"วันหนึ่งโอกาสอาจจะเป็นของเรา"
J.S. Winner
ผู้ชนะการประกวด Enter Books Writer Episode 4
สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน ตอนนี้พี่อรคาดว่าหลายคนคงทราบข่าวการเปิดรับสมัคร Enter Books Writer Episode 5 "โชว์ของ ประลองเขียน!" กันแล้ว แว่วๆ ว่าปีนี้น้องๆ ให้ความสนใจ ส่งผลงานกันคึกคักน่าดู และนั่นทำให้พี่อรต้องย้อนกับไปดูหน้านิยายของ J.S. Winner ผู้ชนะการประกวดรายการนี้เมื่อปีที่แล้วอีกครั้ง ในหน้าหลักของนิยายมีประโยคธรรมดาๆ ประโยคหนึ่งที่พี่อรชอบมาก เธอเขียนไว้ว่า
"ปีนี้ไม่ใช่ปีแรกที่ผมส่งเข้าประกวดแต่เป็นปีแรกที่เข้ารอบ" J.S. Winner
มันดูจะเป็นประโยคธรรมดาๆ ที่เขียนทิ้งไว้นานแล้วใช่ไหมคะ แต่สำหรับพี่อรมันแสดงให้เห็นว่า นักเขียนคนนี้เธอช่างไม่ย่อท้อต่ออะไรง่ายๆ พยายามพิสูจน์ตัวเอง จนในที่สุดโอกาสก็ตกเป็นของเธอค่ะ ตอนนี้ FIENDs ฟินด์สกับจดหมายจากฟีนิกซ์ ผลงานส่งประกวดของเธอก็ได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Enter Books เป็นที่เรียบร้อย ดังนั้นพี่อรเลยถือโอกาสกชวนเธอมาร่วมพูดคุย รวมถึงขอคำแนะนำจากประสบการณ์ตรง งานนี้ใครที่จะส่งผลงานประกวดต้องไม่พลาดนะคะ
แนะนำตัวเองให้ชาวเด็กดีรู้จักสักหน่อยค่ะ
J.S. Winner: สวัสดีค่ะ J.S. Winner หรือ สุวพักตร์ ไชยวสุกุล ชื่อเล่น "เจน" อายุ 23 ปีค่ะ เป็นคนเขียนนิยายที่ชื่อเรื่องอ่านยากแบบ (ไม่) นิด เรื่อง FIENDs ฟินด์สกับจดหมายจากฟีนิกซ์ (อ่านว่า ฟิน หรือจะ ฟีน ก็ได้ค่ะ) นอกจากเขียนนิยายแล้วก็กำลังเรียนอยู่ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีค่ะ
เจน หรือที่นักอ่านรู้จักในนามปากกา J.S. Winner
ผลงานเรื่องล่าสุดได้ตีพิมพ์แล้วในฐานะนักเขียนที่ฟูมฟักมานานรู้สึกยังไงบ้าง
ช่วยสปอยล์ผลงานเรื่องล่าสุดให้ฟังหน่อย
J.S. Winner: เรื่องนี้เกิดขึ้นในโลกที่มนุษย์หมาป่า แวมไพร์ พ่อมดแม่มด เงือก ฯลฯ อาศัยปะปนกับมนุษย์อย่างเปิดเผย ตัวเอกเป็นฟินด์แมงมุม (แปดขา แปดตา) บังเอิญเจอฟินด์พ่อมดความจำเสื่อมซึ่งกำลังถูกตามล่าเพราะไปขโมยจดหมายซึ่งมีความลับสำคัญบางอย่างมา งานนี้นอกจากจะต้องหาทางให้พ่อมดได้ความทรงจำคืนแล้วก็ต้องไขปริศนาเรื่องจดหมายด้วย
ทำไมถึงเลือกที่จะสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน Enter Books ล่ะ
J.S. Winner: ความจริงมีหลายเหตุผลเลยค่ะ หนึ่ง คือเป็นการลองว่านิยายที่เราเขียนจะเป็นอย่างไร คนจะชอบไหม สอง เพราะมันเป็นโอกาส ถ้ามีโอกาสได้เข้ารอบ นิยายของเราก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ผ่านเข้ารอบนะ ไม่จำเป็นต้องหนึ่งในสามแค่ยี่สิบเรื่องก็สามารถดึงให้ใครหลายคนสนใจได้ (บางทีอาจโชคดีโดนใจสักสำนักพิมพ์) สาม กรณีที่เข้ารอบได้ก็จะได้รับคำแนะนำดีๆ จากกรรมการ และสี่ ของรางวัลล่อตาล่อใจ (หัวเราะลั่น)
ตอนที่รู้ว่าชนะการประกวด Enter Books ครั้งที่ 4 รู้สึกยังไงจำได้ไหม
J.S. Winner: ไม่รู้สึก เพราะชาไปหมด (หัวเราะ) คือตอนที่ประกาศเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ เดินขึ้นเวทีแบบงงๆ เกือบชนป้ายล้มด้วย ถ้าล้มคงเป็นที่โจษจันอีกนานเลย แต่พอให้กล่าวความรู้สึกนี่ตื่นเต้นกับดีใจจนพูดไม่เป็นประโยคเลยค่ะ
ว่าแต่ตอนที่แข่ง Enter Books เตรียมตัวยังไงบ้างคะ
J.S. Winner: ความจริงเราก็ไม่ได้เตรียมตัวดีเท่าไร คือเตรียมพล็อตไว้ พอส่งเสร็จก็ไม่ได้สนอะไรมาก พอรู้ว่าผ่านเข้ารอบ (รู้ในวันเกิดซะด้วย) ค่อยเริ่มเขียนตอนที่สอง เรียกได้ว่าหลังจากนั้นเขียนหนึ่งตอนเสร็จก็ส่งก่อนเส้นตายเลยค่ะ อันนี้ไม่ค่อยดีนะ ดังนั้นขอพูดถึงการเตรียมตัวแบบทฤษฎีเผื่อไว้ละกัน ทางที่ดีหลังส่งผลงานแล้วระหว่างที่ยังไม่ประกาศก็น่าจะเขียนเผื่อไว้สักสองตอน เผื่อกรณีมีปัญหาชีวิตหรือมีงานด่วนเข้าแทรกแซง ถ้าผ่านการคัดเลือกก็เริ่มเขียนต่อหรือหลังอบรมได้คำแนะนำอะไรมาก็มาปรับแก้ก็ได้ค่ะ
มิตรภาพและความภาคภูมิใจจาก Enter Books ครั้งที่ 4
ส่วนตัวในฐานะผู้ที่เคยเข้าร่วมการแข่งขัน Enter Books มาก่อนคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ยากที่สุด
J.S. Winner: ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องการคุมระดับของเรื่องและส่งให้ทันเวลา สองเรื่องนี้สำหรับเรามันจะไปด้วยกัน เพราะตามกติกาถ้าอยากได้รับคำวิจารณ์จากกรรมการก็จำเป็นต้องส่งให้ทันคืนวันพุธแต่ว่าการจะส่งให้ทันบางทีก็จะรีบเขียนจนเป็นการเผางานได้ ทำให้ผลงานนั้นไม่ดีเท่าที่ควร
คำแนะนำในฐานะรุ่นพี่ถึงรุ่นน้องที่กำลังเตรียมตัว
J.S. Winner: ความจริงเราก็ไม่รู้กระบวนการคัดเลือกของกรรมการมากนัก ขอแนะนำแบบนี้ละกัน ในรอบคัดเลือกสิ่งที่เป็นตัวตัดสินว่าจะผ่านไม่ผ่านนั้นก็คือเรื่องย่อกับตอนที่หนึ่ง (หรือบทนำ) ที่ส่งไปดังนั้นเราต้องเตรียมสองสิ่งนี้ให้ดีที่สุด เรื่องย่อที่ส่งไปควรไม่สั้นไม่ยาวเกินไป แสดงเรื่องราวทั้งเรื่อง มีตัวละครอะไรบ้าง เขาทำอะไร มีปมหรือปริศนาอะไรและสุดท้ายเป็นยังไงเฉลยมาให้หมดซะ อย่ากั๊ก เราก็ไม่ใช่คนเขียนเรื่องย่อที่ดีอันนี้คงต้องบอกให้ทุกคนที่สนใจลองหาข้อมูลในเว็บเอานะ เชื่อว่าเกินสิบเว็บเขียนวิธีแบบง่ายๆ และเข้าใจไว้ ลองดูๆ ส่วนบทแรกน่าจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าภาษาการเขียนของเราคร่าวๆ เพราะฉะนั้นเขียนให้ถูก ให้ผู้อื่นเข้าใจ ถ้าเป็นไปได้เขียนให้เนื้อหายิ่งดึงดูดชวนติดตามมากก็ยิ่งภาษีดี สุดท้ายก่อนส่งอย่าลืมตรวจคำผิดเก็บรายละเอียดนะคะ
มีเทคนิคอะไรดีๆ แนะนำให้น้องๆ ที่กำลังลงประกวดบ้าง
อย่างแรกศึกษางานของผู้ที่ผ่านเข้ารอบให้มากที่สุดค่ะ อันนี้ไม่ใช่การโฆษณาเนียนขายหนังสือแต่อย่างใด เราทำอย่างนี้จริงๆ ดูว่าแนวไหนที่มีโอกาสผ่านเข้ารอบสูง แนวไหนที่สำนักพิมพ์ชอบ สำนักพิมพ์ต้องการ คำแนะนำของกรรมการก็สำคัญ แต่หมายเหตุว่าการศึกษานี้ต้องไม่ใช่การลอกหรือดัดแปลงผลงานของผู้อื่นนะคะ
ทีนี้ว่าด้วยเรื่องแปลกแหวกแนวอันนี้ก็เป็นอะไรที่ยากนะเพราะนิยายในโลกนี้ก็มีเยอะแยะการที่จะคิดแนวใหม่ไม่เหมือนใครเลยออกมามันยาก เพราะฉะนั้นเราเลยขอเสนออีกวิธีค่ะ หากใครเคยอ่านฟินด์สก็อาจรู้สึกว่าเรื่องพ่อมดแม่มด มนุษย์หมาป่า เงือกในเรื่องพวกนี้ไม่ใช่แนวคิดที่แปลกแหวกแนวหรือไม่เคยมีมาก่อน ใช่ค่ะ พวกนี้ไม่มีความแปลกเลย นิยายแนวนี้มีเยอะมาก แต่บางครั้งพล็อตเรื่องเดิมๆ แต่ใส่จินตนาการในแบบของเราเพิ่ม บวกกับบรรยายเรื่องให้น่าสนใจที่สุดก็โอเคนะ
เรื่องการเขียนเรื่องย่อก็สำคัญ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ถ้าผ่านเข้ารอบแล้วก็อย่านิ่งนอนใจ พึงระลึกว่าทุกเรื่องที่ผ่านเข้ารอบแปลว่าต้องมีความสุดยอดมีอะไรน่ากลัวซ่อนอยู่แน่นอน เขาจะปล่อยท่าไม้ตายออกมาเมื่อไรก็ไม่รู้ หากนิยายเรามีทีเด็ดอะไรก็รีบปล่อยออกมาซะ เพราะยิ่งแข่งขันเพียงแค่ไม่กี่ตอนบางทีกว่าจะเข้าเรื่องอาจไม่ทันก็ได้
ช่วงนี้กำลังเปิดรับสมัครผลงาน Enter Books ครั้งที่ 5 อยากบอกอะไรไปถึงนักอยากเขียนที่กำลังชั่งใจ
J.S. Winner: อืม… เวทีการแข่งขันนี้ก็เป็นหนึ่งในโอกาสที่สำคัญแล้วก็น่าสนใจมากนะ ถ้าคุณอยากเป็นนักเขียนนี่อาจจะเป็นก้าวแรกก็ได้
ส่วนตัวคิดว่าการเข้าร่วมประกวด Enter Books ให้อะไรกับเจนบ้าง
ฝากอะไรถึงพี่ๆ น้องๆ ชาวเด็กดีหน่อย
J.S. Winner: สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวและเตรียมใจ
เตรียมตัว เตรียมพล็อต เตรียมเรื่องให้พร้อม ทำให้ดีที่สุด และต้องเข้าใจว่าในการแข่งขันนี้มีผู้ส่งเรื่องเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่มีการคัดเหลือแค่ยี่สิบเรื่อง แน่นอนว่าผู้ผิดหวังก็จะเยอะ ถ้าไม่ได้อยากเสียใจก็เสียไป อยากร้องก็ร้องเฟลก็เฟลแต่อย่าโทษตัวเองว่าไม่เก่งหรือไม่ดี อันนี้ไม่ใช่จุดจบของชีวิต เราเองก็เคยตกรอบคัดเลือกถึงสองครั้ง คิดในแง่ดีว่าปีนี้ไม่ได้ไม่เป็นไร เรารู้แล้วว่าแนวนี้ไม่โดนระหว่างรอปีต่อไปก็มีเวลาให้ปรับแก้ไข วันหนึ่งโอกาสนี้อาจเป็นของเราก็ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
จบแล้วจ้า... อ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายแอบรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาเบาๆ เวอร์ไหมคะ 555 แต่พี่อรรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ น้า ส่วนตัวพี่อรว่าการประกวดแบบนี้นอกจากจะได้เรียนรู้และสร้างทักษะการเขียนจากประสบการณ์ตรงแล้ว มิตรภาพที่มีในระหว่างการแข่งขันก็สำคัญ พี่อรเห็นมาแล้วนักต่อนักว่า งานจบแต่มิตรภาพดีๆ จากเพื่อนนักเขียนด้วยกันจะยังคงอยู่ค่ะ เอาละถือว่าได้รู้เทคนิคดีๆ จากผู้ชนะมากันก็ไม่น้อยแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาเตรียมตัวให้พร้อม ตั้งสติให้ดี ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ถึงที่สุด ส่วนผลจะออกมาเป็นยังไงค่อยว่ากันเนอะ สู้ๆ นะคะทุกคน ทีมไรเตอร์เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
.jpg)



4 ความคิดเห็น
แล้วแนวขอเอ็นเทอร์บุ๊กส์เป็นอย่างไรคะ วรรณกรรมเยาวชนอย่างเดียวเลยรึเปล่าเอ่ย?
ไม่ใช่คอแฟนตาซีแต่อ่านได้ทุกแนว เป็นเรื่องที่น่าอ่านมาก จะรีบเคลียร์ลิสต์รายชื่อนิยายที่จะซื้อให้หมดแล้วไปซื้อนะครับ (แค่นิยายที่เล็งไว้หลายเล่มตอนนี้ก็จะไม่มีเงินซื้อแล้วครับ ฮา) จะลองไปเหล่ๆ แถวงานหนังสือนะครับ...