มีใครเขียนนิยายที่จำเป็นต้องมีฉาก action แล้วไม่อยากเขียนฉากนี้เลยหรือเปล่า พี่เองก็เป็นนะ รู้สึกเขินๆ ไงไม่รู้เวลาเขียนฉากต่อสู้ที่ต้องบรรยายการเคลื่อนไหวเยอะๆ ปล่อยพลัง หรือ ข้าวของรอบๆ แตกกระจาย เพราะเรามีเครื่องมือเพียงอย่างเดียวคือ 'ตัวอักษร' จะสื่อยังไงให้คนอ่านรู้สึกตื่นเต้น เห็นภาพชัดเจนว่าตัวเอกกับตัวร้ายกำลังโรมรันพันตูกันท่าไหน (ไม่เอาแบบ 'ฟึ่บ ปึ้ง ปัง โครม' นะ)
ใครที่กำลังเจอปัญหาเดียวกันนี้อยู่ พี่น้องไปนั่งสมาธิหาวิธีการเขียนฉาก action มาให้แล้ว มันอาจจะไม่ใช่สูตรสำเร็จ 100% แต่ก็เป็นเคล็ดลับดีๆ ที่เอาไว้ช่วยอัพเกรดฉากบู๊ให้ดูน่าสนใจและสมจริงมากขึ้น
ใครที่กำลังเจอปัญหาเดียวกันนี้อยู่ พี่น้องไปนั่งสมาธิหาวิธีการเขียนฉาก action มาให้แล้ว มันอาจจะไม่ใช่สูตรสำเร็จ 100% แต่ก็เป็นเคล็ดลับดีๆ ที่เอาไว้ช่วยอัพเกรดฉากบู๊ให้ดูน่าสนใจและสมจริงมากขึ้น
Act. 1 บรรยายจาก 1 ไป 2 ไป 3
เคยใช่ไหมคะ บรรยายแบบเอาเหตุการณ์ที่เกิดทีหลังขึ้นก่อน เช่น
เขาขยำจดหมายทิ้งหลังจากอ่านข้อความในนั้น
อ่านจดหมาย >>> ขยำทิ้ง
นี่เป็นเทคนิคที่ใช้กับการบรรยายทั่วไป พอให้เป็นสีสัน แปลกใหม่ แต่ถ้าเป็นฉากบู๊ ทำแบบนี้เดี๋ยวคนอ่านจะงงเอานะ ว่าอะไรเกิดขึ้นก่อนหลัง จากตัวอย่าง บรรยายเลยว่าพระเอกทิ้งตัวลงกลิ้งไปด้านข้าง แต่เหตุการณ์ที่เกิดก่อนคือเพื่อนเขาแทงหอกมาที่ตัวเองเลยต้องหลบ
แม้ว่าคำบรรยายจะอยู่ใกล้กัน คนอ่านคงพอลำดับเหตุการณ์ในหัวได้เองว่าประโยคหลังเกิดก่อน แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราบรรยายแบบการกระทำต่อการกระทำไปเลย ไม่จำเป็นต้องสลับไปสลับมา คนอ่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลำดับเหตุการณ์อีกที
แม้ว่าคำบรรยายจะอยู่ใกล้กัน คนอ่านคงพอลำดับเหตุการณ์ในหัวได้เองว่าประโยคหลังเกิดก่อน แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราบรรยายแบบการกระทำต่อการกระทำไปเลย ไม่จำเป็นต้องสลับไปสลับมา คนอ่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลำดับเหตุการณ์อีกที
ฉากต่อสู้ที่เราเห็นตามภาพยนตร์ต่างๆ นั้นรวดเร็วจนบางทีก็ไม่ทันเห็นว่าใครสู้กับใคร อะไรแตกไปบ้าง (แม้หนังบางเรื่องจะชอบทำฉาก slow motion ให้เราได้เห็นลีลาการออกหมัดที่ออกแบบมาอย่างดีก็เถอะ) ในนิยายเองก็เหมือนกัน วิธีที่เราจะเลียนแบบหนังได้คือเขียนให้สั้นที่สุด บรรยายอย่างตรงไปตรงมาเลย ไม่ต้องอ้อมค้อม
ณ จุดนี้อย่าเพิ่งรำลึกความหลังว่าเพื่อนเคยใช้ดาบช่วยชีวิตเราไว้ยังไง กว่าจะบรรยายจบ ชาร์ลีมันเอาหอกเสียบเราแล้วเดินไปฉลองถึงโรงเบียร์แล้ว! ถ้าเนื้อหาตรงนี้มันสำคัญกับเรื่องจริงๆ เก็บไว้บรรยายทีหลัง อย่าเอามาแทรกระหว่างประโยคแบบนี้
ลองสละเวลาสักนิด คิดคำที่ 'ใช่' สำหรับฉากนั้นจริงๆ อย่าเอาคำทั่วๆ ไปที่สื่อความหมายไม่ชัดเจนมาใช้แล้วขยายยืดยาวเพื่อให้ได้ความหมายที่เราต้องการ แบบนี้เป็นการเวิ่นเว้อโดยใช่เหตุ
"ขยับตัวถอยหลังในท่านั่งแบบนั้นเพื่อหนีปลายหอก" เยิ่นเย้อไปไหม ลองหาคำมาแทนใหม่ซิ เช่น "กระถดตัวหนีปลายหอก" แค่นี้ก็ให้ความหมายได้ครบหมดแล้วว่ามาร์คัสหนีในท่าไหน และหนีอะไร พยายามเลือกคำที่มีความหมายในตัวมันเองโดยไม่ต้องบรรยายเพิ่ม จะช่วยให้ประโยคกระชับขึ้น
เราเองต้องเป็นคนเลือกว่าจะเอาส่วนไหนเข้ามาเพิ่ม ส่วนไหนเอาออก ก็เหมือนผู้กำกับหนังนั่นแหละ เวลาบรรยายฉากบู๊ มันมีสิ่งอื่นๆ นอกเหนือจากคนสู้กันสองคน เช่น บรรยากาศรอบๆ กองเชียร์ คนรักที่ยืนดูอยู่ เลือกเอาว่า ณ ฉากนั้นควรจะบรรยายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบการต่อสู้ไหม บรรยายไปแล้วทำให้คนอ่านรู้สึกลุ้นเพิ่มหรือเปล่า
ส่วน sound effect ประเภท บรึ้ม ตูม เปรี้ยง ควับ ครืด เพล้ง ฉัวะ ฯลฯ พวกนี้จะใส่หรือไม่ใส่ขึ้นอยู่กับเราเอง ไม่มีกฎหมายห้าม แต่อาจจะทำให้คนอ่านบางคนขัดใจเล็กน้อย เพราะบางคนเขาก็ไม่ชอบ sound effect พวกนี้ อาจทำให้เขาคิดว่าคนเขียนมักง่ายไปหรือเปล่า
ถ้าคิดว่าใส่แล้วมันจะช่วยเสริมความเผ็ดมันของฉากบู๊นั้นๆ ก็ขอให้อธิบายหน่อยดีกว่า ว่าเสียงระเบิดนี้มาจากไหน เสียงควับนี่อะไร เช่น
ถ้าคิดว่าใส่แล้วมันจะช่วยเสริมความเผ็ดมันของฉากบู๊นั้นๆ ก็ขอให้อธิบายหน่อยดีกว่า ว่าเสียงระเบิดนี้มาจากไหน เสียงควับนี่อะไร เช่น
ทั้ง 5 ข้อนี้ก็คือทริคที่จะช่วยให้เราเกลาฉากบู๊ของตัวเองได้บ้าง เอาง่ายๆ ว่าฉากบู๊สนั่นเอ็ฟเฟ็กต์กระจายแบบนี้ จะเขียนเหมือนฉากอื่นๆ อย่างฉากดราม่าหรือฉากพรรณนาธรรมชาติไม่ได้ ต้องเขียนให้เข้าใจง่ายที่สุด ใช้คำให้กระชับที่สุด ตรงไปตรงมาที่สุด คนอ่านจะได้ลุ้นระทึกไปกับมันมากกว่า
ถ้าใครมีทริคส่วนตัวเด็ดๆ อยากแชร์ก็โพสท์ที่กล่อง comment ด้านล่างได้เลยจ้า
ถ้าใครมีทริคส่วนตัวเด็ดๆ อยากแชร์ก็โพสท์ที่กล่อง comment ด้านล่างได้เลยจ้า





เพื่อความสบายใจของทุกคน 555
)


19 ความคิดเห็น
ขอบคุณค่ะ
แต่มี วิธีเขียนฉากบู๊ แบบใช้เวทมนตร์บ้างไหมคะ (...) ขอบคุณค่ะ (
)
ว้าว!!!ต้องการพอดีเลยค่ะ!!!!
ขอบคุณสำหรับ เทคนิค ดีๆครับ ช่วงนี้กำลังฝึกเขียนฉากบู๊พอดีเลย ^ ^
สรุปมาร์คัสตายมั้ยคะ? ลุ้นๆๆ!
ตกลงมาร์คัสตายเหรอเปล่า พี่น้องมาเฉลยที
ขอบคุณมากจ้า~
555+ อันที่จริงก็นับว่าเป็นฉากที่มีปัญหาที่สุดเลย สำหรับการเขียนฉากบู๊ แต่เราชอบมีปัญหาอยู่อย่าง เวลาเขียนแล้วจะสับสนว่าใครเป็นใคร (สับสนเอง) บางทีเขียนไปเขียนมาพระเอกเอาดาบแทงตัวเองเฉยเลยอ่ะ =___=; มีวิธีแก้ไขมั้ยค่ะ หรือเราควรไปนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
ขอเก้าอี้(แชร์) นะคะ
เป็นคนที่เลี่ยงฉากบู๊เสมอ
เวลาจะบู๊ เราจะพูดแค่ว่า...
OOO กับ xxx โต้ดาบเร็วราวสายลมพัด มองแทบไม่ทัน (ดังนั้นไปจิ้นกันเอาเอง! 5555)
ปกติใช้วิธีตัดฉากเอา =A=;;; พยายามหลีกเลี่ยงสุดๆ
มาคัสนี่ยังไม่ตายเหรอ
@ am.Propiriya
สำหรับการเขียนบู๊เวทมนตร์ สามารถใช้ตัวอย่างข้างต้นได้เลย แต่ต้องกำหนดอย่างละเอียดไว้ก่อน ดังนี้
มาร์คัส - เวทพิฆาตจิตวิณญาณ ธาตุเปลวเพลิง อาวุธประจำกาย คือ. ดาบลาวาพิฆาตชีพ
ชาร์ลี - เวทศิลาแข็งแกร่ง ธาตุสายนำ้ อาวุธประจำกาย คือ หอกธาราวดี
เริ่มเขียน!!
ดวงตาสีแดงเปลวเพลิงของมาร์คัสจ้องไปยังเพื่อนรัก...ชาร์ลีนั่นเอง. ริมฝีปากขาวซีดของชาร์ลีแสยะยิ้ม
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ นักเวทแห่งพลังพิฆาต มาร์คัส.."
"ชาร์ลี ทำไมเจ้าถึง.."
นักเวทพลังศิลาไม่ตอบ สมาธิอันแน่วแน่เกิดขึ้นในดวงจิตแห่งธารา พลังแห่งหอกธาราวดีเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ. ชาร์ลี
จับหอกแน่นและพุ่งร่างกำยำไปที่มาร์คัส. เล่นเอาเขาแทบหลบไม่ทัน ฤทธิ์เวทอันแรงกล้าของชาร์ลีทำให้
เลือดสดๆกบปาก. มือแข็งกระด้างของมาร์คัสปาดออกอย่างอึ้งๆ มันทำให้เวทพลังพิฆาตในร่างเขาคุกรุ่น. ไม่น่า
เชื่อว่าภาพชายร่างกำยำผิวขาวซีดที่กำลังพุ่งตรงมาจะเป็นผู้ช่วยชีวิตของมาร์คัส
"ย้าก!!"
มาร์คัสพยายามทำสมาธิให้แน่วแน่ รวบรวมพลังพิฆาตทั่วร่างกายให้แข็งแกร่งพอรับมือกับหอกธาราวดีได้
ตูม!!
เสียงภูเขาไฟระเบิดดังขึ้น ร่างแกร่งของนักเวทชั้นสูงแห่งดินแดนเวทมนตร์ทั้งสองก็จมไปในลาวาร้อนแรงจนสลาย
ไปโดยฉับพลัน
ชายร่างกำยำผิวขาวซีดในดวงตาของมาร์คัส
อย่างนี้โอเคไหมคะ
ต้องใช้กำลังภายในเล็กน้อย 555 เขียนยากกว่าฉากโรแมนติกอีก T^T
ขอบคุณค่ะ
มีปัญหากัากับเรื่องนี้ที่สุดเลยยค่ะ ปกติเป็นคนเขียนยืดยาว พอมาเขียนสั้นๆเลยยากน่าดู^^
ทริคเล็กน้อยที่เราชอบใช้ในการเขียนฉากบู๊ส่วนมากเราจะไปจำจากในหนังและเกมที่เป็นแนวแอคชั่นมาค่ะ หรือไม่ก็ไปเรียนศิลปะการต่อสู้มาเพื่อที่จะนำมาเขียนนิยายให้กับตัวเอง ถามว่ามีสะดุดไหม ก็มีค่ะ ส่วนมากจะเป็นความเบลอของตัวเองล้วนๆ 5555555
ของผมเรื่องบรรยายบทบู๊ บางตอนก็บรรยายออกมาดี บางตอนก็ออกมาไม่โฟกัสอะไรเลย บางตอนก็โฟกัสเป็นขั้นเป็นตอนแล้วแต่อารมณ์