หากใครได้อ่านทฤษฎีเกี่ยวกับการเขียนนิยายมาบ้าง คงเคยได้ยินคำว่า POV (Point of View) หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า “มุมมอง” ซึ่งมุมมองที่ว่านี้ หากใช้กับนิยาย ก็คือมุมมองที่ผู้เขียนใช้ในการเล่าเรื่องที่ตัวเองแต่งขึ้น วันนี้พี่น้องก็เลยอยากอธิบายเรื่อง POV นี้ชาว Dek-D Writer ได้ฟังกันสักหน่อย ว่ามันมีประโยชน์ยังไง ใช้ต่างกันยังไง
POV แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ เล่าโดยบุคคลที่ 1 (First Person) เล่าโดยบุคคลที่ 2 (Second Person) และเล่าโดยบุคคลที่ 3 (Third Person) น้องๆ หลายคนมักมีคำถามว่า “จะเล่าเรื่องของเราด้วยมุมมองแบบไหนดี” วันนี้พี่น้องจะมาอธิบายลักษณะของมุมมองแต่ละแบบ ข้อดี ข้อเสีย เพื่อให้น้องๆ เลือกได้ว่าจะเล่าเรื่องของตัวเองแบบไหนดี
1. เล่าโดยบุคคลที่ 1 (First Person Point of View)
การเล่าเรื่องแบบนี้ คนที่เล่าก็คือตัวเอกของเรื่อง หรืออาจจะไม่ใช่ตัวเอกแต่เป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ข้างนอก สรรพนามที่จะใช้แทนตัวผู้เล่าก็คือ “ผม” “ฉัน” “หนู” “ข้า” ตามแต่ว่าผู้เล่านั้นเป็นใคร นิยายที่ใช้การเล่าเรื่องแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนิยายรักที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิง เช่น หนังสือชุดบันทึกของเจ้าหญิง ของ เม็ก คาบอท ตัวเอกหรือเจ้าหญิงมีอาเล่าเรื่องของเธอให้พวกเราฟังสดๆ
หรือถ้าเป็นแบบคนเล่าเอาเรื่องของคนอื่นมาเล่าให้เราฟังอีกที ก็เช่นหนังสือชุด ขอให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย ของ เลโมนี สนิกเก็ต เรื่องนี้ผู้เขียนตั้งใจเขียนให้ดูเหมือนตัวเองเป็นผู้รวบรวมเหตุการณ์ทั้งหมดที่พี่น้องตระกูลโบดแลร์เจอ ดังนั้นเราจะได้เห็นความคิดของคนเล่าแค่ประปรายเท่านั้น (เช่นตอนต้นของแต่ละบทที่เขาจะออกมาบอกให้เราปิดหนังสือบ่อยๆ) ที่เหลือเขาก็จะพูดถึงเด็กๆ โบดแลร์เพราะประเด็นของเรื่องไม่ได้อยู่ที่ตัวคนเล่า แต่อยู่ที่เด็กๆ นั่นเอง
ข้อดี: การเล่าเรื่องโดยใช้มุมมองบุคคลที่ 1 เหมาะกับเรื่องที่ผู้เขียนตั้งใจจะเน้นไปที่ความคิดของตัวละครมากกว่าการกระทำ เช่น อยากให้เห็นพัฒนาการบางอย่างของตัวละคร อยากให้เห็นการเติบโตทางความคิดของตัวละคร
พี่น้องขอยกตัวอย่างวรรณกรรมอมตะของอเมริกัน เรื่อง To Kill a Mocking Bird ของ ฮาร์เปอร์ ลี เรื่องนี้เกี่ยวกับการเหยียดสีผิวและชนชั้นใน ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่าเรื่องผ่านเด็กผู้หญิงอายุ 6 ขวบที่พ่อเป็นทนายความ และต้องว่าความให้คนผิวดำที่ถูกใส่ร้าย เมื่อเราอ่านไปเราจะได้เห็นพัฒนาการทางความคิดของเด็กน้อยคนนี้ ซึ่งอาจจะไม่ได้ถึงกับคิดแบบผู้ใหญ่ได้ แต่เธอก็เริ่มเข้าใจปัญหาของสังคมในแบบที่เด็กคนหนึ่งจะเข้าใจได้
ข้อเสีย: การเล่าเรื่องแบบนี้ ข้อเสียประการแรกก็คือ เราต้องสวมรอยเป็นตัวละครตัวนั้นให้แนบเนียน หากจะเล่าเรื่องในมุมมองของเด็กผู้หญิง ความคิดความอ่าน ทุกสิ่งที่แสดงออกมาก็ต้องเหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะ หากจะเล่าเรื่องในมุมมองของผู้ใหญ่ที่มีความคิดความอ่าน ก็ต้องรู้ว่าผู้ใหญ่จริงๆ จะมีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างไร
ข้อเสียอีกอย่างก็คือเราจะโดนจำกัดให้ต้องเล่าเรื่องในมุมมองของตัวละครเพียงตัวเดียวเท่านั้น หมายความว่าตัวละครตัวนี้จะรู้เฉพาะเรื่องที่ตัวเองรู้ เห็นเท่าที่ตาของตัวเองเห็น หากว่ากำลังเขียนเรื่องผี แล้วมีผียืนอยู่หลังตัวละคร แน่นอนว่าจะมาบรรยายให้ตัวละครมองเห็นผีที่ยืนอยู่ข้างหลังไม่ได้ แต่อาจจะบรรยายว่ารู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลังได้

แต่มันก็มีคนแหกกฎข้อนี้เหมือนกันนะคะ เช่น หนังสือชุดพิภพนิรันดร ของ เค เอ แอปเปิ้ลเกต ผู้เขียนเล่าเรื่องโดยใช้มุมมองบุคคลที่ 1 ก็จริง พอเล่าในมุมมองตัวละครตัวแรกไปแล้ว เล่มต่อไปเธอก็กระโดดไปเล่าเรื่องของตัวละครอีกตัวต่อ
ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะผู้เขียนต้องการเน้นสิ่งที่อยู่ในหัวของตัวละครแต่ละตัวเมื่อต้องไปอยู่ในอีกพิภพหนึ่ง คนหนึ่งก็คิดอยากเป็นฮีโร่ อีกคนก็คิดถึงแต่หลักเหตุและผล ส่วนอีกคนก็คิดแต่จะกลับไปใช้ชีวิตสะดวกสบายในอีกโลก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนิยายเลยไม่สำคัญเท่าความคิดของตัวละครที่มีต่อเหตุการณ์นั้นๆ
อย่างที่บอกไปแล้วว่างานเขียนที่ต้องใช้มุมมองแบบนี้คืองานเขียนที่เน้นสิ่งที่อยู่ในหัวตัวละครมากกว่าการกระทำ และต้องคำนึงถึงความเป็นจริงว่า ณ ขณะนั้น ในหัวตัวละครควรคิดอะไรอยู่
หากว่าเป็นนิยายที่มีฉากแอคชั่นเยอะ อาจต้องทำใจหน่อย เพราะคงไม่มีใครมายืนเล่าว่า “เฟลิกซ์เพื่อนฉันกระโดดไปทางขวาแล้ว แต่งูยักษ์ยังตามต่อไปไม่ลดละ เอ๊ะ...มันมาทางนี้แล้วนี่หว่า!”

พอจะเข้าใจหลักการทำงานของมุมมองแบบนี้แล้วหรือยังคะ พี่น้องมีโจทย์มาให้ชาว Dek-D Writer ลองเอาไปฝึกแต่งโดยใช้มุมมองแบบนี้ดู แต่จะให้เราเล่าเรื่องผ่านมุมมองของคนมันธรรมดาไป
มาเล่าเรื่องแบบแมวๆ กันดีกว่า ให้คิดว่าตัวเองเป็นแมว และต้องเป็นแมวที่มีบุคลิกตามรูปนี้ด้วยนะคะ (ตีความกันเอาเองว่ามันเป็นพระเอกหรือตัวร้าย ตัวผู้หรือตัวเมีย)

ลองเขียนบรรยายสิ่งที่แมวตัวนี้คิดอยู่ (แน่นอนว่าต้องเป็นมุมมองบุคคลที่ 1) ว่ามันกำลังคิดอะไร อาจจะวางแผนครองโลก หรือแค่คิดว่าชาติหน้าเกิดเป็นหมาก็คงดี แล้วโพสท์ลงกล่องความเห็นข้างล่าง มาดูกันว่าแมวใครจะหลุดโลกสุดๆ แต่แมวของพี่...คงเป็นแบบนี้
นี่คือคำสารภาพจากแมวผู้ไม่เค้ยไม่เคยคิดจะครองโลก
ใครเป็นแมวได้เด็ด โดนใจ พี่จะแจกหนังสือเรื่อง Dragon ข้าขอรั่ว
ซึ่งเป็นนิยายแฟนตาซีที่ใช้มุมมองบุคคลที่ 1 ไปให้อ่านกันค่ะ
(ใครยังไม่รู้จักเรื่องนี้แปลว่าตกข่าว จิ้มทีชื่อแล้วไปแอบอ่านชิมลางก่อนได้เลยค่ะ)
ขอแก้ไขเป็นหมดเขตร่วมสนุกวันพุธที่ 31 กรกฎาคมนะจ้ะ
ใครที่ร่วมสนุกไม่ทัน ไม่ต้องเสียใจ รอบหน้ายังมีนะ
ขอบคุณภาพประกอบจาก
http://www.naiin.com/product/detail/10742/บันทึกของเจ้าหญิง-ตอน-เจ้าหญิงรักสะดุด
http://www.visitfortwayne.com/blog/index.php/2013/04/to-kill-a-mockingbird-staged-in-fort-wayne-this-april/
http://www.imdb.com/media/rm2334371840/tt0245674
http://nerdtrek.com/common-myths-debunk-zombie-war/
http://www.comicvine.com/forums/off-topic-5/are-cats-evil-601567/
.jpg)



70 ความคิดเห็น
กิจกรรมน่าสนใจมากค่ะ ขอร่วมด้วยคนนะคะ เห็นแมวในรูปแล้วนึกถึงแมวตัวหนึ่งที่บ้านขึ้นมา (แอบอยากได้ dragon ด้วย 555 แต่ยังไม่ได้ซื้อ ^^ )
ผมเห็นมนุษย์คนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา เธอคนนั้นคือคนที่ผมคุ้นเคย คือคนที่ผมเห็นอยู่ทุกวันและก็หนีอยู่ทุกวัน แน่นอนว่าครั้งนี้ก็เหมือนกัน ผมส่งสายตาขู่เธอก่อน แต่เมื่อเธอไม่ถอยผมก็ต้อง... หนี!
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาออกจากบ้านมา เธอถึงชอบมุ่งตรงมาหาผมเป็นตัวแรก ทั้งที่บ้านนี้มีแมวอยู่ตั้งหลายตัว แต่เธอกลับชอบเข้ามาอุ้มผม ลูบผม แถมยังไม่ยอมปล่อยผมอีกเป็นนานสองนาน รู้ไหมว่ามันน่ารำคาญ!
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงชอบเหมารวมว่าแมวทุกตัวต้องชอบให้อุ้ม ให้ลูบ ให้เกาคาง ทั้งๆ ที่พวกผมก็เหมือนกับมนุษย์นั่นแหละ ต่างตัวต่างความคิด ต่างคนนิสัยต่างกัน มีแมวที่ชอบให้มนุษย์ทำแบบนั้น แต่ก็มีเหมือนกันที่ไม่ชอบ และผมก็เป็นแมวประเภทหลัง เพราะฉะนั้นอย่ามายุ่งกับผมอีกนะ ไม่อย่างนั้นคราวหน้าจะไม่ใช่แค่ขู่แล้ววิ่งหนีไปหลบหลังตู้ แต่ผมจะ...
หนีออกจากบ้าน!
-------------------------------------------------------------------------------------------------
เฮ้อ เป็นแมวจรจัดนี่มันลำบากลำบนจริงจริ๊ง
ต้องคอยหลบหนีพวกมนุษย์เวลาแอบไปขโมยอาหาร
ที่หลับที่นอนก็ย้ายที่ไปเรื่อย ตามที่ที่ไปขโมย
ซึ่งบางทีก็ต้องไปหลบตามซอกแคบๆเหม็นอับ มีแต่สิ่งโสโครก น่าสะอิดสะเอียน
เพราะต้องคอยแอบๆพวกหมาสกปรกโสโครกด้วย คิดแล้วมันก็แค้นใจ
พวกหมาสกปรกโสโครกพวกนั้น มันบังอาจไล่กัดข้า ดีที่ว่าข้าหนีมันทัน
แต่ก็ได้แผลอยู่หลายแผลเหมือนกัน โดยเฉพาะแถวต้นคอ
เฮอะ ข้าน่ะ อิจฉาพวกแมวที่อยู่ในบ้านของมนุษย์จริงจริ๊ง
วันๆน่ะ ไม่ต้องทำอะไรหรอก มีพวกมนุษย์มาประเคนให้ถึงที่
ที่หลับที่นอนก็นุ่มสบาย สะอาดสะอ้าน อาหารก็ไม่ต้องหา
มีของเล่นให้เล่น วันๆน่ะนะ มีแค่กินกับนอน
ข้าล่ะ ไม่เข้าใจพวกแมวที่ชอบอยากหนีออกมาเที่ยวนอกบ้านจริงๆเลย
ถ้าเป็นข้านะ ได้อยู่บ้านที่สะดวกสบายแบบนั้น ก็ไม่คิดอยากหนีออกมาข้างนอกหรอก
ข้างนอกน่ะ ลำบากลำบนจะตายไป
"อเล็กซ์ลูก อเล็กซ์อยู่ไหนลูก ออกมาหาแม่เร้ว"
เสียงสั่นเครือของมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้ข้าหันไปมอง
เป็นมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่กำลังหาอะไรซักอย่างอยู่
'สงสัย จะหาพวกแมวหรือหมาที่แอบหนีออกมาล่ะมั้ง
เฮอะ ข้าล่ะ ไม่เข้าใจเจ้าพวกนี้จริงๆเลย
แต่ช่างเถอะ ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของข้า'
ข้าคิดในใจอย่างไม่ใส่ใจนัก
ก่อนจะเดินไปเรื่อย เพื่อหาของกินที่จะแอบขโมยมากินแก้หิว
'เจ้านาย........ ผมอยู่นี่...........'
เสียงเมี้ยวๆ ที่ดังแผ่วๆมาจากซอกหลืบทางซ้าย
หลังจากเดินออกจากมนุษย์ผู้หญิงคนนั้นไปไม่ไกลเท่าไหร
ข้าขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนรีบเดินเข้าไปเพื่อหาต้นเสียงทันที
เมื่อข้าเข้าไปแล้ว ก็ได้พบแมวสีดำสนิทตัวหนึ่ง ที่ตอนนี้สลบไปแล้ว
ซึ่งอยู่ในสภาพสกปรกมอมแมม และซูบผอมเหมือนแมวจรจัดตามปกติทั่วๆไป
แถมยังมีรอยถลอกตามตัวและแถวต้นคอ
ดูท่าว่าจะโดนพวกหมาสกปรกพวกนั้นไล่กัดมาเหมือนกัน แต่ที่ไม่เหมือนแมวจรจัดทั่วไป
นั่นก็คือ การที่แมวตัวนี้มีปลอกคอสีน้ำเงินชิ้นหนึ่ง
ซึ่งสลักไว้ด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษสีขาว เป็นคำว่า "Alex"
"อเล็กซ์ลูก ลูกอยู่ไหน มาหาแม่เร็ว"เสียงมนุษย์หญิงคนนั้นดังเข้ามา
ทำให้ข้าหยิบปลอกคอของอเล็กซ์ ซึ่งก็ใกล้ขาดอยู่แล้ว ข้าจึงดึงออกมาอย่างง่ายดาย
ก่อนที่จะรีบผลักตัวอเล็กซ์เข้าไปในหลังขยะ
แล้วรีบเดินออกมา บริเวณทางเข้าซอกหลืบแห่งนี้
นอนลงไป แล้วเอาปลอกคอของอเล็กซ์วางไว้แถวข้างๆตัว
ก่อนที่จะส่งเสียงร้องแผ่วๆออกไปทันที
"เมี้ยว.... เหมียว..."
"อเล็กซ์!! อเล็กซ์ลูกแม่!!"มนุษย์ผู้หญิงคนนั้น รีบวิ่งมาที่ตัวข้า
ก่อนที่จะร้องไห้โฮออกมา แล้วอุ้มข้าไว้ในอ้อมกอด
"ไม่เป็นไรนะลูก แม่มาหาแล้ว ต่อไปนี้อย่าแอบหนีแม่ไปเที่ยวอีกนะลูก แม่หัวใจจะวายเสียให้ได้เดี๋ยวแม่จะพาไปหาหมอนะ"มนุษย์ผู้หญิงคนนั้นพูดจบแล้ว ก็รีบเดินออกจากซอกหลืบแห่งนั้นทันที
ข้าหันหน้าไปทางซอกหลืบนั้นเล็กน้อย ก่อนจะคิดขอบคุณอเล็กซ์ในใจ
"ขอบใจนะอเล็กซ์ ที่ช่วยทำให้ข้าได้มีชีวิตอย่างที่ข้าต้องการ
เจ้าก็คงมีความสุขเหมือนกันล่ะน่า เจ้าอยากออกมาท่องเที่ยวข้างนอกนี่นะ
ก็อยู่เที่ยวไปตลอดชีวิตเลยละกันนะ"
ข้าแสยะยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมาจากซอกหลืบนั่น...............
---------------------------------------------------------------------
ฟู้ แอบเหนื่อยนิดๆนะเนี่ย ไม่รู้ว่าจะบรรยายยังไงดี ตอนแรกว่าจะเอาครองโลก
หน้ามันดูตัวร้ายดี พิมพ์ไปพิมพ์มา เป็นงี้ไปซะงั้น แอบยาวเหมือนกันนะเนี่ย
โอ๊ย ร้ายกาจจนอ่านแล้วอดจะขนลุกไม่ได้เลยล่ะค่ะ !
อเล็กซ์เอ๊ยยยย สงสารนะนาย
ขอร่วมกิจกรรมด้วยค่ะ อยากได้หนังสือมากเลย *o*
ผมกำลังนอนแบบนิ่งสนิทอยู่บนฟูกที่นอนสีแสนจะเจ็บ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมนุษย์ถึงได้ชอบสีแสดๆ แปร๋นๆกันนัก โดยเฉพาะสีชมพูสว่างแทบจะสะท้อนแสง ทำเอาผมหมดอารมณ์นอนไปหลายคืนทีเดียว ในตอนที่ผมได้มันมาใหม่ๆ
แล้วที่ผมไม่เข้าใจยิ่งกว่านั้น คือมนุษย์กำลังพยายามให้ผมมีสัมพันธ์กับม่อนแต้ ... แมวข้างบ้าน ผู้มีสีขนขาวนวลเนียน เป็นยองใย แต่มันเป็นตัวผู้ ! ซึ่งผมก็เป็นตัวผู้เหมือนกัน แกต้องการอะไรเจ้ามนุษย์ ! ถึงพึ่งจะรับผมมาเลี้ยงก็เถอะ แต่ไม่รู้หรือไง ว่าผมน่ะตัวผู้ขนานแท้แต่โบราณกาล ! ถ้าอยากจะให้ผมมีคู่เป็นตัวเป็นตน แนะนำให้เอาน้อง ม่อนนวล น้องสาวของม่อนแต้จะดีกว่า ทั้งสวยทั้งสง่า น่ารักเป็นที่สุด
แล้วอะไรนะ ! ชื่อผมเปลี่ยนอีกแล้วหรอ อะไรกันนักนะ คราวที่แล้วก็ ' นวลมณี ' ตอนนี้เปลี่ยนเป็น ' มณีแก้ว ' จะคิดสรรหาชื่อที่มันหล่อ และดูดีสมกับหน้าตาผมหน่อยไม่ได้หรือไง เวลาจะจีบสาวแต่ละที นึกแล้วนึกอีกว่าจะบอกชื่อตัวเองยังไง คิดไปแล้วก็ปลงตก ! ไม่น่าหลุดมาอยู่บ้านนี้เลยเรา ...
นอกนั้นยังไม่พอ ลูกเล็กๆในบ้าน ยังจะชอบเอาไฟฉายมาส่องตาผมตอนดึกๆดื่นๆ รู้หรอกว่าเวลาตาแมวอย่างพวกเรา สะท้อนแสงกลับแล้วมันจะดูสวยและน่าตื่นเต้นสำหรับเด็กๆอย่างพวกเจ้า แต่หัดดูเวลาบ้างสิเว้ย ! แมวจะง่วงบ้างก็ส่องกันอยู่นั้นแหละ หนักๆเข้าก็เอากล้องมาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกต่างหาก มันน่านัก !
แต่งเองเสร็จก็สงสารน้องแมว ( ฮ่า ) นอนเหอะ ' มณีแก้ว '
อากาศอุ่นๆกำลังดี เหมาะแก่การพักผ่อน ไอแดดที่ไม่รุนแรงมากนักทำให้ข้านอนหมอบกลางทุ่งดอกไม้อย่างสบายอกสบายใจ
ที่นี่เงียบกำลังดี ได้ยินแค่เสียงลมหวิวๆและเสียงต้นไม้ใบหญ้าเสียดสีกันเพราะแรงลม เป็นเสียงน่าฟังชวนหลับยิ่งนัก แต่ข้าหลับมามากพอจนไม่รู้สึกอยากนอนอีก
ข้าเหยียดกายคลายเมื่อย ขาหน้าและขาหลังยืดออกจนแผ่หลา ยืดอีกนิด พลิกกายหนึ่งรอบ ปล่อยให้ร่างกายถูไถไปกับต้นหญ้า อ้าปากกว้างโชว์ฟันแหลม เหยียดกายลุกขึ้นอย่างขี้เกียจ ตายังปรือๆเล็กน้อยขณะชูคอเดินไปข้างหน้า รู้สึกโหวงเวงในช่องท้อง ตามมาด้วยเสียงคร่อกๆที่ฟังน่าอนาจยิ่งนัก
ใช่แล้ว...ข้ากำลังหิว ปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้ข้านอนต่อไม่ลง
อีกไม่ไกลจากนี้มีบึงน้ำเล็กๆอยู่ ข้าเคยจับปลาที่บึงน้ำนั้น เป็นอะไรที่ทำใจยากพอดูเพราะข้าได้แต่มองเหล่าอาหารมากมายแหวกว่ายอยู่ในน้ำ โดยที่ตัวเองได้แต่คอยหาจังหวะอันน้อยนิดตรงริมน้ำตื้นๆ
ถ้าเป็นเวลาปกติมันก็น่าสนุกดี แต่ไม่ใช่เวลาที่ข้าหิวจัดอย่างนี้
ข้าเบนเป้าหมายจากบึงน้ำไปอีกสถานที่หนึ่ง เห็นทีคราวนี้ต้องเข้าไปหาอาหารในตลาดเล็กๆนั่นอีกครั้ง มันง่ายกว่าการจับปลามากินเองมาก แต่เสี่ยงจากการถูกขว้างหลังหักมากเหมือนกัน
พวกมนุษย์นี่ก็ขี้ตืดขี้เหนียว ขโมยกินแค่นี้ก็ต้องใช้กำลัง เห็นว่าตัวเองเป็นสัตว์ใหญ่เลยไม่แหงนคอลงมามองสัตว์เล็กอย่างข้าบ้าง
ฮื่อ...แต่ไม่แหงนลงมานั่นแหละดีแล้ว เพราะพวกมนุษย์จะใส่ใจดูก็เฉพาะสัตว์ที่เป็นประโยชน์ต่อพวกมันเท่านั้น
เช่น ล่ามากิน ใช้เป็นพาหนะ หรือเอามาเลี้ยงดูเล่นตามอารมณ์คนรักสัตว์ ซึ่งด้วยรูปลักษณ์อย่างข้าคงไม่มีมนุษย์คนไหนสนใจเอาไปเลี้ยงหรอก
ข้าเป็นแค่แมวพันธุ์ธรรมดาอย่างที่สุด ขนสีดำสั้นเรียบไม่น่าพิศมัย ขนาดตัวอวบอวมนิดๆไม่น่ารัก ที่สำคัญคือเวลาข้าสบตาใครแล้วมักโดนเขวี้ยงทุกที จนนึกสงสัยว่าดวงตาข้ามันไปกระตุ้นต่อมโกรธของใครนักหนา
ถึงได้อยู่อย่างแมวจรจัดมอมแมมที่ประทังชีวิตจากการขโมยกิน แต่ก็ดี...เป็นอิสระไม่ผูกมัดกับมนุษย์หน้าไหนแบบนี้สบายใจกว่าเยอะ แมวที่ถูกนำไปเลี้ยงไม่ต่างจากถูกถอดเขี้ยวเล็บ เจ้าแมวพวกนั้นสามารถงัดลูกอ้อนออกมาคลอเคลียเพื่อเรียกความเอ็นดู แต่ขณะเดียวกัน แมวพวกนั้นก็สูญเสียสัญชาติญาณนักล่าอย่างแมวจรจัดเช่นข้า ทั้งพวกมันยังชอบดูถูกแมวจรจัดอย่างข้ายิ่งนัก แต่พอถึงเวลาต่อสู้กันจริงๆ มีหรือพวกมันจะสู้ข้าได้
ข้าเกลียดความหยิ่งทระนงแต่อ่อนแอนั่น เกลียดพวกแมวลืมชาติเกิดที่เข้าข้างมนุษย์แล้วดูถูกพวกเดียวกัน ข้าพอใจจะเป็นแมวจรจัดอย่างนี้ ไม่สนใจว่าพวกมนุษย์จะเกลียดแมวขโมยอย่างข้าแค่ไหน
สิ่งที่ข้าสนใจมีแค่ไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นก็คืออาหารประทังชีวิต...ที่ได้จากการขโมย
ต้องเบาที่สุด หลบสายตาพวกมนุษย์ให้ได้มากที่สุด ระบุเป้าหมายให้แม่นยำ ปลาสุกอร่อยกว่าปลาดิบ กล้ามเนื้อต้นขาต้องพร้อมกระโจน คมเขี้ยวต้องพร้อมคาบ หลังจากนั้นต้องเผ่นให้เร็วที่สุดไม่ต้องแหงนกลับมามองหลัง พยายามวิ่งซ้ายทีขวาทีเพื่อให้มั่นใจว่าพวกมนุษย์จะเขวี้ยงอะไรต่ออะไรมาไม่โดน
ประสบการณ์ข้าโชกโชนอย่างที่เล่าเป็นวันๆก็ไม่หมด บาดแผลเป็นพยาน เชื่อเถอะ...มันสนุกกว่านิทานก่อนนอนอย่างพวกเจ้าหญิงเจ้าชายที่เล่าให้เด็กๆฟังเป็นไหนๆ
**************
ไม่จำกัดความยาวใช่มั้ยค่ะ แฮ่ เขียนเพลิน
กลับมาอีกที ก็...
ไม่จำกัดความยาวค่ะ ...แต่อย่ายาวมากก็ได้นะ แบบว่า...ไม่ต้องมาเป็นเรื่องสั้นก็ได้จ้ะ
ปล. ลืมบอกไป แจก 3 เล่มนะจ้ะ
ขอแต่งอีกอันนะคะ จู่ๆ มันก็คิดขึ้นมาได้ 555+
แต่จะไม่เอาไปพิจารณาให้ของรางวัลก็ได้นะคะ
แมวตัวนี้นิสัยต่างจากตัวแรกด้วยนะ เป็นแมวช่างฝัน... ^^
ระหว่างที่กำลังเดินเล่นรอบๆ บ้าน ผมก็ได้ยินเสียงหลายคนคุยกันจากด้านใน ทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นแขกคนใดเข้าบ้านไปเลยตั้งแต่เช้า บางที... เจ้านายผมอาจจะกำลังใช้เครื่องสร้างภาพรูปกล่องสี่เหลี่ยมสีดำๆ เครื่องนั้นอยู่ก็ได้ เอ... มันเรียกว่าอะไรนะ ใช่ ‘ทีวี’ หรือเปล่า
ด้วยความสงสัย ผมกระโดดขึ้นเกาะขอบหน้าต่างที่อยู่สูงขึ้นไปเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าสิ่งที่ผมคิดนั้นไม่ได้ผิดไปเลย เจ้านายผมเธอกำลังดูภาพบนกล่องใบนั้นอยู่จริงๆ
สิ่งที่ปรากฏบนนั้นเป็นภาพที่ดูไม่เหมือนคนจริงเอาเสียเลย เจ้านายของผมเธอชอบมานั่งดูภาพแบบนี้อยู่บ่อยๆ ในวันที่เธอไม่ใส่เสื้อสีขาวๆ กระโปรงสีเข้มๆ ออกไปข้างนอก
ภาพบนทีวีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ราวกับเคลื่อนไหวได้จริง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมตื่นเต้นสักเท่าไหร่ ผมเคยเห็นมันมาหลายครั้งแล้ว แต่คราวนี้กลับมีบางอย่างที่ทำให้หัวใจผมเต้นรัว
จู่ๆ ภาพเคลื่อนไหวก็เปลี่ยนไปฉายให้เห็นสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่หน้าตาคล้ายกิ้งก่าบนต้นไม้หลังบ้าน แต่ตัวมันเป็นสีแดงเหมือนลูกตำลึงสุกที่พันอยู่บนรั้ว มีเกล็ดเหมือนงู และที่สำคัญคือมันมีปีกเหมือนนก
ผมมองภาพบนนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย เจ้าตัวที่เสียงในทีวีเรียกว่า ‘มังกร’ กำลังพ่นไฟใส่กองทัพคนที่อยู่ตรงหน้า เสร็จแล้วก็กางปีกใหญ่ยักษ์ของมัน บินโฉบลงจากหน้าผาแล้วทะยานไปบนฟ้าอย่างอิสระ
ผมอยากเป็นแบบนั้นบ้าง อยากมีปีกใหญ่ๆ อยากบินได้ อยากออกไปเห็นโลกภายนอก โลกที่ถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงสูงใหญ่ของบ้านหลังนี้ ผมคาดหวังอยากให้มันเตี้ยลงสักนิดก็ยังดี เพราะถ้าผมกระโดดขึ้นไปบนนั้นได้ ผมก็จะเป็นอิสระ แต่อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว มันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหดเล็กลงเหมือนฟองน้ำล้างจานที่บ้านเลยแม้แต่น้อย เพราะแบบนั้นผมถึงอยากมีปีกเหมือนนก แต่ผมเคยเห็นนกที่บินเหนือบ้าน ถูกเจ้านายใช้สิ่งที่เรียกว่าหนังสติ๊กยิงตกลงมาแล้ว เลยต้องเก็บความคิดนั้นกลับไป แต่ถ้าสามารถพ่นไฟได้แบบมังกรล่ะก็ คงไม่มีใครทำร้ายผมได้ เพราะแบบนั้นผมถึงอยากเป็นอย่างเจ้าตัวนี้
ผมอยากเป็นมังกร!
ลองแหวกแนวนิดๆละกัน...
หลังข้าเกิดมาได้ไม่นาน ข้าก็ตระหนักได้ถึงความจริงข้อหนึ่ง
ข้า...คือราชา
ข้ายืนอยู่เหนือสิ่งมีชีวิตอื่นใดทั้งปวง
เหตุผลน่ะหรือ? ง่ายมาก
หลังข้าถือกำเนิดมาได้ไม่นาน ในตอนที่ข้าแรกลืมตาขึ้นมองโลกนั้น ข้าก็ได้เห็นสิ่งมีชีวิตสองขาขนาดใหญ่มากมายยืนรุมล้อมข้าอยู่มากมาย สารภาพว่าในตอนแรกข้าหวาดกลัวมากว่าเจ้าพวกนั้นจะหมายสังหารข้าเพื่อนำไปเป็นอาหาร แต่สิ่งมีชีวิตพวกนั้นกลับทำเพียงแค่เบิกตาจ้องมองข้า ก่อนจะเริ่มสื่อสารกันด้วยภาษาที่ข้าไม่เข้าใจ จำได้แค่ประมาณว่า “ตาสองสี เกิดมาเพิ่งเคยเห็นเนี่ย” “แมวไทยพันธุ์แท้ด้วย” “ราคาขายจะซักเท่าไหร่นะ...”
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตของข้าก็ไม่เคยต้องประสบกับความเหนื่อยยากใดๆ สิ่งใดที่ข้าประสงค์ต่างก็ถูกจัดเตรียมมาให้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่อยู่อาศัยอันโอ่โถง และแม้แต่การดูแลให้ตัวข้าสะอาดและสวยงาม ทั้งหมดนั่นต่างได้รับการจัดการโดยเจ้าสิ่งมีชีวิตสองขาพวกนั้น
ไม่นานข้าก็ตระหนักว่าสิ่งมีชีวิตสองขาที่ดูน่ากลัวในคราวแรกนั้นเป็นแค่ข้ารับใช้อันต่ำต้อย ซึ่งคุณค่าเดียวในการดำรงชีวิตคือการทำให้ข้ามีความสะดวกสบายถึงที่สุด พวกมันชื่นชม บูชาข้าประดุจพระเจ้า และดูเหมือนการได้ดูแลข้านั้นก็เป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ในหมู่ผู้ต่ำต้องอย่างพวกมัน จนถึงกับต้องมีการใช้สิ่งที่เรียกว่า “เงิน” ซึ่งดูมีคุณค่ามาก เพื่อแย่งสิทธิ์ในการดูแลข้า
ถ้าข้าไม่ใช่ราชา แล้วข้าจะเป็นอะไร จริงไหม หึหึ
อา...อะไรนะ? คุณคงคิดละสินะว่าผมโกหก
เปล่าเลย...ผมพูดความจริงนะ
แท้จริงแล้วผมก็แค่แมวตัวหนึ่งเหมือนกับแมวทั่วๆ ไปในโลกของความโลภ ความรักความริษยาที่มนุษย์นั่นมีกันภายในจิตใจ ขนของผมนั่นเป็นสีดำ(ผมไม่ชอบสีดำเลยนะแต่ผมไม่อยากเป็นอย่างอีกาที่ริอาจเป็นหงส์ ผมคิดเสมอว่าผมควรจะทำใจกับขนสีดำอันน่ารังเกรียจนี่)แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั่นก็คือดวงตาของผม...
ตาข้างขวาของผมเป็นสีเหลืองส่วนตาข้างซ้ายนั่นเป็นสีเขียว...ตลกชะมัด! แมวบ้าที่ไหนกันที่มีตาต่างสีกันเล่า!
และผมนั่นแหละแมวบ้าตัวนั่น...
แต่ไม่รู้ทำไม...มนุษย์คนไหนที่ต่างได้พบเห็นผมก็ต่างร้องออกมาเหมือนกันแทบจะทุกคน
ไม่ว่าจะเป็น ‘แมวผี’ หรือ ‘แมวปีศาจ’ มันทำให้ผมน้อยเนื้อต่ำใจในธรรมชาติที่สร้างผมให้ออกมาเป็นแบบนี้มันทำให้ผมเหมือนตัวประหลาดที่ไม่ใครต่างต้องการ
ผมเดินด้วยฝีเท้าของสี่ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนกองขยะสูงสีเหลืองจนเกิดเสียง ‘ตุ้บ’ ก่อนที่ผมจะทำใจกับชะตาชีวิตของตนเองแล้วพยายามหาเศษอาหารที่พวกมนุษย์ได้ทิ้งลงไปรวมกันเอาไว้จนเกิดกลิ่นเหม็นฉุน
ผมทำอย่างนี้ทุกวัน...ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกนี่...ถ้าผมไม่ดิ้นรน...ผมก็อดตาย..แล้วแมวที่ไหนกันที่จะยอมโง่
“เจ้าเหมียว...”
หือ... ผมเงยหาไปสบตากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของมนุษย์ตรงหน้า...เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กเธอสูงเกินถังขยะไปไม่มาก
“เหมี้ยวว” ผมตอบรับด้วยเสียงเหมี้ยวๆ ก่อนจะหาอาหารต่อไป
อะไรกัน...วันนี้ไม่เห็นมีอาหารอะไรที่เราพอจะกินได้เลย...
ผมปลงกับตัวเองก่อนผมจะกระโดดลงไปยืนอยู่กับพื้นแล้วเชิดหน้าพยายามหากลิ่นอาหารต่อไป
“นี่เจ้าเหมี้ยว” เสียงเล็กร้องเรียกแต่ผมหาได้สนใจ “นี่ฉันกำลังพูดกับแกอยู่นะ”
ก็รู้...
“แกไม่มีเจ้าของใช่มั้ย”
“เหมี้ยววว” ผมหยุดกึกก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังยืนจ้องหน้าผมอยู่ความรู้สึกตอนนี้มันอะไรกันนะ
มันเป็นคำถามที่ผมพยายามตีความหมายมัน...
เธอกำลังชวนผมไปอยู่กับเธอ...งั้นเหรอ...
“ดีใจจัง ^^” เธอยิ้มบางๆ ที่มุมปากแววตาของเธอตอนนี้ดูมีความสุขจนเหลือล้น
“…”
“ฉันอยากมีเพื่อนจัง แกจะยอมเป็นเพื่อนกับฉันมั้ย ไปอยู่กับฉัน ฉันจะบอกเรื่องของแกกับแม่...แม่ต้องยอมให้ฉันเลี้ยงแกไว้อย่างแน่นอนฉันจะดูแลแกอย่างดี”
ผมควรจะทำยังไงดีนะ ยอมที่จะเดินหนีออกไปโดยที่จะใช้ชีวิตแบบแมวจรจัดไปเรื่อยๆ จนถึงวันตายหรือจะยอมไปกับเธอ...ไปพบกับชีวิตที่ดีกว่าเดิม...
ผมครางตอบรับกับความคิดของตัวเองก่อนจะก้าวเท้าออกไปหาเด็กสาวตรงหน้า...
...แมวที่ไหนกันล่ะที่จะยอมใช้ชีวิตอย่างแมวจรจัดไม่มีที่ไปตลอดทั้งชีวิต...ผมเลือกเธอเลือกชีวิตที่ดีกว่า
ลาก่อนกองขยะที่เน่าเหม็น
ลาก่อนชีวิตที่เหมือนโคลน
สวัสดี! ชีวิตใหม่
- - - - - - - - - - - - - - - - - - -
แมวก็มีความรู้สึกนะ...มีรัก โลภ โกรธ หลง หรือว่าไม่จริง?
จากใจ : ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง TOT แมวตัวนี้ดูเห็นแก่ตัวจังค่ะเชแต่ก็มีเหตุผลให้ตัวของแมวเองด้วยนะ ยังไงก็ขอบคุณนะคะ แต่งแนวนี้รู้สึกขนลุกยังไงไม่รู้สิคะ
น่าสนุก ขอเล่นบ้างนะ :D
ฉันมีพลังวิเศษ!
ใช่แน่ ต้องใช่แน่! ดูสิตาฉันเรืองแสงด้วย!
ฉันมองรูปตัวเองที่เจ้านายถ่ายวางไว้ข้างในบ้านสลับกับมองเงาตัวเองในอ่างปลาอยู่หลายรอบ พยายามหาท่าเก๊กให้ดูเท่สมกับเป็น ‘ผู้มีพลังวิเศษ’ ซะหน่อย
ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้คิดไร้สาระ ดูรูปนั่นสิ! ตาฉันเรืองแสงด้วย! เหมือนพวกยอดมนุษย์ในการ์ตูนเวลาปล่อยแสงปิ้วๆออกจากตาที่เจ้านายเคยดูเลย
ฉันเก๊กท่าให้เหมือนในรูปอีกครั้ง แม้มันจะทำให้มองไม่เห็นว่าตาฉันเรืองแสงหรือเปล่า แต่ฉันมั่นใจว่ามันต้องเรืองแสง...ถึงไม่มีความรู้สึกประหลาดๆอะไรเลยก็เถอะ...มันต้องเรืองแสงแน่ๆ
งั้นต่อไปนี้...ฉันต้องมีชื่อใหม่! เอาชื่อให้เหมือนพวกฮีโร่ทั่วไป
งั้นก็...ซุปเปอร์แคทแมนก็แล้วกัน! ต่อไปนี้ฉันคือซุปเปอร์แคทแมน! แมวที่มีพลังวิเศษที่เก่งที่สุดในโลก!
.....
(ปัญญาอ่อนไปมั้ยเนี่ย 555)
"หึ พวกมนุษย์หน้าโง่ทั้งหลาย ขณะที่พวกเจ้ามองผองข้าเป็นแค่สัตว์เลี้ยง
เจ้าไม่มีวันรู้เลยว่าความจริงแล้วผองข้ายิ่งใหญ่เพียงไร
เจ้าไม่มีวันรู้เลยว่าสิ่งที่พวกเจ้าเข้าใจมันงี่เง่าขนาดไหน
ที่เราแกล้งทำตัวอ่อนแอ หรือเวลาเราออดอ้อน มันก็แค่การแสดง
ทำไมเราต้องพยายามทำอะไรให้วุ่นวายในเมื่อเหล่ามนุษย์พร้อมจัดหาให้เรา
หึ เหล่ามนุษย์เอ๋ย วันนี้เจ้าจะลำพองอย่างไรก็ช่าง แต่จงจำคำค่าไว้
ไม่มีวันใดที่ผองข้าเป็นเบี้ยล่างของเจ้า แต่จะมีสักวันที่พวกเจ้าจะเป็นเบี้ยล่างแห่งผองขา
และโปรดเชื่อข้าเถิด...วันนั้นจะไม่ไกลเกินรอ...หึหึหึ"
พวกผมเป็นแมวเป็นสัตว์สี่เท้าที่เลี้ยงลูกด้วยนม ว่ากันว่าเป็นญาติกับเสือ...แล้วทำไมมนุษย์ไม่เอาเสือมาเลี้ยงบ้างล่ะฟระ!!! อยากจะรู้นักว่าใครบัญญัติให้เอาแมวมาเลี้ยงในรบ้านกันน่ะ! ใครมันเป็นผู้คิดค้นริเริ่มการเอาแมวมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงกัน ถ้าพ่อรู้พ่อจะนั่งไทม์แมกชีนของพี่โดราเอม่อนไปกระโดดงับคอให้! แล้วก็อยากจะรู้นักว่าใครหน้าไหนมันบัญญัติว่าแมวชอบกินปลาทูฟระ...?
นี่บอกเลย ว่ามนุษย์เป็นพวกชอบเหมารวมคิดเองเออเอง แมวชอบกินปลาทูมั่งล่ะ แมวชอบจับหนูมั่งล่ะ นั่นพวกแกสรุปกันเองทั้งนั้น ที่พวกแมวๆอย่างผมโดยสรุปว่าชอบกินปลาทูมันไม่ใช่เพราะมนุษย์มักง่ายไม่รู้จะซื้ออะไรให้ผมกินเหรอ? ไม่ใช่ว่าตอนนั้นปลาทูมันถูกหรือไง? แต่เสียใจตอนนี้ปลาทูแพงมาก คาดว่าไม่นานอาจจะแพงกว่าน้ำมัน ส่วนเรื่องจับหนูนี่บอกตรงๆ ก็แค่เห็นอะไรที่มันดุ๊กดิ๊กๆเลยเข้าไปเล่นแค่นั้นแหละ! พวกนี้น่ะไม่เท่าไหร่แต่...แมวเป็นสัตว์ที่คิดจะครองโลกนี่...เอาอะไรคิดครับพี่ท่าน โดนโปรโตสัวร์รับประทานซีรีบัม หรือมีปรสิท พยาทตัวตืดอยู่ในเซลล์สมองกันแน่น่ะ พวกผมมีแค่สี่เท้าหนึ่งหาง ลำพังบางครั้งแค่เดินไปมาก็เกะกะขว้างตามนุษย์เลย
แล้วอีกอย่างพอพูดถึงสัตว์ที่ครองโลกอยู่ล่ะก็ตอนนี้ก็คือมนุษย์นี่ พอเห็นแบบนั้นเราก็ไม่อยากจะครองโลกให้เสียเวลาหรอก เพราะสัตว์ที่ครองโลกตอนนี้มีแต่ความโลภ ความชิงชัง ความอิจฉา ถามหน่อยว่ามีความสุขที่ไหนกัน? พวกผมน่ะไม่เอาด้วยหรอกจะบอกให้ พวกผมกลัวการที่พอเราได้ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่แล้วเราก็จะเป็นแบบมนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวและมักง่าย ใช่ พวกนี่มันเป็นสิ่งที่แมวๆอย่างเราเคยเจอทัง้นั้นแหละ! เห็นแก่ตัวมากแค่ไหนไม่รู้ แต่วันนั้นดูรายการพี่ปลื้มVRZO เพื่อการทดลองของตนเองถึงขั้นโยนแมวลงมาจากเครื่องบิน! ขอย้ำชัดๆว่าเครื่องบินที่บินอยู่กลางอากาศเหนือจากพื้นสุดๆ! อยากจะรู้ว่าจะโยนลงมาทำไม? ถึงไม่ได้เป็นไรก็เถอะ ถ้าตายไปแล้วใครจะรับผิดชอบจัดงานศพล่ะครับท่าน? นี่บอกเลยถ้าผมตายไปนะงานผมต้องสวดอย่างน้อยเจ็ดคืน มีอาหารเลี้ยงแขกอย่างน้อยสิบเมนู(ไม่เอาปลาทูนะ) วงปี่อะไรไม่เอา ผมจะเอา3.2.1.กับน้องใบเต้ยมาเต้นแน่นอก! นี่บอกเลยว่างานศพผมมันต้องคึกครื้น ไม่ต้องร้องไห้เพื่อผมหรอก ร้องไปผมก็ไม่ได้ฟื้นขึ้นมานี่ ไม่ต้องมาร้องไห้หน้าหลุมศพอย่างอาลัยอาวรณ์แล้วมานั่งสำนึกว่าควรทำนู่นทำนี่หรอกเพระาพูดไปคุณก็ย้อนเวลากลับไปทำสิ่งนั้นไม่ได้จริงบไหมล่ะ?
เอิ่ม....บ่นโน่นนี่มาซะแยาวเป็นบิลล์ค่าไฟตอนปิดเทอม สุดท้ายอยากจะขอฝากให้มนุษย์อย่างพวกคุณๆทั้งหลายจำไว้ว่าแมวก็เป็นสิ่งมีชีวิต ยังไงก็คิดได้และเจ็บเป็น(เธออาจจะลืมไปแล้ว ว่าชั้นก็เป็นสิ่งมีชีวิ๊ตตตตตตต//ร้องเพลงบร๊ะเจ้าโจ๊ก) ยังไงๆก็ถนอมๆกันบ้าง เห็นแบบนี้ หลายคนมองว่าแมวเป็นสัตว์ที่หยิ่งในตนเอง คิดว่าตนเองเป็นพระเจ้า แต่สิ่งเหล่านั้นมนุษย์ก็จิตนาการไปเองทั้งนั้น แมวน่ะสุดท้ายยังไงๆมันก็รักและเทิดทูนนายของมัน้สมอ สุดท้ายนี่ขอฝากบอกว่า....ไม่เอาอาหารเม็ด! เลิกคิดเองตามใจชอบได้ไหมว่ามันอร่อยน่ะ! จะรสทูน่า รสไก่ รสหมูอะไรก็ไม่เอา จะกินข่้าวโว้ย!!!
ลงชื่อ
วินเซนส์
แมวของอัลเบริต ไอสไตน์
(ความจริงอยากเป็นแมวของพี่นิชคุณมากกว่า)
เหยียบมันซะเลย ดูซิว่าเจ้าจะสนใจข้าหรือว่ากล่องโง่ๆน่าเบื่อนี่ ฮึ! ต้องข้าอยู่แล้วสินะ
อ้าว! มันหรอกรึ! บ้าจริง ข้าเป็นนายเจ้านะ เจ้ามนุษย์! อย่าเอาข้าลงจากโต๊ะนะ บ้าที่สุด สนใจข้าซิ! หนอย ข้าโกรธแล้วนะ
ไม่สิ มนุษย์น่ะโง่จะตาย สงสัยข้าต้องทำซ้ำๆ กระโดดขึ้นไปเหยียบอีกทีแล้วกัน กว่ามนุษย์มันจะเข้าใจนี่ข้าต้องกระโดดเหยียบมันอีกนานแค่ไหนกัน! บ้าเอ๊ย บอกว่าอย่าเอาข้าลงไงเจ้ามนุษย์!!
______________________________________
แมวทะเลอะ(เลอะเทอะ+ทะเลาะ)กับเจ้าของเรื่องคอมพิวเตอร์...คิดออกมาได้ยังไง๊....
T[ ]T มะ..ไม่จริง
ข้าไม่ใช่แมว..ข้าไม่ช่ายยยย "แม๊ว"เมื่อกี้ข้าร้องว่าไงนะ แม๊ว งั้นหรอข้าต้องรองโฮ่งสิ ชีวิตข้าไม่นะจบกันพอดีข้าจะต้องทนกินปลาไปตลอดชีวิตงั้นหรอ ข้าเกลียดปลาที่สุดโดยเฉพาะปลาทู!!ข้าจะกินกระดูกไก่ พรึ่บ! เสียงดังจากข้างหลังทำให้ข้าหันไปมอง คน2-3คน ที่นั่งอยู่ ตอนนี้คนพวกนั้นลุกขึ้นยืนแล้ว "เมี๊ยวๆเจ้าเหมียวมานี่สิมากินปลาทูเร็วปลาทูตัวใหญ่ๆน่าหม่ำ" "มาหม่ำปลาทูเร็ว"
"ดูสิปลาทูตัวเบ่อเริ่มเลย"เสียงสามเสียงประสานกันเพื่อเรียกแมว(ข้า)ทำให้ข้าชักจะมึนๆเบลอๆจนกระทั่งสลบไป Zzz
พอตื่นขึ้นมาอีกรอบข้าก็พบว่าข้านอนอยู่กับเจ้านายของข้าซึ่งหมายความว่าเรื่องที่ข้าเป็นแมวทั้งหมดข้า.....ฝันไป-_-
เจ้าช่างโง่งม มนุษย์เอ๋ย
เจ้าคงคิดว่าข้าเป็นแลคโตบาซิลัส ถึงได้บังอาจใช้นิ้วผอม ๆ จิ้มร่างสีงามทมิฬของข้าดังใช้หลอดจิ้มฝายาคูลท์ นิ้วมือเจ้าช่างผอมแห้งนัก ราวกับกิ่งไม้กรอบริมทางที่ข้าชอบนำมากอง ๆ ไว้ แล้วขับถ่ายอุจจาระ สักวันเถอะ... นิ้วมือแห้งกร้านของเจ้าจะต้องประสบชะตากรรมเยี่ยงนั้น ข้าจะใช้พลังโจโจ้ (สั่งหมอบ) ให้เจ้าสยบแทบเท้าอวบอิ่มของข้า แล้วใช้ใบมีดคมกริบที่ถูกซ่อนไว้ในหางสีนิลกรีดนิ้วมือทั้งสิบของเจ้า แล้วนำมากองเป็นห้องน้ำส่วนตัวของข้า ที่นี้ล่ะ ข้าจะได้ไม่ต้องพยุงร่างท้วม ขนปุย ออกไปไหนมาไหนบ่อย ๆ โดยเฉพาะยามสุริยกาล เพราะข้าเป็นลูกครึ่งแวมไพร์ ที่สำคัญ ข้าหนัก!
เจ้าคงจำวันที่เจ้าพบร่างของข้าได้ ท่ามกลางแสงจันทรา เจ้าเดินกลับบ้านอย่างปล่าวเปลี่ยว พร้อมกับผอบทองคำในมือ ซึ่งเป็นของขวัญจากอาจารย์เจ้า ที่ท่านสั่งไว้ว่าอย่าได้เปิดผอบกลางทาง มิเช่นนั้นจะประสบกับโชคร้าย แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เจ้าก็เปิดผอบนั่นออก นาทีนั้นวิญญาณของข้าที่ถูกปิดผนึกไว้นานนับสหัสวรรษ นับแต่กรุงแพรีสซีซาร์เกิดจลาจล ในปี แพรีสศักราช 4141 ที่บ้านเมืองวุ่นวาย และแวดล้อมด้วยเพลิงไฟ และเสียงโหยหวนของทารก ตั้งแต่นั้นมาข้าก็ถูกปิดผนึกไว้โดยคำสั่งของพระราชา เนื่องจากข้าคือสุภาพสตรีแพรีสซีซาร์ ผู้กุมชะตากรรมของโลกใบนี้ แม้แต่พระราชายังต้องเรียกจอมเวทมาเพื่อปิดผนึกวิญญาณของข้าให้เป็นนิรันดร์ข้ามสหัสวรรษ และก่อนหน้านั้นข้าก็อยู่กินอย่างมีสุข ด้วยอาหารเลิศรส เจ้าหารู้ไม่ว่าข้าไม่เคยกินปลาทู! ข้าเคยกินแต่ปลาหิมะเนื้อนุ่มละมุน! แต่เจ้ากลับทรยศข้า!!! ไม่นานนัก หลังจากที่ข้ากลายร่างเป็นแมวสีทมิฬทรงสเน่ห์ เจ้าก็ถือวิสาสะอุ้มร่างข้าเข้าบ้าน เพื่อป้อนปลาทูเค็ม ๆ แก่ข้า! ตั้งแต่นั้นมา ข้าก็เสียศรัทธาในมนุษย์ผู้โง่เขลาอย่างเจ้า โดยเฉพาะเจ้าเด็กตัวแสบที่กำลังจิ้มข้าด้วยไม้จิ้มฟัน!!!
ข้าจึงแกล้งวิ่งหนีตามประสาแมวสามัญ อันที่จริงร่างข้าไม่ได้ถูกทิ่มด้วยไม้จิ้มฟันโดยตรง เพราะร่างข้าหุ้มด้วยเกราะมนตราชั้นเยี่ยม ที่ข้าหนีมาเพราะทำให้เจ้าตายใจ ว่าข้าแค่กลัวเจ้า ก่อนที่ข้าจะใช้นาฬิกาที่ซ่อนอยู่ในนัยน์ตาสีมรกต เพื่อแกล้งให้เวลาของเจ้า บิดเบี้ยว ปั่นป่วน เจ้าจะรู้สึกเหมือนโตเป็นผู้ใหญ่ในบางที แต่เพียงเสี้ยวนาทีหลังจากนั้น เจ้ากลับรู้สึกว่าเจ้าเป็นผู้ชรา ความหย่อนยานที่ผิวกายเจ้าจะทำให้เจ้าสะอิดสะเอียน ขณะที่เจ้าทำท่าจะอาเจียน ข้าจะย้อนเวลาในตัวเจ้าให้กลายเป็นวัยเดิมอีกครั้ง แต่จะกำหนดเวลาการเปลี่ยนร่างอีกครั้ง เป็นวังวนแห่งความผวาในร่างเจ้าเอง! ตอนนี้ล่ะ! ข้าอยากจะระเบิดเสียงหัวเราะให้ดัง ๆ
เมี้ยว~~~
เอ๊ะ! นั่นเสียงหัวเราะของข้าหรือ ไยจึงฟังแล้วไม่สาแก่ใจ หรือว่าข้าเป็นแมว เสียงข้าจึงเล็กแหลม แม้แต่เวลาหัวเราะ เสียงข้ายังน่ารักเช่นนี้ ทว่าข้าก็ยังไม่พอใจ แม้เสียงของข้าจะน่ารักกว่าเดิมมาก แต่ข้าก็ไม่ได้อยู่กินอย่างมีสำราญเช่นเดิม ข้าเจ็บปวดเหลือจะทน!
มนุษย์เอ๋ย เจ้าไม่เคยรู้หรอก
ขณะนี้ ข้ากำลังวางแผนคืนร่างเดิมของข้า เจ้าต้องโทษความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าที่ทำให้เจ้าเปิดผอบก่อนเวลาอันควร แทนที่ในผอบนั้นจะมีร่างของข้าในแบบสาวงาม ทว่ากลับเป็นข้า ข้าเป็นแมวเหมียว และข้าจะไม่ปรนนิบัติเจ้า ความจริงหน้าที่การปรนนิบัติเป็นของเจ้าต่างหาก เจ้าต้องเป็นทาสของข้า! สองสามวันนี้ ข้าเพิ่งนึกได้ เจ้าเองคงอยากหลุดพ้นเป็นอิสระจากการเป็นทาสแมว ข้าจึงนึกแผนเจรจากับเจ้าอย่างตรงไปตรงมา เพื่อหาวิธีคืนร่างเดิมแก่ข้า และคืนความอิสระแก่เจ้า แม้ร่างเดิมของข้าจะเป็นลูกครึ่งแวมไพร์ ยามโดนแดดแผดเผา ข้าจะร้อนรนทรมาน แต่เจ้าคงคาดไม่ถึง ข้ามีร่างทั้งหมด 4 ร่าง! สามร่างแรกของข้าเป็นร่างสาวงามหาใดเปรียบ ส่วนร่างแมวเหมียวเป็นร่างที่ 4 ที่ข้าไม่ยินดีนัก อันที่จริงมันเป็นคำสาปจากเจ้าหญิงจอมริษยา ที่เห็นว่าข้ามีพลังเหนือธรรมชาติ หยั่งรู้ทั้งอดีตและอนาคต จึงใช้อัญมณีต้องสาป สาปข้าให้มีร่างแมวเหมียว ข้าเกลียดนางเหลือเกิน! อย่างไรก็ตาม เรื่องผ่านมาแล้วก็แล้วกันไป เมื่อคืนข้าอดนอน เพื่อลิสต์รายชื่อและวิธีการคืนร่างเดิม โดยแอบทำอย่างลับ ๆ ตอนที่เจ้าอยู่ในห้วงนิทรา จงอย่าได้สงสัย หากข้าก็เขียนหนังสือได้ดังที่เจ้าเขียนเป็น บางทีภาษาของข้าอาจสละสลวยกว่า ภาษาเขียนของเจ้า นั่นเป็นเพราะว่าข้าคือสุภาพสตรีแพรีสซีซาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ผู้หยั่งรู้ทั้งอดีตและอนาคต และยังเป็นผู้กุมชะตากรรมของโลกใบนี้อีกด้วย!
ร่างที่ 1-3 ของข้า มีดังนี้
ร่างที่ 1 : สุภาพสตรีแพรีสซีซาร์ สาวงามเลิศในปฐพี ผู้มีผมสีทองพริ้วไหว และดวงตากลมโตสีม่วงทรงสเน่ห์คู่นั้นทำให้ร่างของนางดังต้องมนตรา
ร่างที่ 2 : นักเรียน ม.ต้น ธรรมดา ที่เป็น Elurophobia หรือโรคกลัวแมว
ร่างที่ 3 : นักปราชญ์ผู้เลอโฉม ที่สามารถสื่อสารกับสัตว์ต่าง ๆ ได้ สื่อสารได้ดีโดยเฉพาะแมว
เจ้าจงฟังข้านะ หากข้าคืนร่างได้ ข้าขอคืนร่างเป็นร่างที่ 3 ข้าจะได้กลับไปสื่อสารกับแมวแล้วระดมแมว เพื่อวางแผนครองโลก ส่วนเจ้าที่เป็นอดีตทาสของข้า ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นมือขวา และไม่กดขี่เจ้าอย่างที่เจ้าจินตนาการไว้หรอก หากเจ้าตั้งใจอ่านวิธีคืนร่างที่ข้าเตรียมไว้ให้ และให้ความร่วมมือกับข้า
วิธีคืนร่างเดิม (ร่างที่ 3 นักปราชญ์ผู้สื่อสารกับสัตว์ได้)
1. จงเติมเต็มความอิ่มหนำสำราญแก่ข้าด้วยอาหารเลิศรส เจ้าจงไปซื้ออาหารจากภัตตาคาร แล้วมาให้ข้ากินเสีย ยิ่งซื้อมาก เจ้ายิ่งได้ความดีความชอบมาก
2. จากนั้นเจ้าจงพาข้าไปที่แม่น้ำ แล้วโยนร่างข้าลง โยนแมวของเจ้าลงน้ำ!!!
3. ถึงเจ้าจะเห็นข้าดิ้นทุรนทุราย แต่เจ้าจงยืนนิ่งไว้ ใช้สายตาของเจ้า จ้องมองข้าจนกระทั่งข้าหมดลมหายใจ แล้วลอยขึ้นอืด อาจใช้เวลานาน ทางที่ดี เจ้าควรหาที่นั่งรอ
ดีมาก ข้าอ่านเองก็พอเข้าใจอยู่ คงไม่ต้องอธิบายสิ่งใดมากมาย ในฐานะที่เจ้าเป็นมนุษย์ เจ้าต้องเข้าใจข้าแน่ ๆ ฉะนั้นเจ้าจงเริ่มทำตั้งแต่ยามอาทิตย์อัสดงวันนี้ ข้าทนรอไม่ไหวแล้ว~
มนุษย์เอ๋ย ข้าจะได้เกิดใหม่วันพรุ่งนี้
………
ขออภัยในความยาวนะคะ เขียนติดลมตั้งแต่แพรีสซีซาร์แล้ว 55555