เรื่องเล่าจาก "นักแปล"
Rami – กอหญ้า – จิ้งจอกธารา
นอกจากนวนิยายแฟนตาซีจากนักเขียนไทยอันโด่งดัง เช่น กัลฐิดา, นปภา, Season Cloud, V Rondell ฯลฯ แล้ว 'สถาพรแฟนตาซี' ยังเอาใจคอนวนิยายแฟนตาซีฝั่งไต้หวัน... ด้วยการคัดเลือกต้นฉบับน่าอ่านมาแปลเป็นภาษาไทย เพื่อให้นักอ่านได้มีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น
วันนี้ พี่วิวนึกสนุก เลยตัดสินใจจับนักแปลทั้งสาม ได้แก่ Rami, กอหญ้า และจิ้งจอกธารา มานั่งคุยกัน ซึ่งนอกจากแวะมาแนะนำนวนิยายไต้หวันน่าอ่านแล้ว ทุกคนก็จะมาพูดคุยให้คำแนะนำเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องการแปลนวนิยายอีกด้วย ลองไปดูซิว่า นักแปลเขารู้สึกอย่างไรกับอาชีพของตัวเองกันบ้าง และเขามีเทคนิคพิเศษที่น่าสนใจอย่างไร
Rami
ผลงานแปล “Absolute Zero สืบสยอง”
มาเริ่มที่เรื่องแรกเลย สาวๆ เห็นต้องมีกรี๊ดกับหนุ่มหล่อทั้ง 2 คนนี้ ผู้แปลผลงานเรื่องนี้คือ นักแปลนามปากกา Rami ค่ะ แอบเม้าท์เบาๆ ว่าผู้แปลโชคดีมากๆ พี่วิวแค่เห็นปกก็ยังแอบกรี๊ดเบาๆ (จิ้นวายเหมือนกันนะ อิอิ)
Rami พูดถึงความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ว่า "มีการนำตำนานโบราณของจีนมาเป็นธีมในแต่ละตอน ยกตัวอย่างเล่มแรก ตอน ศพนางฟ้า พูดถึงตำนานเกี่ยวกับภาพเฟยเซียน (เทพธิดาร่ายรำ) คล้ายผนังถ้ำตุนหวงหรือความเชื่อเรื่องการบรรลุเป็นเซียน เล่มสอง ตอนศพซ่อนกระบี่ อ้างถึงตำนานกระบี่ไส้ปลา หรือนักฆ่าจวนจูที่เอากระบี่ซ่อนในท้องปลาเพื่อลอบสังหารอ๋องเหลียว ส่วนเล่มสาม ตอน ศพคืนชีพ ก็นำเอาตำนานเกี่ยวกับผีดิบจีนมาอ้างอิง"
ส่วนความรู้สึกที่เธอมีให้งานแปลสรุปได้ว่า "ไม่ว่าจะแปลจากไทยเป็นจีนหรือจากจีนเป็นไทยก็ยากทั้งคู่ การแปลจากจีนเป็นไทย และไทยเป็นจีน แบบไหนยากกว่ากัน แต่ส่วนตัวคิดว่าไทยเป็นจีนยากกว่า ด้วยความที่ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ของเรา จึงเลือกใช้คำได้ง่ายและค่อนข้างหลากหลายกว่า แต่การแปลไทยเป็นจีนนั้น นอกจากรู้คำศัพท์แล้ว เราต้องรู้บริบทวัฒนธรรมของเขา เพราะการเลือกใช้คำบางอย่างก็ต้องปรับให้เข้าบริบทวัฒนธรรมของเขาด้วย"
ส่วนความรู้สึกที่เธอมีให้งานแปลสรุปได้ว่า "ไม่ว่าจะแปลจากไทยเป็นจีนหรือจากจีนเป็นไทยก็ยากทั้งคู่ การแปลจากจีนเป็นไทย และไทยเป็นจีน แบบไหนยากกว่ากัน แต่ส่วนตัวคิดว่าไทยเป็นจีนยากกว่า ด้วยความที่ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ของเรา จึงเลือกใช้คำได้ง่ายและค่อนข้างหลากหลายกว่า แต่การแปลไทยเป็นจีนนั้น นอกจากรู้คำศัพท์แล้ว เราต้องรู้บริบทวัฒนธรรมของเขา เพราะการเลือกใช้คำบางอย่างก็ต้องปรับให้เข้าบริบทวัฒนธรรมของเขาด้วย"
กอหญ้า
ผลงานแปล “Devil Academy โรงเรียนปีศาจ”
ผลงานเรื่องนี้ เอาใจคอแนวสยองขวัญกับผลงานเรื่อง “Devil Academy โรงเรียนปีศาจ” เขียนโดย หลิงจิง แปลโดย กอหญ้า เนื้อหาเป็นเรื่องของโลกในอนาคต - - หลังจากโลกล่มสลายไปแล้วกว่า 500 ปี มนุษย์ที่เหลือรอดพยายามฟื้นฟูโลกขึ้นมาใหม่ พวกเขาต้องผจญกับภูตผีปีศาจและมารร้ายต่างๆ ที่หลุดเข้ามาอยู่ในมิติเดียวกับมนุษย์ อันเนื่องมาจากกฎธรรมชาติแปรปรวนมาตั้งแต่ครั้งอดีต
กอหญ้า ผู้แปลบอกเล่าความประทับใจในเรื่องนี้ว่า “กอหญ้าชอบนิสัยรักความยุติธรรม ชอบผดุงคุณธรรม รักเพื่อนพ้อง และสำคัญที่สุดคือยืนอยู่บนความถูกต้องของเฟอร์รามิส (ตัวเอก) เราจะเห็นว่าเฟอร์รามิสรักครอบครัวและเพื่อนฝูงมาก แต่วันหนึ่งเมื่อต้องเลือกระหว่างญาติพี่น้องกับความถูกต้อง เธอก็ไม่ลังเลที่จะเลือกอย่างหลัง แม้จะลำบากใจมากก็ตามที นอกจากนี้ยังชอบในความสมจริงของตัวละคร ตัวละครแต่ละตัวมีหลายมิติ มีความรัก โลภ โกรธ หลง อาจทำถูกบ้างผิดบ้างได้เหมือนเราๆ ทั่วไป บางทีเห็นตัวละครที่เราแอบเชียร์เดินสู่เส้นทางผิดๆ ก็แอบโกรธนักเขียนนะคะ แต่ก็นี่แหละ สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้สนุกและน่าติดตาม เพราะมักจะมีเรื่องคาดไม่ถึงอยู่เสมอ”
ส่วนใครที่อยากเป็นนักแปล กอหญ้าก็ให้คำแนะนำไว้ว่า “รักจะเป็นนักแปล ต้องอ่านให้มากค่ะ เป็นการสะสมวัตถุดิบก่อนการลงมือ “ปรุง (แปล)” งานสักเล่มออกมา โดยเฉพาะการอ่านในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราจะแปล เช่น อยากแปลนิยายต้องอ่านนิยายมากๆ อยากแปลนิตยสารต้องอ่านนิตยสารมากๆ อยากแปลข่าวก็ต้องอ่านข่าวมากๆ แต่จริงๆ แล้ว ถ้ามีเวลาก็อ่านได้ทุกอย่าง กอหญ้าว่ามีประโยชน์หมด เพราะงานแปล โดยเฉพาะนิยายจะค่อนข้างหลากหลาย เนื้อหาครอบคลุมได้ทุกเรื่อง แตกต่างกันไปในแต่ละเล่มด้วย อ่านเสร็จแล้วก็ต้องลงมือแปลค่ะ อย่าไปคิดว่ายังไม่พร้อม ยังไม่ไหว ลองแปลดู แล้วจะรู้จุดบอดของตัวเอง เช่น เรียบเรียงประโยคไม่เป็น คลังคำไม่พอ ฯลฯ จากนั้นค่อยไปฝึกฝนเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่คล่อง เป็นกำลังใจให้ทุกคนทำในสิ่งที่รักค่ะ”
จิ้งจอกธารา
ผลงานแปล “Residence of Monsters ก๊วนปีศาจอลเวง”
ส่วนเรื่องที่สาม เป็นแนวฟิน จิ้น ตลก เบาๆ สนุก อ่านแล้วอมยิ้มตลอดเรื่อง กับ “Residence of Monsters ก๊วนปีศาจอลเวง” เขียนโดย หลันฉีจั่วเริ่น แปลโดย จิ้งจอกธารา เรื่องราวของ เฟิงผิงหลัน หนุ่มน้อยสุดซื่อ จำวันย้ายเข้าหอพักนักเรียนผิด จึงต้องระเห็จไปนอนในคฤหาสน์ร้างระหว่างหอยังไม่เปิด คืนนั้นเขาได้ปลดผนึกเหล่าปีศาจที่ถูกขังไว้ในคฤหาสน์แห่งนั้นโดยไม่ตั้งใจ โชคยังเข้าข้าง ที่เหล่าปีศาจหน้าตาดีเกินมนุษย์มนาเหล่านั้นไม่นิยมบริโภคเนื้อมนุษย์ เฟิงผิงหลันจึงรอดออกมาได้ครบ 32 ทว่าเหล่าปีศาจกลับผลัดเวรกันตามมาหาเขาถึงโรงเรียน บ้างก็คอยช่วยเหลือเฟิงผิงหลันที่มีญาณเห็นสิ่งลี้ลับขึ้นมาเพราะได้เกี่ยวข้องกับปีศาจ แต่ส่วนใหญ่จะมาให้เขาช่วยแนะแนวการใช้ชีวิตในโลกมนุษย์เสียมากกว่า
จิ้งจอกธาราพูดถึงผลงานเรื่องนี้ว่า... "จุดเด่นของเรื่องนี้คือเรื่องของมิตรภาพและการมองโลกในแง่ดี หลายคนอาจจะมองว่าผิงหลันซึ่งเป็นตัวเอกบางครั้งก็โลกสวยเกินไป แต่ความโลกสวยแบบนี้แหละที่ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น และยังช่วยแบ่งปันความสุขและความสวยงามของโลกให้คนรอบข้างไปด้วย เป็นเรื่องที่เหมาะกับโลกยุคปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ค้นหาจุดสมดุลระหว่างการเอาตัวรอดในโลกแห่งการแข่งขันกับการเชื่อในความดีและความบริสุทธิ์ใจของเพื่อนมนุษย์ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นหนังสือที่ช่วยจุดประกายให้เรามองโลกสดใสขึ้นและมีความจริงใจต่อโลกนี้มากขึ้น"
ส่วนความรู้สึกและเทคนิคงานแปลของเธอนั้น เจ้าตัวบอกว่า “งานแปลเป็นงานที่สนุกและทำให้เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ ตลอด สิ่งที่จำเป็นมากสำหรับนักแปลคือความช่างสังเกต ใฝ่รู้ และความอดทน เพราะการแปลไม่ใช่แค่การเปิดพจนานุกรมแล้วเอาคำมาเรียงกัน แต่เป็นการถ่ายทอด “สาร” และ “อรรถรส” ที่อยู่ในต้นฉบับอย่างสละสลวย เราจึงต้องคอยสังเกตและเรียนรู้การสรรคำและหลักไวยากรณ์ต่างๆ หมั่นอ่านหนังสือที่ใช้ภาษาสวย ไวยากรณ์ถูกต้อง หมั่นศึกษาความรู้รอบตัวและวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราแปลได้ดีขึ้น ยิ่งอ่านมากเราจะยิ่งแปลได้ดี ยิ่งฝึกแปลมากและแปลให้หลากหลาย เราก็จะยิ่งแปลได้ดีค่ะ อ้อ!! อย่าลืมถนอมดวงตาและรักษาก้นกบให้แข็งแรง สำหรับการนั่งจ้องคอมพิวเตอร์ยาวนานจนลืมแสงเดือนแสงตะวันเพื่อปั่นต้นฉบับด้วยค่ะ”
GIFT A BOOK!!
กลับมาอีกครั้งกับการร่วมสนุกแจกหนังสือของเราค่ะ พิเศษสุดสำหรับเพื่อนๆ ชาวเด็กดี ใครอยากได้นิยายชุดนี้ไปอ่านฟรีๆ ต้องตั้งใจอ่านที่พี่วิวเขียนดีๆ เลยนะคะ
กติกาของเราคือตอบคำถามลงในคอมเมนต์นี้ โดยคำถามได้แก่
"เพื่อนๆ ชอบนิยายแปลแนวไหนมากที่สุด โดยเลือกจากสามเรื่องที่เราแนะนำในวันนี้ พร้อมเหตุผลสั้นๆ (หรือจะยาวๆ ก็ได้)" ตอบคำถามแล้วอย่าลืมวงเล็บมาด้วยนะว่าอยากได้นิยายชุดไหน พี่วิวแจกไปเลย 2 รางวัลจ้า
เริ่มกิจกรรม : 27 เมษายน 2559
หมดเขต : 8 พฤษภาคม 2559
ประกาศผล : 9 พฤษภาคม 2559 (ไม่เกิน 16.00 น.)







ขอให้ได้ขอให้โดนใจพี่วิวด้วยเถิดดดดดด สาาาาทุ้!!!!!
19 ความคิดเห็น
ชอบแนวสืบสวนค่า อยากอ่านมากๆ เลย อิอิ
ถ้าชอบส่วนใหญ่จะเป็นแนวของเรื่อง Absolute Zero สืบสยอง ของพี่ Rami ค่ะ
เพราะว่าชอบแนวแบบสืบสวนมากกว่า แบบแปลกๆ ลึกลับค่ะ มันทำให้เราอ่านแล้วลุ้นไปกับมันด้วย อีกอย่างหนึ่งก็คือส่วนตัวชอบอะไรเกี่ยวกับจีนๆ อยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะว่ามีเชื้อสายจีนอยู่ก็เป็นได้ค่ะ 5555+
แต่ว่าอยากได้เรื่อง Residence of Monsters ก๊วนปีศาจอลเวง ของพี่จิ้งจอกธารา ค่ะ พอดีอยากลองเปลี่ยนไปอ่านแนวอื่นบ้าง อิอิ ^^
อยากได้ผลงานชุด Absolute Zero ค่ะ
ปกติเลือกซื้อนิยายแปลแนวแฟนตาซีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะส่วนตัวชอบเรื่องเหนือธรรมชาติมากๆ โดยเฉพาะเรื่องที่มีกลิ่นอายลึกลับ ตื่นเต้นลุ้นระทึก แฝงปริศนาให้นักอ่านได้ขบคิด ไขปมปัญหาต่างๆ นานาไปพร้อมกับตัวละคร อีกหนึ่งเหตุผลคือชอบแนวจีนค่ะ อาจเพราะอยู่เมืองจีนมาหลายปีด้วย เลยซึมซับความชอบเหล่านี้มาโดยอัตโนมัติ รู้สึกว่าวัฒนธรรมจีนมีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของศิลปะหรืองานประพันธ์ยุคสมัยใดก็ตาม เวลาที่หยิบจับนิยายจีนขึ้นมาอ่าน เราก็เป็นต้องทึ่งกับเสน่ห์ของมันทุกครั้ง
~~ชอบนิยายแปลแนว “Absolute Zero คู่ป่วนสืบสยอง” ค่ะ โดยส่วนตัวเราชอบนิยายแนวสืบสวนสอบสวนอยู่แล้วอ่ะค่ะ คือ ตอนที่เห็นเรื่องนี้ตอนออกเล่มแรกก็เก็บไว้ในลิสต์ในใจแล้วค่ะว่าจะต้องซื้อเก็บให้ได้!!! และที่สัมผัสได้จากนิยายเรื่องนี้อีกคือ คดีที่อยู่ในเรื่องนั้นมีความน่าสนใจมากเลยค่ะ คือรู้สึกได้ถึงความแปลกใหม่และกลิ่นอายแนวจีนโบราณ คือทุกคดีแลดูมีประวัติศาสตร์หรือเรื่องราวโบราณๆ ต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้รู้สึกว่ามีความเป็นน่าเชื่อถือและมีที่มาที่ไป
ในส่วนของตัวละคร ตัวเอกเป็นตำรวจหนุ่มด้วยอ่า ไม่ได้หลงรักคนในเครื่องแบบแต่อย่างใดนะคะ > < 555+ แต่เราชอบเวลาผู้เขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในกรมตำรวจอ่ะค่ะ หรือไม่ก็วิธีการที่ค่อยๆสืบสวนจนไปถึงการหาข้อเท็จจริงในที่สุด!! มันทำให้ได้รู้เรื่องราวแปลกๆ ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และแนวสืบสวนก็ทำให้สามารถลุ้นระทึกไปได้ทุกตัวอักษรเลยค่ะ อ่อ แล้วก็ๆ ชอบจางเยี่ยนโต๋มากๆ เลยค่า เราชอบหนุ่มแว่นอ่ะ 555+ และก็ชอบนิสัยของนางมากๆ ที่ชอบยั่ว (โมโห) กวนหู่นี่ คือกรี๊ด > < และปกติของนิยายแนวสืบสวนสอบสวนคือตัวละครมักมีคู่หูเสมอค่ะ เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดอ่ะ เราชอบสายสัมพันธ์แบบนี้นะ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันอะไรแบบนั้น
และที่ชอบที่สุดของนิยายแนวนี้คือ มันจิ้นได้ค่ะ 555+ (นี่ล่ะที่สุดของสาววาย อุ๊ย กรี๊ด > <) (อยากได้นิยายชุด Absolute Zero คู่ป่วนสืบสยอง เล่ม 3 ค่ะ)
ชอบแนวแฟนตาซีค่ะ เพราะว่ามันดูมหัศจรรย์แล้วก็ดูละลานตา เหมือนกับว่าเราหลุดไปอีกโลกที่เราไม่รู้จัก แล้วก็ต้องพยายามเรียนรู้ถึงโลกนั้นๆ ไปกับตัวเอกพร้อมๆ กัน ตัวเอกทำอะไรเราก็จะได้เรียนรู้ไปด้วย เพราะยังไงแฟนตาซีก็ต้องมีส่วนที่อิงกับความเป็นจริงอยู่ส่วนหนึ่งอยู่แล้ว เหมือนกับได้เข้าไปในโลกที่นักเขียนสร้างขึ้น แล้วเราเป็นนักสำรวจเข้าไปสำรวจโลกนั้นๆ ยิ่งถ้าอ่านมากๆ เราก็จะจำมันได้ดีขึ้น ค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เก็บรายละเอียดไปเรื่อยๆ ยิ่งถ้าเป็นแนวดาร์กแฟนตาซียิ่งชอบค่ะ เพราะมันหดหู่และเต็มไปด้วยดราม่า มันทำให้เห็นอีกด้านของโลกแฟนตาซี หรือไม่ก็แฟนตาซีแนวย้อนยุคหรือไม่ก็ไปโลกอนาคตไปเลย เพราะมันดูอีปิคดีค่ะ -_-
(อยากได้เรื่อง devil academyโรงเรียนปีศาจ ค่ะ)
ชอบนิยายแนวแฟนตาซี เพราะว่ามันทำให้เราเหมือนหลุดไปอยู่ในอีกโลกใบหนึ่ง ( ไฉไลกว่าเดิม *0* ) ที่นักเขียนจะต้องมีจินตนาการที่เลิศล้ำ ( นักอ่านก็เช่นกัน ) นิยายแนวนี้แม้จะไม่ค่อยดังมากในไทย แต่นิยายแนวนี้มักจะมีเสน่ห์ในตัวเองเสมอ ทำให้เราชื่นชอบที่จะอ่านนิยายแนวนี้ แล้วนอกจากนั้นเราเป็นนักเรียนอยู่ แล้วมักจะเครียดเวลาที่กลับจากโรงเรียน ( การบ้านเยอะ บางวันนี่แทบไม่ได้นอน T^T ) เลยอยากอ่านนิยายที่หลุดโลกไปเลยที่จะไม่ทำให้ตัวเราเครียดอีก
เรานั้นเคยอ่านนิยายเรื่อง " Residence of Monsters ก๊วนปีศาจอลเวง " ที่พี่จิ้งจอกธารา ( ชอบชื่อพี่แกจัง >< ) นั้นเป็นคนแปล ในตอนแรกก่อนที่จะซื้อนั้นแค่คิดว่าจะไปเดินตามแอร์เล่นๆอ่านนิยายสบายๆในห้างเท่านั้น แล้วพอเดินไปที่นิยายหมวดแฟนตาซี เห็นนิยายเรื่องนี้วางอยู่ปนกับอีกหลายๆเรื่อง ( ปริ่มกับหน้าปก -..- ) มันเหมือนกับมีแรงดึงดูดแปลกๆบอกให้เราหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาแล้ว ( วิ่งกลับบ้าน // ไม่ใช่แล้ว!! ) เปิดมันอ่าน แต่ว่ามันดันห่อปกพลาสติกไว้เลยอดใจไม่ไหวซื้อซะเลย ( วันนั้นเลยได้กระเป๋าแฟบกลับบ้าน T^T ) โดยที่ยังไม่ได้อ่านแม้แต่ปกหลังแนะนำนิยาย แต่พอกลับถึงบ้านแล้วมานอนอ่านนี่ อยากบอกเลยว่า ไม่เสียดายเงินที่ซื้อไปเลย นิยายเรื่องนี้คือมันสนุกมาก ( ก.ไก่พันล้านตัว ) ทั้งอ่านง่าย อ่านเพลิน สนุก ภาพสวย ( ที่สำคัญปีศาจหล่อ -.,- ) แต่ในบางที่เราก็คิดว่าหลันหลัน ( ผิงหลัน ) นั้นโลกสวยเกินไป แต่เรากลับชอบที่หลันหลันเป็นแบบนี้ เหมือนกับเป็นเสน่ห์ในแบบของเขาเลยทีเดียวล่ะนะ แทบทั้งเรื่องที่เราอ่านไปยิ้มไปจนแม่ด่าว่าบ้า ( ขนาดปวดฉี่ยังต้องอั้น 5555+ ) เสียด๊ายเสียดายที่เรายังเก็บเงินซื้อเล่มอื่นๆไม่ได้
( อยากได้เซ็ต devil academy โรงเรียนปีศาจ ค่ะ )
ความจริงก็ชอบหลายแนวนะคะ ฮ่าาา แต่นานๆ ครั้งจะได้อ่านนิยายแปล เราชอบแนวสืบสวน สอบสวน เรื่องมีปมเล้นลับ ชวนให้คนอ่านติดตาม เหมือนได้เข้าไปอยู่ในเรื่อง เอาใจช่วยตัวละครไปด้วยอะไรแบบนั้น คิดว่าน่าจะแนวเดียวกับ "Absolute Zero สืบสยอง" ค่ะ จากที่อ่านคร่าวๆ เรื่องดูน่าอ่านมากๆ เลย
(อยากได้ Absolute Zero สืบสยอง ค่ะ)
ใน3เรื่องนี้ ชอบเรื่องDevil Academy มากที่สุด
เหตุผลสั้นๆคือ ชอบที่ตัวเอกเป็นผู้หญิง
เนื่องจากช่วงนี้อ่านเรื่องแปลที่ตัวเอกเป็นผู้ชายค่อนข้างเยอะ ทำให้อยากเห็นผู้หญิงเป็นตัวเอกบ้าง (ไม่ต้องมีพระเอกก็ได้นะ)
อยากได้เรื่องDevil Academy โรงเรียนปีศาจค่ะ
เอาแบบเรื่องที่ 3 เลยค่ะ ก๊วนปีศาจอลเวง แนวเบาสมองลั้นลา55 อ่านเเนวนี้แล้วช่วยให้เราผ่อนคลาย และพักผ่อนสมองได้เยอะเลย >>หารู้ไม่ว่าอาจดูเหมือนไม่มีสาระเเต่นิยายเเนวนี้แหละที่สร้างเเรงบันดาลใจเเละความคิดสร้างสรรค์ให้เราอยู่บ่อยครั้ง คือจริงๆเเล้วเป็นคนอ่านนิยายทุกเเนวแต่แนวที่ว่า ฟิน จิ้น ตลก สนุก เบาๆนิมันหาอ่านยากนะ ถ้าคนเเต่งกับคนแปลไม่เจ๋งจริงๆอ่ะ คนอ่านจะไม่อินและรู้สึกสนุกไปด้วยเลย อยากลองอ่านนิยายแฟนตาซีจากใต้หวันดูบ้างน่าจะพิเศษมากๆเลยค่ะ ( อยากได้Residence of monsters ก๊วนปีศาจอลเวง เห็นเเค่สีสันต์ของปกก็จินตนาการกว้างไกลเเล้ว
)
ชอบแนวที่มีจอมเวท การอัญเชิญ กลุมก่อกบฎ ออกแนวลึกลับนิดหน่อย ส่วนใหญ่ผมก็จะอ่านของ นิ้วเท้า เป็นคนแปล แล้วตอนนี้ผมก็ยังติดก๊วนปีศาจที่พี่เข่าแปลมา...นากให้ถึงเรื่องสิบไว้ๆจังรอไม้ไหวแล้ว อีกอย่างผมชอบการเขียนคำเปรียบเทียบที่สวยงามจนทำให้เป็นภาพแล้วทำให้ผมต้องตกอยู่ในภวังแห่งความฝันและจิตนาการอย่างไรขอบเขต จนบางครั้งนิยายบางเรื่องผมก็ยายให้เป็นการ์ตูนเสียดื่อๆ สรุปผมก็ชอบนิยายพวกนี้แหละมันทำให้ผมมีความสุขที่ได้อ่านมันจนวันนี้ผมก็ยังอ่านอยู่เพราะมันทำให้ผมคลายควาใเครียดทุกอย่างลงและมีแต่ความสนุกมาแทรกเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจ และมีความสุขจนวันนี้.......(Residence of Monster)