Fairy Tale Parody ตลบหลังเทพนิยาย


            ก่อนสิ้นปีนี้พี่น้องมีบทความกลเม็ดเคล็ดลับสุดท้ายมาฝาก ช่วงนี้พี่ค่อนข้างจะเน้นหนักไปทางให้ความรู้เกี่ยวกับวรรณกรรมนิดหน่อยนะ เพราะตอนนี้เรายังเล่นเกมฝึกแต่งนิยายกันไม่ได้ กิจกรรมเยอะเกิน ฮ่าๆ แต่ปีหน้าเราจะกลับมาลับฝีมือการเขียนกันอีกรอบ (ฟังดูนาน อาทิตย์เดียวเอง)

            รอบนี้พี่น้องอยากจะพูดถึงแฟชั่นใหม่ของวงการวรรณกรรมบ้านเรา จากที่พี่สังเกตดูทั้งนิยายที่ตีพิมพ์แล้ว และนิยายที่น้องๆ แต่งลงเว็บ และในการประกวด Enter Books Writer Episode 3 ก็ดี มีหลายคนเลยที่เอาเทพนิยายมาปรับเป็นเรื่องใหม่

            บางคนอาจสงสัยว่าเราเอานิทานมาแต่งใหม่ได้ด้วยเหรอ? ลิขสิทธิ์เป็นของ Walt Disney หรือเปล่า? แล้วจะทำไปเพื่ออะไร? ในบทความนี้มีคำตอบค่ะ
 

"เทพนิยาย" คืออะไร?

            ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเทพนิยายกันก่อน เทพนิยายก็คือเรื่องเล่าแบบปากต่อปากจากในอดีต จริงๆ แล้วเทพนิยายมันเป็นกลุ่มย่อยของ "นิทานปรัมปรา" อีกที แต่ละประเทศ แต่ละวัฒนธรรมก็จะมีเรื่องเล่าแตกต่างกันไป อารมณ์ว่าคนในสมัยก่อนไม่ค่อยมีสิ่งบันเทิงแบบสมัยนี้ การเล่าเรื่องแปลกๆ ให้กันฟัง ก็เลยเป็นเรื่องบันเทิงอย่างหนึ่งสำหรับเขา

            นิทานปรัมปรายังแยกย่อยออกมาได้เป็น ตำนาน, มหากาพย์, นิทานพื้นบ้าน อะไรที่เล่ากันมาปากต่อปากแล้วค่อยมาเขียนทีหลังนี่อยู่ในกลุ่มนิทานหมด รวมถึงเทพนิยายด้วย

            ความพิเศษของเทพนิยายคือ มันมักจะมีเวทมนตร์และอะไรแปลกๆ ผสมอยู่ในเรื่องด้วย เช่น ซินเดอเรลล่าก็มีนางฟ้าแม่ทูนหัว หนูน้อยหมวกแดงมีหมาป่าพูดได้ แจ็คผู้ฆ่ายักษ์มีถั่ววิเศษและไข่ทองคำ ฯลฯ
 

            ด้วยความที่เรื่องพวกนี้มันมีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีรัฐธรรมนูญ ไม่มีคำว่าสิทธิมนุษยชน ไม่มีคำว่าความเท่าเทียมกัน เราก็เลยได้เห็นพล็อตเรื่องบางอย่างที่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันผิดหลักปัจจุบัน หรือดู "ล้าสมัย" นั่นเอง

            เพราะคิดได้แบบนั้น ทำให้มีนักเขียนหลายคนอยากเปลี่ยนนิทานพวกนี้เสียใหม่ ให้มันทันสมัยขึ้น ดูมีเหตุมีผลมากขึ้น หรืออยากจะนำเสนอนิทานเรื่องนี้ในอีกรูปแบบหนึ่งเฉยๆ และนั่นก็ทำให้เกิดการสร้าง Parody ล้อเลียนเทพนิยายเหล่านี้ขึ้นมา
 

Fariy Tale Parody เขามีมานานแล้ว

            หลายคนคงพอจะได้ยินคำว่า Parody มาบ้าง คำๆ นี้ใช้เรียกงานสื่อต่างๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อ "ล้อเลียน" งานต้นฉบับ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย บทเพลง รูปวาด หรือคำพูดเจ๋งๆ แต่การล้อเลียนนั้นไม่ได้หมายถึงการ "ทำลาย" งานต้นฉบับ มันเป็นการเสนอ "มุมมองใหม่" ให้กับงานชิ้นนั้น เช่น ถ้าเกิดเปลี่ยนตอนจบเป็นแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดเปลี่ยนตัวละครเป็นอีกแบบจะเป็นยังไง

            ความจริงแล้วไม่ใช่แค่เทพนิยายเท่านั้นที่เอามาเขียน Parody ได้ นิยายทั่วๆ ไปก็ได้เหมือนกัน เพียงแต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายลิขสิทธิ์กำหนดเอาไว้ เช่น Sherlock Holmes (เซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์) ก็มีคนเอาไปเขียนล้อเลียนในชื่อ Sherlaw Kombs ในเรื่องนักสืบโฮล์มส์ผู้เก่งกาจไปเสียทุกอย่างกลับกลายเป็นเดารูปคดีผิดหมด และคนที่คลี่คลายคดีได้จริงๆ กลับเป็นตำรวจของสกอตแลนด์ยาร์ด

            ส่วนเทพนิยายก็เป็นที่รู้กันว่าโดนเอามาทำใหม่เสียหลายครั้ง ทั้งในแบบนิยาย ภาพยนตร์ การ์ตูน ยกตัวอย่างเรื่องที่รู้จักกันดีอย่าง ซินเดอเรลล่า แม่สาวรองเท้าแก้ว นี่ก็มีหลายเวอร์ชั่น และไม่ใช่แค่เวอร์ชั่นฝรั่งเท่านั้นนะ ของเอเชียก็มีเหมือนกัน (บ้านเราเองก็มีงานของภาคินัยที่เพิ่งทำเป็นละครไปเรื่อง 'ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ')

            พล็อตของนิทานเรื่องนี้เราก็รู้ๆ กันว่าซินเดอเรลล่าเป็นสาวกำพร้าแม่ที่ต้องทนอยู่กับแม่เลี้ยงใจร้าย แต่โชคดีที่เธอได้ไปงานเต้นรำและสะดุดตาเจ้าชายเข้า เธอก็เลยได้แต่งงานกลายเป็นเจ้าหญิง

            แต่พล็อตเรื่องแบบนี้มันเกิดจากความเชื่อสมัยโบราณที่ "ผู้หญิงยกระดับฐานะได้โดยการแต่งงานกับผู้ชายเท่านั้น" ซินเดอเรลล่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ต้องให้นางฟ้ามาช่วยตลอด ซินเดอเรลล่ายุคปัจจุบันเลยมักพลิกบทให้เธอถึกขึ้น บางทีก็ถึงขั้นไปช่วยเจ้าชายเองด้วยซ้ำ เพื่อแสดงบทบาทใหม่ของผู้หญิงในสังคมปัจจุบัน
 

จะเขียน Parody ได้อย่างไร?

            วิธีการเขียน Parody นั้นดูเหมือนจะง่าย เพราะเรามีเรื่องของคนอื่นอยู่แล้ว แค่เอามาปรับเปลี่ยนให้เป็นเรื่องในแบบของเรา แต่ช้าก่อน มันไม่ง่ายขนาดนั้น มาดูกันว่าเราต้องทำอะไรบ้าง

            จะเขียน Parody ล้อเลียนต้นฉบับได้ เราต้องรู้ลึกรู้จริงในงานชิ้นนั้นเสียก่อน อยากจะแต่งเรื่องสโนวไวท์ใหม่ ต้องรู้ว่าแต่ละเวอร์ชั่นมีพล็อตอย่างไรบ้าง นำเสนอประเด็นอะไรบ้าง แล้วถึงจะหยิบประเด็นที่น่าสนใจมาพลิกให้เป็นอีกมุมหนึ่งได้ อะไรที่เรารู้สึกไม่ชอบใจ ไม่เหมาะกับยุคปัจจุบันแล้ว หรืออะไรที่เราสนใจอยากรู้เกี่ยวกับนิทานเรื่องนี้ ก็พูดถึงเรื่องนั้นในเวอร์ชั่นของเรา

            การเขียน Parody ต้องเปิดประเด็นใหม่หรือมุมมองใหม่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่เราจะใช้งานของคนอื่น จะเขียน Parody ก็ต้องเคารพในตัวต้นฉบับเก่าด้วย นอกจากนี้จะเขียน Parody ทั้งที ก็ควรเลือกเรื่องที่คนน่าจะรู้จักพล็อตดั้งเดิมของมัน เพราะถ้าคนอ่านไม่รู้พล็อตของต้นฉบับ เขาก็จะไม่เข้าใจประเด็นที่เราต้องการสื่อ
 

5 วิธีเล่าเรื่องใหม่

1. เปลี่ยนบุคลิกลักษณะนิสัยตัวละครหลัก
            นิทานหรือเทพนิยายมักเป็นเรื่องสั้นๆ มันเลยไม่มีความซับซ้อน ตัวละครมีด้านเดียว ร้ายก็ร้ายเลย ดีก็ดีเลย ดังนั้นถ้าเราเปลี่ยนบุคลิกตัวละครเสียใหม่ เรื่องก็จะเปลี่ยนไปเหมือนกัน ที่นิยมกันและเห็นได้ชัดที่สุดคือ นิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดง

            เรารู้ว่าหนูน้อยหมวกแดงเป็นตัวแทนของวัยเด็กที่ยังไร้เดียงสา ใสซื่อบริสุทธิ์ ลองเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นเด็กอันตราย พกอาวุธไปบ้านยาย ฆ่าหมาป่ามาแล้วนับไม่ถ้วน แล้วเปลี่ยนให้หมาป่าเป็นสัตว์ตัวน้อยๆ ที่น่าสงสารดูสิ

2. เล่าเรื่องในมุมมองใหม่
            เดี๋ยวนี้จะมีแนวคิด "มองมุมกลับ ปรับมุมมอง" เราก็ทำกับนิทานพวกนี้ดูบ้าง ลองเล่าเรื่องหนูน้อยหมวกแดงในมุมมองของหมาป่า ลองเจาะลึกเข้าไปในใจของหมาป่าว่ามันอยากกินหนูน้อยหมวกแดงจริงๆ หรือวางแผนอย่างอื่นเอาไว้ ลองเล่าเรื่องสโนวไวท์ในมุมมองของราชินีใจร้ายดูบ้างสิ จริงๆ แล้วเธออาจไม่ได้อยากฆ่าสโนวไวท์ก็ได้นะ

3. ใส่ตัวละครใหม่เข้าไป
            คงจะน่าสนุกดีถ้าอยู่ๆ เราก็หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของนิทาน และเราเป็นคนเดียวที่เห็นว่าทุกอย่างมันผิดปกติ ตัวละครใหม่อาจจะช่วยให้ตัวละครเดิมในเรื่องมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง แล้วเปลี่ยนพล็อตทั้งหมดได้

4. จับหลายๆ เรื่องมายำรวมกัน
            ลองเอาซินเดอเรลล่ากับสโนวไวท์มาอยู่ในเรื่องเดียวกันดูสิ ลองให้เจ้าชายของทุกเรื่องมาเจอหน้ากันดูบ้าง แล้วใส่การผจญภัยนิดๆ หน่อยๆ เข้าไป แล้วดูว่าตัวละครแต่ละตัวจะตัดสินใจอย่างไร หมาป่าอาจจะสนิทกับเจ้าชายชาร์มมิ่ง ซินเดอเรลล่าอาจทะเลาะกับสโนวไวท์ นางฟ้าแม่ทูนหัวอาจตีกับราชินีใจร้ายก็ได้

5. เปลี่ยนพล็อต แต่คงอย่างอื่นไว้
            วิธีที่พูดไปก่อนหน้าทั้งหมดแทบจะไม่ได้เปลี่ยนพล็อตเดิม แต่เปลี่ยนองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อดูว่าถ้าองค์ประกอบพวกนี้เปลี่ยนไปแล้วพล็อตเรื่องทั้งหมดจะเป็นอย่างไร

            ทีนี้ถ้าให้พล็อตเปลี่ยน แต่ทุกอย่างเหมือนเดิมล่ะ ถ้าซินเดอเรลล่าไม่ต้องไปงานเลี้ยงเต้นรำ แต่ต้องไปรบแทน ด้วยนิสัยผู้หญิงอ่อนแอ ช่วยตัวเองไม่ได้อย่างซินเดอเรลล่า ไปถือปืนผาหน้าไม้ อะไรจะเกิดขึ้น?
 

เอางานคนอื่นมาใช้แบบนี้ไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์หรือ?

            นิทานพวกนี้ไม่มีลิขสิทธิ์คุ้มครองเนื่องจากมีมานานก่อนกฎหมายลิขสิทธิ์จะเกิดเสียอีก และมันก็เล่ามาปากต่อปาก หาเจ้าของเรื่องจริงๆ ไม่เจอ อีกทั้งการเขียน Parody ยังถือเป็นข้อยกเว้นในกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากอยู่ในข่าย Fair Use ตามกฎหมายของเขา (Fair Use ครอบคลุมการนำผลงานไปใช้อ้างอิงเพื่อการ "วิจารณ์" "แสดงความคิดเห็น" และ "Parody")

            ส่วนดิสนีย์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นิทานพวกนี้หรือเปล่า คำตอบคือไม่ค่ะ จะแปร์โรลท์หรือพี่น้องตระกูลกริมส์ก็ไม่ได้ถือลิขสิทธิ์ในตัวนิทานพวกนี้เช่นกัน แต่...ดิสนีย์ถือลิขสิทธิ์ซินเดอเรลล่าในเวอร์ชั่นของเขาเอง เช่น อิมเมจตัวละคร รายละเอียดต่างๆ ที่เขาเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อให้เป็นซินเดอเรลล่าในแบบของเขา

            ถ้าเราจะเขียนซินเดอเรลล่าฉบับใหม่ เราใช้ชื่อซินเดอเรลล่าได้ ใช้พล็อตเรื่องบางส่วนได้ที่เหมือนๆ กันในทุกเวอร์ชั่นได้ เพราะพวกนี้เป็นของที่มีมาแต่เดิม ดิสนีย์ไม่ได้เป็นคนคิดแต่แรก

            แต่ถ้าเราจะเขียนซินเดอเรลล่าโดยใช้ภาพประกอบจากดิสนีย์ มีหนูพูดได้ ออกมาร้องเพลงตัดชุดให้ซินเดอเรลล่า อันนี้ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ของดิสนีย์แล้ว เพราะนี่เป็นส่วนที่เขาคิดขึ้นมาเอง ไม่เกี่ยวกับต้นฉบับเดิม

            ส่วนผลงานอื่นๆ ที่ยังอยู่ในลิขสิทธิ์ ก็ใช่ว่าเราอยากจะเอามาเขียน Parody เมื่อไรก็ได้นะคะ เพราะถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์เขาฟ้องขึ้นมา เราก็ต้องไปสู้กันในชั้นศาลเพื่อแสดงหลักฐานว่างานเราเข้าข่าย Parody จริงหรือเปล่า เพราะงาน Parody ต้องไม่ทำให้คนอ่านเข้าใจผิดว่าเป็นงานต้นฉบับ เป็นภาคต่อ หรือภาคพิเศษใดๆ ต้องไม่สร้างผลกระทบต่อชื่อเสียงและการวางขายในตลาดของงานต้นฉบับด้วย

            ดังนั้นทางที่ดี เอานิทานที่ไม่มีลิขสิทธิ์พวกนี้มาเขียน Parody จะปลอดภัยกว่า

            น้องๆ ใน Dek-D คนไหนที่กำลังคิดอยากจะเปลี่ยนนิทานเก่าๆ ให้กลายเป็นนิยายสมัยใหม่ พี่ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยทำให้เข้าใจงานเขียนประเภทนี้มากขึ้นนะคะ

            ปีใหม่นี้หลายคนคงไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือกลับไปเยี่ยมญาติ ขอให้คอยดูผู้ปกครองหรือคนขับรถ อย่าขับตอนง่วงหรือตอนเมา จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุนะ

            สุดท้ายนี้ขอให้นางฟ้าแม่ทูนหัวคุ้มครองทุกคนเลย สาธุ!
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.borgus.com/legal.htm

ขอบคุณภาพประกอบจาก
http://www.businessbigwigs.com/2013/04/26/the-walt-disney-company-where-dreams-come-true/
http://www.barnesandnoble.com/w/two-sherlock-holmes-parodies-the-adventures-of-sherlaw-kombs-and-the-adventure-of-the-second-swag-robert-barr/1115158677?ean=2940016579887

http://neelysnews.wordpress.com/2013/10/25/free-friday-revolting-rhymes/
http://www.imdb.com/title/tt0355295/
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Chanyanuch Member 27 ธ.ค. 56 18:06 น. 1

นึกถึงพวกละครจักรๆวงศ์ๆของช่อง  7  ยุคนี้เลย  

ฉบับดั้งเดิมที่เคยอ่าน  เคยเรียน  และเคยฟังหายไปหมดเลย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
tangmo9543 20 ก.พ. 57 19:30 น. 11
บทความนี้ทำให้นึกถึงนักเขียนคนนี้เลยค่ะ Alex Flinn เรื่องที่เคยอ่านของก็เป็นแนว Fairy Tale Parody หมดเลยนะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นทุกเล่มของAlexเลยรึเปล่า เขียนสนุกค่ะ ใช้ได้เลย คืดว่าเรื่อง beastly มีแปลไทยแล้วนะคะ:)
0
กำลังโหลด

18 ความคิดเห็น

Chanyanuch Member 27 ธ.ค. 56 18:06 น. 1

นึกถึงพวกละครจักรๆวงศ์ๆของช่อง  7  ยุคนี้เลย  

ฉบับดั้งเดิมที่เคยอ่าน  เคยเรียน  และเคยฟังหายไปหมดเลย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
kowara Member 5 ม.ค. 57 22:05 น. 9

โห... เพิ่งรู้ว่านิยายแบบ Parody มีอะไรมากกว่าที่คิดเยอะเลย

เราเองก็ชอบเอาที่ได้ยินได้ฟังมายำเละในจินตนาการอยู่หรอกนะ 

แต่พออ่านของคนอื่นแล้วไม่ค่อยโดนอ่ะ 

//งั้นแต่งเองดีก่า //เอาเรื่องเก่าให้จบก่อนเถอะ //โดนตรบเหอะเหอะ

0
กำลังโหลด
มะขามป้อมกะสัปรด Member 6 ม.ค. 57 22:19 น. 10

อยากเขียนเทพนิยายกรีกแบบว่าแวกแนวจากเพอร์ซี่หน่อยๆ เยี่ยมเยี่ยม

ข้อมูลเป็นประโยนช์มากเลยเขิลจุง

0
กำลังโหลด
tangmo9543 20 ก.พ. 57 19:30 น. 11
บทความนี้ทำให้นึกถึงนักเขียนคนนี้เลยค่ะ Alex Flinn เรื่องที่เคยอ่านของก็เป็นแนว Fairy Tale Parody หมดเลยนะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นทุกเล่มของAlexเลยรึเปล่า เขียนสนุกค่ะ ใช้ได้เลย คืดว่าเรื่อง beastly มีแปลไทยแล้วนะคะ:)
0
กำลังโหลด
Ray_11 Member 23 ก.พ. 57 14:14 น. 12

เวลานำไปแสดงละครในค่ายก็นำเอาเรื่องราวเหล่านี้มาใช้นี่แหล่ะครับ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ต่างรู้จักกันดี เล่นมุขตลกง่ายดีครับ เย้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด