พิมพ์นิยายขายเองสิ ไม่ต้องง้อสำนักพิมพ์




            นักเขียนทุกคนย่อมมีความฝันอยากให้นิยายที่ตัวเองเขียนใน Dek-D.com ได้ตีพิมพ์กับเขาบ้าง แต่บางคนติดปัญหาตรงที่ส่งต้นฉบับนิยายไปแล้วไม่ผ่านพิจารณา ด้วยเหตุผลคือ ต้นฉบับที่เขียนนั้นยังไม่ตรงกับแนวทางที่สำนักพิมพ์ต้องการ ใครที่เป็นแบบนั้นอยู่ก็ขอให้สู้ต่อไปนะครับ สำนักพิมพ์ไม่ได้มีอยู่แค่แห่งเดียว ต้องมีสักแห่งที่ตรงแนวบ้างแหละน่า

            แต่บางคนส่งไปแล้วโดนปฏิเสธตลอด เรายังยังพอจะมีทางเลือกอีกทางหนึ่ง แทนที่เราจะง้อให้สำนักพิมพ์มาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์ เราก็สวมวิญญาณเด็กอินดี้ ออกทุนพิมพ์นิยายเอง เท่านี้ก็มีนิยายเป็นรูปเล่มแล้ว


            ข้อดีของการพิมพ์เอง

            - เราได้พิมพ์เอง ขายเอง กำไรที่ขายได้ก็เป็นของเราเองหมด

            - ไม่ต้องง้อสำนักพิมพ์ ไม่ต้องรอพิจารณาเป็นเดือนๆ

            - อิสระเป็นของเราเอง อยากจะบริหารยังไง วางแผนการตลาดยังไงก็ทำได้ อยากได้ปกอลังการยังไงจัดไป

            - หากวันไหนที่เราเบื่อ ไม่อยากขายเองแล้ว ก็เอานิยายของเราไปเสนอกับสำนักพิมพ์อื่นได้


            อ๊ะ แต่ข้อเสียของการพิมพ์เองก็มีเหมือนกันนะ

            - มีขั้นตอนการผลิตที่ค่อนข้างยุ่งยาก ถ้าทำเอง (ไหนจะพิสูจน์อักษร ไหนจะจัดรูปเล่ม ทำอาร์ตเวิร์ก ฯลฯ) แนะนำว่าควรมีเพื่อนหรือทีมงานที่เชี่ยวชาญมาช่วยทำด้วย

            - อาจจะไม่ได้รับการตอบรับดีเท่าที่ควร เช่น ขายได้ไม่ค่อยมาก ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง คุณภาพการออกแบบไม่ดีพอในสายตากลุ่มเป้าหมาย

            - เนื่องจากเราพิมพ์เอง จึงเป็นนิยายที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการบรรณาธิการ อาจทำให้นิยายเรื่องนั้นไม่มีคุณภาพในเรื่องของภาษา

            - ไม่มีใครออกทุนให้ เราต้องออกทุนการผลิตด้วยตัวเอง ถ้าบริหารจัดการไม่ดี อาจขาดทุนได้




เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนอยากมีหนังสือของตัวเอง


            แล้วจะพิมพ์ที่ไหนดี

            โดยปกติแล้ว โรงพิมพ์ทั่วไปจะต้องมีกำหนดขั้นต่ำในการพิมพ์ ประมาณ 3000 เล่ม หรือไม่ก็ 5000 เล่ม แล้วแต่บางที่ (ไม่งั้นจะไม่คุ้มค่าทำเพลท) และการที่ต้องพิมพ์เยอะขนาดนั้นก็ทำให้ต้องสต็อกหนังสือเอาไว้เยอะมาก หากขายไม่หมด เราก็เจ็บตายเลย พี่แบงค์ขอแนะนำให้เลือกพิมพ์กับโรงพิมพ์ที่รับพิมพ์แบบ Digital Print On Demand ซึ่งไม่มีกำหนดขั้นต่ำ ทำให้เราสามารถพิมพ์ออกมาก่อนสัก 10 เล่ม เอามาขายเพื่อชิมลางก่อน พอขายหมดแล้วมีลูกค้าสั่งซื้อเพิ่ม เราก็ไปออเดอร์กับโรงพิมพ์ให้พิมพ์เพิ่มอีกที จะช่วยประหยัดทุนและเนื้อที่ได้มากเลย

            แต่ถ้าถามว่าพิมพ์ที่ไหนดี ความเห็นส่วนตัวพี่แบงค์ แทบทุกที่ก็ดีไม่แพ้กันเลย แต่อาจจะต่างกันที่ราคาและระยะเวลาดำเนินการ แนะนำให้เลือกโรงพิมพ์ที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อที่จะได้ไปรับหนังสือได้สะดวกมากขึ้น ส่วนรายละเอียดก็ลองหาในกูเกิลแล้วศึกษาจากในเว็บไซต์ของโรงพิมพ์กันเองนะครับ


            ขายที่ไหน

            เราอาจจะเปิดเว็บขายหนังสือเอง แล้วโฆษณาประชาสัมพันธ์ ไม่ก็ฝากร้านหรือคนสนิทช่วยขายด้วยก็ได้ โดยทั้งนี้ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ตามมาให้ดีๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าทำเว็บ (กรณีไม่ได้ใช้เว็บฟรี) ค่าฝากขาย ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมการขาย และอื่นๆ อีกมากมาย ก็แล้วแต่ความเริดหรูอลังการ เอ้ย อลังการที่น้องตั้งใจเอาไว้นะครับ





            ความจริงยังมีเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการทำหนังสือด้วยตัวเองอยู่อีกมากมาย แต่พี่แบงค์ไม่ได้หมายความว่าการทำนิยายขายเองจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดนะ พี่แค่นำมาเล่าสู่กันฟัง ให้รู้ว่ามันก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ความฝันของเราเป็นจริงขึ้นได้ ทว่าการจะทำแบบนั้นได้ เราต้องมีเงินทุน มีเวลา และมีช่องทางสำหรับจัดจำหน่าย ถ้าไม่แคร์ว่าจะขายได้ไม่มาก ก็โอเคครับ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต แต่ถ้ากะเขาขายให้ได้เยอะๆ อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับตัวผลงานของเราเองว่าจะโดนใจจนต้องบอกต่อขนาดไหน

            ใครที่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับโรงพิมพ์มาก่อน ก็มาเล่าแชร์ประสบการณ์กันได้ที่นี่เลยครับ






Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
Na-do-i-Ko Member 28 ม.ค. 55 02:00 น. 23
 เห็นคนที่ทำแบบนี้ขายดิบขายดีมาหลายคนแล้วค่ะ เพียงแต่บุคคลเหล่านั้นเค้าวางกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากๆ ไม่ใช่ตลาดปกติที่นิยายแข่งกันออกมาเท่านั้น 

ขออนุญาตนะค่ะ นักเขียนอินดี้บางคนเขียนดีกว่านักเขียนที่ได้รับการตีพิมพ์อีกค่ะ แต่อาจจะด้วยโอกาสหรือการเข้าถึงของสำนักพิมพ์ไม่เปิดกว้าง หรือสำนักพิมพ์ไม่ลองค้นหาด้วยตัวเอง ยึดติดบุคคล หรือผลงานบางประเภทไม่สามารถตีพิมพ์ได้ ทำให้หลายๆคนหันไปเป็นอินดี้ 

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ อยากให้นักเขียนยึดหลักภาษาเป็นที่ตั้ง แล้วความสวยงามของตัวอักษรมันจะปรากฎตรงหน้า แล้วแสงออร่าจะส่องไปถึงผู้อ่านด้วยตัวมันเองเสมอค่ะ ^^ สู้ๆ (บอกตัวเอง)
0
กำลังโหลด
Hugsama Member 26 ม.ค. 55 13:45 น. 22
 จริงครับ ผมเองก็เป็นโรงพิมพ์หนึ่งที่รับงานพวกนี้บ่อย
แต่ทุกครั้งจะมีการเตือนลูกค้าที่มาให้พิมพ์ บางคนบอกผมอยากพิมพ์ที่ 5000 เล่ม
ผมบอกว่าพิมพ์สัก 1000 เล่มดีกว่าไหม ลองดูก่อน 
บางคนโกรธไม่พอใจ ไม่พิมพ์กับผมเลยก็มี บางคนก็ถามถึงเหตุผลว่าทำไม ไม่อยากได้เงินเหรอ?

ผมบอกตามตรงว่าใครไม่อยากได้เงินบ้าง? แต่ผมเห็นใจคนที่ลงทุนพวกนี้ครับ
ปจบ.ผมมีพิมพ์หนังสือนวนิยายแบบกรีนรีดไปประมาณ 4-5 ครั้ง ผมเห็นคนที่วางแผนกลับมาพิมพ์
ซ้ำกับผมแค่คนเดียวเอง ที่เหลือผมไม่แน่ใจว่าเลิกทำ หรือว่า เจ๊งไปแล้ว หรือว่าไปหาจ้าวอื่น

ครั้งนึงลงทุนเยอะอยู่นะครับ สำหรับคนที่คิดจะลงทุน ล่าสุดผมพิมพ์ไป
1000 เล่ม หนา 300 หน้า คิดเล่มละ 75 บาท กับ
5000 เล่ม หนา 300 หน้าเหมือนกัน คิดเล่มละ 45 บาท สรุปคนที่พิมพ์ 5000 เล่มหายไปเลย -*-
ไม่รู้เป็นไงบ้าง
แต่คนที่พิมพ์ 1000 เล่มบอกว่าให้ผมเตรียมพิมพ์ซ้ำได้ 

ถ้าใครคิดจะพิมพ์ไตร่ตรองให้ดีๆก่อนนะครับ อย่างที่บอกว่าถ้าไม่ชัวร์ พิมพ์แบบ on demand ปลอดภัยกว่าเยอะครับ ศึกษาให้ละเอียดก่อนลงทุนนะครับ 


2
Mazc Member 25 ม.ค. 60 15:39 น. 22-1
ขอรายละเอียดร้านหน่อยได้ไหมครับ ขอเป็นเพจร้านก็ได้ครับ หรือมีช่องทางติดต่ออื่นไหมครับ ขอบคุณครับ
0
กำลังโหลด

39 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ซ่อนนาม Member 13 ม.ค. 55 20:00 น. 6
ประสบการณ์ตรงจากคนที่เคยพิมพ์หนังสือขาย (แต่ไม่ใช่นิยายนะ)

เวลาที่พิมพ์มันจะมีปัญหาอย่างหนึ่ง "ยิ่งพิมพ์มาก ยิ่งมีราคาต่อเล่มต่ำมาก"
บางครั้งราคาต้นทุนที่ลดได้อาจจะมากกว่า 2-3 เท่าได้ด้วยซ้ำ

ตัวอย่างเช่นเล่มนึงต้นทุนต่อเล่ม 100 บาท ถ้าพิมพ์เยอะ ๆ อาจจะเหลือแค่ 30 บาท
ทว่าตัวเลขที่ว่านั้นอาจจะเป็นจำนวน 500เล่ม 1000เล่ม หรือ 2000เล่มขึ้นไป ราคาถึงจะเปลี่ยน

ดังนั้นเงินที่เราจ่ายโดยรวมก็จะมากขึ้น
ทว่าหากขายได้ เราก็จะได้กำไรรวมมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ถ้าขายได้ล่ะนะ...

และวิธีการที่จะขายให้ได้ร้อยหรือพันเล่ม ก็ไม่ใช่การอยู่เฉย ๆ แล้วให้คนมาติดต่อซื้อเอง
ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าบทความของเรา มายไอดี หรือที่อื่น
เพราะแบบนั้นรับรองได้เลยว่าขายได้สัก 100 เล่มก็ถือว่าเก่งแล้ว
ดีไม่ดีเอาเข้าจริงอาจจะขายได้อย่างมากแค่ 10 เล่มด้วยซ้ำไป

ดังนั้นถ้าไม่รู้จักวิธีขาย แล้วได้แต่ขายผ่านหน้าบทความหรือมายไอดีเรา อย่าสั่งพิมพ์เยอะ
พิมพ์เยอะมันก็ต้องขายให้ได้เยอะ ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะขายจำนวนเป็นพันเล่มได้หมด

ดังนั้นสั่งแบบ "On Demand" มีใครสั่งซื้อไว้เท่าไหร่ก็สั่งพิมพ์เท่านั้น รับรองว่าไม่ขาดทุน
ถึงจะไม่ค่อยได้กำไรสักเท่าไหร่ก็เหอะ


ส่วนถ้าจะพิมพ์แบบสั่งเยอะ ๆ อย่างน้อยที่สุดต้องรู้จัก "สายส่ง"
โดยสายส่งนี้คือคนที่จะส่งหนังสือให้เราตามร้านหนังสือต่าง ๆ
ทว่ามันก็มีเงื่อนไขยุ่งยากเช่น...
1 ต้องออกแบบปกให้สายถูกใจ
2 ต้องจ่าย % ตามราคาบนปกให้กับสาย 20% 10% 5% ก็ว่ากันไป
(อันนี้ไม่แน่ใจว่าตามจำนวนที่ขายได้หรือยอดฝากรวม)

ซึ่งถ้าจะพิมพ์แบบเยอะ ๆ มันจะยุ่งยาก ถ้าไม่เก่งพอ ทุนหนา และเส้นดี จะเหลวเอาง่าย



ปล. มีสมาชิกเด็กดีในบอร์ดนักเขียนรับทำหนังสือทำมืออยู่นะ
ลองไปตั้งกระทู้ติดต่อสอบถามในนั้นได้

ปล2 ถ้าจะสั่งพิมพ์เยอะ ๆ ขอให้เขาพิมพ์เล่มตัวอย่างสักเล่มแล้วเอามาตรวจก่อนด้วย
ไม่เช่นนั้นอาจจะเจอกรณีหนังสือที่สั่งพิมพ์ไปร่วม 1000 มีจุดผิดหน้าซ้ำเหมือนกันหมดทุกเล่มได้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Yuu_Kira Member 15 ม.ค. 55 13:44 น. 13
ต่อให้สนพ.ไม่สนใจ  เราจะทำให้สนใจให้ได้   ให้รู้ว่านิยายเราเจ๋ง !!!

เพราะพิมพ์เองไม่กล้าอ่ะ  ทุนยิ่งไม่ค่อยมีอยู่แล้ว ถ้ายิ่งขาดทุนอีก จนกรอบล่ะงานนี้


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
NoCuTe 16 ม.ค. 55 14:34 น. 15
เราว่าเอาไปเสนอขายเป็นe-book ก็ดีน่ะค่ะ เราก็ชอบอ่านนิยายE-book ใน iPhoneอ่ะ ของ Meb อ่ะ

http://mebmarket.com/ <---เว็บนี้อ่ะ ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด