คลินิกนักเขียน : Exclusive 21 เขียนไม่ออก ทำไงดี
อีกหนึ่งปัญหาสุดคลาสสิกของนักเขียนทุกคนในโลก
มาฟังทางออกของนักเขียนรุ่นพี่กันดีกว่า
สวัสดีน้องๆ ทุกคน คอลัมน์ กลเม็ดเคล็ดลับฉบับ Exclusive ของเรากลับมาแล้ว ครั้งนี้ เรามาพร้อมหัวข้อยอดฮิตที่นักเขียนทุกคนต้องเคยเจอ นั่นคือ “เขียนไม่ออก ทำยังไง” คำแนะนำของพี่อตินคือถ้าเขียนไม่ออก ให้อ่านบทความของเรา ฟังจากประสบการณ์ของนักเขียนรุ่นพี่ และเลือกวิธีที่เหมาะสมไปปรับใช้กับตัวเอง
วันนี้เราขนนักเขียนมาทั้งหมด 4 คน ได้แก่ กะรัต เตมัน เนตรนภัส และ Swordman แห่ง Iris ลองไปฟังกันว่าแต่ละคนมีคำแนะนำอะไรบ้าง
กะรัต
"หลังจากเขียนนิยายไปได้สักระยะ นักเขียนส่วนหนึ่งมักเกิดภาวะตีบตันทางความคิด กะรัตก็ด้วย^__^ แม้เราวางพล็อต ร่างโครงเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ แต่พอลงมือเขียนก็มักเกิดเหตุการณ์ หรือมีตัวละครใหม่ๆ โผล่ขึ้นมาอยู่เรื่อย ยิ่งตัวละครเยอะ ยิ่งมีเหตุการณ์เยอะ วิธีส่วนตัวที่ใช้แก้อาการนี้ก็คือการหยุดเขียน (สักพัก หรือจะยาวๆ ก็ได้นะ 555) เปลี่ยนไปดูหนังดูละครทั้งในและต่างประเทศ ฟังเพลง ดูมิวสิคที่ยูทูป เพราะบางเหตุการณ์ บางสภาพภูมิประเทศที่เราไม่เคยประสบพบเห็นด้วยตัวเองเราสามารถศึกษาภาพเคลื่อนไหวจากในจอได้ค่ะ อย่างกะรัตไม่เคยฆ่าฟันกับใคร พอเขียนฉากบู๊ มีตัวละครต่อสู้กันก็จะหาหนังจีนกำลังภายในหรือเรื่องศึกสงครามดู ระหว่างที่ตัวละครตีลังกาหน้าหลังพวกเขาออกท่าซ้ายทีขวาทียังไงก็จำมาถ่ายทอดเป็นตัวอักษร แต่อย่ายกมาทั้งดุ้นนะคะ อย่างนั้นไม่ดี ^__^ ต้องดัดแปลงและคิดท่วงท่าการเคลื่อนไหวให้เข้ากับตัวละครและเหตุการณ์ในนิยายของเราด้วยค่ะอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกะรัตได้ก็คือการอ่าน อาจจะเป็นหนังสือให้ข้อมูลสำหรับงานที่กำลังเขียน หรืออาจจะเป็นนิยายของนักเขียนท่านอื่นก็ได้ค่ะ จุดมุ่งหมายไม่ใช่การลอกไอเดียของใคร แต่เป็นการอ่านเอางาน ขณะที่อ่านอาจจุดประกายความคิดหรือเห็นทางออกในจุดที่เราติดขัดได้ สุ่มอ่านหลายๆ เล่ม ก็จะได้หลากหลายวิธีคิด ตัวละครเรื่องอื่นเขาทำแบบนี้ได้ในสถานการณ์นั้นๆ แล้วเราสามารถทำอะไรที่แตกต่างได้ไหม เหมือนยิ่งอ่าน ยิ่งเห็นว่าเหตุการณ์การกระทำใดซ้ำๆ กัน ตัวเราจะหลบเลี่ยงจนเกิดความคิดใหม่ๆ ขึ้นน่ะค่ะ นอกจากหนังสือ การอ่านกระทู้ตามเว็บบอร์ดออนไลน์เช่นเว็บพันทิปก็ช่วยได้มากค่ะ
อารมณ์ในการเขียนก็สำคัญ ถ้าเหนื่อยนัก จนไม่อยากอ่าน ไม่อยากดูอะไรทั้งนั้นก็ผ่อนคลายตัวเองด้วยการนอน การออกไปเดินเล่น การกิน (ถนัดนัก) เพราะความเครียดทำให้ความคล่องตัวทางความคิดลดลงค่ะ"
เตมัน
“สำหรับพี่ ถ้าเขียนไม่ออกก็จะหยุดเขียนครับ ไปหาอย่างอื่นทำก่อน เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ เพื่อให้สมองปลอดโปร่ง เพราะสาเหตุที่ทำให้เขียนไม่ออกอาจเกิดจากความล้าของตัวเองก็ได้ หรือไม่ก็อ่านทวนบทก่อนๆ ที่เขียนมาแล้วว่ามีตรงไหนผิดพลาดบ้าง ถึงทำให้ติดขัดจนเขียนต่อไม่ได้แต่ถ้าฟังเพลงก็แล้ว อ่านหนังสือก็แล้ว อ่านทวนก็แล้ว และรู้ว่าสมองตัวเองก็ไม่ได้ล้าอะไรเลย แต่ยังไงก็เขียนไม่ออกอีกเหมือนเดิม ทางออกสุดท้ายของพี่ คือจุดธูปครับ 555
เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะ แต่พี่ค่อนข้างเชื่อจริงๆ เพราะเจออะไรแปลกๆ กับตัวมาหลายอย่าง คือพี่เขียนเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณภูตผี เทวดาซาตาน เรื่องลึกลับต่างๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เราก็ไม่รู้ด้วยว่า ไอ้ที่เราเขียนๆ ไปนั้นมันบังเอิญไปแตะ ไปล้ำเส้นอะไรพวกเขาไหม ก็จะถือโอกาสจุดธูปบอกกล่าว ขอให้เขาช่วยเปิดทางให้หน่อย อย่าให้มีอะไรมาติดขัด ทำนองนี้ครับ
เคยมีโปรเจ็คท์หนึ่ง พี่ทำงานร่วมกับพี่จี๊ด (เดือนสิงห์) น้องนุ้ย (เจนศิลป์) น้องจอย (อาพัชรินทร์) อยู่ๆ ทุกคนก็เหมือนสมองหาย คิดอะไรไม่ออก เขียนต่อไม่ได้พร้อมๆ กัน กำหนดส่งงานก็ใกล้เข้ามาทุกที สุดท้ายก็เลยนัดแนะกันจุดธูปกลางแจ้ง บ้านใครบ้านมัน คนละ 16 ดอกบ้าง 32 ดอกบ้าง เพื่อขออนุญาต และขอให้อะไรก็ตามที่เราอาจจะบังเอิญไปล่วงเกินเขา ช่วยเปิดทางให้เราหน่อย
สุดท้ายทุกคนก็สามารถเขียนต่อได้จนจบ ทันตามกำหนดส่งงานได้อย่างน่าแปลกใจครับ”
เนตรนภัส
ก่อนอื่นต้องหาเหตุผลก่อนค่ะ ว่าที่เขียนไม่ออกเกิดจากอะไร...
ถ้าเขียนไม่ออกเพราะตัวละครไปต่อไม่ได้ นั่นเกิดจากพล็อต...เราก็ต้องไปแก้ตรงพล็อตค่ะ ตอนวางพล็อตความคิดอาจยังตกผลึกไม่มากพอ หรือขาดความสมเหตุสมผลทำให้ไปต่อไม่ได้ ดันทุรังต่อไปจะถึงทางตัน ก็ตบพล็อตใหม่ให้เข้าที่เข้าทาง ก็จะไปต่อได้ค่ะแต่ถ้าเขียนไม่ออกเพราะปัญหาที่สภาพจิตใจคนเขียนเอง งานเขียนต้องใช้จินตนาการ อารมณ์และสมาธิมักมีผลกับการทำงาน ดังนั้นถ้าหากปัญหาอยู่ที่ตัวคนเขียนก็ต้องจัดการตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ ส่วนตัวเนตรนภัสถ้ามีปัญหาตรงนี้ก็จะหันไปหางานอดิเรกของตัวเองค่ะ ถ้าไม่ถักตุ๊กตาก็อบขนม การจดจ่อกับอะไรบางอย่างทำให้มีสมาธิมากขึ้น รวมถึงการทำอะไรที่ชอบก็จะทำให้อารมณ์ดี พอสภาพอารมณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว เราก็จะทำงานต่อได้ค่ะ
ดังนั้นไม่มีอะไรตายตัว แค่ต้องหาให้ได้ว่าต้นเหตุที่เขียนไม่ออก เกิดจากอะไรเท่านั้นเอง
Swordman แห่ง Iris , รมย์นลิน , ศิวรุณา
“หากมีคนถาม ว่า...เขียนนิยายไม่ออกทำอย่างไร?
ก็ขอตอบเลย ว่า...ไม่ต้องเขียน!
ฟังดูอาจเหมือนเป็นคำตอบที่กวนอารมณ์ แต่ความจริงมันคือวิธีแก้ปัญหาที่ดีค่ะ จากประสบการณ์เขียนนิยายมานานพบว่า...ยิ่งเราพยายามนึกหาหนทางให้ตัวละครหรือเนื้อเรื่องดำเนินไปทั้งที่สมองยังตัน เราจะยิ่งเครียด สับสน และคิดไม่ออก เพราะเราหมกมุ่นที่จะหาวิธีเกินไป และเมื่อฝืนดิ้นรนเขียนไปทั้งที่พล็อตนั้นยังไม่สมบูรณ์ มันอาจส่งผลเสียกลับมา คือ เมื่อย้อนกลับไปอ่านงานช่วงนั้นก็รู้สึกไม่พอใจเลยต้องลบทิ้งหลายๆ หน้า ฉะนั้นทางแก้ง่ายๆ เมื่อเขียนไม่ออกสำหรับเรา คือ หยุดเขียน แล้วไปนั่งพักผ่อนตามอารมณ์สักพัก หรือ สักวันสองวัน แต่ไม่ควรเกินสามวัน เพราะอาจทำให้เราเขียนต่อยากด้วยหลงลืมประเด็นที่เคยเขียนไว้ในช่วงก่อนหน้านั้น วิธีนี้ทำให้ตลอดการเขียนนิยายมา 12 ปีของเรา เราไม่เคยลบนิยายทิ้งหลายๆ หน้าหรือแต่งนิยายไม่จบค่ะ ฉะนั้นคุณจะทำอะไรก็ได้ เช่น ออกไปซื้อของ ไปเที่ยว ฟังเพลง ดูภาพยนตร์สักเรื่องแต่ไม่แนะนำซีรีส์ยาวๆ เพราะคุณจะเลยเถิดไปหลายวัน 555+ แต่ระหว่างที่เราพักผ่อนนั้นก็อย่าลืมนิยายที่เราเขียนไว้ให้ค่อยๆคิดไปด้วย ว่า...ถ้าเราให้ตัวละครหรือเรื่องดำเนินแบบนี้ดีไหมแล้วเก็บไว้ในลิ้นชักสมองช่องที่ 1 จากนั้นก็ทำนั่นทำนี่ไปเมื่อมีเวลาก็ลองกลับมาคิดแบบนี้แล้วเก็บใส่ลิ้นชักสมองช่องที่ 2 เมื่อได้สัก 2-3 วิธีก็เอามาชั่งตวงว่าอันไหนเกิดผลดีหรือผลเสียกับเรื่องต่อจากนั้นมากกว่ากัน เลือกวิธีที่ดีที่สุดค่ะทั้งนี้ทั้งนั้นการจะเริ่มเขียนนิยายสักเรื่อง เราควรมีพล็อต 2 แบบต่อนิยาย 1 เรื่องค่ะ
1. โครงใหญ่ คือ พล็อตหลักของนิยายเรื่องนั้นๆ ควรแบ่งเป็น 5 ช่วง คือ ต้นเรื่อง, ดำเนินเรื่อง , กลางเรื่อง, ไคล์แมกซ์, สิ้นสุด
ยกตัวอย่าง เช่น สังข์ทอง คือ
1. พระสังข์เกิดจากหอยสังข์โดนขับไล่ออกจากเมืองพร้อมแม่
2. พระสังข์ถูกเลี้ยงโดยนางยักษ์และหนี
3. พระสังข์หาคู่และลำบากกับนางรจนา
4. พระสังข์ดิ้นรนทำให้พ่อตาและทุกคนยอมรับ
5. ทุกคนยอมรับและได้เจอพ่อแม่ที่พลัดพรากจบอย่างมีความสุข
ถ้าเรามีโครงใหญ่ของนิยายแบบนี้ราจะไม่หลุดจากนิยายที่แต่งหรือเรื่อยเปื่อยจนหาทางจบไม่ลง
ยกตัวอย่าง เช่น สังข์ทอง คือ
1. พระสังข์เกิดจากหอยสังข์โดนขับไล่ออกจากเมืองพร้อมแม่
2. พระสังข์ถูกเลี้ยงโดยนางยักษ์และหนี
3. พระสังข์หาคู่และลำบากกับนางรจนา
4. พระสังข์ดิ้นรนทำให้พ่อตาและทุกคนยอมรับ
5. ทุกคนยอมรับและได้เจอพ่อแม่ที่พลัดพรากจบอย่างมีความสุข
ถ้าเรามีโครงใหญ่ของนิยายแบบนี้ราจะไม่หลุดจากนิยายที่แต่งหรือเรื่อยเปื่อยจนหาทางจบไม่ลง
2. โครงย่อย คือ พล็อตย่อยๆที่จะแต่งให้ตัวละครและเนื้อเรื่องดำเนินไปยังแต่ละจุดของโครงใหญ่ที่วางไว้ เช่น จาก 1 จะไป 2 .... จาก 2 จะไป 3....เรื่อยๆ จนจบ ซึ่งตรงนี้ที่ค่อนข้างยากจนหลายคนคิดไม่ออกว่าจะเขียนยังไง ซึ่งเราก็ใช้วิธีคิดก่อนเขียน ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะมีนักเขียนบางคนคิดสดทั้งที่ยังไม่แม่นหรือรู้จักนิยายตัวเองดีพอ พอสดไปสดมาเลยสลด 555+ วิธีคิดก็คือเราต้องรู้จักตัวละครดีพอ ถ้าเรารู้จักตัวละครเราดีทุกตัว เราจะหาจุดเด่นของแต่ละคนออกมาทำให้เกิดเรื่องเกิดราวในแต่ละฉากได้ง่าย ที่สำคัญควรทำให้ตัวละครเด่นแต่ละตัวมีบทบาทน่าสนใจและหาเหตุผลมารองรับในแต่ละจุดดีๆ แน่นอนว่าถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะเขียนยังไงจริงๆ ก็แนะนำวิธีข้างต้น คือ พักอย่าดิ้นรนที่จะเขียน แต่อย่าทิ้งและไปแต่งเรื่องใหม่เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่มีนิยายสักเรื่องจบค่ะ”
ถือว่าเป็นคำแนะนำที่น่าสนใจและสามารถนำไปใช้ได้จริงทุกข้อทีเดียว สำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังมีปัญหาเขียนไม่ออก ลองเอาเทคนิคจากนักเขียนทั้งสี่ไปใช้ดูนะ คิดว่าน่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย
อตินเอง

3 ความคิดเห็น
โดยส่วนตัวเวลาเราเขียนนิยายไม่ออก... เราก็เลือกที่จะไม่เขียนแบบเขานะ แต่ด้วยนิสัยที่อยากเขียนตอนนั้นแต่มันไม่แล่นจริงๆ คือประมาณว่าอยากเขียนให้จบตอนก่อนเพราะกลัวลืมเนื้อหา แต่ด้วยอารมณ์หรือสำนวนอะไรก็แล้วแต่มันไม่เป็นใจ
เราก็เลือกที่จะเขียนไปก่อนเรื่อยๆ โดยไม่คำนึกถึงภาษาหรืออารมณ์และความรู้สึก แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ก่อนหลายวันไปแต่งเรื่องอื่น (ถ้ามี...) ดูหนัง ฟังเพลงไม่ก็นอนไปเลยง่ายดี พอผ่านไปค่อยกลับมาเปิดที่แต่งเรื่อยๆนั้นไว้ แล้วค่อยอ่านค่อยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
เราว่าวิธีนี้มันก็โอเคนะ ไม่รู้สิแนะนำตามฉบับนักเขียนขี้ลืม 55555 กลัวลืมเนื้อหาของตอนอย่างเดียว เลยได้แต่พิมเรื่อยๆ....
จบข่าว ข้ามข้อความนี้ไป 5555
อย่าทิ้งไปแต่งใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่มีนิยายสักเรื่องจบ
ปิดท้ายดีมากกกกก น้ำตาจิไหล
เรากำลังตันอ่ะ ไม่รุ้จะเขียนอะไร ภาพในหัวมันลางๆเพราะเราไม่รุ้จักนิยายตัวเองดีพอจริงๆ ว่าจะไปหาแรงบันดาลใจสักน่อย คือเรารู้นะว่าเรื่องนี้มันสดอ่ะ แต่พล็อตก็มีแบบรางๆ ประมาณว่าต่อจากนี้ต้องหวาน แต่หวานไงฟระ? คิดฉากหวานไม่ออก 55555
ไปหาแรงบันดาลใจด่วนๆจ้าาาา
สู้!!
น่าสนใจมากคะ เพราะอยากที่บอกบ้างที่คิดออกแต่ไม่มีเวลาเขียนสุดท้ายก็ลืม ตาลันล้าตาลันลา... หรือไม่ก็บ้างที่มีเวลา แต่คิ..ไม่ออกเอาซะงั้น อารมณ์ไม่ไปคะ อีกอย่างที่ชอบมีปัญหาคือบางที่คิดข้าม ..ไม่รู้ใครเป็นไหม คือสมองไปแล้วววแต่เนื้องเรื่องเรายังไม่จบตอนนี้ จะทิ้งก็ยังค้าง เลยใส่ไปให้หมดที่คิดออก ค่อยมาจัดตอนเอา...แต่ยังมีปัญหาเรื่องพลอตคะ อย่างที่ว่าคือมันยังไม่ตกผลึก...ขอบคุณสำหรับไอเดียแจ่ม ๆ คะ