10 ข้อ คนอยากเป็นนักเขียนนิยายต้องรู้
ถ้าอยากเขียนนิยาย ก็บอกเลยว่า... ห้ามพลาด 10 ข้อนี้
สวัสดีชาวไรเตอร์เช่นเคยจ้า วันนี้พี่ตินและกลเม็ดเคล็ดลับ มาพร้อมหัวข้อ 10 ข้อที่คนอยากเป็นนักเขียนนิยายต้องรู้ เป็นบทความสั้นๆ แต่ว่าให้คำแนะนำชัดเจนมากๆ ใครอยากเป็นนักเขียนนิยาย ลองเอาไปปรับใช้ดูนะ ส่วนตัวพี่ตินว่าดีมากๆ คิดว่าจะต้องทำตามเช่นกัน
ต้องเขียนให้จบ ข้อนี้ง่ายๆ แต่ว่าชัดเจน ถ้าอยากเขียนนิยาย ต้องเขียนให้จบ ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหน เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ซับซ้อนยากเย็น หรือยังไงก็ตาม สุดท้ายแล้ว ต้องเขียนให้จบ แค่นี้แหละ ที่จะทำให้คุณเป็นนักเขียนได้
แรงกระตุ้นสำคัญมาก เอ้า ท่องไปห้ารอบ แรงกระตุ้น แรงกระตุ้น แรงกระตุ้น แรงกระตุ้น แรงกระตุ้น เป็นไงฮึกเหิมมากขึ้นบ้างไหม เวลาเขียนนิยาย จะมามัวลังเลไม่ได้ ต้องมีแรงกระตุ้น ต้องเต็มที่ ต้องจัดเต็ม จะมาบอกว่าไม่มีแรง ไม่ไหวแล้ว เบื่อแล้ว หมดกำลังใจ อะไรยังงี้ไม่ใช่
เขียนแบบร่างก่อนลงมือจริง เปรียบเทียบให้ฟังว่า การเขียนแบบร่างก็เหมือนคุณมีทหารอยู่เป็นพันๆ คน ยืนกันมั่วไปหมด หน้าที่ของคุณคือ ต้องจัดการกองทัพให้ลงตัว ใครเป็นทัพหน้า ทัพกลาง ทัพหลัง ใครคือฝ่ายเสบียง ส่วนสำคัญที่สุดเอาไว้ตรงไหน เมื่อเขียนร่างจบหมดแล้ว ค่อยมาจัดลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ให้ลงตัวและเข้าที่เข้าทาง
เพราะงั้นเวลาร่างก็จัดเต็มได้ เวลาเขียนร่าง บอกเลยว่า... เขียนไปเลย ไม่ต้องระวังอะไร ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องจัดระเบียบความคิดมากก็ได้ อยากเขียนอะไรก็เขียน คิดอะไรออก เขียนลงไปให้หมด แล้วเดี๋ยวพอเขียนจบ ค่อยมาอ่านอีกครั้ง ก็จะเจอของมีค่าแทรกอยู่ ณ ตอนนั้น จึงจะเป็นเวลาคัดออกมาในที่สุด
กล้าที่จะเสี่ยง เวลาเขียน เรารู้ว่าบางทีก็อดคิดมากไม่ได้ เขียนแบบนี้จะดีไหมนะ เขียนแบบนี้โอเคไหมนะ ไม่ต้องไปกังวลเลย อยากเขียนอะไรเขียน นำเสนอพล็อตใหม่ๆ แบบที่ต้องการ จะฆ่าตัวละครก็ได้ จะทำอะไรทำไปเลย การได้ลองเสี่ยงทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ นี่แหละ จะทำให้หนังสือของเราสนุกและไม่เหมือนใคร
เขียนแล้วต้องรีไรท์ ไม่ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน สุดท้ายแล้ว เรามักหลงหูหลงตาในการเขียนรอบแรกเสมอ และนั่นคือเหตุผลที่เราอยากขอให้รีไรท์งาน วิธีรีไรท์ก็ง่ายๆ ทิ้งงานไว้สักระยะจนกว่าจะลืมเนื้อหาบางส่วน แล้วค่อยกลับมาอ่านใหม่อีกครั้ง จะเห็นข้อบกพร่องได้ง่ายขึ้น
แก้จนกว่าจะพอใจ ก่อนจะส่งสนพ. (หรือต่อให้ไม่คิดจะส่งก็เถอะ) คำแนะนำของเราคือ... ในเมื่อเป็นผลงานของเรา ก็แก้ไปจนกว่าจะพอใจนั่นแหละ เพิ่ม แก้ หรือจะเปลี่ยนส่วนไหนก็ได้ เอาจนกว่าจะพอใจนะ อย่าปล่อยไปลวกๆ นักเขียนต้องรับผิดชอบกับผลงานที่เขียนขึ้น
เขียนงานที่มีความหมาย เวลาเขียน... เราอยากให้คิดถึงใจคนอ่านด้วย จริงอยู่ ความคิดของคนเขียนก็สำคัญ แต่ว่า... คนอ่านก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะงั้นเวลาเขียนอยากให้คิดว่า มีคนอ่านที่รอฟังสิ่งที่เราเขียนอยู่ อย่าสักแต่เขียน แต่เขียนบางอย่างที่มีความหมาย ส่งสารถึงคนอ่าน ถ้าทำได้ คนอ่านจะอินและชื่นชอบงานของเราอย่างแน่นอน
ใช้ภาษาง่ายๆ เข้าใจได้ในทันที เราเข้าใจนะว่าเวลาเขียน บางทีก็อยากใช้ศัพท์ที่สละสลวย แปลกตา อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าทึ่งดี แต่ว่า... บางครั้ง... เมื่อคนอ่านไม่เข้าใจ ก็งง และทำให้ไม่อยากอ่านต่อ มีคำกล่าวที่ว่า งานเขียนที่ดี ควรจะเป็นงานที่อ่านแล้วเข้าใจได้ในทันที ไม่ใช่อ่านแล้ว ต้องตีความอีกครั้ง หรืออ่านซ้ำๆ จนกว่าจะเข้าใจ
หาหมวดให้งานเขียน ไม่ใช่เขียนมั่วๆ หรือถ้าจะผสมผสานหมวดต่างๆ เข้าด้วยกัน ก็ต้องทำให้เนียน หัวข้ออาจจะดูยาว แต่เราคิดว่าคุณเข้าใจเรานะ ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมตินิยายของเราอยู่ในหมวดแฟนตาซี ก็ควรคงความเป็นแฟนตาซีเอาไว้ ไม่ใช่จู่ๆ ก็เอาแนวอื่นมาผสมมั่วๆ แต่ถ้าอยากจะผสมผสานความเป็นแนวรัก แนวจีน หรือแนวอื่นๆ เข้าไป ก็ต้องทำให้แนบเนียน และควรจะชี้แจงคนอ่านไว้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่มาเปลี่ยนในภายหลัง อาจทำให้เกิดความสับสน ไม่อิน และไม่ปลื้มนิยายของเรา จะจัดนิยายในกลุ่มไหน ก็ระวังและเลือกให้ชัดเจนตั้งแต่ทีแรก จะดีกว่า
อตินเอง
26 ความคิดเห็น
ขอบคุณมากเลยค่ะ เราจะพยายามแต่งให้จบ
แม่เราเป็นคนติดนิยายซื้อนิยายเยอะมาก ที่มันเป็นเล่มบางๆอ่ะค่ะ กลับไปดูแล้วมันก็เก่าพอควร5555 รูปหน้าปกจะเป็นรูปดาราในสมัยนั้นซึ่งส่วนใหญ่เราก็ไม่รู้จัก เห็นแม่อ่านก็คิดว่ามันสนุกกว่านิทานตรงไหนเนี้ยทำไมแม่ชอบอ่านจัง5555 แล้วเราก็จะชอบอ้อนให้แม่อ่านออกเสียงให้ฟังค่ะเพราะตอนนั้นยังอ่านหนังสือไม่ออก แม่ก็จะรำคาญเรา555 แต่ก็อ่านให้ฟัง ถึงเราจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ พอโตขึ้นเรากลับไปอ่านเองสนุกมากค่ะ รู้สึกว่าคนเขียนแต่งดีมากๆ ชื่อเรื่อง ซาตานครวญรัก เราเลยไปหาอ่านเพิ่มค่ะ แล้วก็คิดอยากแต่งเองแล้วสนุกแบบเขาบ้างก็เลยตั้งใจจะเขียนแต่ก็ไม่จบสักที55555 นี่เพ้อไรมายาวขนาดนี้55555 แค่เล่าให้ฟังค่ะ เรื่องในวัยเด็ก5555 เอ้ะมีใครอยากฟังเรื่องของแก

คือว่าถ้าเราเขียนนิยายค้างไว้นานมากกกกก เพราะตอนนั้นอยู่ในช่วงอยากลองเขียน แล้วพอกลับมาอ่านอีกครั้งและอยากแต่งต่อแต่มันกับให้ความรู้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม จะทำยังไงดีค่ะ
เคยมีอารมณ์แบบ เขียนนิยายค้างไว้สิบกว่าตอน ทิ้งไปเป็นปีกลับมาอ่านแล้วรู้สึกว่่า เฮ้ย! ชอบอ่ะ น่าติดตามมาก ใครเขียนว่ะเนี่ย (คือลืมว่าตัวเองเขียนเอง) ตลกมาก
แต่รื้อหัวตัวเองเท่าไหร่ก็หาไม่เจอว่าเรื่องมันเป็นมายังไง วางพลอตยังไง สรุปก็ไม่ได้เขียนต่อ
แต่รู้สึกเลยว่าเวลาที่เราเขียนฟิคทิ้งไว้ แล้วกลับมาอ่านตอนที่ลืมไปแล้ว มันฟินมากจริงๆ ลองเขียนจนจบแล้วกลับมาอ่าน แล้วเขียนใหม่ น่าจะได้ฟิคที่มันสนุกที่เราพอใจมากๆ
จะลองดูค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะพี่อตินติน
ผมก็เขียนจบมาแล้วหนึ่งเรื่อง ตอนนั้นไฟแรงมาก เขียนโดยเวลาแค่ 6 เดือน
กำลังจะเขียนเรื่องที่สอง เขียนได้สิบหน้าใน 1 วัน ไฟยังมีอยู่
แล้วก็หยุดยาวมาถึงปัจจุบัน จะปีหนึ่งแล้วยังไม่มีอารมณ์เขียนต่อ
อาจเป็นเพราะเพื่อนร่วมทางที่เคยมีในเด็กดี ที่คอยให้คำปรึกษา เขาหายไป ไม่รู้ไปไหน ผมเลยตัน ท้อแท้
แรงกระตุ้นทางบวกอย่างเดียวบางทีก็ไม่พออะครับ ต้องมีแรงกดดันด้วย โดยเฉพาะนักเขียนมือเก่าที่พอถึงจุดอิ่มตัวไฟเริ่มหมดนี้เหละ ถ้าเป็นนักเขียนอาชีพในไทยนี้คิดถึงมื้อหน้าเอาไว้ครับว่าจะเอาอะไรกิน แล้วมันจะมีแรงเขียนขึ้นมาทันที 555
ไม่มั่นใจเลยค่ะว่าภาษของเราคนอ่านจะอ่านรู้เรื่องไหมสนุกไหม
แถมยังไม่มีคนแนะนำได้เลยเพราะเพื่อนก็อ่านกันคนละแนวหมด
เศร้าเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ ^^
อยากเขียนต่อเนื่องแต่กว่าจะจบเรื่องนึงนานจนไฟมอดเลยค่ะ
ชอบคำนี้ งานเขียนที่ดี ควรจะเป็นงานที่อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที เพราะบางครั้งอ่านอะไรที่เข้าใจยากๆก็ลำบากหากไม่มีคนอธิบาย
ปล.ยอมรับว่าตัวเองโง่และตามคนอื่นไม่ค่อยทัน
ปลื้มปริ่ม เป็นบทความที่ดีงาม
จะตั้งใจเขียนที่สุดเลย เพราะเป้าหมายคือต้องเขียนให้จบ
ขอบคุณกระทู้ดีๆค่าา
ขอบคุณคำแนะนำดีๆ สู้ต่อไปนะนักเขียนทั้งหลาย
ชอบค่ะการอ่านซํ้าสอง คำสลวยอ่านแล้วทรงคุณค่าจริง