขียนที่ต้อง คัดออก จากรอบคัดเลือกรางวัล ดังนี้ 5 ลักษณะ "ต้องห้าม" ของงานส่งประกวด 1. ผิดศีลธรรมอันดีอย่างร้ายแรง สื่อความรุนแรงทางกาย จิตใจ หรือมีเรื่องเพศโดยไม่จำเป็น ไม่ใช่ว่างานเขียนชิงรางวัลจะมีความรุนแรงหรือสื่อเรื่องเพศไม่ได้ แต่หากต้องการเติมความรุนแรงหรือเรื่องเพศลงในงานเขียน ต้องมีที่มาที่ไปสมเหตุสมผล หากตัดทอนลงได้โดยไม่เสียอรรถรสและเจตนาของงานเขียน ก็ควรตัดทอนลง "ความผิดขั้นร้ายแรงอีกข้อหนึ่งคือการลอกเลียนผลงานของผู้อื่น" คุณอุ้ยกล่าวย้ำ "หากงานเขียนที่ส่งประกวดมีโครงเรื่องหรือแนวบรรยายที่ซ้ำจนเกินคำว่า แรงบันดาลใจ ย่อมถูกตัดออกอย่างไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ฎีกา" 2. ไม่มีคุณค่าแก่คนอ่าน คุณค่าของงานเขียน ในที่นี้คือคุณค่าทางวรรณศิลป์ หรือคุณค่าต่อสังคม ( ผู้อ่านต้องได้แง่คิดอะไรบ้างหลังจากที่อ่านจบแล้ว) งานที่เขียนเพื่อสนองความสนุกสนานของตนเองเพียงอย่างเดียว แทบที่ไม่มีโอกาสได้ลุ้นชิงรางวัลอย่างแน่นอน รวมถึงงานที่ขาดความแปลกใหม่ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ประเภทผลิตซ้ำแนวคิดของผู้อื่นโดยไม่เสนอแนวทางของตัวเอง อย่างนั้นก็หมดลุ้นเช่นกัน 3. โครงเรื่องไม่มีเอกภาพ เรื่องที่โครงเรื่องขาดความต่อเนื่อง ทั้งลำดับเรื่องและอารมณ์ของเรื่อง หรือดำเนินเรื่องไปอย่างเรื่อยเปื่อย ไร้จุดมุ่งหมายหรือประเด็นหลักที่ต้องการนำเสนอ จะถูกคัดออกจากการพิจารณารางวัลเป็นอันดับต้นๆ 4. ภาษาไม่เหมาะสม การใช้คำในบทสนทนาไม่เหมาะสมกับระดับของตัวละคร หรือใช้ระดับของภาษาบรรยายไม่ตรงกับบรรยากาศของเรื่อง รวมทั้งคำหยาบคายหรือภาษาวิบัติ แม้ว่าจะใช้ได้หากมีการปูพื้นตัวละครให้มีบุคลิกเช่นนั้นมาก่อน แต่ถ้าสักแต่ยัดคำพูดแสดงอารมณ์ คำอุทาน หรือเสียงประกอบพร่ำเพรื่อ ก็อาจถูกตัดออกในขั้นตอนการพิจารณาได้ 5. ไม่สนุก น่าเบื่อ แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของนิยายคือให้ความสนุกสนานแก่ผู้อ่าน แม้ว่างานเขียนหนึ่งๆจะถึงพร้อมด้วยคุณค่า เรื่องมีเอกภาพ ภาษาสวยงามเหมาะสม และเป็นงานต้นฉบับไม่ลอกเลียนใคร แต่หากกรรมการอ่านแล้วไม่มีความน่าสนใจหรือดึงดูดใจ น่าเบื่อ ก็จะไม่ได้รับการพิจารณา "มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ รสนิยมของกรรมการในแต่ละเวทีจะแตกต่างกัน" คุณอุ้ยแสดงความคิดเห็นพร้อมกับเผยเคล็ดลับอีกอย่างหนึ่ง "หากสนใจส่งผลงานเข้าประกวด ( ถ้าเป็นไปได้) ก็น่าจะศึกษาว่าคณะกรรมการพิจารณานั้น ถนัดวิจารณ์หรือชมชอบงานเขียนแนวใด จะได้รู้เกณฑ์การเลือกผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาด้วย" 5 ลักษณะผลงานที่ "ควรรับรางวัล"
1. ภาษาถูกต้อง เหมาะสม งานเขียนที่ใช้ระดับภาษาเหมาะสม และสะกดคำถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ย่อมได้เปรียบกว่างานเขียนที่จงใจล้อเล่นกับภาษา หรือมีแนวทางการเขียนเพื่อแสดงเอกลักษณ์แปลกออกไปจากมาตรฐาน (เช่น ภาษาวิบัติ อีโมติคอน) ซึ่งสมควรจะนำเสนอในสื่อทางเลือกอื่นมากกว่า ส่วนงานบทกวีที่มีฉันทลักษณ์กำกับก็ควรเลือกใช้ให้ถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน 2. มีคุณค่าทั้งทางวรรณศิลป์และคุณค่าต่อสังคม ผลงานต้องไม่มีเนื้อหาที่ขัดต่อศีลธรรม และมีแนวคิดที่ทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นปรัชญา สะท้อนสังคม หรือนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างมีวรรณศิลป์ ด้วยศิลปะการใช้ภาษาที่เฉียบคม มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆไม่ซ้ำแนวคิดเดิมๆ 3. อ่านสนุก อยากอ่านซ้ำอีก งานเขียนที่มีลูกเล่น หรือความลุ่มลึกเพียงพอที่ต้องอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก มีจุดประทับใจที่โดดเด่น เช่น ความขัดแย้งในแนวคิดหรือการกระทำอย่างซับซ้อน ตัวละครที่เหมือนจริง มีแนวคิดร่วมสมัยที่ปรับใช้ได้เป็นสากลลักษณะ ไม่ติดอยู่กับเหตุการณ์เฉพาะตามช่วงเวลา "เช่น หากจะเขียนเรื่องสะท้อนสังคมการเมืองก็ไม่ควรมุ่งเสียดสียั่วล้อเฉพาะเหตุการณ์สั้นๆ แต่ต้องสะท้อนถึงภาพรวมอย่างแตกฉาน และอ่านขาด มิใช่มองแต่มุมเดียว" คุณอุ้ยกล่าว "ผลงานที่อยู่ได้ทุกยุคทุกสมัย มักจะปรากฏคุณค่าของตนเองต่อสายตากรรมการได้โดยง่าย" 4. มีเอกภาพ ไม่สับสน การเรียงลำดับเหตุการณ์ต้องตรงกับเจตนาการนำเสนอ อาจตัดฉากไปมาได้ แต่ต้องเข้าใจง่าย เนื้อความกลมกลืนกันเป็นเนื้อเดียว สัมพันธ์กันอย่างรื่นไหลไม่สะดุด เนื้อหาไม่ทิ้งข้อสงสัยหรือจุดบอดไว้เกินความจำเป็น และจบเรื่องด้วยความประทับใจ 5. ถูกต้องตรงเป้าหมาย แน่นอน หากส่งนิยายรักไปชิงรางวัลพานแว่นฟ้า นิยายการเมืองเข้มข้นชิงรางวัลนักเขียนหน้าใส บทกวีหวานแหววชิงรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด หรือเรื่องสั้นจิตหลุดชิงรางวัลเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ของสวทช. คงหลุดตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกรอบแรกอย่างไม่ต้องสงสัย "การเลือกแนวผลงานให้ตรงกับแนวรางวัลเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของผู้ต้องการส่งผลงานประกวด หากไม่แน่ใจว่าแนวผลงานของตนเองตรงกับที่รางวัลนั้นจัดประกวดหรือไม่ ควรสอบถามกองประกวดรับผลงานก่อนส่ง เพื่อไม่ให้เสียเวลาและโอกาสโดยเปล่าประโยชน์" พี่แบงค์เชื่อว่าน้องๆนักเขียน Dek-D บางคนที่กำลังอ่านบทความ น่าจะมีความสนใจหรือมีประสบการณ์ส่งนิยายเข้าประกวดตามงานต่างๆ สำหรับใครที่เคยผ่านเข้ารอบหรือเป็นหนึ่งในผู้ชนะการประกวดมาแล้ว พี่แบงค์ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ที่น้องๆสามารถพิชิตความฝันได้สำเร็จ ส่วนใครที่ยังไม่ผ่านเข้ารอบหรือกำลังปั่นผลงานส่งเข้าประกวด ก็ขอให้สู้ๆต่อไปอย่าได้ย่อท้อนะครับ สักวันต้องเป็นวันของน้องแน่ๆ ที่มาภาพประกอบ youngthaiartist.blogspot.com library.kktech.ac.th thaipoet.net thaipr.net |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?






42 ความคิดเห็น
ยากเนอะ...
แต่จะพยายาม!
ขอบคุณครับ ^^
ยากส์ส์ส์เวอร์เวอร์เวอร์
PS. ไปเล่นกับอิ๊ลิ๊ด้วย
ชอบอย่างแรง ...
ฮือ! ฮือ!
หนูไม่ค่อยชอบอิโมติคอนในนิยาย(แต่ก็อ่านได้) เพราะบางครั้งมันจะเบี่ยงเบนอารมณ์เนื้อหาในตอน เพราะอิโมติคอนไม่สามารถสื่ออารมณ์ได้ทุกอารมณ์ คนเขียนน่าจะต้องระวังเรื่องนี้นะคะ
ปล.แนะนำนิดหน่อยเอง อย่าโกรธนะ
ชอบบทความนี้จัง
โอย~ พูดง่ายแต่ทำยากก็ใช่ แต่ที่ยากกว่าคือทำแล้วออกมาดีด้วย โดยเฉพาะคุณสมบัติข้อสี่ ถ้ายังไม่เชี่ยวก็ต้องวางโครงกันเป็นปีเลยนะนั่น ถึงจะเข้าเกณฑ์ท็อป
และที่สำคัญคือข้อสาม เป็นอะไรที่ไปไม่ได้กับความมีคุณค่าและสาระอย่างรุนแรง น้อยคนที่ทำได้ และน้อยคนยิ่งกว่าที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม
แต่ถ้าไม่ไปคิดมากกับมันจะดีกว่านะ 'นิยาย' ไม่น่าจะหมายถึง 'สิ่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้ได้รับรางวัล' นี่นา แล้วก็ถึงจะสมเหตุสมผลแค่ไหน ก็ไม่เสมอไปหรอก มันต้องอยู่ที่จิตใจสิ!(ไปนู่นละ)
...หากจะเขียนให้ดีคงต้องทุ่มทุกอย่าง ทั้งภายในและนอกเหนือจากห้าข้อนั้น...ลุยโลด!!