
มนุดกลม: หนุ่มอารมณ์ดี เจ้าของลายเส้นหัวไม้ขีด
สวัสดีชาว Dek-D Writer ทุกคนค่ะ วันนี้พี่น้องมาแปลก เพราะปกติคอลัมน์นี้เราจะสัมภาษณ์นักเขียนนิยายโดยพี่อตินกัน แต่คอลัมน์นี้เป็นสกู๊ปพิเศษ สัมภาษณ์คนที่ทำงานในวงการหนังสือนี่แหละ แต่ไม่ได้เป็น ‘ นักเขียนนิยาย ’ จะเป็นบรรณาธิการ คนทำปก นักข่าว คนแปลการ์ตูน ฯลฯ สารพัดอาชีพที่เกี่ยวพันกับการขีดๆ เขียนๆ เหมือนกัน
ที่มีคอลัมน์นี้ก็ไม่ใช่อะไร แต่เพื่อให้น้องๆ นักเขียนมือใหม่ทุกคนใน Dek-D ได้เห็นภาพการทำงานของอาชีพอื่นๆ ที่มีส่วนช่วยให้หนังสือเล่มหนึ่งตีพิมพ์ออกมา หรือเห็นตัวเลือกอื่นสำหรับคนที่อาจจะท้อกับการเขียนนิยาย พี่น้องเชื่อว่ามีหลายคนรักการเขียน รักหนังสือ แต่เขียนนิยายเท่าไรก็ไม่รุ่ง บางทีเราอาจจะค้นพบความสนใจใหม่ในคอลัมน์นี้ก็ได้
คนแรกที่พี่น้องพามาแนะนำให้ทุกคนรู้จักวันนี้ พี่เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว นั่นคือคุณ ‘ มนุดกลม ’ เจ้าของลายเส้นหัวกลมๆ และมุขฮากริบ (?) ขอเชิญพบกับบทสัมภาษณ์ผู้ชายอารมณ์ดีคนนี้ได้เลยค่ะ
ก่อนจะมาเขียนการ์ตูนลงเว็บอย่างจริงจัง คุณมนุดกลมทำอะไรมาก่อน แล้วมีอะไรมาสะกิดหัวใจให้เริ่มเปิดเว็บลงรูปอย่างจริงจังคะ
จริงๆการ์ตูนมนุดกลมนี่เป็นงานอดิเรกครับตัวผมเองทำงานประจำอยู่เป็นพนักงานบริษัทเอกชนธรรมดาๆ ทำงานทาง IT แต่ว่าชอบการวาดการ์ตูนในแบบวาดเล่นๆ เล่าเรื่องครับ
ถ้าถามว่าก่อนจะมาเป็นการ์ตูนมนุดกลมลงบล็อกในอินเตอร์เน็ทแบบทุกวันนี้ก่อนหน้านี้เป็นอะไรมาก่อน ตัวผลงานของผมก่อนหน้านี้ก็จะอยู่ในพวกหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ที่ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งของคณะและของชมรมในสมัยที่ผมเรียนมหาวิทยาลัยครับ
ชิ้นที่เป็นต้นแบบเลยจะเป็นตัวการ์ตูนวาดเล่นอยู่ในสมุด “ไดอารี่ชมรม” ซึ่งเจ้าสมุดนี้มีหน้าที่เป็นสนามอารมณ์ของสมาชิกชมรมให้ใครก็ได้เขียนระบายอะไรก็ได้ลงไป ผมก็เกิดไอเดียอยากแหวกแนวเพื่อนๆ เลยวาดเป็นการ์ตูนแบบลายเส้นง่ายๆ (ใกล้เคียงการ์ตูนมนุดกลมปัจจุบันครับ แต่เห่ยกว่า)
เล่าเรื่องอ่านหนังสือสอบ ทำการบ้านบ้างแบบเน้นฮาๆ ลงไป ปรากฏว่าเพื่อนๆ รุ่นพี่รุ่นน้องในชมรมติดครับ รอตามอ่านตอนใหม่ราวกับรออ่านการ์ตูนญี่ปุ่นรายสัปดาห์
ซึ่งจากสิ่งที่ทำเล่นตอนนั้นเอง เลยอยากลองขยายให้มันเป็นผลงานประจำตัว และขยายกลุ่มคนอ่านจากแค่กลุ่มเล็กๆ ในห้องชมรม มาเป็นสังคมอันกว้างใหญ่ครับ
