Review of the Month บทวิจารณ์(ดวง)ดี มีรางวัล

            พี่น้องเชื่อว่าชาว Dek-D Writer หลายคนคงได้เห็นระบบวิจารณ์ตัวใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเมื่อช่วงต้นเดือนกันแล้ว ใช่ไหมคะ จากที่พี่ได้แนะนำไปในบทความที่แล้วเกี่ยวกับการใช้ระบบ และเกณฑ์การพิจารณาต่างๆ สังเกตว่ายังมีหลายคนไม่เข้าใจวิธีการวิจารณ์ วันนี้พี่น้องก็เลยจะมาอธิบายให้เข้าใจว่าการ "วิจารณ์" คืออะไรกันแน่

1. เราไม่วิจารณ์ว่า "สนุก" หรือ "ไม่สนุก"

            คงเคยได้ยินกันมาบ้างว่างานเขียนที่ดีไม่จำเป็นต้องสนุกและงานเขียนที่สนุก ก็ไม่จำเป็นต้องดี สองเรื่องนี้ต้องแยกออกจากกัน "ความสนุก" เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล ไม่มีเกณฑ์ใดๆ ที่จะมาตัดสินได้เด็ดขาด

            ดังนั้น สิ่งที่เราทำในการวิจารณ์ ไม่ใช่การมองว่านิยายเรื่องนี้สนุกหรือไม่สนุก แต่เราจะมองที่

2. เราจะวิจารณ์อะไรได้บ้าง

            เกณฑ์ที่ยกมาให้ในระบบวิจารณ์ทั้ง "เรื่องย่อ" "โครงเรื่อง" "ตัวละคร" "ภาษา" "แก่นเรื่อง" เคยมีน้องสงสัยว่าวิจารณ์ไม่ครบทุกด้านได้ไหม

            ความจริงแล้วการวิจารณ์งาน เราไม่รู้ตัวหรอกว่าเราก็ดูมันทุกด้านที่ยกมานั่นแหละ เมื่อเราพูดถึงตัวละคร เราก็พูดถึงภาษาไปด้วย เมื่อเราพูดถึงโครงเรื่อง เราก็กำลังพูดถึงแก่นเรื่องด้วยเหมือนกัน ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมด

            แต่เราอาจจะเห็นนิยายบางเรื่องวางตัวละครได้โดดเด่นเป็นพิเศษ นิยายบางเรื่องมีโครงเรื่องที่น่าสนใจเป็นพิเศษ และบางเรื่องก็ใช้ภาษาได้ดีเป็นพิเศษ เราจึงเลือกที่จะวิจารณ์อย่างละเอียดในบางส่วนแล้ววิจารณ์คร่าวๆ ในบางส่วนก็ได้

            ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างให้ดูว่าเราจะวิจารณ์อะไรได้บ้างในนิยายเรื่องหนึ่ง ขอยกตัวอย่างโดยใช้นิยายที่ชาว Dek-D Writer น่าจะรู้จักกันดีที่สุดอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์

##สีของหัวสไลด์
1=ส้ม
2=ฟ้า
3=ชมพู
4=ม่วง
5=ฟ้า
6=เขียว##
ใส่สีเลขสีที่นี่หลังเครื่องหมายดอกจันทร์ห้ามมีเว้นวรรคนะ-> *1
แฮร์รี่ พอตเตอร์

  • สังเกตว่าแต่ละภาคเราจะค่อยๆ เห็นพัฒนาการของแฮร์รี่ที่เรียนรู้ทักษะและคาถาไปเรื่อยๆ เพื่อเอาไปใช้สู้กับศัตรูในตอนท้ายเรื่อง แฮร์รี่จะได้ใช้ความสามารถพวกนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ในเล่มท้ายๆ
    • ภาคศิลาอาถรรพ์ที่เขาขี่ไม้กวาดได้เก่ง เขาก็ได้ใช้ทักษะนี้ในการไขปริศนาเพื่อเข้าไปเอาศิลาอาถรรพ์
    • พอมาภาคห้องแห่งความลับ เขาก็ค้นพบว่าเขาพูดกับงูได้ และใช้ความสามารถนี้เพื่อเข้าไปในห้องแห่งความลับ
    • ภาคนักโทษแห่งอัซคาบัน แฮร์รี่เรียนคาถาเสกผู้พิทักษ์กับลูปิน เพื่อต่อสู้กับผู้คุมวิญญาณ
    • ภาคถ้วยอัคนี แฮร์รี่เรียนหลายคาถาเพื่อใช้ในการแข่งขันระหว่างสี่โรงเรียน โดยเฉพาะพวกคำสาปที่ใช้ในการต่อสู้ เพื่อไปสู้กับโวลเดอมอร์ทและผู้เสพความตายในตอนท้าย ฯลฯ

  • แฮร์รี่ไม่ใช่ฮีโร่ที่เป็นสีขาวสมบูรณ์แบบ เขามีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีเหมือนคนทั่วไป แฮร์รี่ชอบแหกกฎ ผู้เขียนอาจต้องการชี้ให้เด็กหรือผู้ปกครองของเด็กที่อ่านเรื่องนี้เห็นว่า เด็กดีไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบตลอดเวลา และการที่แฮร์รี่ไม่เชื่อฟังกฎก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นเด็กไม่ดี บางครั้งความอยากรู้อยากเห็นหรืออยากช่วยคนอื่นก็ทำให้เขาต้องละเมิดกฎเกณฑ์ที่ผู้ใหญ่ตั้งไว้ เช่น ตอนที่เขาออกมานอกหอนอนตอนกลางคืนเพื่อแอบเอามังกรของแฮกริดไปให้พี่ชายของรอน ไม่อย่างนั้นแฮกริดจะต้องถูกลงโทษ
  • ผู้เขียนวางตัวละครอย่าง ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ให้เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง นั่นคือไม่เคร่งครัดในกฎระเบียบจนเกินไป ยอมให้ออกนอกลู่นอกทางได้เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เอง (มีการให้คะแนนทั้งๆ ที่แหกกฎด้วยซ้ำ) ผู้ใหญ่แบบนี้จะทำให้เด็กเชื่อฟังกว่าผู้ใหญ่อีกแบบ เช่น ศาสตราจารย์อัมบริดจ์ ผู้ใหญ่แบบนี้เด็กจะรู้สึกต่อต้าน รู้สึกว่าคำสั่งของผู้ใหญ่แบบนี้ไม่มีเหตุผล

  • ภาษาในแฮร์รี่ พอตเตอร์ถือว่าเป็นภาษาที่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน (หากอ่านภาคภาษาอังกฤษ) คือไม่ได้ใช้คำศัพท์ที่หวือหวามากนัก ไม่พรรณนายืดยาวเกินไป เด็กเลยชอบ ทุกวัยเข้าถึงได้

  • เราอาจจะคิดว่าแก่นของแฮร์รี่ พอตเตอร์คือ "ธรรมย่อมชนะอธรรม" อย่างที่นิยายแฟนตาซีฮีโร่ส่วนใหญ่นำเสนอ แต่เรื่องนี้แตกต่างตรงที่ "สิ่งที่เอาชนะอธรรมได้ไม่ใช่ความเก่งกาจของฮีโร่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความรักและมิตรภาพด้วย" ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ของแฮร์รี่รักลูกมาก คงไม่ทำให้พลังป้องกันแก่กล้าจนลอร์ดโวลเดอมอร์ทกำจัดเขาไม่ได้เสียที และยังมีความรักของอีกคน (สปอยล์) ที่ทำให้แฮร์รี่รอดตายมาได้หลายครั้ง
  • ไม่ ว่าจะภาคไหน แฮร์รี่ไม่เคยต้องไขปริศนาเพียงคนเดียว เขาจะมีรอน เฮอร์ไมโอนี่ และคนอื่นๆ คอยช่วยด้วยตลอด บทบาทของตัวละครพวกนี้ช่วยเสริมให้แก่นเรื่องชัดเจนขึ้นไปอีกว่าต่อให้ฮีโร่ เก่งแค่ไหน ก็ยังต้องพึ่งคนอื่นอยู่ดี

            สิ่งสำคัญที่สุดในการวิจารณ์คือการให้รายละเอียดหรือยกตัวอย่าง เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าเรากำลังพูดถึงอะไรอยู่ เช่น ถ้าจะบอกว่าตัวละครเรื่องนี้เจ้าเล่ห์ ก็ต้องบอกว่าเขาเจ้าเล่ห์อย่างไร และต้องบอกด้วยว่ามันมีผลกับเรื่องโดยรวมอย่างไร

            จะทำอย่างนี้ได้ พี่น้องแนะนำให้สะกดจิตตัวเองให้กลายเป็นพวก "ขี้สงสัย" สักแป๊บ จะช่วยได้เยอะ เพราะยิ่งเราตั้งคำถามมากเท่าไร เรายิ่งเห็นเทคนิคต่างๆ มากขึ้นเท่านั้น

            ทำไมต้องให้ตัวละครตัวนี้ตายทั้งๆ ที่เป็นตัวละครสำคัญ? มันมีผลอะไรกับเรื่องหรือเปล่า? มีผลกับตัวละครหลักไหม?
            ทำไมนิยายเรื่องนี้เอาตอนจบของเรื่องขึ้นก่อน มีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า?
            ทำไมนิยายเรื่องนี้ตัวเอกปากจัดจัง ปากแบบนี้มีผลกับพล็อตเรื่องหรือเปล่า?
            แก่นของเรื่องนี้คืออะไร? อันนี้ใช่ไหม? ลองดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเรื่องซิว่ามันสนับสนุนแก่นนี้หรือเปล่า?



            การวิจารณ์ไม่จำเป็นต้องตรงกับใจผู้เขียนเสมอไป บางเรื่องผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมาเป็นอย่างนี้แต่คนอ่านเขาตีความได้ มีเหตุผลมารองรับก็ถือว่าโอเคแล้ว

3. แล้วเราจะได้อะไรจากการวิจารณ์บ้าง

            สำหรับผู้เขียนเองก็จะได้รับคำวิจารณ์ที่ใช้ได้จริงๆ มีเหตุมีผล ชี้แจงจุดบกพร่อง และค้นพบข้อดีที่คนอื่นมองเห็น แถมเป็นการโปรโมตนิยายตัวเองด้วย

            ส่วนตัวผู้วิจารณ์เอง แน่นอนว่าเราได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ ได้ฝึกการสังเกต และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เขียนเองด้วย เพราะผู้เขียนที่รับคำวิจารณ์ก็อยากจะได้คำวิจารณ์ที่ดี นั่นคือ "ชมสิ่งที่มี และติสิ่งที่ขาด"

            การวิจารณ์แบบขาดๆ เกินๆ ชมมากเกินไป และไม่ได้จับประเด็นขึ้นมาชม แต่ชมเป็นภาพรวม เช่น "น่าอ่านจัง" หรือ "คนเขียนเก่งมากเลย" อาจทำให้ผู้เขียนทะนงตนมากเกินไป และไม่รู้ข้อดีที่แท้จริงของตัวเอง

            ในขณะที่การตำหนิมากเกินไป อย่าง "นี่คิดก่อนเขียนหรือเปล่า" หรือ "ทำไมตัวละครดูเก่งเวอร์จัง" ก็ไม่ได้ทำให้คนเขียนอยากปรับปรุง แต่กลับทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ และพาลจะเลิกเขียนเอา

นอกจากนี้เรายังมีรางวัลพิเศษให้สำหรับคนที่ส่งบทวิจารณ์เข้ามา!

            เอ๊ะ? อันนี้มีในข้อตกลงด้วย?

            อันนี้เพิ่งมีค่ะ พี่น้องกำลังพูดถึงรางวัล Review of the Month รางวัลบทวิจารณ์ดวงดีประจำเดือน

            ที่ว่า "ดวงดี" ก็คือเราจะสุ่มจับฉลากคนที่วิจารณ์เข้ามาในแต่ละรอบเดือนแล้วแจกรางวัลให้ เราจะไม่ดูว่าวิจารณ์ดีหรือไม่ดี เพราะบทวิจารณ์ที่ได้ขึ้นในหน้าเว็บถือว่าวิจารณ์ได้ดีตามมาตรฐานแล้ว

            ส่วนรางวัลที่ว่าก็คือ...แท่น แท๊นนนน


            สมุดจดและปากกา Hilight ของใหม่จากเว็บไซต์ Dek-D.com รวมทั้งอภินันทนาการนิยาย 1 เล่ม สำนักพิมพ์ใดก็ได้ตามแต่จะขอ

            (หมายเหตุ: นิยาย 1 เล่มที่เลือกได้ จะให้เลือกเป็นแนวนิยายที่ชอบ เช่น "ชอบแนวแฟนตาซีออนไลน์" "ชอบแนวรักวัยรุ่น" "ชอบแนวสยองขวัญแบบมีผี" "ชอบนิยายแปล" ฯลฯ พี่ก็จะหาหนังสือแนวที่ต้องการมาบรรณาการให้)

            ประกาศผลทุกวันพฤหัสรองสุดท้ายของเดือน (อย่างเดือนนี้ก็วันที่ 22 ที่ผ่านมานี้เอง) ในคอลัมน์ข่าววงใน และจะนับบทวิจารณ์เป็นรอบๆ ไป เช่นรอบแรกที่จะมีขึ้นเราจะนับบทวิจารณ์ที่ส่งเข้ามาตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.- 18 ก.ย.

            ส่วนคนที่ส่งมาก่อนวันที่ 23 ส.ค. จะนับรวมไปกับรอบนี้เลยนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียโอกาสไป

            ดังนั้น...ส่งบทวิจารณ์กันเข้ามาเยอะๆ นะคะ

            สำหรับคนที่วิจารณ์เข้ามาแล้วยังไม่ผ่าน ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ไป แก้ไขแล้วส่งเข้ามาใหม่อีกทีนะ

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
Seesor Member 27 ส.ค. 56 22:06 น. 3
ดีใจที่วิจารณ์ผ่าน ๕๕๕๕๕๕

สาธุ ขอให้เป็นคนดวงดีคนนั้นทีเถ้อออออออ T/\T

ป.ล. พี่คะ ถ้าผ่านเดือนนี้ไป เรื่องที่ส่งๆ มาทั้งหมดนี้คือตัดสินไปเลยใช่ไหมคะ เอาเรื่องที่วิจารณ์ในเดือนใหม่เลยเหรอคะ?

ฮืออออ ไม่นะ TTOTT
0
กำลังโหลด
editor_nong Member 30 ส.ค. 56 16:54 น. 4
บทวิจารณ์ที่มีสิทธิ์ชิงโชค (พูดซะ) จะนับใหม่ทุกเดือนค่ะ
ดังนั้นถ้าช่วงเดือนนั้นมีผ่านเกณฑ์แค่คนเดียว คนนั้นก็ได้ไปเลย ไม่ต้องลุ้น
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด