| หากสังเกตให้ดีๆ ในนิยายแทบทุกเรื่อง ยังไง้ยังไงก็ต้องมีตัวละครสักคนที่รับบทเป็นตัวร้ายของเรื่อง เพื่อสร้างความขัดแย้งและเป็นอุปสรรคของตัวเอก (พี่แบงค์ยังนึกไม่ออกเลยว่าถ้านิยายทั้งเรื่องตัวละครทุกตัวเป็นคนดีหมด แล้วเรื่องนั้นจะมีอะไรให้อยากอ่าน) การสร้างตัวละครร้ายๆ ฟังเหมือนง่าย แต่เอาเข้าจริงก็ยากอยู่เหมือนกัน เพราะตัวร้าย มักมีพฤติกรรมและความคิดที่ซับซ้อนกว่าคนดีๆ ที่ไม่มีพิษมีภัยอะไร การสร้างตัวร้ายที่ร้ายไม่สมจริง ร้ายแบบผิวๆ ขาดแรงจูงใจที่เพียงพอ ก็คงไม่ต่างอะไรจากการเอาลูกสมุนกี้ๆมาฉะกับพระเอกอย่างไอ้มดแดง แต่นักเขียนอย่างพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเคยคิดหรือทำชั่วร้ายแบบตัวร้ายที่เรากำลังเขียนอยู่ก็ได้ ขอแค่เราสร้างแรงจูงใจของตัวร้ายให้สมเหตุสมผล ตัวร้ายก็จะดูมีสเน่ห์ขึ้นมาอย่างแน่นอน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวร้ายในนิยายของเราดูสมจริงพอ? 1. ต้องมีไหวพริบ ไม่โง่เหมือนฟ้าส่งมาให้แพ้ตัวเอก คู่แข่งฟ้าประทาน เพราะอะไรเรยาในดอกส้มสีทองถึงร้ายได้ใจ คงไม่ได้เป็นเพราะว่าสวยหรือมีคุณพ่อเยอะแยะแน่ๆ แต่นั่นเป็นเพราะเรยาเป็นคนที่มีความคิดที่ร้ายกาจ สามารถใช้มารยาในการดึงดูดใจให้ผู้ชายหลงรัก ปรนเปรอตัวหล่อน และหลอกใช้ให้ทำในสิ่งที่หล่อนประสงค์นั่นเอง และลองคิดดู หาก ยางามิ ไลท์ ในเรื่องเดธโน้ต ไม่ฉลาดหลักแหลม ไอคิวสูง สามารถคิดวางแผนซ้อนแผนได้ เขาจะคู่ควรกับการเป็นคิระ พระเจ้าแห่งโลกใหม่ และเป็นคู่เดือดเฉือนคมกับ L อย่างนั้นเหรอ? บทของตัวร้าย ต้องเสริมความโดดเด่นให้ตัวเอกได้เป็นอย่างดี ตัวร้ายที่ร้ายถึงใจผู้อ่านจริงๆ ต้องเป็นคนที่เอาชนะได้ยาก เพื่อให้ผู้อ่านคอยลุ้นเอาใจช่วยพระเอกให้สามารถชนะในตอนท้ายได้ ตัวเอกไม่ค่อยเก่งยังพอรับได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ตัวร้ายทำตัวโง่ๆ ให้พระเอกเอาชนะได้ง่ายๆ ก็ไม่มีอะไรที่ต้องติดตาม เหตุนี้เราจึงต้องให้ความสำคัญกับไหวพริบของตัวร้าย ไม่ใช่แค่ตัวเอกเท่านั้น 2. มีจุดเริ่มต้นและแรงจูงใจที่นำไปสู่ความเป็นตัวร้าย ใครก็อยากเป็นคนดีไม่ใช่เหรอ? ถ้านึกถึงตัวร้าย หากใครคิดว่าต้องขี้วีน เอาแต่ใจ ชอบใช้กำลัง เผด็จการ เย่อหยิ่ง โลภ ตัญหาจัด ฯลฯ เช่นนั้นก็คงได้ตัวร้ายที่เป็นได้แค่ลิ่วล้อ กุ๊ยกระจอก หรือลูกสมุนกี้ๆ อย่างที่บอกไว้ข้างต้น ผู้เขียนต้องสร้างตัวร้ายที่น่าจดจำ ไม่ใช่เพียงแค่หน้าหล่อหน้าสวย อกสะบรึมเท่านั้น แต่ต้องมีความร้ายในแบบที่สมเหตุสมผล คนเราคงไม่ได้คิดชั่วทำชั่วมาตั้งแต่เริ่มร้องอุแว้แน่ๆ แต่มันมีหลายปัจจัยที่ทำให้คนเรากลายเป็นตัวร้ายได้ ในความคิดส่วนตัวของพี่แบงค์ ตัวร้ายที่ดูไม่น่าจะเป็นตัวร้าย มีเสน่ห์และสมจริงมากที่สุด... คนที่เขาหรือเธอรักมาตลอด คอยเอาอกเอาใจสารพัดก็ไม่เคยเหลียวแล ปรากฏว่าดันมีใครไม่รู้ดึงดูดความสนใจของคนที่เขาหรือเธอรักไปแก่คนนั้น ความอิจฉาริษยาก็บังเกิดขึ้นในใจ รับไม่ได้ที่มารหัวใจมาแย่งความรักไปอย่างหน้าตาเฉย เมื่อมองในมุมมองของตัวร้าย มันก็สมควรที่เขาหรือเธอต้องคิดร้ายเช่นนั้น ในสถานการณ์วิกฤติ ความเห็นแก่ตัวเองและพวกพ้องก็ก่อเกิดขึ้นในใจ เมื่อต่างคนก็ต่างความคิด อุดมการณ์ก็คนละอย่าง เมื่อต่างฝ่ายต่างมีทิฐิ ก็ต้องต่อสู้ฟาดฟันกัน จะด้วยการใช้กำลังก็ดี หรือว่าวาจาเชือดเฉือนประดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งก็ดี แต่ท้ายที่สุด ก็ไม่อาจจะบอกได้ว่าใครเป็นตัวร้ายหรือตัวเอกกันแน่ เรียกได้ว่า ถ้าสลับมุมมองการเล่าเรื่อง ก็จะได้นิยายอีกเรื่องหนึ่งที่น่าอ่านมากเลย เพราะต่างฝ่ายก็ต่างถือตัวเองว่าถูกต้องเหมือนกันหมด 3. ได้รับผลกรรมอย่างสาสม (และเหมาะสม) เป็นธรรมดาที่ตัวร้ายต้องได้รับผลกรรมจากการกระทำที่ทำไว้อย่างสาสม ซึ่งจะถูกฆ่าตายก็ดี ฆ่าตัวตายก็ดี ถูกรุมโทรมก็ดี ต้องโทษประหารชีวิต สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุด หรือไม่ก็กลายเป็นบ้าก็ดี ถึงกระนั้นนิยายทุกเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องให้ตัวร้ายตายตอนจบหรือจบอย่างน่าเวทนาอย่างนั้นเสมอไป อาจจบแบบให้โอกาสตัวร้ายกลับตัวกลับใจก็ได้ เช่น ไปสำนึกผิดในคุกเพื่อรอวันพ้นโทษ กลับใจกลายเป็นพรรคพวกของตัวเอก ลาบวชเพื่อชดใช้กรรม หนีไปต่างประเทศและไม่กลับมาให้เห็นอีกเลย ฯลฯ แต่ผลกรรมของตัวร้าย ต้องสมเหตุสมผลกับสิ่งที่ตัวร้ายได้ทำลงไป ถ้าหากตัวร้ายทำเลวแค่เรื่องเล็กน้อยที่พอให้อภัยได้ล่ะ เช่นขโมยของรักของตัวเอก โกหกให้เข้าใจผิด แล้วตอนจบต้องมาถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของตัวเอก หากทำเช่นนั้นมันก็ดูใจร้ายเกินไป (ภาพลักษณ์ตัวเอกเสียหมด) หรือถ้าตัวร้ายทำร้ายญาติพี่น้องของตัวเองไว้เยอะ ทรมานตัวเอกมาก็แยะ แต่สุดท้ายตอนจบได้รับการให้อภัย กลายเป็นเพื่อนกันหรือเป็นสามีภรรยากัน ก็เกิดคำถามในใจผู้อ่านอีกว่า "ตัวเอกบ้าไปแล้ว?" อย่างไรก็ตาม การจะปล่อยให้ตัวร้ายได้ลอยนวลเพื่อหาทางกลับมาแก้แค้นตัวเอกในภาคต่อไป มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมายข้อไหนสำหรับผู้เขียน ทว่าการปล่อยให้ลอยนวลก็เป็นการสร้างความหวังแก่ผู้อ่านว่าจะได้เห็นจุดจบของตัวร้ายที่สาแก่ใจ เสี่ยงถูกทำให้ผิดหวังได้นะ ถ้าน้องๆ นักเขียน Dek-D.com ดองนิยายภาคต่อไว้นานเกินไป (ฮา) แล้วน้องๆ ล่ะครับ ตัวร้ายในนิยายควรจะมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?





40 ความคิดเห็น
ชอบท่อนนี้ในเพลง "ให้เลวกว่านี้" ของ "ปาน ธนพร" มากสุด
เช่น แทนที่คิดว่าจะสร้างตัวร้ายขึ้นมายังไง ก็คิดว่าจะสร้างพระเอกขึ้นมาอีกตัวยังไงดีกว่า
แล้วก็เพิ่มปมสร้างความขัดแย้งให้ต้องมาอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับพระเอกตัวจริง
เท่านี้ก็สามารถสร้างตัวร้ายที่มีเสน่ห์และสมจริงได้แล้ว
Death Note ในทางวรรณกรรม ไลท์เป็นพระเอก(Protogonist=ตัวดำเนินเรื่อง) ส่วนLเป็นตัวร้าย(คู่แข่งตัวดำเนินเรื่อง=Antagonist)ครับ
ปล. แต่ในทางการกระทำ Lจะเป็นคนดี(แต่ไม่100%) ไลท์จะเป็นคนเลว(แต่ไม่100%)
ปล2. ทั้ง2เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ Villain Protogonist(ไลท์) กับ Hero Antagonist(L)
ต้องคิดอยู่หลายตลบว่าจะทำยังไงให้เขาร้าย แล้วให้คนอ่านเห็นว่าเขาร้ายจริงๆ
แล้วทำไมเขาถึงร้าย เพราะอะไร? แล้วจุดจบของตัวร้ายจะเป็นยังไงดี
โอ้ย คิดสารพัด เพราะตัวร้ายมันก็เหมือนสีสันของตัวละครอ่ะ
ถ้าทำออกมาไม่ดี นี่ก็จบเลยจริงๆ 555555
คิดคาแรคแรตเตอร์ตัวร้ายมันยากมากจริงๆTOT
ต้องนอนคิด ยืนคิด นั่งคิด กว่าจะได้ตัวละครออกมาตัวๆหนึ่ง
ตัวร้ายนะยากกว่าตัวดีอีกนะ-..-
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากเลยค่ะ
ได้ความรู้เพิ่มเติมเลย
ตัวร้ายทุกตัวต้องมีจุดจบ แบบว่าร้ายแบบนี้อย่ามีจุดจบดีเลย
แต่ฉันคิดว่า อยากให้ตัวร้ายมีคาแรคเตอร์ แบบฉลาดมาก ร้ายมาก แต่พอถึงบทสรุปของตัวร้าย
ความผิดที่เขากระทำ ไม่สามารถให้อภัยใด้ แต่ทุกคนที่ใด้อ่านจะต้องเศร้า เมื่อเวลาตัวร้ายนั้นตายไปค่ะ