สิ่งที่สะกิดใจก็จะเป็นช่วงหลังจากเรียนจบมาทำงานครับ หลังจากออกมาผ่านชีวิตการทำงานประจำได้ราวสองปี เริ่มมีความรู้สึกอยากลองสร้างผลงานที่ตัวเราเองเป็นผู้สร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจของตัวเองดูสักชิ้นนึงครับ เลยนึกถึงสิ่งที่ตัวเองสนใจและคิดว่าทำได้ดี
สิ่งแรกที่นึกถึงก็คือ การ์ตูนในไดอารี่ชมรม ซึ่งวาดง่ายๆ และเล่าเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ทีแรกก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นที่ยอมรับของคนอ่านด้วยความที่มันอาจดูง่ายๆ มากเกินไป แต่ด้วยความสำเร็จและความนิยมของการ์ตูนที่มีแนวคล้ายๆ กันอย่างการ์ตูนชิ้นหยิกที่ลงเป็นประจำในเว็บบอร์ดพันทิป และการ์ตูนของบล็อกเกอร์ชาวไต้หวันอย่างวานวานที่วาดแนวเรื่องฮาๆ จากชีวิตประจำวันของเธอเหมือนกัน จึงตัดสินใจเอาการ์ตูนในไดอารีชมรมมาต่อยอดออกมาเป็นการ์ตูนมนุดกลมทุกวันนี้ครับ
เดี๋ยวนี้ก็มี blogger หลายคนใช้รูปแทนการเล่าเรื่องด้วยตัวหนังสือธรรมดา คุณมนุดกลมก็เป็นคนหนึ่งที่ถือว่าประสบความสำเร็จ มีคนรู้จักอยู่เป็นจำนวนมาก คิดว่าอะไรที่ทำให้คนอ่านจำเราได้และชอบการ์ตูนของเรา
คิดว่าคงเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องลายเส้นและเนื้อเรื่องครับ ที่คิดว่ายังไม่มีใครทำแนวนี้มาก่อน และผมก็ใช้รูปแบบลายเส้นเดิมต่อเนื่องอย่างเป็นจริงเป็นจัง นอกจากนั้นผมพยายามเอาข้อได้เปรียบของการที่เป็นการ์ตูน คือมีทั้งภาพและคำพูดช่วยดึงอารมณ์ในเรื่องที่เราต้องการสื่อออกมาให้คนอ่านอินเข้าไปกับเนื้อเรื่องที่เรากำลังเล่าอยู่ครับ

นอกจากนั้นจุดสำคัญก็จะอยู่ที่เนื้อเรื่องที่เราเลือกมาเล่าครับ สำหรับการ์ตูนมนุดกลมนี้มีคอนเซ็ปของเนื้อเรื่องว่าเป็นเรื่องขำๆ จากชีวิตประจำวัน ดังนั้นเนื้อเรื่องก็มักจะเป็นอะไรที่เรามักเจอในชีวิตประจำวัน แต่ทำให้น่าสนใจตรงที่เรื่องจริงในชีวิตคนเรามักมีอะไรเหนือความคาดหมายจากความปกติธรรมดาเสมอๆ ก็เอาจุดนี้มาเล่าสู่กันฟัง เป็นอีดจุดนึงที่เป็นเอกลักษณ์ของการ์ตูนมนุดกลมครับ
นักวาดบางคนจะชอบจิกกัดเสียดสีสังคม บางคนจะพูดถึงหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งเป็นพิเศษ เช่นเรื่องกิน เรื่องความรัก หรือชีวิตการทำงาน แล้วคุณมนุดกลมคิดว่าเนื้อหาการ์ตูนของตนเองเป็นแบบไหนคะ
การ์ตูนมนุดกลมนี่ยิงหัวเรื่องกราดเป็นเป็ดเลยครับ (ฮา)
อย่างที่บอกว่าการ์ตูนมนุดกลมเป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน ดังนั้นอะไรที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ก็อยู่ในขอบเขตที่การ์ตูนมนุดกลมอาจหยิบมาเล่นได้ทุกเมื่อ ตั้งแต่เรียน เที่ยว เดินทาง สอบ ทำงาน กิน สังคม
เพียงแต่ผมจะไม่เลือกเรื่องเกี่ยวกับจิกกัดเสียดสีสังคม เพราะผมรู้สึกว่าแนวนี้มันเยอะแล้วครับ ผมขอเป็นทางเลือกที่มองชีวิตอีกมุม เป็นด้านบวก เป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิต ต่อสู้กับชีวิต ด้วยอีกมุมมองของเรื่องราวที่เหมือนจะดูซวยๆ แต่พอเอามาเล่าใหม่ กลายเป็นเรื่องสนุกๆ ให้กับคนอื่นได้ครับ
ตอนนี้ผลงานของคุณมนุดกลมก็ดังถึงขั้นสำนักพิมพ์ Springbooks ในเครืออัมรินทร์มาจีบให้ไปออกหนังสือกับเขา ขั้นตอนการทำงานเพื่อผลิตหนังสือออกมาเป็นรูปเล่มเป็นยังไงบ้างคะ มีอุปสรรคตรงไหนบ้างหรือเปล่า
สำหรับการเอางานไปทำเป็นหนังสือนี่ เริ่มต้นสำหรับของผม ทางกองบรรณาธิการจะมาติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ในการตีพิมพ์งานของเราเพื่อจัดจำหน่ายเป็นหนังสือครับ ซึ่งนี่คือเรื่องแรกที่ต้องคุยตกลงกันกับทางสำนักพิมพ์ว่าเค้าจะขอซื้ออะไรจากเรา สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ หรือสิทธิ์ในการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร ก็ตกลงกันแล้วร่างสัญญา รวมถึงค่าตอบแทนกันให้เรียบร้อย
จากนั้นก็จะเป็นเรื่องของการวางเนื้อหาของหนังสือครับ ว่าจะเอาเรื่องอะไรไปทำบ้าง ตรงนี้ก็คุยกับทางบรรณาธิการคนที่ถูกมอบหมายให้ติดต่องานกับเราเนี่ยแหละครับ ว่าหนังสือออกมาจะมีเนื้อหาอะไรยังไงบ้าง ซึ่งบางครั้งทางสำนักพิมพ์เองก็ประเมินมาเบื้องต้นแล้วว่าควรออกมาในลักษณะไหนครับ ทางเราในฐานะเจ้าของงานก็ออกความเห็นได้เต็มที่ แต่สุดท้ายคนที่ตัดสินใจก็จะเป็นฝั่งสำนักพิมพ์ครับ ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการในการทำหนังสือของเรา ตรงจุดนี้ก็ต้องยอมรับและให้เกียรติการตัดสินใจของเค้าไปครับ
ขั้นตอนต่อมาก็เป็นเรื่องของการส่งต้นฉบับครับ ถ้างานเป็นตัวหนังสือก็อาจไม่หนักนัก เพราะทางสำนักพิมพ์เองก็จะมีทีมทำเลย์เอาท์หนังสืออยู่ แต่ถ้าเป็นการ์ตูนแบบมนุดกลมนี่ต้องส่งไฟล์ภาพที่เราตกแต่งเรียบร้อย พร้อมแยกบทพูดออกมาครับ ขนาดและความละเอียดของภาพก็ต้องให้ได้ตามมาตรฐานหน้ากระดาษที่เราตกลงไว้กับทางสำนักพิมพ์
ดังนั้นถ้าใครทำผลงานแนวๆ การ์ตูนแบบมนุดกลม ก็ต้องไปแอบวัดมาตรส่วนของหนังสือทั่วไปๆ และทำต้นฉบับที่มีความละเอียด 300 dpi ขึ้นไปเผื่อไว้ครับ อัตราส่วนกว้างยาวทั่วๆ ไปก็เป็น 4:3 ครับ
หลังจากส่งเสร็จก็ไม่มีอะไรมากแล้วครับ อาจมีการแก้ไขคำบ้างตามความเหมาะสมที่ฝ่ายพิสูจน์อักษรเค้าตรวจสอบให้ถูกหลักภาษาไทยครับ ขั้นตอนสุดท้าย ถ้าทันเราก็จะได้มีส่วนร่วมในการดูปก ตรวจสอบต้นฉบับก่อนพิมพ์ แต่ถ้าไม่ทันบางทีพิมพ์ออกมาเป็นเล่มแล้วก็มีครับ
อุปสรรคหลักๆ ที่พบ ส่วนตัวคิดว่าไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหญ่โตครับ ทางสำนักพิมพ์เองก็ต้องการให้งานออกมาดีที่สุดอยู่แล้ว ซึ่งบางครั้ง ความเห็นอาจไม่ตรงกันบ้าง และถ้าสุดท้ายไม่เป็นอย่างที่เราอยากได้ ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของเจ้าของโครงการ ส่วนตัวเราก็สังเกตและเรียนรู้เหตุผลเบื้องหลังของการตัดสินใจและผลที่ออกมา เป็นประสบการณ์และความรู้ในชีวิตต่อไปครับ
มาพูดถึงผลงานล่าสุด “มนุดกลม ทัวร์โตเกียวสุดเฟี้ยวเงาะ” กันบ้างดีกว่าค่ะ คิดยังไงถึงตัดสินใจเขียนถึงการไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะกระแสยกเลิกวีซ่าหรือเปล่าคะ
ไม่ได้คิดยังไงมากมายครับ แค่เป็นประเทศที่ผมฝันจะไปเยือนสักครั้งมานานแล้ว คนรุ่นผม (อุ๊ย แก่) โตมากับสิ่งของเครื่องใช้ การ์ตูน เกมญี่ปุ่น รอบตัวไปหมดครับ และมันก็ถูกจริตผมเป็นการส่วนตัวบอกไม่ถูก เพราะผมมักอินกับการ์ตูนหรือเกมจากฝากญี่ปุ่นมากกว่ายุโรปหรืออเมริกาครับ จึงอยากไปเยือนถึงถิ่นกำเนิดสิ่งเหล่านี้สักครั้งในชีวิต
และพอดีคุณแฟน (กบน้อย) ก็เป็นเจแปนฟีเว่อคล้ายๆ กัน เลยตัดสินใจไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเองโดยมีเพื่อนเอื้อเฟื้อที่นอนให้ครับ ซึ่งระหว่างเดินทางกลับ ตั้งใจไว้อยู่แล้วครับ จะเขียนวีรกรรมที่เจอที่ญี่ปุ่นแน่ๆ ถึงขั้นบันทึกเสียงตัวเองลงมือถือกันลืมเลยทีเดียว
พอกลับมาก็จัดการเขียนเป็นตอนต่อๆ กันลงบล็อกเลยครับ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการยกเลิกวีซ่าเลยครับ และพอถึงรอบการรวมเล่มเล่มที่สามก็บังเอิญเนื้อหาตรงกับข่าวการยกเลิกวีซ่าพอดิบพอดีเลยทีเดียว

สรุปว่าไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะเป็นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมตั้งแต่เด็กๆ ส่วนหนังสือออกมาบังเอิญชนกับช่วงยกเลิกวีซ่าพอดีครับ
คิดว่า “มนุดกลม ทัวร์โตเกียวสุดเฟี้ยวเงาะ” ต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ ที่พูดถึงญี่ปุ่นยังไงบ้าง
ว่ากันตรงๆ ผมเองเคยอ่านหนังสือที่พูดถึงญี่ปุ่นแค่แนวแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและการเดินทางแบบแบ็คแพ็คเท่านั้นเอง จะให้เปรียบเทียบเลยก็ดูบังอาจไปหน่อยครับอาจโดนท่านเปาสั่งโบยได้ เอาเป็นว่าผมเล่าแทนดีกว่าว่าครับว่าเล่มนี้เนื้อหาแนวไหน
เนื้อหาในเล่มนี้เป็นการเล่าประสบการณ์ที่ผมเจอจากการไปเที่ยวด้วยตัวเองของผมกับกบน้อยครับ ซึ่งเราทั้งคู่มีแรงบันดาลใจเหมือนกันคือชอบผลงานของญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน เกม เทคโนโลยี และสนใจวัฒนธรรม ดังนั้นธีมหลักในการเที่ยวของเราสองคนก็แน่นอนครับ เป็นการไปตามรอยวัฒนธรรมการ์ตูน เกมด้วยส่วนนึงและที่เที่ยวมาตรฐานทั่วไปด้วยอีกส่วนนึง
เนื้อหาในเล่มเลยเน้นเป็นประสบการณ์สนุกๆ แปลกๆ ที่เราสองคนพบเจอครับ ซึ่งถ้าใครสนใจญี่ปุุ่นด้วยตัวเอง หรือเคยไปโตเกียวด้วยตัวเองกันมาแล้ว เชื่อว่าจะอินกับเนื้อหาในเล่มนี้ได้อย่างดีครับ ยิ่งถ้าใครชอบหรือสนใจญี่ปุ่น ด้วยเหตุผลเดียวกัน ผมรับรองว่า (น่าจะ) โดนใจแน่นอน

วาดภาพลงเว็บแบบนี้เคยเจอปัญหาก๊อปงานหรือลอกมุขหรือเปล่าคะ ถ้าเคยเจอตอนนั้นแก้ปัญหายังไงบ้างคะ แล้วถ้าไม่เคยเจอ คิดว่าจะแก้ปัญหายังไงคะ
ก๊อปงานหรือลอกมุขนี่ยังไม่เคยเจอครับ งานผมมันอาจง่ายมากเกินไปก็ได้จนไม่มีใครอยากก็อปครับ (ฮา)
แต่ก็เคยมีคนเอารูปไปตัดต่อทำป้ายโฆษณาร้านล้างรถที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีครับ อันนี้มีคนถ่ายรูปมาให้ดู กับอีกเคสมีผู้อ่านแจ้งมาว่าเจอคนเอาไปทำเป็นเสื้อยืดขายที่หัวหิน แต่เคสหลังนี่ผมยังไม่เห็นรูป ดังนั้นเคสหลังนี่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษครับ
ส่วนเคสแรกก็ไปเตือนเจ้าของร้านทางเฟสบุคครับ ใช้ชื่อมนุดกลมไปแจ้งตรงๆเลย ซึ่งทางร้านก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษนอกจากตอบมานิ่งๆว่า จ้างร้านป้ายทำครับ ทางร้านล้างรถไม่รู้เรื่องอะไร พอถามเบอร์ติดต่อร้านป้าย ร้านล้างรถก็เงียบจ้อยไปเลย
ผมก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรครับ โดยส่วนตัวผมคิดอยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้ ผมคงป้องกันอะไรไม่ได้มาก นอกจากโพสรูปการ์ตูนลงบล็อกด้วยความละเอียดที่เอาไปทำงานพิมพ์ต่อลำบากหน่อย (ต่ำกว่า 150 dpi แต่ต้นฉบับที่ความละเอียดสูงเก็บไว้ในเครื่อง) ซึ่งส่วนตัวขีดเส้นไว้ว่าถ้าตราบใดที่เค้าไม่ได้ละเมิดเราถึงขึ้นอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของผลงาน หรือเอาไปหารายได้เองตรงๆอย่างทำของขาย ผมคงไม่ฟ้องร้องอะไรเป็นพิเศษครับ อย่างเคสป้ายร้านนี่มองว่าเป็นการโปรโมทผลงานและเอาลายเส้นของเราไปช่วยให้ธุรกิจเค้าอาจขายดีขึ้นได้บ้างก็ได้ครับ ซึ่งพวกนี้ก็เป็นสิทธิ์ของเราครับว่าจะเสียเวลาไปต่อสู้คดีรึเปล่า
ในยุคที่คนสนใจข้อมูลที่เป็นรูปภาพมากกว่าตัวหนังสือ คุณมนุดกลมคิดว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร แล้วคิดว่าคนรักการวาดภาพจะได้ประโยชน์หรือได้รับผลกระทบอะไรจากความเปลี่ยนแปลงนี้บ้างคะ
ข้อดีต่อคนรับสาร ก็คงเป็นการเห็นสื่ออย่างเป็นรูปธรรม เข้าใจง่ายและตรงกับสิ่งที่ผู้สื่อสารต้องการจะสื่อมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลาตีความนานก็เข้าใจได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียตรงที่เราจะถูกตีกรอบจินตนาการของเราไปแล้วส่วนนึงด้วยรูปภาพครับ
ซึ่งเราก็จะไม่ได้สัมผัสกับอรรถรสที่ได้จากการใช้คำที่สละสลวยในการสื่อสารให้คนรับสารสามารถจินตนาการภาพได้เป็นฉากๆ ที่เป็นสเน่ห์อย่างนึงของการใช้ตัวหนังสือครับ
ส่วนคนรักการวาดภาพก็เป็นโอกาสครับ ที่ตอนนี้คนรับสารส่วนใหญ่เลือกที่จะนิยมการสื่อสารด้วยภาพมากกว่าตัวหนังสือ ทำให้สิ่งที่เราถนัดเราชอบเป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ ทุกสิ่งที่เราทำลงไปจะมีคนเห็นคนสนใจมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองจากการรับฟังความเห็นของกลุ่มคนที่ใหญ่ขึ้นและหลากหลายมากขึ้นครับ
สุดท้ายนี้อยากให้คุณมนุดกลมฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากเป็นนักวาดภาพใน Dek-D หน่อยค่ะ
หมั่นฝึกฝนอย่างต่อเนื่องไม่ย่อท้อ เปิดใจรับทุกความเห็นและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องยิ่งๆ ขึ้นไปครับ
ทุกวันนี้เรามีสื่้อที่ทำให้โลกเราแคบลงเยอะมาก ทั้ง social media และเว็บบอร์ดต่างๆ จนหลีกเลี่ยงได้ยากที่เราอาจท้อจากการที่เราไปเปรียบเทียบผลงานของเรากับของคนอื่น โลกนี้ก็กว้างใหญ่นัก คนเก่งๆ อายุเท่าๆ กันกับเรามีอยู่เยอะแยะไปหมด
นับเป็นทั้งโอกาสที่ได้เห็นผลงานในโลกกว้างและอุปสรรคต่อกำลังใจของตัวเองในเวลาเดียวกัน เราจึงต้องรู้จักเลือกแต่ของที่มีประโยชน์ออกมาครับ
เหมือนเลือกทานอาหารครับ อาหารที่ขมๆ อย่างเสียงตำหนิแนะนำคือสิ่งบำรุงสุขภาพชั้นดี ของหวานๆ อย่างคำชมก็เลือกทานได้บ้างแต่อย่าเยอะครับ ไม่งั้นเราจะอ้วน เหลิง และไม่ไปไหนต่อ
และการเปรียบเทียบผลงานให้ตัวเองท้อแท้นั้นไม่ได้อะไรครับ เอาเวลานั่งท้อ ไปหาโอกาส หาไอเดียมาพัฒนาตัวเองต่อดีกว่าครับ
ผมเคยสอนพิเศษน้องคนนึงเป็นลูกเพื่อนคุณแม่ครับ น้องเค้าชอบวาดการ์ตูน อยากทำงานทางด้านกราฟฟิคมาก แต่ ณ วันที่ผมสอนพิเศษนั้น น้องเค้าวาดการ์ตูนแย่กว่าผมที่เป็นมือสมัครเล่นอีกครับ แต่ด้วยความมุมานะของน้องเค้า หลังจากที่สอบได้คณะทางกราฟฟิคที่อยากเรียน น้องเค้าฝึกฝนการวาดทุกวัน วาดเกินการบ้านที่สั่ง วาดเรื่อยๆ วาดไม่หยุด แค่ภายในปีสองปี เทคนิคการวาดและคุณภาพงานที่ออกมาก็เกินมือสมัครเล่นอย่างผมไปไกลมากเลยครับ
สุดท้าย พลังใจความมุ่งมั่น (แบบการ์ตูนญี่ปุ่น) มันมีอยู่จริงครับ และเป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก จากนั้นต่อด้วยการลงมือทำเป็นประจำสม่ำเสมอ พัฒนาตัวเองทุกทางที่เป็นไปได้ ความสำเร็จจะนั่งรอน้องๆ อยู่ไม่ไกลแน่นอนครับ
ได้คำแนะนำจากรุ่นพี่อย่างนี้แล้ว น้องๆ หลายคนที่ยังไม่มั่นใจในผลงานของตัวเอง ยังหาตัวเองไม่เจอ หรือยังไม่รู้จะทำอะไรดี ก็ลองยึดแนวคิดของมนุดกลมเป็นแบบอย่าง แล้วทำตามฝันของตัวเองให้สำเร็จนะคะ
ส่วนใครที่สนใจหนังสือของมนุดกลม ตอนนี้มีออกมาแล้ว 3 เล่มนะจ้ะ อยากซื้อหนังสือ อยากได้ลายเซ็น งานหนังสือเดือนตุลานี้ แวะไปที่บูธนายอินทร์ โซน C ชั้น 2 Q14 มนุดกลมจะโผล่มาตัวเป็นๆ ไม่ใช่แค่กลมๆ ในวันต่อไปนี้


9 ความคิดเห็น
ชอบอ่านการ์ตูนมนุดกลมมากเลย ฮาดี คลายเครียด ภาพน่ารัก และมุกตลกบางอันก็กระแทกใจดำจี๊ดๆ ดี 555
ชอบลายเส้นมากๆ วาดสวยอยากวาดให้ได้แบบนี้มั่ง
จะไปหานะคะ *0*
ตามมนุดกลมอยู่นานแล้วครับ ^v^ โดยเฉพาะเรื่องทุเรียน อ่านจบ ไม่กล้ากินทุเรียนไปหลายสัปดาห์ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ติดตามงานมานานแล้ว
ฮามากๆจนแม่ถามว่าตลกอะไร
กั้นดั้มละ!! กันด้ามมมมม //ฮา 5555
= 3 = ชอบ ผบ. มะเร็ง กับ ท่านเซียอ่ะ ไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่ได้ เกียรตินิยม อันดับ 1
แมลง วาป ด้วย ฮา คุณกบน้อย
ชอบมนุดกลมมาก 555555555555 รู้สึกได้เลยว่าเรื่องบางเรื่องในชีวิตประจำวันเราบางทีมันก็ตลกเหมือนกัน
มนุดกลมถือเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาก สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็เอามาทำให้เป็นเรื่องตลกๆได้ แถมพี่เขายังวาดรูปออกมาได้เหมือนตัวเองเลยด้วย