Foreshadow เทคนิคบอกล่วงหน้า ให้คนอ่านรับมือ

        สวัสดีชาวนักเขียนเด็กดีทุกคนค่ะ วันศุกร์นี้พี่น้องก็มีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำอีกแล้ว พี่น้องเคยสอนเรื่องการใช้ Flashback เพื่อคลายปมปริศนาไปในบทความนี้ แต่มันยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ได้ใช้คลายปม แต่เอาไว้ใช้สร้างปริศนา ให้คนอ่านอยากติดตามเรื่องของเรา นั่นคือ Foreshadow นั่นเองค่ะ
 

Foreshadow ใช้ทำอะไร

        Foreshadow เหมือนเป็นคำใบ้ บอกให้คนอ่านรู้ว่าต่อไปจะมีบางอย่างเกิดขึ้น ชื่อมันก็บอกอยู่ว่าแค่ "ใบ้" ดังนั้นคนอ่านจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อาจทำได้แค่เดาว่าต้องเกิดสิ่งนี้แน่ หรืออาจแค่อ่านผ่านๆ แล้วพอเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นค่อยมานึกได้ทีหลังว่า อ๋อ เคยมี Foreshadow มาก่อนนี่นา
        สรุปคือ Foreshadow ต้องไม่เฉลยเรื่อง แต่แค่เป็นเค้าลางให้คนอ่านอยากติดตาม อยากรู้ว่าที่เดาไว้มันถูกหรือเปล่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริงๆ หรือเปล่า
 

วิธีใช้ Foreshadow เตือนคนอ่าน

1. สร้างเหตุการณ์ก่อนหน้า
        เห็นได้บ่อยๆ ก็คือ นิยายรัก ที่พระเอกกับนางเอกจะต้องทะเลาะกันเมื่อเจอหน้าครั้งแรก ก็ถือเป็น Foreshadow ว่าพระเอกนางเอกจะต้องกัดกันไปตลอดทั้งเรื่องจนกว่าจะมีอะไรมาทำให้รักกัน
 
2. ความไร้เหตุผล
        ในชีวิตจริง ถ้าอยู่ดีๆ มีคนบ้ามาบอกเราว่าเรากำลังจะตาย มันก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ก็แค่คนสติไม่ดีคนหนึ่ง แต่ในนิยาย ถ้าอยู่ๆ ตัวละครเจอคนบ้าเดินเข้ามาเตือนบางอย่าง คนอ่านก็เริ่มตั้งข้อสงสัยได้แล้วว่า หรือที่คนบ้าพูดจะเป็นความจริง
        ถ้าอยู่ดีๆ แม่พูดกับเราว่ารีบกลับบ้านนะลูก สังหรณ์ใจไม่ดี เราก็คงไม่คิดอะไร แต่ถ้าเป็นในนิยาย แม่ตัวเอกพูดแบบนี้ แปลว่าอาจมีเรื่องไม่ดีรออยู่ก็ได้
        จำไว้ว่าในนิยาย อะไรที่ดูไร้เหตุผลมักมีเหตุผลเสมอ
 
3. ใช้การบรรยายไปตรงๆ
        วิธีนี้ใช้กับนิยายที่เขียนด้วยมุมมองบุคคลที่ 3 คือบรรยายไปตรงๆ เลยว่าอาจมีบางอย่างเกิดขึ้น
        มานะผูกเชือกรองเท้านักเรียนของเขา ลุกขึ้นบอกลาแม่ตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าเขาจะได้เห็นหน้าแม่ตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
        มานะอาจจะไม่ได้กลับมาที่บ้านอีก อาจเกิดอะไรขึ้นกับแม่เขา ตัวละครไม่มีทางรู้เลย แต่คนอ่านรู้ว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นจากคำบรรยายแค่ประโยคเดียว
 
4. ใช้เซนส์ของตัวละครช่วย
        สำหรับคนที่บรรยายด้วยมุมมองบุคคลที่ 1 ก็ให้ใช้เซนส์ของตัวละครช่วยแทน ส่วนใหญ่เซนส์ตัวเอกมักถูกเสมอ
        ผมผูกเชือกรองเท้านักเรียน ลุกขึ้นบอกลาคุณแม่ แต่กลับมีลางสังหรณ์แปลกๆ
        ราวกับนี่คือครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นหน้าแม่ตัวเอง
 
5. ซ่อนไว้ในรายละเอียดเล็กๆ
        คนส่วนใหญ่มักอ่านหนังสือแบบผ่านๆ ไม่ค่อยสังเกตรายละเอียดเท่าใดนัก แต่รายละเอียดที่เอามาใช้เป็น Foreshadow ต้องเป็นรายละเอียดที่สำคัญพอให้อ่าน แต่ไม่สำคัญพอให้จำ เช่น ใส่ไว้ในคำบรรยายสถานที่
        ดาริกามองไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นของครอบครัวสกุลธร เฟอร์นิเจอร์หรูหราสไตล์หลุยส์ดูขัดกับที่เขี่ยบุหรี่ทำจากสแตนเลสที่ วางอยู่บนโต๊ะกาแฟ
        อีกสามตอนให้หลังคนอ่านและดาริกาก็จะได้รู้ว่าทำไมที่เขี่ยบุหรี่ถึงไปอยู่ผิดที่ผิดทางแบบนั้น มันอาจจะเป็นที่ซ่อนของบางอย่าง หรือมันอาจจะเป็นอาวุธที่เอาไว้ใช้ฆาตกรรมใครสักคนก็ได้
 
6. ใช้พลังเหนือธรรมชาติ
        ชีวิตจริง เราอาจไม่ค่อยใส่ใจกับ คำทำนายของหมอดู หรือดวงประจำวันที่เราอ่านบนหน้าหนังสือพิมพ์มากนัก แต่ในนิยาย ถ้าอยู่ดีๆ ตัวละครไปหาแม่หมอให้ทำนายดวงให้ หรือมีฉากที่ตัวละครอ่านดวงของตัวเองในอินเทอร์เน็ตว่าจะเจอเนื้อคู่ ให้รู้ไว้เลยว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นจริง
 

finaldestination.wikia.com

        เรื่อง Final Destination ก็ใช้พลังในการมองเห็นอนาคตของตัวเอกมาเป็น Foreshadow เช่นกัน แต่เนื่องจากพล็อตของเรื่องคือตัวละครต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้สิ่งที่ เห็นเกิดขึ้น หน้าที่ของ Foreshadow ในเรื่องนี้จึงสะท้อนกลับ แทนที่จะให้คำใบ้ แล้วปล่อยให้คนดูรอว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ เป็นให้ข้อมูลทั้งหมด แล้วให้คนดูลุ้นเองว่าตัวละครจะเลี่ยงเหตุการณ์พวกนี้ได้หรือไม่
 
7. ใช้สัญลักษณ์
        ถ้าอยากสุนทรีย์หน่อยก็ใช้สัญลักษณ์มาเป็น Foreshadow ให้กับตัวละครของเราก็ได้ ที่เห็นบ่อยในละครไทยก็เช่น กรอบรูปตกลงมาแตก เป็นลางว่าอาจมีอะไรเกิดขึ้นกับคนในรูปนั้น หรือแม่นางเอกทำจานตกแตก ก็อาจเป็นลางว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนในครอบครัว
 
        วิธีที่ยกมานี้เป็นวิธีสร้าง Foreshadow บางส่วนเท่านั้น ยังมีวิธีอีกมากให้เลือกใช้ โดยเราต้องดูจากเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นของเราว่าเป็นแบบไหน แล้วควรใช้วิธีใดในการบอกใบ้ดี
 

เล่นกับ Foreshadow

        อย่างที่บอก Foreshadow เป็นการใบ้ให้คนอ่านรู้ว่าจะมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น คนอ่านจะเดาไปเองว่าคงเกิดแบบนั้นแบบนี้แน่ แต่พอมาเฉลย กลับกลายเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่ง เช่น
        Foreshadow ให้คนอ่านเชื่อว่า ตัวละคร A ต้องตาย แต่มาเฉลยว่า B ต่างหากที่ตาย
 

harrypotter.wikia.com

        หรือกรณี กริม สุนัขสีดำในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็เป็นการปั่นหัวคนอ่านด้วย Foreshadow อย่างหนึ่ง เจ้ากริมม์นี้เป็นสัญลักษณ์ของลางร้าย ทั้งคำทำนายของศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ ทั้งคำเตือนของคนรอบข้าง ทำให้แฮร์รี่และคนอ่านปักใจเชื่อว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับแฮร์รี่แน่ๆ และเจ้าหมาผีตัวนี้ก็ไม่น่าใช่หมาดี แต่พอมาเฉลยทีหลัง กลายเป็นว่าหมาดำตัวนี้ไม่ใช่กริม เป็นร่างแปลงของซิเรียส แบล็ก พ่อทูนหัวของแฮร์รี่ต่างหาก แถมไม่ได้มาทำร้ายแฮร์รี่ แต่มีเป้าหมายเป็นปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ต่างหาก
 

นักเขียนหลายคนมองข้ามเทคนิค Foreshadow
เพราะคิดว่าการบอกใบ้ล่วงหน้าทำให้เสียอรรถรสในการอ่าน
แต่ถ้าใช้อย่างถูกวิธี พี่น้องรับรองว่านิยายของเราจะน่าติดตามขึ้นแน่ๆ ค่ะ!


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก
www.novel-writing-help.com
www.helpingwritersbecomeauthors.com
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

WildLorD Member 19 มิ.ย. 58 17:42 น. 1

กรณีแรก

พระเอกหลุดออกมาจากห้องทดลอง

ก่อนจะระลึกชาติเป็นฉาก ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง

ทว่าพลังที่เคยมีกลับหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

แต่พระเอกก็แค่คิดว่าคงโดนอีกฝ่ายทำให้มันหายไป

แล้วจึงค่อยเฉลยในภายหลังว่าแท้จริงพระเอกเป็นร่างโคลน ด้วยการเจอร่างจริง

แถมร่างจริงที่มีพลังอยู่ครบก็เข้ามาสู้เพื่อหวังจะฆ่าร่างโคลนทิ้ง

กรณีที่สอง

นางเอกไอเป็นเลือดไปช่วงหนึ่ง จนคนอ่านรู้สึกว่าผิดปรกติ

แต่ก็หลอกว่าเป็นเพราะใช้พลังมากเกินไปจนเป็นแบบนั้น แต่พักฟื้นสักพักใหญ่ก็คงหาย

ก่อนจะถูกอีกฝ่ายจับตัวไปเพื่อสร้างปมให้ไปช่วยเพื่อเบี่ยงประเด็นเก่าที่ทิ้งไว้

แล้วเมื่อพบหน้ากันอีกที ก็ให้นางเอกตายต่อหน้าพระเอกเลย

ก่อนจะย้อนความว่านางเอกใกล้ตายมาตั้งนานแล้ว แต่ปิดบังไว้ไม่อยากบอกใครเพื่อไม่อยากจะให้ใครเสียใจแล้วใช้เวลาที่เหลือกับทุกคนอย่างมีความสุขให้มากที่สุด

ใช้เวลาในการบิวท์แต่ละกรณีราว 64 ตอน อยู่ในนิยายของผมเอง ! เข้ามาอ่านได้ ติดท็อปหมวดแฟนตาซีอยู่ด้วย (โฆษณาเลย !)

0
กำลังโหลด
peiNing Zheng Member 19 มิ.ย. 58 18:28 น. 2

Foreshadow เป็นเทคนิคที่ข้าน้อยชอบอ่านมาก เพราะถ้าคนเขียนทำมันได้สำเร็จ มันสามารถส่งผลได้เกือบถึงระดับ surprise ดีๆ สักเรื่องทีเดียว เป็นเทคนิคที่ถ้าคนเขียนใส่ใจ หรือสนใจจะใช้ จะช่วยให้เรื่องมีเสน่ห์มากขอรับ สนับสนุนให้ลองใช้ขอรับ (แต่จะให้มันเจ๋งแบบนั้น อาจจะต้องผ่านการวางแผนที่ดีด้วยเหมือนกัน ค่อยๆ ฝึกไปนะ)

0
กำลังโหลด
มัณทนา[กำลังตามหาดอพเพลแกงเกอร์] Member 21 มิ.ย. 58 22:39 น. 7

ถ้ากรณีพระเอกหรือนางเอกเจอคนที่หน้าตาเหมือนกับตัวเอง

คนดูอาจจะเดาว่า

1.ต้องเป็นฝาแฝดที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่เล็กๆ (พล็อตมาตรฐานของละครไทย)

2.คนหน้าเหมือน แต่ไม่ใช่ฝาแฝด

2.1 อาจจะสลับตัวกันโดยพระเอกหรือนางเอกเป็นลูกคนรวย/ผู้มีอิทธิพลกำลังถูกใครไม่รู้ตามฆ่า

พระเอกหรือนางเอกจ้างวานให้คนที่หน้าตาเหมือนตัวเองปลอมตัวเพื่อสืบว่าใครอยู่เบื้องหลัง

2.2 คนที่หน้าตาเหมือนพระเอกหรือนางเอกอาจจะสวมรอยอยู่ในบ้านของมหาเศรษฐี

เพื่อฮุบสมบัติโดยที่ไม่รู้ว่าพระเอกหรือนางเอกเป็นทายาทที่หายสาบสูญไปของมหาเศรษฐี

3.ตัวปลอมเป็นคนหน้าตาน่าเกลียดสุดๆถูกฝั่งตัวร้ายจ้างวานให้ศัลยกรรมใบหน้าของตัวเอง

เพื่อให้หล่อหรือสวยเพื่อสวมรอยเป็นพระเอกหรือนางเอกที่เป็นลูกที่แท้จริงของมหาเศรษฐี

แต่ตัวพระเอกหรือนางเอกจะไม่รู้ชาติกำเนิดของตัวเองและมักจะอยู่กับแม่ตามลำพังสองคน

4.มนุษย์โคลนนิ่ง (นวนิยายแนววิทยาศาสตร์ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์โคลนนิ่ง)

5.ดอพเพลแกงเกอร์

0
กำลังโหลด
P.Tharn Member 5 ก.ค. 58 11:37 น. 8

มีอีกนิดหน่อยในเรื่องแฮรี่พอตเตอ์คับ ในภาคภาคีนกฟินิกซ์ แฮรี่จะพบลอกเกตของสลิธีริน แต่ว่าไม่รู้ว่านั่นคืออะไรแล้วไม่รู้ด้วยว่านั่นคือฮอครัสต์ แล้วกลัยมารู้ความจริงเอาตอนภาคเครื่องรางยมทูต ตอนนั้นผมนี้ถึงกับอึ้งเลยครับ ไม่อยากเขื่อว่านักเขียนเขาจะใช้เทคนิคนี้ข้ามภาคกันเลย (ที่ผมเขียนนี่มีเฉพาะแบบนิยายนะครับ ถ้าแบบภาพยนต์จะไม่มี)

0
กำลังโหลด

9 ความคิดเห็น

WildLorD Member 19 มิ.ย. 58 17:42 น. 1

กรณีแรก

พระเอกหลุดออกมาจากห้องทดลอง

ก่อนจะระลึกชาติเป็นฉาก ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง

ทว่าพลังที่เคยมีกลับหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

แต่พระเอกก็แค่คิดว่าคงโดนอีกฝ่ายทำให้มันหายไป

แล้วจึงค่อยเฉลยในภายหลังว่าแท้จริงพระเอกเป็นร่างโคลน ด้วยการเจอร่างจริง

แถมร่างจริงที่มีพลังอยู่ครบก็เข้ามาสู้เพื่อหวังจะฆ่าร่างโคลนทิ้ง

กรณีที่สอง

นางเอกไอเป็นเลือดไปช่วงหนึ่ง จนคนอ่านรู้สึกว่าผิดปรกติ

แต่ก็หลอกว่าเป็นเพราะใช้พลังมากเกินไปจนเป็นแบบนั้น แต่พักฟื้นสักพักใหญ่ก็คงหาย

ก่อนจะถูกอีกฝ่ายจับตัวไปเพื่อสร้างปมให้ไปช่วยเพื่อเบี่ยงประเด็นเก่าที่ทิ้งไว้

แล้วเมื่อพบหน้ากันอีกที ก็ให้นางเอกตายต่อหน้าพระเอกเลย

ก่อนจะย้อนความว่านางเอกใกล้ตายมาตั้งนานแล้ว แต่ปิดบังไว้ไม่อยากบอกใครเพื่อไม่อยากจะให้ใครเสียใจแล้วใช้เวลาที่เหลือกับทุกคนอย่างมีความสุขให้มากที่สุด

ใช้เวลาในการบิวท์แต่ละกรณีราว 64 ตอน อยู่ในนิยายของผมเอง ! เข้ามาอ่านได้ ติดท็อปหมวดแฟนตาซีอยู่ด้วย (โฆษณาเลย !)

