ถึงที"นิยายสืบสวน" ไทย

 

-->

แม้หนังสือนวนิยายแนวซ่อนเงื่อนเลือดสาด ฆาตกรรม จะเป็นที่นิยมไม่น้อยในหมู่นักอ่านชาวไทย แต่กลับมีผู้เขียนนิยายไทยแนวดังกล่าว น้อยรายมาก จึงเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อยสำหรับเวทีจัดการประกวดรางวัล

 "นานมีบุ๊คส์อวอร์ด ครั้งที่ 1 ประเภทนิยายสืบสวนสอบสวน" เพื่อเฟ้นหาผลงานดีฝีมือนักเขียนไทย ซึ่งได้ประกาศผลไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 อย่างไรก็ตาม ผลปรากฏว่า ไม่มีนิยายเรื่องใดได้รับรางวัลชนะเลิศ มีเพียง 4 เล่มเท่านั้นที่เข้าตากรรมการในฐานะรางวัลชมเชยและได้รับการตีพิมพ์เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น รหัสลับสะท้านโลก ผลงานของธันวาวงษ์อุบล หนี้เลือด โดยปราชญาปารมี กาลมรณะ โดยพรศักดิ์อุรัจฉัทชัยรัตน์ และ เงาทมิฬ ของเกริกศิษฏ์พละมาตร์

เริ่มที่เล่มแรกรหัสลับสะท้านโลก กับเรื่องราวสืบย้อนไปนับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าหาก "ญี่ปุ่น" เป็นฝ่ายชนะสงคราม

โดยธันวาหนุ่มอุบลฯผู้เขียนเป็นอาจารย์สอนศิลปะอยู่ที่โรงเรียนค่ายบกหวานวิทยา จ.หนองคาย เขาปิ๊งความคิดนี้จากการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ ประกอบกับความสนใจหนังสือแนวสืบสวนสอบสวน จึงได้ร่ายปากกาเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา 

       "ผมได้อ่านเรื่องแฟรงก์อบาเนล ยอดนักตุ๋น เมื่อ 10 กว่าปีก่อนตอนเป็นอาจารย์ใหม่ๆ เวลาเข้าร้านหนังสือ ผมต้องตรงเข้าไปที่หมวดนิยายประเภทนี้เป็นอันดับแรก จึงได้ลองเขียนส่งเข้าประกวด  นิยายเรื่องนี้มีเรื่องของการใช้รหัสสืบสวน ยอมรับว่าได้กลิ่นอายมาจากเดอะ ดาวินชี โค้ด ผมมองว่าที่นักเขียนไทยมีน้อย เพราะหนังสือแนวนี้เขียนยาก คนไม่กล้าเขียน เพราะกลัวข้อมูลไม่ถูกต้อง" ธันวา กล่าว

มาถึงผลงานจากหญิงเพียงคนเดียวอย่างปราชญากับผลงานหนี้เลือด ที่เจ้าตัวมีความใฝ่ฝันว่า อยากเป็นนักสืบมาตั้งแต่เด็ก นิยายเรื่องนี้จึงเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมลึกลับที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตระกูลแห่งหนึ่ง จนนักสืบสาวต้องเข้าไปคลี่คลายคดี 

"ที่ผ่านมาโดนเลย์ออฟจากงานประจำแล้วจึงเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสโดยเขียนหนังสือที่เราชอบอย่างเต็มที่ เคยเขียนเรื่องสั้นแนวหักมุมมาบ้าง ตั้งใจว่าจะเขียนงานแนวนี้มานานแล้ว  เพราะอยากเป็นนักสืบและชอบอ่านหนังสือแนวสืบคดี คิดว่าถ้าเขียนให้เป็นนักสืบหญิงคงจะมีสีสันดี และคิดว่าอาจจะมีเล่มต่อๆ ไปตามมา" เธอแจกแจง  

 ขณะที่ "กาลมรณะ" โดย พรศักดิ์หรือ"จัตวาลักษณ์" เป็นนิยายย้อนยุคไปเมื่อสมัยรัชกาลที่ 7 กับเรื่องราวของตำรวจนักสืบที่ต้องคลี่คลายคดีฆาตกรรมลึกลับสยองขวัญถึง 3 คดี โดยโฉมหน้าที่แท้จริงของ "จัตวาลักษณ์" คือผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ที่รักการอ่านมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นป.4 และชอบหนังสือชุดเชอล็อก โฮล์มเป็นพิเศษ 

       "ผมเคยส่งเรื่องสั้นเชิงการเมืองไปตีพิมพ์ที่นิตยสารช่วงนั้นเรียนปริญญาโทอยู่ด้วย พอได้ตีพิมพ์แล้วกดดันตัวเองอย่างแรง เพราะใจหนึ่งก็อยากเป็นนักเขียน แต่คิดไปคิดมา นักเขียนอย่างไรก็ไส้แห้ง จึงมาทำงานด้านนี้ แต่เมื่อมีการประกวดคิดว่าถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ จึงส่งมา ผมคิดว่าจะเขียนต่อไป จนกว่าจะมีผลงานสร้างเป็นหนัง เห็นเจมส์ บอนด์เป็นหนัง โคนันเป็นการ์ตูน ผมอยากเห็นผลงานคนไทยเป็นแบบนั้นบ้าง" พรศักดิ์ กล่าว

 ปิดท้ายที่ผลงานเรื่อง เงาทมิฬ ของเกริกศิษฏ์  ที่มีกลิ่นอายเหมือนนิยายแปลเพราะเจ้าตัวใช้ฉากและชื่อตัวละครเป็นฝรั่งล้วนๆ ด้วยเรื่องราวของนักธุรกิจชื่อดังถูกฆ่าโบกปูน จนนักสืบชื่อดังต้องออกมาคลี่คลายเงื่อนปมที่ฆาตกรทิ้งไว้ ซึ่งหนุ่มอีสานรายนี้ทำทั้งงานวรรณกรรมควบคู่ไปกับงานศิลปะ เขามองว่าคนทำงานศิลปะมีวิธีถ่ายทอดความรู้สึกใส่ในผลงานได้หลายทาง และเขาเองก็ชอบอ่านหนังสือหลากแนวจึงได้ส่งผลงานเข้ามาประกวด 

        ด้าน รศ.ดร.รื่นฤทัยสัจจพันธุ์ หนึ่งในคณะกรรมการอย่างมองว่าแม้เรื่องราวของหนังสือทั้ง 4 เล่มจะได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือนิยายเมืองนอก แต่หนังสือแนวนี้ของไทยก็ใช่จะมีต้นแบบมากนัก นักเขียนเหล่านี้เองก็มีความพยายามจะปรับสไตล์นิยายให้เป็นไทย และนี่อาจจะเป็นข้อดีของนิยายแปลที่สร้างแรงดลใจ สร้างเทคนิคให้นักเขียนไทยได้เรียนรู้  คราวนี้ก็เหลือแต่การพิสูจน์ของผู้อ่านเท่านั้น ว่านิยายเหล่านี้ดีพอจะเทียบชั้นหนังสือแปลแนวเดียวกันได้หรือไม่

 

พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก คมชัดลึก

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด