ศิลปะในการเขียนนั้นมีอยู่มากมายหลากหลาย นักเขียนที่รู้จักนำเอาศาสตร์เหล่านั้นมาใช้ก็ยิ่งจะทำให้ผลงานของตนมีความเป็นวรรณศิลป์ เป็นที่ยอมรับของนักอ่าน มีคุณค่าในทุกยุคทุกสมัย วันนี้ฤกษ์งามยามดี พี่หวายก็เลยเอาหนึ่งในศิลปะการเขียนมาฝากน้องๆ ชาว Dek-D.com กัน นั่นก็คือ สัญลักษณ์(symbol) : ปริศนาคมความคิดจิตวิทยาระหว่างนักอ่านกับนักเขียน ลองมาดูกันเลยครับ
สัญลักษณ์(symbol) คือการใช้สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่ง เป็นสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ อยากจะเล่า อยากจะให้นักอ่านได้รับรู้ แต่ว่าจะไม่ใช้การเขียนบอกไปตรงๆ ทื่อๆ เพราะทำให้เรื่องที่เราต้องการจะเล่านั้นขาดอรรถรส ไม่น่าสนใจ และกลายเป็นงานเขียนที่จืดชืดไปในที่สุด นักคิดนักเขียนจึงได้คิดหาวิธีการซ่อนเร้นและแฝงสารหรือประเด็นที่ตนเองต้องการจะสื่อผ่านรูปของบางสิ่งบางอย่าง บางสิ่งที่ว่านี้ก็คือ สัญลักษณ์นี่แหละครับ
งานเขียนที่ใช้สัญลักษณ์ส่วนมากนั้นจะใช้เพื่อบอกเล่าเนื้อหาที่ไม่บอกตรงๆ (ไม่ก็เป็นความต้องการของนักเขียนเองที่อยากจะท้าทายความสามารถของนักอ่านให้เข้ามาร่วมขบคิด ตีความไปกับตัวหนังสือของตน) หรืออาจจะถูกห้าม ถ้าเล่าออกไปโดยตรงแล้วจะเกิดผลเสีย
แล้วการใช้สัญลักษณ์ทำให้นิยายน่าอ่านหรือดีขึ้นได้อย่างไรล่ะ? คำตอบก็คือ เพิ่มมิติให้กับเรื่องเล่า หรือทำให้นิยายหรือวรรณกรรมของเราลุ่มลึก มีปริศนา น่าค้นหา น่าตีความ เพื่อทำให้นักอ่านอยากจะเข้ามาติดตาม สืบหาว่านักเขียนต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ พี่หวายคิดว่า การอ่านหนังสือที่ได้ขบคิดตามไปด้วย สนุกกว่าอ่านหนังสือที่เฉลยอะไรทุกอย่างไว้หมดแล้วเยอะเลยครับ
ตัวอย่างสัญลักษณ์ที่พบเห็นได้ง่ายๆ มีอะไรบ้าง? ก่อนอื่นต้องพูดไว้เลยว่า สัญลักษณ์ในงานวรรณกรรมนั้นมีเยอะมาก เราไม่อาจรู้เลยว่าประโยคนี้ คำนี้ ย่อหน้านี้ ตัวละครตัวนี้ หรือสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนหน้ากระดาษนั้นเป็นสัญลักษณ์หรือไม่ นี่เองจึงเป็นจิตวิทยาชั้นสูง และอาศัยการตีความ การเชื่อมโยงจากประสบการณ์ ความคิด และองค์ประกอบต่างๆ กัน งานเขียนบางชิ้น นักเขียนไม่ได้ต้องการจะนำเสนอประเด็นอะไรเลย นอกจากแก่นเรื่อกว้างๆ แต่นักอ่านกลับตีความไปถึงเหตุการณ์บ้านเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟ บางเรื่องนักเขียนซ่อนสัญลักษณ์ไว้ได้อย่างแนบเนียนจนนักอ่านจับใจความไม่ได้ ได้รับไปเพียงเนื้อหาความสนุกเพียงชั้นเดียวเท่านั้น การใช้และตีความสัญลักษณ์จึงเป็นเรื่องที่น่าสนุกและเปิดกว้างพอสมควร
เพื่อให้น้องๆ เข้าใจได้อย่างแจ่มชัดยิ่งขึ้น พี่หวายก็เลยนำเอาวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิคระดับโลก อย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ มายกตัวอย่างให้ดูกัน โดยจะอธิบายถึงสัญลักษณ์เด่นๆ ในเรื่องผ่านบ้านพักทั้ง 4 ของโรงเรียนฮอกวอตส์ นั่นเอง น้องๆ ลองทายดูกันนะครับ ว่าจะเป็นอะไรได้บ้าง
บ้านกริฟฟินดอร์-สิงโต แน่นอนว่า ถ้าพูดถึงสิงโต สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงได้คือความยิ่งใหญ่ ความเป็นเจ้าป่า สิงโตแสดงออกถึงความกล้าหาญชาญชัย ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนในบ้านหลังนี้ต้องมี แฮร์รี่ พอตเตอร์ พระเอกของเราก็มีความกล้า กล้าที่จะคิด กล้าที่จะท้าทาย และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง โดยไม่กลัวว่าจะต้องเจอกับเรื่องราวเสี่ยงอันตรายขนาดไหนก็ตาม และสุดท้ายก็สามารถเอาชนะอุปสรรคและความชั่วร้ายได้ในที่สุด
บ้านสลิธีริน-งู เป็นที่เข้าใจโดยทั่วกันว่า ถ้าหากพูดถึงงูแล้ว คงไม่มีใครกล่าวถึงในด้านดีเลย แม้ว่างูบางชนิดจะไม่น่ากลัวก็ตาม แต่สิ่งที่ทำให้งูแตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นนั่นก็คือพิษ พิษที่สามารถฆ่าคนให้ตายได้ในพริบตา หรือไม่ก็ทำให้ทรมาน ค่อยๆ เจ็บปวด ทุรนทุรายจนตาย งูจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเลวร้าย กลับกลอก เจ้าเล่ห์ มีความลับ ฉลาดแกมโกง ลอร์ดโวลเดอมอร์ ตัวร้าย คู่ปรับของแฮร์รี่ก็เคยอยู่ที่บ้านหลังนี้เช่นกัน
บ้านฮัฟเฟิลพัฟ-แบดเจอร์ ในบ้านเรานั้นไม่ค่อยจะคุ้นเคยหรือได้ยินชื่อของตัวแบดเจอร์ แต่ไม่เป็นไรครับ พี่หวายได้ทำการค้นคว้า หาข้อมูลมาให้เรียบร้อยแล้ว แบดเจอร์นั้นเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างเชื่องช้า เซื่องซึม ทื่อๆ เป็นที่ครหาของผู้คนและสัตว์อื่นๆ(ถ้าหากว่าสัตว์เหล่านั้นสามารถคิดได้และดูถูกเป็น) แบดเจอร์มักจะถูกรังแกอยู่บ่อยๆ ถูกหาว่าโง่บ้าง ติ๋มบ้าง แต่ถ้าเกิดโมโหขึ้นมาล่ะก็ สู้ขาดใจไม่แพ้สัตว์ตัวไหนเลยทีเดียว เด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟส่วนมากเลยจะดูเฉื่อยชา ซื่อๆ ทื่อๆ ไม่ค่อยมีบทบาทเท่าใดนัก
บ้านเรเวนคลอ-อินทรี ว่ากันว่าเด็กบ้านเรเวนคลอเป็นนักเรียนที่ฉลาดที่สุดในโรงเรียน ไอคิวสูง เรียนเก่ง เพราะว่าอินทรีแสดงถึงความฉลาด ความเป็นอิสระ และการอยู่ที่สูงและอยู่เหนือคนอื่น เด็กบ้านเรเวนคลอส่วนมากจึงมักจะถูกเด็กบ้านอื่นมองว่าตัวประหลาดบ้าง เพี้ยนบ้าง แต่พวกเขาก็บอกกันมาว่าพวกเขาเป็นอัจฉริยะกันจริงๆ (แต่ก็เห็นเฮอร์ไมโอนี่ที่อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ยกมือตอบอยู่คนเดียวทุกที)
เอาละครับ ก็จบไปเรียบร้อยแล้วกับตัวอย่างการใช้สัญลักษณ์และการตีความในเบื้องต้น น้องๆ ชาว Dek-D.com ก็คงพอจะมองออกบ้างแล้วว่าการใช้สัญลักษณ์นั้นมีอะไรบ้าง ในโลกของวรรณกรรมยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่รอคอย ท้าทายให้น้องๆ เข้าไปร่วมคิด ตีความ สืบหา และเล่นเกมจิตวิทยากับนักเขียนอยู่อีกมาก หรืออาจจะนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ในการสร้างนิยายของน้องๆ เองก็ได้
ถ้าหากน้องๆ คนไหนสนใจ อยากจะหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสัญลักษณ์ก็ลองหาหนังสือ “เครื่องหมายและสัญลักษณ์ในคริสตศิลป์” ของสำนักพิมพ์ อมรินทร์มาอ่านดูได้นะครับ พี่หวายเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนครับ ^_^
ภาพประกอบจาก : www.artchina.co.uk/_im/_catalogue/Chen_Qi/symbolic.jpg
www.gaiaonline.com/guilds-home/hogwarts-school-of-witchcraft-and-wizardry/g.393941/
diplomaguide.com/articles/English_Literature_Courses_Offered_Free_by_Top_Schools_and_Universities.html


.jpg)

17 ความคิดเห็น
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 พฤษภาคม 2556 / 18:21
ฮิ้ววว สาวกแฮร์รี่รายงานตัวค้าบบบ ><
เวลาเล่นอะไรที่มันมีคัดบ้าน อย่างเช่นพอตเตอร์มอร์ เราก็โดนไปฮัฟเฟิลพัฟ บางทีก็เรเวนคลอ 5555555555
คงจะเหมาะจริงๆสินะ - -
ตัวอย่างก็เข้าใจง่ายด้วยคะ
เร็ว ๆ นี้เพิ่งอ่านเกี่ยวกับสัญลักษณ์ที่ซ่อนไว้ในภาพวาดเก่า ๆ แล้วอึ้ง ทึ่ง ว้าวมาก ๆ ประทับใจสุด ๆ ว่าภาพ ๆ เดียว สามารถซ่อนสัญลักษณ์ไว้ให้คิดลึกซึ้งขนาดนี้ ก็เลยกลายเป็นพวกสนใจภาพวาดไปเลย ฮ่าๆๆ ^___^
ขอบคุณมากค่ะ