0
กำลังโหลด
peiNing Zheng Member 19 มิ.ย. 58 18:28 น. 2

Foreshadow เป็นเทคนิคที่ข้าน้อยชอบอ่านมาก เพราะถ้าคนเขียนทำมันได้สำเร็จ มันสามารถส่งผลได้เกือบถึงระดับ surprise ดีๆ สักเรื่องทีเดียว เป็นเทคนิคที่ถ้าคนเขียนใส่ใจ หรือสนใจจะใช้ จะช่วยให้เรื่องมีเสน่ห์มากขอรับ สนับสนุนให้ลองใช้ขอรับ (แต่จะให้มันเจ๋งแบบนั้น อาจจะต้องผ่านการวางแผนที่ดีด้วยเหมือนกัน ค่อยๆ ฝึกไปนะ)

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อรนามฤณ Member 21 มิ.ย. 58 00:48 น. 6

ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่ามีเทคนิคการเขียนแบบนี้

แต่ใช้ไปแล้ว โดยไม่รู้

ขอบคุณมากค่ะ

จะได้เป็นโอกาสในการพัฒนาการเขียนต่อไปอีก

0
กำลังโหลด
มัณทนา[กำลังตามหาดอพเพลแกงเกอร์] Member 21 มิ.ย. 58 22:39 น. 7

ถ้ากรณีพระเอกหรือนางเอกเจอคนที่หน้าตาเหมือนกับตัวเอง

คนดูอาจจะเดาว่า

1.ต้องเป็นฝาแฝดที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่เล็กๆ (พล็อตมาตรฐานของละครไทย)

2.คนหน้าเหมือน แต่ไม่ใช่ฝาแฝด

2.1 อาจจะสลับตัวกันโดยพระเอกหรือนางเอกเป็นลูกคนรวย/ผู้มีอิทธิพลกำลังถูกใครไม่รู้ตามฆ่า

พระเอกหรือนางเอกจ้างวานให้คนที่หน้าตาเหมือนตัวเองปลอมตัวเพื่อสืบว่าใครอยู่เบื้องหลัง

2.2 คนที่หน้าตาเหมือนพระเอกหรือนางเอกอาจจะสวมรอยอยู่ในบ้านของมหาเศรษฐี

เพื่อฮุบสมบัติโดยที่ไม่รู้ว่าพระเอกหรือนางเอกเป็นทายาทที่หายสาบสูญไปของมหาเศรษฐี

3.ตัวปลอมเป็นคนหน้าตาน่าเกลียดสุดๆถูกฝั่งตัวร้ายจ้างวานให้ศัลยกรรมใบหน้าของตัวเอง

เพื่อให้หล่อหรือสวยเพื่อสวมรอยเป็นพระเอกหรือนางเอกที่เป็นลูกที่แท้จริงของมหาเศรษฐี

แต่ตัวพระเอกหรือนางเอกจะไม่รู้ชาติกำเนิดของตัวเองและมักจะอยู่กับแม่ตามลำพังสองคน

4.มนุษย์โคลนนิ่ง (นวนิยายแนววิทยาศาสตร์ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์โคลนนิ่ง)

5.ดอพเพลแกงเกอร์

0
กำลังโหลด
P.Tharn Member 5 ก.ค. 58 11:37 น. 8

มีอีกนิดหน่อยในเรื่องแฮรี่พอตเตอ์คับ ในภาคภาคีนกฟินิกซ์ แฮรี่จะพบลอกเกตของสลิธีริน แต่ว่าไม่รู้ว่านั่นคืออะไรแล้วไม่รู้ด้วยว่านั่นคือฮอครัสต์ แล้วกลัยมารู้ความจริงเอาตอนภาคเครื่องรางยมทูต ตอนนั้นผมนี้ถึงกับอึ้งเลยครับ ไม่อยากเขื่อว่านักเขียนเขาจะใช้เทคนิคนี้ข้ามภาคกันเลย (ที่ผมเขียนนี่มีเฉพาะแบบนิยายนะครับ ถ้าแบบภาพยนต์จะไม่มี)

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด