คลินิกนักเขียน : Exclusive 02
เขียนฉากเปิดนิยายสยองขวัญอย่างไรให้คนอ่านลุ้นสุดๆ
สวัสดีจ้า น้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน กลับมากันเช่นเคยกับคอลัมน์พิเศษของเรา
กลเม็ดเคล็ดลับฉบับ Exclusive นั่นเอง ครั้งที่แล้ว เราได้เชิญนักเขียนทั้ง 4
เจ้าปลาน้อย, ปองวุฒิ, มาภา และ
Season Cloud คลิกอ่านได้ที่ กลเม็ดเคล็ดลับ : Exclusive 01 กลยุทธ์การตั้งชื่อนิยาย มาถ่ายทอดเคล็ดวิชาการตั้งชื่อกัน คิดว่าน้องๆ ก็น่าจะได้รับความรู้ดีๆ มากมายไปเรียบร้อยแล้ว
และครั้งนี้ หัวข้อของเรา ได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายสยองขวัญ ซึ่งตอนนี้กำลังได้รับความนิยมมากๆ ใช่แล้ว หัวข้อของเราก็คือ การเขียนฉากเปิดในนิยายสยองขวัญให้เร้าใจและชวนอ่าน เหตุผลที่พี่ตินเลือกหัวข้อนี้ ข้อหนึ่ง เพราะงานสยองขวัญกำลังมา และอีกข้อ ก็คือ การเขียนฉากเปิดนิยายให้น่าสนใจ เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คนอ่านจะอ่านต่อไหม ฉากต่อๆ ไปจะน่าสนใจยังไง มันก็อยู่ที่การเขียนฉากเปิดนี่แหละ
และนักเขียนที่เราเลือกมาถ่ายทอดความรู้ แน่นอนว่าต้องเป็นนักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านงานสยองขวัญ ผู้ที่ต่างก็คุ้นเคยกับเว็บเด็กดีเป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นรุ่นพี่ที่เกิดจากเว็บทั้งนั้น ทั้ง 4 คนก็คือ
ภาคินัย ม้าใต้ เจนศิลป์ และ
Staying หรือ
Complicated ทั้ง 4 คนต่างได้ชื่อว่าเก่งกาจสุดสุดในด้านผลงานระทึกขวัญ เพราะฉะนั้น เรามั่นใจว่าน้องๆ นักเขียนจะได้รับความรู้กลับไปเพียบๆ แน่นอน
พร้อมแล้ว เราขอเปิดตัวกันที่
ภาคินัย ผู้กำลังโด่งดังจากละคร
7 วันจองเวร ณ ขณะนี้ (อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มได้ที่
ภาคินัย นักเขียนมือสยองขวัญคนดังแห่งยุค)
ภาคินัยหรือพี่แอมป์ได้ชื่อว่ามีผลงานสยองขวัญมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น
ลิฟท์ซ่อนศพ นางชฎา นางครวญ นางแค้น นางคุก ฯลฯ จนน่าจะเรียกว่าเขาคนนี้คือ “เจ้าพ่อ” นิยายสยองขวัญก็ว่าได้ คำแนะนำของพี่แอมป์ สั้นๆ แต่ว่าชัดเจนมาก นั่นคือ...

ภาคินัย กับ วีเจจ๋า จาก 7 วันจองเวร
“การเปิดฉากนิยายสยองขวัญคือการสร้างปริศนาให้คนอ่านเกิดความสงสัยและจบมันด้วยการที่ไม่ปิดปมใดๆ ทั้งสิ้น ทิ้งไว้ให้เป็นปมเปิดเพื่อทำให้คนอ่านอยากจะพลิกหน้าต่อไป เพื่อหาคำตอบของปริศนาที่ผมทิ้งไว้ครับ”
ส่วนคนต่อไป นามปากกาของเขาคือ
ม้าใต้ น้องๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่าเขาเป็นใคร
เพราะชื่อไม่คุ้นหูเอาเสียเลย แต่สำหรับพี่ตินแล้ว พี่ม้าใต้เป็นนักเขียนงานระทึกขวัญที่สุดยอดที่สุดคนหนึ่ง ปัจจุบัน พี่ม้าใต้ยังคงอยู่ในวงการหนังสือ แต่ว่าหันไปเน้นงานแปลเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เราก็ยังจำผลงานของพี่เขาได้เสมอ ได้แก่ Birthday สุขสันต์วันมรณะ, The Wraith สายใยผูกความตาย, Origin ปริศนาทฤษฎีมรณะ ฯลฯ สนใจก็ลองแวะไปอ่านนิยายสยองขวัญของพี่เขาได้ในมายไอดีนะ ส่วนคำตอบของพี่ม้าใต้ ก็จะคล้ายๆ กับพี่ภาคินัย นั่นคือ
“เคล็ดลับการเขียนฉากเปิดนิยายลึกลับ ต้องสร้างเงื่อนงำให้คนอ่านสงสัย สร้างความอยากรู้ของคนอ่าน หรือสร้างเหตุการณ์ที่ผิดปกติมากๆ จนคนอ่านอยากหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น มันอาจจะเหมือนกับการสร้างปริศนาหรือคำถามที่เราส่งต่อไปให้คนอ่าน ถ้าฉากเปิดมีความแปลกใหม่ ชวนให้สงสัยมากพอ ก็คิดว่าคนอ่านก็น่าจะอยากตามเรื่องราวที่เหลือต่อ”
คนต่อไป เป็นนักเขียนผู้หญิงคนเดียวในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ของเรา (เย้ๆ ดีใจ ผู้หญิงก็เขียนสยองขวัญเก่งนะ) นั่นคือ
เจนศิลป์ หรือคุณนุ้ย
เจนศิลป์ เป็นนักเขียนที่มีความสามารถมากที่สุดคนหนึ่ง และมีผลงานออกมาหลายเล่มแล้ว ได้แก่
ศพซ่อนหน้า, ทัณฑ์ทับทิม, สาปสังคีต ฯลฯ คำแนะนำของคุณนุ้ย เน้นไปที่เรื่องของการทำความรู้จักตัวละครเป็นหลัก
“
หลักข้อแรก ที่นุ้ยใช้คือต้องรู้จักตัวละครในนิยายอย่างถ่องแท้ก่อนค่ะ ไม่ว่าจะเขียนฉากไหนก็ตาม ถ้าเขียนโดยที่ไม่รู้จักอุปนิสัยใจคอ รูปลักษณ์ บุคลิก ของตัวละคร ก็ยากที่จะทำให้คนอ่านรู้สึกเชื่อในสิ่งที่เราเขียน
ข้อที่สอง คือคนเขียนต้องเชื่อในสิ่งที่เขียนก่อน เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เรากำลังถ่ายทอดนั้นเกิดขึ้นจริง ถ้าแม้แต่คนเขียนยังเชื่อไม่ลงว่ามันเป็นเรื่องจริง ไม่มีทางที่คนอ่านจะเชื่ออย่างแน่นอนค่ะ
และ
ข้อที่สาม คือการใช้คำเพื่อสื่ออารมณ์ค่ะ ในฉากสยองขวัญหรือฆาตกรรม ควรใช้คำที่กระชับ ตรงประเด็น อ่านแล้วเห็นภาพ ง่ายต่อการจินตนาการค่ะ”

นักเขียนคนสุดท้ายของเรา มีสองนามปากกา ล้วนแต่เท่และไม่เหมือนใคร เขาก็คือ
Complicated หรือ
Staying ผลงานของเขาเคยได้รับเลือกให้เป็น
Book of the Month ของเว็บเด็กดีมาแล้ว และเล่มนั้นก็คือ
Ghost Test แบบทดสอบผี นอกจากนี้ ก็ยังมีอีกหลายๆ เล่ม
แผนลักพาวิญญาณ, ศาสตร์สะกดรอยผี, ชนวนมรณะ ระเบิดวิญญาณ ฯลฯ เอาละ ไปดูเคล็ดลับการเขียนฉากสยองขวัญในแบบฉบับของ
Staying เลยดีกว่า
“คุณทำพิซซ่าหน้าปูอัดที่อร่อยมาก แต่ตกแต่งได้ไม่สวย ขณะที่คุณกำลังจะเอาไป เสิร์ฟพร้อมประกาศว่า “แท่นแท๊น นี่คือพิซซ่าหน้าปูอัดจ้า!” ดันมีคนชิงเสิร์ฟด้วยวิธีเดียวกัน แถมตกแต่งหน้าพิซซ่าได้สวยกว่า! คุณมั่นใจว่าพิซซ่าของคุณอร่อยกว่าแน่ แต่คนอื่นคงเลือกชิมพิซซ่าที่ตกแต่งสวยกว่าจนอิ่มและกินพิซซ่าของคุณต่อไม่ไหว แล้วจะทำยังไงดี? ...เปลี่ยนแผน!! คุณเสิร์ฟกล่องสีขาวโพลนวางบนจานแทน ให้คนสงสัยว่า นี่คือกล่องอะไร? แต่กลิ่นที่แง้มออกมาจากกล่องคือพิซซ่าแน่นอน และชวนให้คนอยากเปิดกล่อง และสิ่งที่อยู่ในกล่องคือพิซซ่าที่หั่นแบ่งแล้วนำมาเรียงเป็นรูปหัวใจ!! สำเร็จ คนสนใจและลองชิมพิซซ่าของคุณแล้ว เย้ๆ
ใช่แล้ว การเปิดตัวนิยายของคุณก็เช่นกัน ถ้านิยายของคุณเป็นเรื่องที่ต้องอ่านไปหลายตอนถึงจะสนุกมาก สิ่งที่คุณควรจะทำคือการเกริ่นนำแบบคลุมเครือ ไม่บอกพล็อตตรงๆ แต่มีกลิ่นอายที่บอก Mood & Tone ของเรื่อง พร้อมปิดท้ายด้วยเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เพราะสิ่งที่มีอิทธิพลต่อคนมากกว่าความประทับใจแรกเห็น ก็คือความอยากรู้อยากเห็นนั่นเอง อันที่จริงประโยคที่ผมเกริ่นเรื่องพิซซ่าก็คือการใช้เทคนิคนี้เช่นกัน นั่นก็คือ “ไม่เปิดเผย แต่ยั่วให้ลุ้น”
เห็นไหมว่าเราปิดตัวกันได้เท่สุดๆ ใช่แล้ว การเขียนฉากเปิดในนิยายสยองขวัญมีเคล็ดลับสำคัญก็คือ ต้องยั่วให้คนอ่านอยากอ่านต่อ ซึ่งจริงๆ แล้ว เคล็ดลับนี้ใช้ได้กับการเขียนทุกแนวเลยนะ ไม่ใช่เฉพาะแต่แนวสยองขวัญเท่านั้นหรอก ดังนั้น ใครที่กำลังจะพิมพ์ต้นฉบับ ลองหยุดแล้วคิดสักนิดว่า... จะเขียนอะไรออกมา ต้องทำให้คนอ่านลุ้นและอยากอ่านต่อด้วย ถ้าทำได้ รับรองว่านิยายของเราจะน่าสนใจอย่างแน่นอน
และในเมื่อ หัวข้อของเราครั้งนี้ เป็นเรื่องเขียนนิยายสยองขวัญ พี่อตินก็เลยมีของเด็ดๆ มาแจกน้องๆ กันด้วย (ชอบแจกๆๆๆๆ อิอิ) นั่นก็คือ หนังสือชุด Forward die ส่งต่อความตาย จากสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงเรื่องนิยายสยองขวัญ นั่นก็คือ โซฟาพับลิชชิ่ง นิยายชุดนี้ มี 3 เล่ม ได้แก่ Clown มายากลเลือด ของนักเขียน มายาโรส, Sin เกมฆ่าตัดกรรม ของ ปองวุฒิ และ Ticket ตีตั๋วตายโหง ของ ภาคินัย
แจกกันเลยจ้า สามเล่ม ชุดส่งต่อความตาย จากสำนักพิมพ์โซฟา
กติกาง่ายมากๆ แค่แชร์กลเม็ดเคล็ดลับการเขียนฉากสยองขวัญของตัวเองลงมาในคอมเมนต์ข้างล่างนี้ พร้อมบอกด้วยว่าอยากได้นิยายเล่มไหน เพราะอะไร คำตอบไหนถูกใจพี่อตินแจกเลยจ้ะ คนละเล่มๆ อิอิ ประกาศผลวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์จ้า ตอบกันมาเยอะๆ น้า รอๆๆๆๆ
สำหรับครั้งต่อไป เราจะเปิดหลักสูตรสอนการเขียนฉากเข้าพระเข้านาง หรือว่าฉากโรแมนซ์กัน ภายใต้หัวข้อ เขียนอย่างไรให้ชวนจิ้น และเป็นธรรมชาติ โดยไม่รุนแรงหรือว่าน่าเกลียด เชื่อว่าหลายๆ คนตั้งตารอคอยอย่างแน่นอน ยังไงก็ รอเจอกันนะจ๊ะ ^ ^
ประกาศผลรายชื่อผู้ได้รางวัลจ้า
Clown มายากลเลือด กุลภรณ์
Sin เกมฆ่าตัดกรรม Kiume
Ticket ตีตั๋วตายโหง Isaka Yuki
ส่งชื่อที่อยู่มาที่อีเมล atin@dek-d.com
ภายในวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2558
17 ความคิดเห็น
ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยคะเกี่ยวกับการเขียนปกนิยายและการเขียนนิยายสยองขวัญ ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยคะ
รู้สึกว่าไม่ค่อยจะมีคนแต่งนิยายแนวสยองขวัญเลยนะ เอ๊ะ!หรือพวกนั้นยังไม่ได้เข้ามาอ่าน
ทำให้เรื่องธรรมดาๆ ที่ไม่ค่อยหวือหวานัก แต่หว่านปม ปริศนา ให้คนอ่านเกิดพิรุธ อยากรู้ว่าเรื่องจะพาไปทางไหน และเมื่อสุดทาง กลับพบเรื่องราวที่คาดไม่ถึงรออยู่ หักมุมแหลกลาญ
แต่พอพยายามเขียนจริงๆ กลับไปไม่ค่อยได้แฮะ ^^
อยากได้ มายากลเลือด ค่ะ
เข้ามาก็หลอนแล้ว คงไม่หัดเขียนค่ะ แต่ได้ความรู้เรื่องการเขียนมากๆ ขอบคุณค่ะ
อยากเขียน เรื่องราวในชีวิตธรรมดา ให้น่ากลัว เช่น บันไดตึกเรียน ตึกทำงาน ที่เราเดินขึ้นลงทุกวัน อาจจะมีตำนาน มีที่มา อาทิ คนงานก่อสร้าง หัวใจวายตาย ถูกนำมาฝังใต้บันได วันเดือนมืด จะได้ยินเสียง เหมือนอะไรจะดันบันไดขึ้นมา สั่น เหมือนจะพัง แบบนี้ค่ะ พอเดินขึ้นเดินลง ก็เหมือนมีคนเดินตามหลังตลอด แบบนี้ค่ะ น่ากลัวมาก
การสร้างฉากนิยายสยองขวัญสำหรับผมก็ต้องเริ่มจากการปูเนื้อเรื่องให้คนอ่านคิดไปตาม"กับดัก"ที่เราวางเอาไว้ ในช่วงแรกๆเราจะวางเอาไว้ในลักษณะที่ให้คนอ่านสับสนว่าความจริงแล้วมันเป็นยังไงกันแน่ หรือทำให้ผู้อ่านหลงไป"ติดกับดัก"ที่เราวางเอาไว้ แต่พอมาช่วงหลังๆเราก็ค่อยๆเฉลยปมกับดัก ไปที่ระอย่าง "โดยที่ไม่ให้มีคำถามคาใจ" หรืออาจจะสร้างปมละครโดยที่ไม่บอกว่าเพราะอะไรตัวละครถึงนิสัยแบบนี้
PS.ส่วนตัวแล้วรัก ภาคินัย กับ staying เอามากๆเลยโดยเฉพาะ Ghost Test เนี่ย อ่านกี่รอบๆก็ชวนให้ลุ้นนะ 55 แต่ว่าเวลาอ่านเรื่องย่อ(?)ที่ปกหลังนิยายของภาคินัยนะ ผมมักจะอึ้งกับ"กลอน(?)"อยู่เสมอเลย นักเขียน 2 คนเนี่ยรักเลย><
PS.2 ผมอยากได้ Ticket ตีตั๋วตายโหง ครับ เพราะว่า ผมอยากลองอ่านดู(ถึงแม้จะกลัว) แล้วอีกอย่างผมกำลังอยากได้เป็นของขวัญสอบเข้าม.1พอดีเลยล่ะ ถ้าได้เนี่ยดีใจจริงๆนะ ไม่ต้องเสียเงินเลย5555ครับ><
ส่วนตัวแล้วไม่มีเทคนิคในการเขียนฉากสยองขวัญใดๆทั้งสิ้น แต่เพราะอยากได้หนังสือเลยมีก็ได้
เคล็ดลับคือเน้นความ 'ใกล้ตัว' 'ความน่ากลัวของบรรยากาศ' และ 'พื้นฐานความเชื่อของคนไทย' เป็นหลัก
-ยิ่งใกล้ตัว ยิ่งหลอน
หยิบกิจวัตรประจำวัน/สิ่งของธรรมดาทั่วไปไปผูกกับฉากสยองในเรื่อง เช่น การแปรงฟัน การโกนหนวด การลงไปต้มมาม่าตอนตีสาม ไม้แขวนเสื้อที่ขยับเอง ยาทาเล็บ เป็นต้น ถ้าเขียนฉากนั้นได้ขนหัวลุกพอ คนอ่านจะไม่มีวันลืมเรื่องของเรา เพราะทุกครั้งที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือสิ่งของนั้นๆ ฉากในหนังสือเราจะแว้บขึ้นมาในหัวคนอ่านทันที เหมือนอย่างที่ชัตเตอร์ทำให้หลายคนต้องเช็คว่านี่ผ้าห่มฉันคลุมขามิดรึยังก่อนนอน
ตัวอย่าง เอาเป็นฉากสระผมละกัน ไม่มีใครไม่สระผม เพิ่มความหลอนเข้าไปด้วยการให้ น้องแอน นางเอกของเราสระผมตอนตีสามเพราะอ่านหนังสือดึก แล้วเมื่อกลางวันก็พึ่งไปต่อผมจริงมา ก่อนจะอาบน้ำก็ให้รูมเมทแซวว่า 'แกก็บ้าเนอะ เดี๋ยวมันก็ยาวแล้ว ไปต่อมาแล้วก็ต้องมาสระผมให้ใครก็ไม่รู้' เป็นการปูทางไว้ก่อน
-บรรยากาศจะช่วยบิลด์อารมณ์ได้มาก ถ้าให้ผีโผล่มากลางวันแสกๆในสวนสนุกมีลูกโป่ง มีคนเยอะแยะ มันก็ไม่น่ากลัวนะ เราต้องเอาหลอนๆ อาจจะให้แบบอยู่ๆ คนก็หายไป เสียงหัวเราะเงียบไป ความวังเวงเข้ามาแทนที่ ตอนบรรยายนี่สัมผัสทั้งห้ามาให้ครบ ต้องเลือกบรรยากาศที่มันเหมาะ ง่ายๆ ใกล้ตัว เช่น ในวัด ห้องพระที่บ้าน ห้องนอน โรงเรียนตอนกลางคืน แล้วก็ใส่อะไรที่มันบิลด์ลงไป เสียงโมบายที่ลอยมาตามลม กลิ่นธูป
ตัวอย่างเดิม หลังจากนั้นน้องแอนก็เข้าห้องอาบน้ำ บรรยากาศหอตอนตีสามก็เงียบๆ มืดๆ วังเวงๆ อากาศเย็นๆหน่อย ห้องอาบน้ำอยู่ติดกับทางเดินในหอที่ไฟทางเดินหลอดนึงติดๆดับๆ อยู่ไกลๆ... แล้วเราก็บรรยายให้ละเอียดตั้งแต่อุณหภูมิน้ำมันอุ่นนะ มันสบายผิว ไล่มายังความรู้สึกตอนที่สัมผัสผม พอบีบแชมพูใส่ผมมือกลับไปสะดุดอะไรบางอย่าง ใจหายแว้บนึกถึงคำที่เพื่อนพูดขึ้นมา นี่ฉันสระผมให้ใคร ภาพผู้หญิงผมยาวปิดหน้าลอยมาในใจ อ่ะ แข็งใจจับผมอีก ก็ทีไม่มีอะไรนี่ ต่อมาให้มีเสียงแปลกๆจากข้างนอก เรียกชื่อแล้วเพื่อนไม่ตอบ เริ่มเสียวสันหลังละ อุณหภูมิน้ำเริ่มเปลี่ยน ปิดน้ำ กลิ่นแปลกๆลอยมา.... แอนรีบคว้าผ้าเช็ดตัวออกจากห้องน้ำ ออกมาเห็นเพื่อนใส่หูฟังฟังเพลงอยู่ ก็โล่งใจว่าคงไม่มีอะไร ที่เพื่อนไม่ตอบคงเพราะไม่ได้ยิน
-ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ความเชื่อคนไทยมีเยอะมากก แล้วแต่ละอย่างก็หลอนๆทั้งนั้น เช่น หวีผมหน้ากระจกหลังเที่ยงคืนจะเห็นผี เต้นวนซ้าย3รอบหลังเที่ยงคืนจะถูกผีเข้า หลังจากงานศพผ่านไปเจ็ดวันวิญญาณจะกลับมาที่บ้าน หมาหอนแปลว่ามันเห็นผี ถ้ามีเสียงใครเรียกตอนกลางคืนห้ามขานรับ ห้ามนอนตรงทางสามแพร่งเพราะผีจะผ่าน
อะไรที่เค้าห้ามเราก็ให้ตัวละครทำซะเลย น้องแอนเราเผลอตัวไปหวีผมหน้าประตูตู้เสื้อผ้าที่ทำมากระจกซะงั้น พอคิดขึ้นมาได้ก็หยุด มองผมยาวๆของตัวเองในกระจก หัวเริ่มหลอนอีกละนี่ผมใคร สะบัดหัวไล่ความคิด เปิดประตูตู้เสื้อผ้า หยิบเสร็จ ปิดประตูตู้เข้าที่เดิม เงยหน้ามอง กรี๊ด! ผีจ้องกลับมา
เทคนิคอีกอย่างคือ 'หลอกให้โล่งใจ/ตายใจ'
ใช้ผ่อนและเร้าอารมณ์คนอ่าน ให้มัน dynamic อารมณ์แกว่งๆ เบาบ้างหนังบ้างสลับกันไป ตอนที่มันพึคมันจะได้พีคจริงๆ อย่างตอนฉากสระผมเราจะยังไม่เขียนชัดๆ ตรงๆ ว่าเฮ้ยนี่ผีนะ ผีมาแล้วนะ แต่จะเขียนแบบคลุมเครือๆ ไปก่อน จะผีมั้ยหรือนางเอกมันหลอนไปเองหว่า แล้วมาผ่อนอารมณ์คนอ่านให้ตายใจว่านางคงหลอนไปเอง เพื่อนมันใส่หูฟังมันเลยไม่ตอบ ไม่มีอะไรหรอก แต่มาฉุดอารมณ์ให้พึคขึ้นแบบตุ้งแช่สองเด้ง คือผีที่ผ่างมาหน้ากระจก แล้วก็ผ่างสองคือให้เพื่อนหันหน้ามาเป็นคนอื่น ไม่ใช่เพื่อนเรา แถมยังส่งยิ้มหวานให้ด้วย
สรุปกันอีกครั้ง เน้นใกล้ตัว บรรยากาศน่ากลัว แล้วก็เล่นกับความเชื่อ
อยากได้หนังสือเล่มเกมฆ่าตัดกรรมของพี่ปองวุฒิค่ะ
เพราะตั้งชื่อเรื่องได้น่าสนใจ เล่นคำระหว่างเกมฆาตกรรมกับเกมฆ่าตัดกรรม ชวนให้อยากรู้ว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง? หนังสือชื่อชุดส่งต่อความตาย คือต้องฆ่าคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรอดแบบนี้รึเปล่า? อารมณ์ตัวตายตัวแทน? อีกอย่างก็เป็นแฟนนิยายนามปากกานี้อยู่แล้วด้วย
การเขียนนิยายสยองขวัญให้คนอ่านลุ้นของเกด คือ
การเปิดเรื่องด้วยตำนาน หรือประวัติน่ากลัวๆที่เล่าต่อๆกัน แล้วปิดตายในที่สุด จนกระทั่งมีคนมาพัวพันกับเรื่องนั้นๆ แล้วเกิดอาการสับสน ให้คนอ่านงง แล้วเดาเรื่องเอง แล้วมีฉากแบบ ตัวเอกนอนอยู่ในห้องแล้วมีบางสิ่งจ้องอยู่ ได้ยินเสียงลึกลับตอนกลางคืน แต่หักมุมไรงี้ มีฉากตื่นเต้นจนคนอ่านลุ้นระทึกนึกว่าเป็นตัวเอกของเรื่องประมาณนี้ค่ะ
หนังสือที่อยากได้ Ticket ตีตั๋วตายโหง ฉอบเรื่องผีแบบสถานที่มืดในโรงหนัง เพราะเวลาไปดูนังก็จะนึกถึงแถวหน้าๆ เพราะมันไม่มีใครนั่ง ก็ชอบคิดไปว่ามีบางสิ่งนั่งดูอยู่5555555

จะเปิดเรื่องด้วยสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งหลักแต่เป็นธีมของเรื่องค่ะ เช่นอาจให้เป็นลมทะเลกับดอกลั่นทมหรือสีตาของตัวเอกสักตัว(หรือจุดเด่นก็ได้ค่ะ) แต่เราต้องดึงตัวเองลงไปในโลกของตัวหนังสือให้ได้ก่อนว่าพล็อตของเราต่อจากนั้นจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังยังไง จะเปิดปมใหญ่เลยแล้วแต่งแบบย้อนเวลาว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้(อันนี้ยากหน่อยเวลาเขียนจริง)หรือค่อยๆหาเหตุการณ์ที่เป็นปมย่อยมารวมกัน หลอกคนอ่านให้เดินตามมาแล้วตัดทางกลับ ตัดทางตรง ขังให้สับสนสักพักแล้วเผยไคลแม็กซ์ออกมาค่ะ แต่ตัวละครในนิยายสยองขวัญต้องมีหลายมิติหน่อย หลายๆอย่างต้องถูกเก็บไว้ บอกใบ้ได้แนบเนียนพอที่คนอ่านจะเผลออ่านผ่านมันไปแล้วมาเงิบตอนหลังว่า "อิดร๊อกกกกกกกกกกกก มึ.งหลอกกรูวววววววววววววววววว" และตอนจบต้องขยายความบางจุดที่เราคลุมเครือ จากนั้นก็กลับไปอ่านในสิ่งที่เราเขียนมาตั้งแต่ต้นในฐานะนักอ่าน(สะกดจิตตัวเองว่าตอนนี้แกคือนักอ่านเว้ย !!)ค่อยๆหาจุดบกพร่องแล้วจดไว้ ลบบางฉากที่ไม่จำเป็นออกค่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็แต่งใหม่เลย แต่ต้องเกาะอยู่ในเส้นเนื้อเรื่องเดิมนะ(เดี๋ยวออกทะเล ไม่เอาๆ)
อยากได้ Clown มายากลเลือด ของมายาโรสค่ะ เพราะชอบสำนวนภาษา มายาโรสเป็นนักเขียนที่มีงานเขียนนุ่มนวลและสละลสลวยมากๆ พี่เขาเป็นไอดอลของหนูเลยค่ะ ฟอลลิ่งอินเลิฟกับงานเขียนของพี่เขาครั้งแรกคือเคหาสน์เทวทูต จากนั้นก็เริ่มคุ้ยๆชั้นหนังสือที่บีทูเอสแถวบ้านเป็นว่าเล่นเลยค่ะ เคยเล่นเกมกับพี่น้องในบอร์ดเพื่อหุบผาเจ้านาง (ช่วงนั้นแม่งดค่าขนมเพราะดื้อ TT^TT) กำลังพยายามไล่สะสมค่ะ เดี๋ยวสอบเสร็จก็จะไปอ้อนแม่ขอซื้อแล้ว 5555555555555555555555
สำหรับเทคนิคการเขียนนิยายสยองขวัญของยูกินะคะ ยูกิจะเน้นเกี่ยวกับ"ความเชื่อ"ค่ะ ทั้งความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม อดีตชาติ เรื่องภูติผีปีศาจ อะไรประมาณนั้นค่ะ หรืออาจจะเป็นเรื่องธรรมดาๆที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรานะคะ แต่เราอาจจะนำมาเพิ่มความหลอน ความน่ากลัว ความน่าขนลุกเข้าไปค่ะ ก็ดูอย่างผีตู้เสื้อผ้าอะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะ เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา ทำให้เรากลัวว่ามันจะเกิดกับเราบ้างรึป่าวน่ะค่ะ หรืออาจจะใช้แบบอยู่ๆก็มีผีโรคจิตออกมามาฆ่า(คนที่คนอ่านคิดว่าเป็น)พระเอก แล้วค่อยนำเสนอเรื่องราวทั้งหมดผ่าน(คนที่คนอ่านคิดว่าเป็น)พระเอก#ที่ตายไปแล้ว ก็น่าสนุกนะคะ ยูกิว่า 555 หรือว่าจะเล่าเรื่องราวไปแบบตามความน่ากลัว ความหลอน ค่ะ แล้วค่อยมาเฉลยเอาทีหลังว่าพระเอกนั้นคิดผิด หรือหลอกตัวเองค่ะหรือไม่ก็ทำให้คนอ่านสับสนนะคะ แล้วค่อยมาหักมุมทีหลังเอาให้คนอ่านอึ้งทึ่งตะลึงกันไปเลยค่ะ 5555
PS. หนังสือที่อยากได้คือ Ticket ตีตั๋วตายโหง ค่ะ เพราะว่าอยากได้เล่มนี้เป็นของขวัญวันคล้ายวันเกิดตัวเองค่ะ วันคล้ายวันเกิดก็เมื่อวานนี้เองค่ะ 21 กุมภาพันธ์ :)
ก็ไม่ค่อยมีเทคนิคอะไรดีๆหรอกค่ะ ส่วนมากได้มาจากความสนใจในสิ่งหนึ่ง แล้วไปหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นพอตัวก่อน จากนั้นค่อยหาฟิลลิ่งเหมาะๆ อย่างเช่นตอนอยู่คนเดียวในยามดึกๆ ก็มักจะจินตนาการว่ามีหน้าใครแอบมองอยู่ หรือว่าอะไรก็ตามที่เรานึกออก แล้วลองเขียนความรู้สึกนั้นดู จากนั้นก็เรียบเรียงใหม่จนกว่าจะดีที่สุดในสายตาเรา
อยากได้เรื่อง Ticket ตีตั๋วตายโหงค่ะ เพราะเห็นว่าน่าสนใจดีค่ะ และจะได้เรียนรู้วิธีการในนิยายสยองขวัญด้วย(เพราะเราบรรยายเรื่องไม่เก่งค่ะ)
เคยเขียนเรื่องสั้นแนวสยองขวัญค่ะ
การเปิดเรื่องในหน้าแรกต้องดึงดูดพอสมควร บางคนอ่านแค่สามย่อหน้าก็ปิดแล้ว
เหมือนที่นักเขียนด้านบนแนะนำ ต้องเปิดให้ชวนติดตามหลอกล่อให้อ่านจนจบให้ได้
เขียนมาน้อยมากแนวนี้ยังไม่เมพ
แต่เอาที่อ่าน อ่านแนวนี้เยอะมาก
1.ส่วนใหญ่ที่ชอบๆ เพราะเค้าวางปมน่าดึงดูดไว้ตั้งแต่แรก แล้วพอเฉลยก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล ไม่หลอก เชื่อว่ามีจริงได้
2.ถ้าพลอตไม่ได้เวอร์มากๆ แต่ชวนขนลุก ชวนเสียวสันหลัง ก็น่าสนใจ
3.ต้องฝึกฝนค่ะ เขียนแรกๆจะห่วยมาก เพราะพลอตแนวนี้ต้องใช้ความอดทนในการเล่ารายละเอียด ซ้อนปมเข้าไป ใส่ความน่ากลัว ใส่ความเรียล ใส่ความขนลุก ใส่คาแรกเตอร์ ฉากเหตุการณ์มากมาย กว่าจะได้เรื่องที่สนุก ถ้าพลอตดีเล่าเรื่องไม่เก่ง นิยายก็แป้กได้
^^
เทคนิคการเขียนนิยายแนวสยองขวัญของผมคือ
เล่นกับความรู้สึกกลัวของตัวละครครับ
เขียนให้คนอ่านเชื่อว่าตัวละครนั้นกลัวจริง ๆ และทำให้ดูสมจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะเล่นกับพื้นฐานในจิตใจด้านมืดของเเต่ละตัวละคร เพื่อทำให้เห็นว่ายังมีอะไรนอกจากตัววิญญาณที่ทำให้รู้สึกน่ากลัวได้
หรืออีกวิธีนึงคือ การหักมุมครับ
เนื้อหาแนวสยองขวัญเวลาหักมุมจะทำให้คนอ่านอึ้งได้ และบางทีการหักมุมอาจจะสร้างความสยองแบบขนหัวลุกให้คนอ่านได้ครับ
หนังสือที่อยากได้ Sin เกมฆ่าตัดกรรมครับ เพราะเป็นเรื่องที่ผมชอบมากตั้งแต่ Karma ตัดกรรมต่อตายแล้ว เลยอยากได้เล่มนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป อีกอย่างผมชอบผลงานพี่ป๊อก ปองวุฒิมากด้วยครับ
ของหนูนะคะ จะลองคิดว่าตนเองเป็นตัวละครในเรื่องที่กำลังเจอผีหรืออะไรประมาณนี้ คิดว่าอยู่ในสถานการณ์จริง จะรู้สึกยังไง คิดว่าถ้าจะโดนจริงๆจะรู้สึกยังไง แล้วถ่ายทอดสิ่งที่รู้สึกลงในนิยาย ให้ตรงกับความรู้สึกมากที่สุดค่ะ เป็นเทคนิคที่ไม่ยาก แต่น่าจะใช้ได้ผลกับทุกๆคนนะคะ
นิยายที่อยากได้นะคะ Clown มายากลเลือดค่ะ เพราะมายากลเป็นสิ่งที่ตื่น น่าจับตามอง แล้วหนูก็ชอบมายากลด้วยค่ะ มันให้ความระทึกขวัญดีด้วย
รับจ้างเขียนเรื่องผีมั้ยคะ สนใจค่ะ