ราชบัณฑิตยฯ พิมพ์ศัพท์ใหม่ กับการเอามาใช้ในวรรณกรรม

            สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน วันนี้พี่น้องไม่ได้มีข่าวประกวดมาฝาก แต่พี่ไปเจอข่าวศัพท์ใหม่ที่ราชบัณฑิตยสถานจัดพิมพ์เป็นพจนานุกรมออกมา มีหลายเล่มมาก แต่ล่าสุดก็คือคำศัพท์ติดปากที่มาจากในอินเทอร์เน็ต หรือศัพท์ที่นักการเมืองใช้กันในช่วงที่บ้านเรากำลังมีปัญหาการเมืองอยู่

            ศัพท์ที่ว่านั้นก็เช่น "เกรียน" "ขั้นเทพ" "กดไลค์" "มาคุ" "สุดซอย" ฯลฯ ถ้าใครอยู่กับอินเทอร์เน็ตบ่อยๆ คงพอเข้าใจความหมายของคำพวกนี้และที่มา แต่ถ้าใครไม่รู้ก็ลองซื้อมาอ่านหรือคลิกที่รูปเพื่ออ่านเนื้อหาได้เลย (ตอนนี้มี 3 เล่ม เล่มที่ 4 กำลังจะพิมพ์)

           
 
            พจนานุกรมคำใหม่เขารวมคำศัพท์แบบไหนไว้บ้าง
 
  1. คำที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์บางอย่างในสังคม เช่น "กระชับพื้นที่" คำนี้ดังมากๆ ช่วงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองปี 2552 เป็นคำที่อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ใช้เพื่ออธิบายการวางกำลังเจ้าหน้าที่ล้อมผู้ชุมนุมเพื่อไม่ให้ขยายการชุมนุมเป็นวงกว้างออกไป (งดคอมเม้นต์การเมืองนะเออ นี่แค่ยกตัวอย่าง)
     
  2. คำที่มีความหมายเพิ่มเติมเมื่อเวลาผ่านไป เช่น "ยกเครื่อง" ในอดีตมันแค่ใช้กับการซ่อมรถ แต่ปัจจุบันเราใช้กับการรื้ออะไรแล้วเปลี่ยนใหม่หมด เช่น ศัลยกรรม หรือปฏิรูปองค์กรแบบยกเครื่อง

  3. คำแสลง หรือสำนวนติดปาก เช่น "ชิว" คำนี้มาจาก chill-out ในภาษาอังกฤษที่แปลว่าทำตัวสบายๆ คำนี้แม้แต่ในภาษาอังกฤษก็เป็นภาษาพูด เอาไปเขียนรายงานไม่ได้นะเออ

  4. และคำเก็บตกอื่นๆ ที่เขาอาจจะไม่ได้ใส่ในพจนานุกรมฉบับก่อนๆ หรือคำที่ไม่มีตัวอย่างให้

           ทีนี้มาเข้าเรื่องของเราดีกว่า ในฐานะนักเขียน "ศัพท์ใหม่" พวกนี้สำคัญกับเราอย่างไร

           จริงๆ แล้วงานเขียนก็ถือเป็นงานศิลปะแขนงหนึ่ง และงานศิลปะมันไม่มีขอบเขตหรือข้อกำหนดใดๆ เราอยากจะใส่อะไรลงไปในงานเขียนก็ได้ (แต่ได้ตีพิมพ์หรือเปล่าอีกเรื่องหนึ่ง) ถ้าน้องๆ อยากจะใช้ emoticon ในนิยายของตัวเอง ในแง่ศิลปะมันก็ไม่ได้หมายความว่างานนั้นไม่ดี แต่งานที่ออกสู่สาธารณะมันจะโดน "คนในสังคม" ประเมินค่าให้เป็นเรื่องธรรมดา ถ้านักอ่านส่วนใหญ่ไม่ชอบ emoticon เพราะเห็นว่ามันไม่มีชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ใดๆ งานเราก็จะไม่ได้คะแนนจากสังคมไปโดยปริยาย

           เช่นเดียวกันกับศัพท์ใหม่เหล่านี้ การที่ราชบัณฑิตยสถานทำพจนานุกรมศัพท์พวกนี้ออกมาไม่ได้หมายความว่าเราเอาศัพท์พวกนี้ไปเขียนนิยายได้แล้วนะ แต่มันเป็นแค่การ "รวบรวมศัพท์ใหม่" เพื่อใช้อ้างอิงความหมายเท่านั้น หลายคำในนั้นเป็นภาษาแชท หรือภาษาแสลงที่ไม่ได้รู้ความหมายไปทุกคนด้วยซ้ำ

           ถามว่าศัพท์พวกนี้ใช้ในนิยายได้ไหม? คำตอบคือ...
 
  • ได้ ถ้าเราไม่จริงจังกับการมีผลงานตีพิมพ์
  • ได้ ถ้าเราไม่คาดหวังว่าทุกคนต้องอ่านเรื่องของเรา
  • ได้ ถ้าเราทนรับกระแสกดดันจากคนที่ผ่านมาอ่านเรื่องของเราได้
          
           เพราะการเขียนให้ตัวละครพูดภาษาแชทมากเกินไป เช่น
 

"คิดถึงจุงเบยนะคริคริ" เธอกล่าวเสียงหวาน
"หลับฝันดีนะครัช" เขากล่าวตอบพร้อมรอยยิ้ม

          
           ประการแรกจะทำให้คนอ่านที่ไม่รู้ความหมายของคำพวกนี้หรือไม่รู้ที่มาเข้าใจว่าเราพิมพ์ผิด หรือเข้าใจความหมายผิด เช่น 'ครัช' เป็นชื่อนางเอกหรือเปล่า 'จุงเบย' เป็นชื่อพระเอกแสดงว่าพระเอกเป็นคนเกาหลีสินะ

           ประการต่อมา สำนักพิมพ์ทั้งหลายยังยึดเกณฑ์การใช้ภาษามาตรฐานในการพิจารณาผลงานตีพิมพ์อยู่ คำว่า "มาตรฐาน" ก็คือ "ขายได้" งานเขียนแบบนี้อาจขายได้กับวัยรุ่นเฉพาะกลุ่มมากๆ และบางทีสำนักพิมพ์อาจโดนตั้งคำถามถึงการผลิตงานที่ไม่ถึงเกณฑ์ "มาตรฐาน" แบบนี้ออกมา

           ประการสุดท้ายก็คือคนอ่านอย่างเราๆ นี่แหละ เวลาเราเลือกซื้อหนังสือสักเรื่อง นอกจากพล็อตเรื่องที่นักเขียนบรรจงปรุงแต่งออกมา เราก็อยากจะอ่านสำนวนภาษาที่เราไม่รู้สึกว่า "พิมพ์ออกมาง่ายๆ" แต่เราอยากเห็นอะไรที่ผ่านการกลั่นกรองแล้วล้านรอบ การเลือกใช้คำที่นักเขียนเท่านั้นถึงจะทำได้ ให้คุ้มกับเงินหลายร้อยบาทที่เราควักออกมาจากกระเป๋าแฟบๆ สักหน่อย

           ศัพท์ใหม่พวกนี้ โดยเฉพาะที่เป็นแสลง เช่น จุงเบย ชิมิ ครัช อาจสร้างความหงุดหงิดที่ง่ามนิ้วให้กับคนอ่าน และทำให้พวกเขามองคนใช้ในแง่ลบได้ (เคยเป็นประเด็นมาแล้วแม้แต่ในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเอง)

           ดังนั้นถ้าเราอยากให้งานเราเป็นงานที่ใครก็อ่านได้ จะนักธุรกิจหรือลุงขายข้าวมันไก่ก็อ่านเข้าใจ ควรเลือกใช้คำที่เป็นกลางที่สุด อย่าตามกระแสมากเกินไป ยิ่งหลายคำอาจมาแล้วไป ฮิตได้แป๊บเดียวก็เลิกฮิต ถึงตอนนั้นนิยายเราก็กลายเป็นของล้าสมัยทันทีเพราะใช้คำที่คนเขาเลิกใช้ไปแล้ว

           อย่างไรก็ดี...ถ้าเราอยากจะนำเสนอสังคมวัยรุ่นในปัจจุบันที่มีการใช้ศัพท์ใหม่ๆ ทำให้มันเป็นประเด็นของนิยายขึ้นมา การใช้คำพวกนี้ก็คงเลี่ยงไม่ได้ แต่คนอ่านเขาก็จะรู้ว่าเราใช้ภาษาแชทเพื่อเปรียบเทียบ เพื่อเป็นประเด็น ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ภาษานี้ในนิยายจริงๆ

           เอาล่ะ มีใครที่ตอนนี้กำลังเขียนนิยายแล้วเผลอใช้ศัพท์แสลงพวกนี้บ้างหรือเปล่า? ถ้าจะใช้ก็ขอให้ใช้เมื่อ "จำเป็น" แล้วกัน และต้องเตรียมรับผลของมันให้ดีด้วยนะ
 

อย่าแปลกใจถ้าคนมองว่างานเราไม่ดี เพราะมาตรฐานสังคม
ยังไม่ยกระดับให้ศัพท์แสลงพวกนี้เข้ามาอยู่ใน
"วรรณกรรม" สักเท่าไร


ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากราชบัณฑิตยสถาน
http://www.royin.go.th/
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

jade Member 7 ม.ค. 57 17:44 น. 2

เวลาเราเลือกซื้อหนังสือสักเรื่อง นอกจากพล็อตเรื่องที่นักเขียนบรรจงปรุงแต่งออกมา เราก็อยากจะอ่านสำนวนภาษาที่เราไม่รู้สึกว่า "พิมพ์ออกมาง่ายๆ"

เห็นด้วยอย่างแรงเลยค่ะกับประโยคนี้ เยี่ยม

เราเป็นคนที่ชื่นชมอะไรที่ได้มายากค่ะ โครงเรื่องที่แปลกใหม่ที่ปกหลัง จะทำให้เราเปิดอ่าน แต่ภาษาที่ดี สะกดคำถูกต้องและบรรยายสละสลวย ถึงจะดึงดูดให้เราเปิดหน้าต่อไปไม่ก็ตัดสินใจซื้อค่ะ 5555

บางทีที่ไม่อยากอ่านภาษาวิบัติ เพราะไม่เคยชิน มันอ่านยากน่ะค่ะ

ดังนั้นเวลาเราเขียนเองก็เขียนให้ถูกต้องค่ะ เพราะคิดว่า คนที่มาอ่านจะได้จดจำการสะกดที่ถูกต้องไปด้วย

0
กำลังโหลด
llZeaLll Member 7 ม.ค. 57 23:37 น. 3

เวลาเราเลือกอ่านนิยายบนเนตสักเรื่อง เราอาจจะเน้นดูที่พล็อตและความไหลลื่นของเรื่อง ภาษาผิดบ้างถูกบ้าง วิบัติบ้างเล็กน้อย ก็ไม่เป็นไร ถ้าเรื่องไหนภาษาสวยถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากและจะชอบมากเป็นพิเศษ

แต่มาตรฐานสำหรับนิยาย/วรรณกรรมที่ตีพิมพ์แล้วนั้นแตกต่างกัน ถ้าเราเปิดเจอภาษาวิบัติ หรือคำสะกดผิดสักที่ สองที่... บอกตรงๆว่า เราไม่ซื้อ... เรามองว่าแบบนี้มันดูถูกนักอ่านมากเกินไป เหมือนนักเขียนที่ไม่ทำการบ้านมาเท่าที่ควร เอาแบบง่ายๆ เขียนง่ายๆ ขายง่ายๆ ถ้าเราซื้อก็เหมือนเป็นการส่งเสริมให้นิยายนี้โด่งดัง ให้ผู้คนเข้ามาอ่านสิ่งผิดๆ คำผิดๆ จำไปใช้ผิดๆ จริงๆมันก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่ค่านิยมของคนไทยในตอนนี้บางส่วน(ใหญ่ไหมไม่รู้)ก็ยังเห็นว่าการใช้ภาษาพวกนี้ไม่ใช่ภาษาเขียน.. การใช้ภาษาเหล่านี้ในวรรณกรรมก็เหมือนเป็นการ"ลดระดับ"ชิ้นงานลงเท่านั้นเอง

0
กำลังโหลด
jeut Member 8 ม.ค. 57 14:53 น. 7

ถ้าอ่านในอินเจอร์เน็ตยังพอไหว แต่ถ้าเจอในหนังสือ แทบเขวี้ยงทิ้งอะ

คำพวกนี้เมื่อเวลาผ่านไป มันก็จะตกยุค และเราก็จะลืมว่ามันแปลว่าอะไร

แต่ที่เกลียดยิ่งกว่าคือนิยายอีโมติค่อน บรรทัดนึงมีอีโมแบบนึง อีกบรรทัดนึงก็เป็นอีกหน้านึง

นั่นคือเค้าคุยกันผ่านสีหน้า + นักเขียนอยากได้หน้ากระดาษาเยอะๆสินะมืดมน

0
กำลังโหลด
Realise Member 8 ม.ค. 57 13:04 น. 6

ก็มีใส่บ้างนะครับ แต่ใช้เฉพาะแค่ประโยคคำพูดหรือประโยคแซว แต่พวกคำ ครัช ชิมิ ครุคริ ฯลฯ พวกนี้ไม่เคยคิดจะใส่  (อ่านเองยังงเองเลย) 

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

15 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
jade Member 7 ม.ค. 57 17:44 น. 2

เวลาเราเลือกซื้อหนังสือสักเรื่อง นอกจากพล็อตเรื่องที่นักเขียนบรรจงปรุงแต่งออกมา เราก็อยากจะอ่านสำนวนภาษาที่เราไม่รู้สึกว่า "พิมพ์ออกมาง่ายๆ"

เห็นด้วยอย่างแรงเลยค่ะกับประโยคนี้ เยี่ยม

เราเป็นคนที่ชื่นชมอะไรที่ได้มายากค่ะ โครงเรื่องที่แปลกใหม่ที่ปกหลัง จะทำให้เราเปิดอ่าน แต่ภาษาที่ดี สะกดคำถูกต้องและบรรยายสละสลวย ถึงจะดึงดูดให้เราเปิดหน้าต่อไปไม่ก็ตัดสินใจซื้อค่ะ 5555

บางทีที่ไม่อยากอ่านภาษาวิบัติ เพราะไม่เคยชิน มันอ่านยากน่ะค่ะ

ดังนั้นเวลาเราเขียนเองก็เขียนให้ถูกต้องค่ะ เพราะคิดว่า คนที่มาอ่านจะได้จดจำการสะกดที่ถูกต้องไปด้วย

0
กำลังโหลด
llZeaLll Member 7 ม.ค. 57 23:37 น. 3

เวลาเราเลือกอ่านนิยายบนเนตสักเรื่อง เราอาจจะเน้นดูที่พล็อตและความไหลลื่นของเรื่อง ภาษาผิดบ้างถูกบ้าง วิบัติบ้างเล็กน้อย ก็ไม่เป็นไร ถ้าเรื่องไหนภาษาสวยถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากและจะชอบมากเป็นพิเศษ

แต่มาตรฐานสำหรับนิยาย/วรรณกรรมที่ตีพิมพ์แล้วนั้นแตกต่างกัน ถ้าเราเปิดเจอภาษาวิบัติ หรือคำสะกดผิดสักที่ สองที่... บอกตรงๆว่า เราไม่ซื้อ... เรามองว่าแบบนี้มันดูถูกนักอ่านมากเกินไป เหมือนนักเขียนที่ไม่ทำการบ้านมาเท่าที่ควร เอาแบบง่ายๆ เขียนง่ายๆ ขายง่ายๆ ถ้าเราซื้อก็เหมือนเป็นการส่งเสริมให้นิยายนี้โด่งดัง ให้ผู้คนเข้ามาอ่านสิ่งผิดๆ คำผิดๆ จำไปใช้ผิดๆ จริงๆมันก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่ค่านิยมของคนไทยในตอนนี้บางส่วน(ใหญ่ไหมไม่รู้)ก็ยังเห็นว่าการใช้ภาษาพวกนี้ไม่ใช่ภาษาเขียน.. การใช้ภาษาเหล่านี้ในวรรณกรรมก็เหมือนเป็นการ"ลดระดับ"ชิ้นงานลงเท่านั้นเอง

0
กำลังโหลด
MAXIM_MIKHAYLOV Member 8 ม.ค. 57 12:01 น. 4

เกรียน มีมานานแล้วครับในพจนานุกรมอ่า  แต่บางทีความหมายอาจจะเปลี่ยนไปมั้ง  นิยายมีศัพท์วัยรุ่นพอรับได้นะ  แต่วรรณกรรม รับไม่ได้ถ้าจะมีศัพท์พวกนี้  ควรที่จะเป็นภาษาที่สละสลวย  ขนาดเรื่องแปลจากต่างประเทศของดอกไม้สด  เรื่องอัวรานางสิงห์  ยังแปลเป็นสำนวนไทยไทยเลย  เป็นเรื่องที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย เห็นภาพง่าย มีอรรถรส ศัพท์วัยรุ่นในความคิดเราตอนนี้ก็คือ ศัพท์ที่พูดผิด เขียนผิด อ่านผิด ก็เท่านั้นเอง #คหสต

แน่นอน

0
กำลังโหลด
Zyrens Member 8 ม.ค. 57 12:59 น. 5

บางครั้งในการอ่านนิยายในเน็ตเรายอมได้นะ เพราะเราถือว่าเรายังพอบอกให้เค้าปรับแก้ได้ทัน 

แต่ถ้าเป็นแบบหนังสือมันผิดแล้วผิดเลย แก้ไม่ได้แล้วถ้ามีคนมาอ่านแล้วติดภาษาแสลงไปบางครั้งมันไม่ดีอ่ะ 

คือเคยอ่านนิยายของคนวัยเดียวกัน ใช้ภาษาผิด พยายามแก้ให้นะแต่บางครั้งมันไม่ไหวอ่ะ มันเหมือนไม่ได้กดพลาดหรืออะไรเลย  แต่เป็นที่ตัวคนเขียน ในบางครั้งถ้าเรารู้สึกไม่คุ้นกับคำนั้นๆเรายังเปิดพจนานุกรมตรวจให้เลย

จนบางครั้งเรารู้สึกว่าเอาสะดวกไปหรือเปล่า ถ้ามีน้องๆเข้ามาอ่านแล้วติดไปใช้ในชีวิตจริงจนพูดไม่เคยถูกจะทำไงอ่ะ ร้องไห้

0
กำลังโหลด
Realise Member 8 ม.ค. 57 13:04 น. 6

ก็มีใส่บ้างนะครับ แต่ใช้เฉพาะแค่ประโยคคำพูดหรือประโยคแซว แต่พวกคำ ครัช ชิมิ ครุคริ ฯลฯ พวกนี้ไม่เคยคิดจะใส่  (อ่านเองยังงเองเลย) 

0
กำลังโหลด
jeut Member 8 ม.ค. 57 14:53 น. 7

ถ้าอ่านในอินเจอร์เน็ตยังพอไหว แต่ถ้าเจอในหนังสือ แทบเขวี้ยงทิ้งอะ

คำพวกนี้เมื่อเวลาผ่านไป มันก็จะตกยุค และเราก็จะลืมว่ามันแปลว่าอะไร

แต่ที่เกลียดยิ่งกว่าคือนิยายอีโมติค่อน บรรทัดนึงมีอีโมแบบนึง อีกบรรทัดนึงก็เป็นอีกหน้านึง

นั่นคือเค้าคุยกันผ่านสีหน้า + นักเขียนอยากได้หน้ากระดาษาเยอะๆสินะมืดมน

0
กำลังโหลด
Peccato 8 ม.ค. 57 16:36 น. 8
เป็นกำลังใจให้นักเขียนทุกท่านรังสรรค์ คำบรรยายให้พวกเรานักอ่านได้จินตนาการตามอย่างถูกต้อง จินตนาการ ของพวกเราก็มาจากนักเขียน อย่างพวกท่านนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
editor_nong Member 10 ม.ค. 57 14:19 น. 10-1
พจนานุกรมศัพท์ใหม่ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือซีเอ็ด นายอินทร์ หรือศูนย์หนังสือจุฬาฯ เลยค่ะ
0
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
0000 10 ม.ค. 57 02:04 น. 14
การใช้คำสเเลง หรือศัพท์ของวัยรุ่นมากๆในงานเขียน เมื่อเวลาผ่านไปงานเขียนชิ้นนั้นจะดูไร้ค่าไปเลย เพราะคนอีกรุ่นนึงจะอ่านไม่เข้าใจ คนรุ่นเดียวกันจะรู้สึกว่ามันเชย ลองไปหาหนังสือนิยายสมัยก่อนมาอ่านดูจะพบจุดเเตกต่างของสภาพสังคมในยุคนั้นกับยุคนี้พอสมควรเลย เรื่องเสื้อผ้าเครื่องเเต่งกายก็ยังพอได้ เเต่เรื่องภาษาเลี่ยงได้ก็เลี่ยง ถ้าอยากให้งานของคุณเป็นอมตะ (จากใจคนอ่าน)
0
กำลังโหลด
suisen Member 12 ม.ค. 57 22:50 น. 15

-ศัพท์นี้นี่ยอมรับว่าใช้นะครับแต่บ้างเวลาเท่านั้นแหละ ครั้นจะเอามาใช้ดะใช้ไม่ดูเวล่ำเวลาก็ไม่ไหว ถ้าเจอในเน็ตนี่ยังพอได้(เพราะเราก็แอบใช้นิดๆ)แต่ถ้าไปเจอในหนังสือ(ไม่ว่าจะประเภทไหน)ก็คงมีเขวี้ยงทิ้งกันบ้างล่ะ...

โกรธ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด