วิจารณ์หนังสือ : Think of a Number ความน่าจะตาย    

งานสืบสวนฆาตกรรมที่แฝงแง่คิดในการใช้ชีวิตไว้อย่างแนบเนียน
 

ชื่อหนังสือ Think of a Number ความน่าจะตาย     
ผู้เขียน จอห์น เวอร์ดอน
ผู้แปล อนุตรา มหาเดชน์
สำนักพิมพ์ น้ำพุสำนักพิมพ์ ราคา 285 บาท
โปรยปกหน้า
“เป็น” หรือ “ตาย” ขึ้นอยู่กับตัวเลขที่คุณเลือกในอีกเสี้ยววินาที
โปรยปกหลัง
“ลองนึกถึงเลขอะไรก็ได้ตั้งแต่หนึ่งถึงพัน
แล้วมาดูกันว่าฉันรู้ความลับของแกดีแค่ไหน”
 
นั่นคือข้อความในจดหมายปริศนาที่ถูกส่งมาถึงชายคนหนึ่ง เมื่อเปิดซองที่แนบมาด้วย เขาก็ตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ มันเป็นตัวเลขเดียวกับที่นึกถึงเอาไว้ไม่มีผิด!
 
ไม่กี่วันต่อมา ชายคนนี้ก็ถูกฆ่าปาดคอในบ้านตัวเอง
 
เดวิด เกอร์นีย์ อดีตสารวัตรมือหนึ่งของกรมตำรวจนิวยอร์กถูกเรียกมาช่วยทำคดี เขาสงสัยว่าฆาตกรน่าจะใช้อุบายบางอย่าง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะอ่านใจคนอื่นได้แม่นยำขนาดนั้น ยิ่งต้องทายตัวเลขที่เลือกจากความเป็นไปได้นับพัน ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ ความน่าจะเป็นแทบจะเป็นศูนย์
 
แต่สืบไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เกิดเหตุฆาตกรรมซ้ำรอยในอีกหลายพื้นที่ ถึงแม้วิธีการลงมือจะต่างกันออกไป แต่ก่อนตายเหยื่อทุกรายล้วนได้รับจดหมายลึกลับแบบเดียวกันหมด
 
เกอร์นีย์ต้องหยุดคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่เขาไม่มีทางทำสำเร็จได้เลยหากยังอ่านไม่ออกว่า มันใช้ความน่าจะเป็นมาตัดสินความตายของคนอื่นตั้งแต่วินาทีแรกที่จดหมายถูกเปิดออกได้อย่างไร
 
ปกไทย ใช้ชื่อว่า "ความน่าจะตาย" แปลกหูดี 
 

หลังอ่าน

ถ้าใครชอบนิยายแนวสืบสวนสอบสวน พวกหนังสือที่ต้องไขปริศนา ค่อยๆ ปะติดปะต่อ เหมือนเราได้จิ๊กซอว์มากล่องหนึ่ง แล้วต้องต่อมันทีละชิ้นๆ จนกว่าจะได้ภาพที่สมบูรณ์ ก็ขอแนะนำเล่มนี้เลยค่ะ
 
เนื้อหาเป็นอย่างที่ปกหลังเขาว่าไว้... วันดีคืนดี เดวิด เกอร์นีย์ ตำรวจเกษียณคนเก่ง ก็ได้รับโทรศัพท์จาก มาร์ก มัลเลอรี เพื่อนเก่าสมัยเรียน มัลเลอรีมาพร้อมปัญหาใหญ่ นั่นคือเขาได้รับจดหมายขู่จากใครก็ไม่รู้ โดยเนื้อหาในจดหมาย บอกให้เขานึกถึงตัวเลขตัวหนึ่ง แล้วมันจะทายให้ว่าเป็นเลขอะไร และอย่างน่าตกใจ คนส่งจดหมายทายถูก!
 
เรื่องก็เริ่มต้นจากตรงนี้
 
ยอมรับว่าเป็นหนังสือที่รีวิวได้ยากมาก เพราะเนื้อหาค่อนข้างซับซ้อน ซ่อนปมไว้วุ่นวายเต็มไปหมด นักเขียนทำการบ้านมาได้ดี และเก่งในเรื่องดึงความสนใจของคนอ่าน เขาใส่ปริศนาผ่านบทสนทนา ผ่านสถานการณ์ และผ่านการกระทำของตัวละคร ทำให้เราอยากรู้อยากเห็น ทำให้เราสงสัย และอยากที่จะรู้คำตอบ ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากอ่านต่อ เป็นหนังสือที่แทบจะเรียกได้ว่าวางไม่ลง และเมื่ออ่าน ก็อ่านอย่างตั้งใจ เพราะรู้สึกได้เลยว่า... ทุกข้อความ ทุกตัวอักษร มันแฝงความหมายบางอย่าง ที่จะนำเราไปสู่คำตอบตอนท้ายเรื่องได้ในที่สุด
 
นอกจากเก่งเรื่องการสร้าง “ปริศนา” แล้ว อีกเรื่องที่นักเขียนเก่งมาก จนอดคิดไม่ได้ว่า... นักเขียนน่าจะเป็นนักอ่านใจคน หรือไม่ก็อาจจะเป็นคนที่ศึกษาด้านจิตวิทยาหรือจิตวิเคราะห์มาก็ได้ เพราะนักเขียนคนนี้ สร้างตัวละครได้สมจริงมาก บรรยายลักษณะนิสัยได้ชัดเจน จนเราสามารถจำลองตัวละครตัวนั้นขึ้นมาได้ รู้สึกเหมือนตัวละครตัวนั้นเดินอยู่ใกล้ๆ กิน นอน หายใจร่วมไปกับเราบนโลกมนุษย์จริงๆ นิสัยและการกระทำของตัวละครแต่ละตัว ไม่ว่าจะเป็นพระเอกของเรื่อง เพื่อนพระเอก ภรรยาพระเอก ตัวฆาตกร กลุ่มตำรวจ ทุกตัวละครเหมือนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง มีรัก โลภ โกรธ หลง มีทำพลาด มีเจ็บปวด มีปริศนาในตัวเอง
 
ปกต่างประเทศ เรียบแต่ว่าแฝงปริศนา
 
ใช่แล้ว ถ้าให้เลือกคำสั้นๆ อธิบายนิยายเรื่องนี้ พี่ตินอยากใช้คำว่า “ปริศนา” เป็นนิยายที่เต็มไปด้วยปริศนาตลอดทั้งเรื่อง อ่านแล้ว มันปลุกความอยากรู้ให้เรา แต่นักเขียนก็ไม่ได้ปล่อยให้เราเคว้งคว้าง เมื่อเขาใส่ปริศนาให้ เขาก็ได้ทิ้ง “เงื่อนงำ” เอาไว้เป็นระยะ เรียกได้ว่าถ้าหากตั้งใจอ่านแล้ว เราจะรู้เจตนาของคนร้าย และรู้ได้ทันทีว่าคนร้ายเป็นใคร อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารู้คำตอบแล้ว สุดท้าย เราก็ไม่ได้เสียอรรถรสในการอ่าน ตรงกันข้าม กลับเห็นอกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของคนร้าย กลายเป็นว่า คนร้ายมีเหตุผลรองรับในการกระทำของตัวเองทุกอย่าง และเราก็สามารถยอมรับเหตุผลของเขาได้ คือแน่ละ เราไม่เห็นด้วยกับการ “ฆ่า” แต่เราพอจะเข้าใจได้ว่า เขาฆ่าด้วยเหตุผลอะไร
 
ชอบการเชื่อมโยงหลายๆ อย่างภายในเรื่อง และชอบกลวิธีที่นักเขียนใช้กับคนอ่าน เขาค่อยๆ ปล่อยคำตอบมาทีละนิดๆ ไม่รีบร้อนเลย แต่ปล่อยมาเหมือนไม่ตั้งใจ (แต่จริงๆ น่าจะตั้งใจ) และถ้าเรารับคำใบ้จากเขาไว้ สุดท้าย มันก็เหมือนเราไปเดินตามแผนที่ที่เขาวาดเอาไว้ให้เราไป และเมื่อถึงตอนจบ เราจะได้พบคำตอบที่ปลายทาง... อ่านจบ แทบไม่อยากให้จบ แต่ยังอยากอ่านต่ออีกและอีก รู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่นิยายสืบสวน แต่มันแฝงความเข้าอกเข้าใจมนุษย์ ความรัก ความน่ากลัวแห่งก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ และที่แน่ๆ มันแฝงเรื่องของ “ความน่าจะ...” เอาไว้ด้วย (ตอนแรกก็แปลกใจ ทำไมใช้ชื่อ “ความน่าจะตาย” แต่เมื่ออ่านจบ ความแปลกใจก็หมดไป ความเข้าใจเข้ามาแทนที่) และไอ้คำว่า “ความน่าจะ...” ก็ทำให้เราย้อนกลับมาดูตัวเองว่า ชีวิตของเรานี้ บอบบางมากเพียงใด ความเป็นความตาย มาได้อย่างง่ายๆ เพียงเพราะคำว่า “น่าจะ” ง่ายๆ แค่นี้เอง  
 
ปกติก็ไม่ค่อยพูดประโยคนี้เท่าไหร่ แต่สำหรับเล่มนี้ ขอบอกว่า อ่านเถอะ ไม่ผิดหวังแน่นอน นอกจากสนุกไปกับปริศนาและการไขคดีแล้ว ยังได้ทำความรู้จักและเข้าใจความโหดร้ายและจิตใจของมนุษย์มากขึ้นด้วย แต่ขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เรารู้คุณค่าของชีวิตมากขึ้น และอยากที่จะดูแลรักษาคนสำคัญในชีวิตให้มากขึ้น
 
สนุกค่ะ แนะนำ

ป.ล. ลืมชมค่ะ คนแปลสำนวนดีมาก อ่านแล้วราบรื่นไม่ติดขัดเลย 
เลือกคำเก่งมาก เข้าใจง่าย กระชับ ได้ใจความค่ะ 

 
อตินเอง  
 
พี่อติน
พี่อติน - Writer Editor ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

cute-ghost Member 6 เม.ย. 59 12:27 น. 1

เพิ่งเห็นรีวิวนี้ มารับประกันอีกเสียงค่ะว่าสนุกจริง  นี่เพิ่งอ่านจบไปไม่นานค่ะหลังจากซื้อข้ามปี

เป็นอย่างที่พี่อตินบอกทุกอย่างเลยค่ะ

แต่เราคิดว่าช่วงแรกๆ จะอืดๆ หน่อย ต้องอดทนอ่านนิดนึง 

แต่พอช่วงหลังนี่วางไม่ลงจริงๆ ค่ะ ใครอยากอ่านแนวสืบสวน แนะนำเล่มนี้เหมือนกันค่ะ สำนวนแปลโอเคเลย

เยี่ยม

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด