Dreammaker ผู้สร้างฝันให้คนทำหนังสือ []

วิว

สกู๊ปพิเศษ แนะนำ ‘คนในวงการหนังสือ’ ที่ไม่ใช่นักเขียน
กลับมาอีกแล้ว (เราไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ) สำหรับคนที่เคยอ่านครั้งแรก
พี่น้องขอบอกว่ำบทความนี้เหมาะมากสำหรับคนที่สนใจวงการหนังสือ
แต่อาจจะไม่ได้ชอบการเขียน หรือเขียนไม่เก่ง เราก็ไม่จำเป็นต้องทิ้ง
ความรักในตัวหนังสือ แต่ไปทำอะไรที่เราถนัดมากกว่าในวงการนี้ก็ได้

         รอบนี้พี่น้องพา “คนทำหนังสือ” มาให้ทุกคนรู้จักกันค่ะ ต้องเรียกว่า
เป็น “ทีม” ทำหนังสือมากกว่า เพราะว่ากลุ่มนี้เขามีกันหลายคน และเขา
ทำงานกันเป็น “ทีม” ขอเชิญพบกับ Dreammaker ผู้สร้างฝันให้คนทำ
หนังสือกันเลย!

  • แนะนำตัวหน่อยค่ะว่า Dreammaker มีสมาชิกเป็นใครบ้าง?
    และแต่ละคนทำหน้าที่อะไร

  • กร : ดรีมทีมจะแบ่งตำแหน่งตามหน้าที่และรับผิดชอบใส่ส่วนที่ตัวเองดูแลเป็นหลักครับ ในส่วนของกร
    ตำแหน่งคือ Dream Master คำว่า ‘มาสเตอร์’ ไม่ได้แปลว่ากรใหญ่สุดนะ แต่หมายถึงกรเป็นเซ็นเตอร์
    ให้กับทุกคน รับหน้าที่ประสานงาน รับงานเข้า งานออก ส่งต่อให้คนในทีม รวมถึงการวางแผน การบริหาร
    และเรื่องโครงการในอนาคตของ Dreammaker

  • เครส : เครสค่ะ ^_^ อยู่ในตำแหน่ง Dream Creator หรือเอาแบบเข้าใจง่ายๆ ก็ Art Director ค่ะ
    มีหน้าที่ดูแลงานทั้งหมดที่เป็นอาร์ตเวิร์ค แต่หลักๆ เลยก็ออกแบบปกจ้ะ

  • จิ้ง : ก่อนหน้าที่กรจะกลับมาจากต่างประเทศ จิ้งจะรับผิดชอบในส่วนของเรื่องการประสานงานกับนักเขียน
    และทางโรงพิมพ์ แต่จริงๆ ตำแหน่งคือ Dream Author หรือนักเขียนประจำทีม รับผิดชอบเรื่องบทความ
    และงานเขียนต่างๆ ในชื่อดรีม จิ้งคือตัวอักษรแทนทุกคนจ้ะ

  • ป้อ : ตำแหน่งคือ Dream Consultant ป้อจะเป็นที่ปรึกษาให้กับนักเขียน ให้คำแนะนำ ข้อแก้ไขระหว่าง
    ดูแลเรื่องต้นฉบับที่ส่งมาให้ทางดรีมดูแลค่ะ

  • สิชา : สิชาเป็น Dream Editor ค่ะจริงๆ สิชากับป้อจะทำงานร่วมกัน ในระหว่างที่ดูแลต้นฉบับเรื่อง
    ใดเรื่องหนึ่งอยู่นั้น ป้อจะเน้นการให้คำปรึกษาและข้อแนะนำ ในขณะที่สิชาจะเน้นไปทางการแก้ไขงาน ดูแลการจัดหน้า และปั้นให้เป็นหนังสือให้สมบูรณ์

  • เม : เมค่ะ เมเป็น Dream Accounting เมจะช่วยกรดูแลเรื่องการบัญชี ซึ่งดรีมไม่ค่อยมีรายได้เท่าไหร่
    หรอกมีแต่รายจ่ายซะมากกว่า (ฮา) เพราะงาน dreammaker เป็นงานที่ทำด้วยใจ กำไรที่ได้อันน้อยนิด
    ส่วนใหญ่เป็นงานฟรีแลนซ์ที่รับทำ เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในทีมมากกว่า

  • หลิน : ในทีมหลินเป็น Dream General ค่ะ เป็นฝ่ายประสานงานทั่วๆ ไป คอยช่วยเหลือซัพพอร์ตคนอื่นๆ

  • จิ้ง : จริงๆ แล้วทุกๆ คนในทีมมีความสามารถหลากหลาย แล้วก็แทนกันได้ทุกตำแหน่ง ถ้าช่วงไหน
    งานเยอะๆ หรือคนที่มีหน้าที่ต้องทำจริงๆ ดันไม่ว่าง ก็สามารถโอนงานให้สมาชิกที่เหลือ
    ช่วยทำไปก่อนได้จ้ะ

  • เชื่อว่าถ้าชาว Dek-D Writer คนไหนเล่นบอร์ดนักเขียนประจำคงรู้จัก
    กับกลุ่มนี้ดีอยู่แล้ว แต่แนะนำกลุ่มนี้ให้คนที่ไม่ค่อยเข้าบอร์ดได้รู้จักหน่อยค่ะ

  • จิ้ง : Dreammaker คือกลุ่มพี่ๆ น้องๆ ที่มีกันอยู่หลักๆ 7 คนจ้ะ รู้จักกันมาร่วมสิบปีแล้วเพราะเรามีจุดร่วม
    เหมือนกันคือ ชอบหนังสือ แต่ละคนมีความถนัดและประสบการณ์แตกต่างกันไป เราก็เลยรวมตัวกันขึ้นมา
    เป็นทีมภายใต้ชื่อ Dreammaker ใช้ความสามารถที่เรามี เสนอตัวเข้าเป็นกองหนุนให้นักเขียนอินดี้
    ที่ฝันอยากมีรูปเล่มเป็นของตัวเอง โดยทางเราจะเข้ามาช่วยในการจัดทำหนังสือในทุกๆ ขั้นตอนให้
    โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

  • แล้วแต่ละคนมีความเกี่ยวข้องหรือมีความรู้เกี่ยวกับวงการหนังสือมากแค่ไหนคะ

  • กร : ทุกๆ คนในทีม มีความรู้ ความสามารถกันทุกคนค่ะ สมาชิกบางคนเคยทำงานคล้ายๆ Dreammaker
    มาก่อน บางคนก็เป็นทั้งนักอ่านทั้งนักเขียนมีผลงานตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ บางคนเคยทำงานเบื้องหลัง
    เป็นกอง บก. บางคนก็เรียนในคณะที่เกี่ยวกับงานเขียนงานวรรณกรรมมาโดยตรง ประสบการณ์บวก
    กับใจรักของพวกเราน่าจะมีประโยชน์ช่วยนักเขียนอิ้นดี้และอีกหลายๆ คนได้ไม่มากก็น้อยครับ

  • ทำไมทั้งหมดนี้ถึงได้มารวมกลุ่มกันเป็น Dreammaker คะ

  • เครส : จุดเริ่มต้นของดรีมเมคเกอร์ก็คือการโคจรมาเจอกันของกลุ่มคนที่รักหนังสือค่ะ แต่ก่อนเราเริ่มฝันว่าอยากเห็นนิยายตัวเองได้ตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม แต่พอเติบโตขึ้นแต่ละคนก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย ได้เห็นปัญหา ได้เจออุปสรรค ตอนนั้นก็เริ่มรู้แล้วว่าการปั้นฝันให้เป็นเล่มมันไม่ง่าย หลังจากที่ต้องฝันสลายกันไปไม่รู้กี่รอบ พวกเราก็มานั่งคุยกันว่า เออ… ลองทำแบบนี้ดีไหม ใช้ความสามารถที่เรามีนี่แหละ ช่วยสร้างฝันให้คนอื่นๆ คือตอนนั้นจุดประสงค์จริงๆ มีแค่อยากทำหนังสือกันอย่างเดียวเลย แต่พอผลงานออกมาสวย นักอ่านชอบ นักเขียนก็บอกต่อ บอกปากต่อปากกันไป ก็มีคนสนใจติดต่อเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นดรีมทีมในทุกวันนี้

  • Dreammaker รับทำอะไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างหรือเปล่า

  • ป้อ : เราทำระบบคล้ายๆ สำนักพิมพ์ค่ะ แต่นักเขียนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกขั้นตอนได้ ดรีมทำตั้งแต่รับต้นฉบับมา พิสูจน์อักษรเบื้องต้นให้ อาจแนะนำจุดที่ควรปรับแก้ให้ด้วยถ้านักเขียนต้องการ (แต่เราจะไม่แก้ต้นฉบับใดๆ ทั้งสิ้น จะแค่ให้คำแนะนำเฉยๆ) คุยปรึกษาแนวทางการออกแบบปกเพื่อให้โดนใจนักเขียนที่สุด หรือนักเขียนจะออกแบบปกมาเองก็ได้ ถ้ารู้สึกว่าหน้าปกที่ดรีมทำอาจไม่ถูกใจนัก อยากได้นักออกแบบสไตล์ไหน เราก็ยินดีจะช่วยประสานติดต่อกับนักออกแบบท่านอื่นๆ ให้เช่นกัน การจัดหน้าต้นฉบับ และทุกๆ ขั้นตอนนักเขียนสามารถตรวจสอบจนกว่าจะพอใจ ถ้าอยากทำของแถม พวกโปสการ์ด โปสเตอร์ ที่คั่นหนังสือ หรือของพรีเมี่ยมต่างๆ เราก็ยินดีช่วยเหลือเช่นกัน

  • เม : ขั้นตอนในการดำเนินงานทั้งหมดดรีมไม่คิดค่าใช้จ่ายค่ะ (ยกเว้นหน้าปกที่นักเขียนให้นักออกแบบท่านอื่นที่ไม่ใช่ดรีมออกแบบให้ ก็ต้องตกลงราคากันเอง) ดังนั้นค่าใช้จ่ายหลักๆ ที่นักเขียนต้องรับผิดชอบคือ ค่าจัดพิมพ์หนังสือที่ต้องจ่ายให้โรงพิมพ์

  • โชว์ผลงานที่เคยทำมาแล้วหน่อย เล่าถึงเล่มที่เด่นๆ ว่าเป็นไงบ้าง

  • สิชา : จริงๆ สำหรับสิชาว่าทุกเล่มมีความเด่นในตัวของมันนะคะ เพราะเราใส่ใจทำในทุกเล่ม

  • เครส : งานที่เป็นตำนานของดรีมทีมเลยคือ “Arthur Fly” ค่ะ ที่รู้สึกปลื้มปริ่มมากคือ เราได้ร่วมงานกับพี่สินาด ซึ่งเป็นนักวาดที่มีผลงานโกอินเตอร์ไปไกลถึงต่างประเทศแล้ว แต่ก็ยังตกลงมาทำงานให้เรา ซึ่งพี่เค้าน่ารักมาก มีคำแนะนำต่างๆ ให้อย่างเป็นกันเอง รับฟังคอมเมนท์โดยไม่แคร์ว่าเราเป็นแค่กลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ว่าแล้วก็กราบงามๆ หนึ่งทีค่ะ (_/|\_)

  • ป้อ : ส่วนนักเขียนที่สร้างความประทับใจให้กับดรีมทีมที่จริงก็มีหลายคนนะคะ แต่จากที่ป้อได้ร่วมงานก็มีคุณพิลี่ ผู้แต่งเรื่อง "สาวดอกไม้กับนายสามฤดู เล่ม 1-3" คุณพิลี่เป็นนักเขียนที่น่ารักมากจริงๆ ค่ะ เพราะถึงแม้ว่าจะต้องรอคิวงานของดรีมทีมนานมาก แต่ก็ยังคงให้ความไว้วางใจเราเสมอ โดยช่วงระหว่างรอคิวงาน คุณพิลี่มักจะมีการรีไรท์งานเขียนเรื่อยๆ เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด คอยให้กำลังใจเรา คุยกันแบบเป็นกันเอง ไม่ถือตัว ทำให้บรรยากาศการทำงานราบรื่นแล้วก็สบายใจมากๆ ค่ะ ล่าสุดนี้คุณพิลี่กำลังจะออกผลงานใหม่กับดรีมทีม อย่าลืมติดตามงานเขียนของนักเขียนที่น่ารักคนนี้ด้วยนะคะ ;)

  • สิชา : สำหรับสิชา ตั้งแต่มาทำงานดรีม ได้อ่านนิยายหลากหลายแนวจากนักเขียนหลายๆ ท่านค่ะ ซึ่งแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นิยายอีกเล่มหนึ่งที่สิชเป็นคนดูแล คือเรื่อง หัวใจติดปีกรัก โดยคุณชาครีย์นรทิพย์ เป็นนิยายรักอบอุ่นของหนุ่มสาวสองคนที่พบกันโดยบังเอิญ บนเที่ยวบินจากไทยไปบาเรนห์ เมื่อความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นราวกับพรหมลิขิต เขาไม่อยากให้มันจบลงแค่นั้น จึงนำไปสู่ภารกิจสานสัมพันธ์หัวใจภายใน 6 ชั่วโมงซึ่งเรื่องนี้สิชดูแลตั้งแต่ตรวจคำผิด คุยเรื่องคอนเซ็ปต์นิยาย เพื่อสรุปรายละเอียดส่งให้พี่เครสทำปกและอาร์ตเวิร์คภายใน เป็นเล่มที่ตรวจคำผิดไป กรี๊ดกร๊าดไปด้วยเลยค่ะ เพราะเนื้อเรื่องน่ารักมากๆ

  • ขั้นตอนการทำงานมีอุปสรรคอะไรบ้าง แล้วเราแก้ปัญหาอย่างไร

  • เครส : อยากจะมีพื้นที่สักสิบหน้าสำหรับข้อนี้จริงๆ... (ฮา~) ขอแยกประเด็นเป็นข้อๆ ไปแล้วกันนะจ๊ะ ปัญหาเรื่องแรกเลยคือเวลาในการทำงาน ดรีมทีมส่วนมากแต่ละคนมีภาระหน้าที่หรืองานหลักๆ อยู่แล้ว ต้องแบ่งเอาเวลานอนหรือเวลาพักผ่อนมานั่งทำต้นฉบับ ช่วงไหนเจองานที่เร่งมากๆ เข้า บางทีแทบจะโต้รุ่งกันทีเดียว

  • กร : สำหรับกรจะเป็นเรื่องที่นักเขียนบางท่านมาในโหมดมนุษย์ธรรมดาๆ ในช่วงแรกที่เข้ามาคุยก็จะมาแบบปรึกษาพูดคุยปกติ อาจจะมีกังวลเรื่องต่างๆ เราก็อธิบายให้เข้าใจ แต่พอเมื่อรับจ็อบแล้ว นักเขียนเหล่านี้ก็กลายร่างเป็นมนุษย์ร่างบอสทันที

  • ป้อ : แบบมาถึงก็ชี้นิ้วสั่งเราเหมือนเป็น 'ลูกจ้าง' แล้วยกตัวเองเป็น 'นายจ้าง' อย่างนั้น อย่างนี้ เธอต้องทำแบบนั้นแบบนี้นะ ซ้ำร้าย ยังไม่ให้ความร่วมมืออะไรกับเรา พอถามความคิดเห็นกลับไปหรือส่งงานกลับให้ช่วยตรวจสอบก็จะโดนตอกแสกหน้ากลับมาว่า "มันเป็นเรื่องที่เธอต้องตัดสินใจสิ ก็มันงานเธอนี่" โดนดาเมจกันไปเลือดแทบหมดหลอดถ้วนหน้ากว่าจะปิดจ๊อบได้

  • หลิน : บางคนก็มาขอให้ดรีมช่วยลดราคาให้ หรือแถมอะไรให้บ้าง หรือบางท่านคิดว่าถ้าดรีมติดต่อโรงพิมพ์ให้ จะได้ราคาถูกกว่าเพราะดรีมน่าจะได้คอมมิชชั่นเหลือกำไรที่เอามาลดราคาให้พวกเขาได้บ้าง บางคนก็หว่านอีเมล์เอางานส่งมา ทางเราในขณะเดียวกันก็ทำแบบนี้กับที่อื่นไว้ด้วย ทางเรารับปรึกษาและให้คำแนะนำอยู่แล้ว ถ้าทางนักเขียนยังไม่ได้ตกลงร่วมงานกับเรา และเรายังไม่ได้ล็อกคิวแจกงานให้คนในทีมทำ จะทิ้งงานไปมันก็ยังไม่เสียหายอะไรมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราเริ่มไปงานแล้ว สุดท้ายก็ดีดเราทิ้ง ผลกระทบมันเยอะค่ะ ทั้งเวลาที่เสียไปของดรีม รวมทั้งคิวงานและความน่าเชื่อถือของดรีมกับทางโรงพิมพ์ซึ่งกว่าจะสะสมมามันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ แอบมานั่งน้อยใจว่าทำไมไม่บอกกันตรงๆล่ะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องอะไร ก็ควรจะมาบอกกับทางเราจะได้ช่วยกันแก้ แต่จู่ๆ มาให้เราทำแล้วยกเลิกกะทันหัน มันค่อนข้างบั่นทอนจิตใจจริงๆ ค่ะ

  • กร : ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความกังวลและไม่เข้าใจของนักเขียน เพราะนักเขียนบางคนที่ไม่เคยทำหนังสือทำมือ ก็จะกังวลไปว่า ทำแล้วได้หนังสือจริงหรือเปล่า เราจะเอาต้นฉบับเขาไปขายต่อ ขโมยพล็อตเขา หรือเอาต้นฉบับไปพิมพ์ขายเองหรือเปล่า เวลาโอนเงินค่าจัดพิมพ์หนังสือมา เงินจะไปถึงโรงพิมพ์จริงๆ ไหม เราโกงเงินเขาหรือเปล่าแบบนั้นก็มีนะ แต่ส่วนใหญ่เมื่อเราอธิบายให้ขั้นตอนการทำงานให้ฟัง ว่านักเขียนสามารถตรวจสอบอะไรเราได้บ้าง นักเขียนก็จะวางใจ โดยเฉพาะเรื่องเงินค่าจัดพิมพ์ ดรีมจะไม่รับเงินค่าจัดพิมพ์กับนักเขียนโดยตรง ไม่รับฝากใดๆ ทั้งสิ้น แต่เราจะแจ้งให้ทราบเลยว่า เราจะส่งต้นฉบับไปพิมพ์กับโรงพิมพ์แห่งนี้ ซึ่งเป็นโรงพิมพ์ที่มีตัวตนจริงๆ และมีชื่อเสียงในกลุ่มคนทำหนังสือทำมือพอสมควร แล้วให้นักเขียนโอนค่าจัดพิมพ์ไปที่โรงพิมพ์เลย ซึ่งนักเขียนสามารถขอหลักฐานใบเสร็จจากโรงพิมพ์ได้ เมื่อหนังสือจัดพิมพ์เสร็จเรียบร้อย นักเขียนสามารถรอรับหนังสือทีบ้านก็ได้ ไปรับเองที่โรงพิมพ์ก็ได้ หรือแม้แต่เข้าไปดูขั้นตอนการพิมพ์ด้วยเลยก็ยังได้

  • จิ้ง : อีกประเด็นเลยคือพวกต้นฉบับที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม บางเรื่องเข้าข่ายชวนติดตะราง มีช่วงหนึ่งส่งเข้ามากันเยอะมาก ตอนแรกๆ ก็พอหยวนๆ ทำให้บ้าง แต่พอหลังๆ มามันก็ไม่ไหว แบบสองย่อหน้าพูดคุย สิบหน้าเป็นเลิฟซีน จนตอนหลังต้องขอสแกนกันก่อนรับงาน คือเราอยากช่วยคุณทำหนังสือนะ แต่บางทีเราก็คิดย้อนกลับไปเหมือนกันว่านี่เป็นการสนับสนุนเยาวชนในทางที่ผิดหรือเปล่า? เพราะบางเรื่องมันเน้นแต่ฉากกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างเดียวเลย หนังสือแบบนี้ถ้าปล่อยพิมพ์ออกไปแล้วมีโลโก้ของ Dreammaker ติดอยู่ที่สันปก ภาพลักษณ์ของทีมก็คงจะไม่ดีนัก หลายๆ คนอาจมองว่าดรีมรับทำแต่งานแบบนี้รึเปล่า ทั้งที่ความตั้งใจของเราคืออยากให้หนังสือทุกเล่มเป็นสื่อที่สร้างสรรค์และชี้นำสังคมไปในทางที่ถูกที่ควร

  • สิช : แต่ก็จะมีบางกรณีที่ดรีมไม่ได้เข้าไปดูแลทั้งหมด และอาจไม่ได้ติดโลโก้ Dreammaker ค่ะ เราจะไม่ได้ลงไปช่วยทุกขั้นตอน แต่จะคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดทำรูปเล่ม และแนะนำโรงพิมพ์ให้เท่านั้น ดรีมจะไม่ลงไปช่วยดูต้นฉบับให้ อันที่จริงแล้วหนังสือในกลุ่มนี้ไม่ค่อยมีปัญหานักส่วนใหญ่นักเขียนจะเตรียมทุกอย่างมาพร้อมเอง ทั้งแก้คำผิดเอง ทำปกเอง บางคนจัดหน้าเอง อาจจะมีมาปรึกษาบ้างว่า ทำแบบนี้ถูกไหม เราเน้นให้คำแนะนำมากกว่า

  • เคยเจอปัญหาเรื่องการรับงานที่มีเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ หรือมีเนื้อหาไม่เหมาะสม
    ต่อการตีพิมพ์บ้างหรือไม่

  • จิ้ง : บางครั้งคนที่อยากให้เราทำหนังสือให้ ไม่ได้มีแค่นักเขียนฝ่ายเดียว แต่มีนักอ่านรวมอยู่ด้วย เคยมีกรณีนักอ่านที่ชื่นชอบบทความของนักเขียนท่านหนึ่งจนอยากนำมารวมเล่มเอาไว้แจกจ่าย เพราะเขาคิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์ เราก็อธิบายไปว่า ทำแบบนั้นไม่ได้นะ เพราะผลงานเขียนทุกอย่างมีลิขสิทธิ์ ถึงเขาจะไม่ได้ทำขึ้นเพื่อแสวงหาผลกำไร แต่มันเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าจะทำก็ต้องไปขออนุญาตเจ้าของผลงาน เป็นลายลักษณ์อักษรกันก่อน ถ้าคนเขียนเขาคิดค่าลิขสิทธิ์ก็ต้องจ่ายให้เขา ซึ่งบางคนไม่เข้าใจ จะไปบอกทำไม ทำๆ ไปเลย เขาไม่รู้หรอก หรือรู้เขาก็ต้องดีใจที่เราเอางานเขามาพิมพ์เป็นเล่ม ก็กลายเป็นแบบนั้นไป (จ้ะ แต่ถ้าคนเขียนเขาจับได้ คนที่โดนฟ้องหัวโตกลุ่มแรกก็คือดรีมนี่แหละจ้ะ)

  • เรียกง่ายๆ ว่า Dreammaker เป็นเหมือนคน “ประสานงาน” ให้กับนักเขียนที่อาจ
    ไม่ชินกับการพิมพ์หนังสือเอง แต่ทำไมเราถึงต้องมาเสียเวลาทำอะไรแบบนี้ด้วย
    ในเมื่อเงินเราก็ไม่ได้ แถมยังเจอปัญหานู่นนั่นนี่ ทั้งจากขั้นตอนการทำงาน
    และจากนักเขียนเองอีก

  • เม : อันที่จริงเราก็ไม่ได้ทำงานฟรีทุกอย่างนะ (ฮา) คือดรีมแยกงานที่รับหลักๆ เป็นสองส่วนค่ะ คือ งานที่รับจากองค์กรหรือบุคคลทั่วไปที่มีกำลังทรัพย์ในการจ่าย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานออกแบบหน้าปกหนังสือต่างๆ โบรชัวร์ แผ่นพับ หนังสือรุ่น เป็นต้น อีกกลุ่มก็คือนักเขียนหนังสือทำมือ โดยกลุ่มแรกนั้น เราก็จะคิดค่าออกแบบดำเนินการไปตามปกติ ส่วนกลุ่มที่สอง เราถึงจะทำให้ฟรี

  • จิ้ง : ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงทำฟรี ในทีมเรามีทั้งนักทำและนักเขียน นักอ่าน มีทั้งคนเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมถึงหลายๆ คนที่เรารู้จัก ยกตัวอย่างจิ้งในฐานะคนเขียนและเครสในฐานะที่เคยผ่านงานบรรณาธิการมาก่อน เราเห็นปัญหาและโอกาสบางอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยนักของพวกเขา มีนักเขียนไม่น้อยที่อยากตีพิมพ์หนังสือ แต่ผลงานอาจยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะผ่านสำนักพิมพ์ได้ แถมไม่ได้มีกำลังทรัพย์มากพอจะจ้างนักออกแบบ คนจัดอาร์ตเวิร์ค หรือรู้ว่ามีโรงพิมพ์ไหนบ้างที่รับพิมพ์หนังสือจำนวนน้อยๆ คือทุกอย่างมันเป็นตัวเงินหมด ทั้งๆ ที่ผลงานชิ้นนั้นดีนะ แต่พอมีข้อจำกัดตรงนี้นักเขียนหลายๆ คนเลยต้องพับเก็บความฝันที่จะเห็นหนังสือตัวเองเป็นรูปเล่มไป ในเมื่อสิ่งที่เขาต้องการ มันเป็นเรื่องที่เราสามารถแนะนำได้ ช่วยเหลือได้และไม่ได้ลำบากอะไรเลย เรามีความสุข กระตือรือร้นที่ได้ทำ อยากเข้าไปแนะนำว่า เฮ้! มาทำแบบนี้สิ เราทำหนังสือแบบนี้ได้นะ! ค่าจ้างของเราคือความภูมิใจหลังจากหนังสือเล่มนั้นเสร็จสมบูรณ์ นักเขียนชอบ คนอ่านชอบ ทุกคนพูดถึงชื่นชม นั่นคือความสุขของคนที่อยู่เบื้องหลังหนังสือเล่มนั้นจริงๆ

  • กลุ่ม Dreammaker มีความเห็นอย่างไรต่อการตีพิมพ์ผลงานเองของนักเขียน
    มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร

  • เครส : ข้อดีที่เห็นได้ชัดๆเลยสำหรับการทำหนังสือทำมือ ก็คือมันเป็นการเพิ่มทางเลือกให้นักอ่านค่ะ และทำให้วงการวรรณกรรมมีงานออกมาหลากหลายมากขึ้น แม้จะเป็นหนังสือที่สวนทางความต้องการของตลาดหรือสวนกระแสก็สามารถพิมพ์ทำมือได้ แต่ข้อเสียคงจะอยู่ตรงที่ หนังสือทำมือส่วนมากไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์ที่ดีเท่ากับที่พิมพ์ตามสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ นักอ่านบางคนถ้าไม่ได้ติดตามมาตั้งแต่เวอร์ชั่นออนไลน์ก็อาจจะหาซื้อฉบับเล่มได้ยาก เพราะพิมพ์จำนวนจำกัดค่ะ

  • ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำธุรกิจอะไรจากตรงนี้ แต่ก็อยากจะถามความเห็นกลุ่ม
    Dreammaker หน่อยว่ามองตลาดหนังสือตอนนี้เป็นอย่างไร ความเปลี่ยนแปลง
    ในตลาดตอนนี้มีผลดีหรือผลเสียอย่างไรต่อการพิมพ์หนังสือขายเอง

  • กร : ตลาดหนังสือบ้านเราจะแบ่งเป็นช่วงๆ ตามรุ่นของนักอ่านครับ ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว อย่าว่าแต่อินเทอร์เน็ตเลย บ้านเราสมัยนั้นยังใช้ตู้กล่องโทรศัพท์ใหญ่ๆ เคลื่อนที่อยู่เลยครับ สมัยนั้นนิยายรักรันทด นางเอกกำพร้า โดนทิ้ง หรือ ดอกฟ้า หมาวัด และตอนจบสวยกลายเป็นลูกคนรวย เล่มละ 15 บาทจะนิยมกันมาก ต่อมาจะมีกระแสของนิยายวรรณกรรมเยาวชนแปลของตลาดฝรั่งเข้ามาฮอตฮิตยาวๆ อยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนั้นบ้านเรายังไม่ค่อยมีเรื่องที่เป็นนิยายแฟนตาซีที่เป็นงานเขียนเด่นๆ ของคนไทยเท่าไหร่ จนช่วงหนึ่งอินเทอร์เน็ตเริ่มมีมาให้ใช้งาน คนก็เริ่มเขียนนิยายผ่านสื่อเช่นผ่านเว็บเช่น Dek-D.com เป็นต้น กลายเป็นการตลาดที่บูมขึ้นมา และบูมอย่างต่อเนื่อง ด้วยงานเขียนแฟนตาซีจากฝีมือคนไทยที่ตีพิมพ์ผ่านสำนักพิมพ์มากมาย รวมถึงนิยายแนวต่างๆ จนถึงปัจจุบัน แต่กระแสนิยายแปลก็ไม่ได้หายไปไหน ยิ่งตอนนี้นิยายมีงานเขียนที่ออกเป็นละคร หรือภาพยนตร์พร้อมการพิมพ์หนังสือขาย ยิ่งขายดีเป็นหลายเท่า เหมือนมาเป็นแพ็คเกจคู่

  • เครส : สำหรับเครส เครสมองว่าตลาดหนังสือในบ้านเราตอนนี้เหมือนแบ่งเป็นฤดูตามกระแสไปนะ คือแบบ มีอยู่พักหนึ่ง นิยายรักเกาหลีกำลังฮิต ทุกสำนักพิมพ์ก็จะมีแนวนี้ออกมา ขึ้นแผงทีเดียวสี่ห้าเรื่องพร้อมกัน พอพลิกมานิยายแปลเกมออนไลน์ คราวนี้ก็มีให้เลือกอีกเป็นสิบปก ช่วงสองสามปีหลังนี้ แนวดาร์คแฟนตาซีกึ่งๆ สยองขวัญกำลังขายได้ ก็จะเห็นปกดำพรืดทั้งแผงหนังสือ แต่ส่วนใหญ่แล้ว สนพ. บ้านเราจะไม่ค่อยแย่งตลาดกันค่ะ อารมณ์ทางใครทางมัน คือฉันถนัดนิยายรัก ก็ทำไป เธอถนัดแฟนตาซีก็จัดยาวๆ เราไม่ยุ่ง คนอ่านก็แบ่งประเภทแบ่งกลุ่มกันไป ใครอ่านสไตล์ไหนก็ไปสำนักพิมพ์สไตล์นั้น ถามว่าเป็นแบบนี้แล้วดีกับเรามั้ย ก็ดีนะ ตรงที่หนังสือแนวสวนกระแส สวนตลาด ก็ตัดสินใจพิมพ์ทำมือได้เลยง่ายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ เพราะงานเขียนที่ไม่ใช่แนวจะเอาไปเสนอมันก็ยาก กลายเป็นหนังสือทำมือดูมีสีสัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่าหนังสือขึ้นแผงที่นิยมออกมาแนวซ้ำๆ กัน พล็อตคล้ายๆ กันไปซะหมด เดี๋ยวนี้หนังสือทำมือก็เลยเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่นักอ่านมากขึ้นตามไปด้วย

  • กลุ่ม Dreammaker มีเป้าหมายอย่างไรในอนาคต คิดว่าจะสนับสนุนกลุ่มนักเขียน
    ที่ต้องการตีพิมพ์ผลงานด้วยตนเองอย่างไร

  • กร : เข้าปีใหม่ปีนี้ เรื่องดีๆ เกิดขึ้นมากมายกับสมาชิกในทีม รวมถึงความพร้อมของพวกเราก็มีมากขึ้น ดังนั้นปีนี้เราจึงมีแพลนที่จะมีการขยาย ‘ดรีม’ ให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงการวางแผนอนาคตต่อเนื่องไป เราจะเติบโตไปช้าๆ อย่างมั่นคงไปด้วยกัน ภาระของใครในทีมที่เคยหนัก เราจะช่วยกันแบ่งเบา รวมถึงการเปิดรับผู้ช่วยจากนอกทีมมาช่วยพวกเราทำงาน หากคุณมีอุดมคติเดียวกับเรา เรา ‘ดรีมทีม’ ก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมงานกันกับพวกคุณ
             ช่วงนี้ดรีมเริ่มทำเว็บไซต์ที่เป็นของดรีมเอง เพื่อเอื้ออำนวยให้กับนักเขียนมากขึ้น มีพื้นที่ให้นักเขียนได้ฝากขายผลงานของตัวเอง รวมถึงการเปิดดรีมคลับ ให้นักเขียนอินดี้หรือนักวาดอิสระได้มาพูดคุย ปรึกษา และแลกเปลี่ยนผลงานกันเอง รวมถึงการเปิดพูดคุยกับทีมงานดรีมออนไลน์นอกจากการที่จะต้องมานั่งรออีเมล์ตอบกลับ ให้มีความรวดเร็วและเข้าใจกันได้ง่ายขึ้น… อืม… เรามาทำให้โลกอินดี้เล็กๆ ของพวกเราหมุนต่อไปกันเถอะ!

  • สุดท้ายอยากจะฝากอะไรถึงนักเขียนที่มีความฝันอยากมีผลงานเป็นเล่มๆ บ้างคะ

  • ดรีม(ประสานเสียง): เมื่อคุณกล้าฝัน เราก็พร้อมจะทำความฝันของพวกคุณให้เป็นจริง มาปั้นความฝันให้เป็นรูปเล่มกับพวกเรากันเถอะ!!!!!

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nong

พี่น้อง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #หนังสือทำมือ #Dreammaker

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    จําไม่ได้ว่ากดติดตามข้อมูลจากกลุ่มนี้เมื่อไหร่...นานพอควร...

    เคยเม้นต์บอกไปว่า เป็นกลุ่มที่ทําให้เรามีกําลังใจในการเขียนมากขึ้น (ยูสเซอร์ไหนก็จําไม่ได้อีกแร่ะ)

    ทุกวันนี้ความฝันก็ยังลอยค้างอยู่ที่เดิม ยังเอื้อมมือไปไม่ถึงที่ฝันสักที

    แต่...สิ่งที่ตั้งใจแน่ๆ หากว่าวันข้างหน้าชีวิตจะพร้อมกว่านี้...

    อยากมีหนังสือที่ทําเอง ทําขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราแบบนี้ได้เอง

    ขอบคุณที่ยังไม่หายไปไหน ยังคอยเตือนความฝันของเราอยู่...

    เป็นกลุ่มที่โผล่มาเป็นระยะๆ พอให้รําลึกความฝันได้ว่ายังคงมี

    ขอบคุณนะคะ

    แล้วก็เป็นกําลังใจให้นะ สู้ๆ ^^

    (ถ้าเราได้กลายเป็นคนขอคําปรึกษาแนะนําจริงๆ เราจะไม่กลายเป็นมนุษย์บอส สัญญา 555เยี่ยม)

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    กลุ่มคนสานผันเพื่อนักเขียน อินดี้ ต้องยกให้กลุ่ม Dream Maker จริงๆ เพราะมีกลุ่มนี้ ทำให้นักเขียนหลายๆ คนที่ประสบปัญหา ที่ท้อแท้หรือ ไม่อาจเป็นนักเขียนมืออาชีพได้ กลับมามีกำลังใจอีกครั้ง หยิบจับปากกาขีดๆ เขียนๆ พรมมือบนคีย์บอร์ด ฝันที่จะสู้แม้จะต้องล้มลุกคลุกคลานไม่รู้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อนึกถึงทีมงานนี้ทีไร ใจมันก็ยังไม่ยอมแพ้ เพราะว่า Dream คือสานฝัน(ไปสู่ความจริง) นั่นเอง

    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?