'ปัญจนารถ' นักเขียนผู้สร้างผลงานอย่างเป็นระบบด้วยการถาม-ตอบ



'ปัญจนารถ'
นักเขียนผู้สร้างผลงานอย่างเป็นระบบ
ด้วยการถาม-ตอบ

 


สวัสดีค่ะ น้องๆ เด็กดีไรท์เตอร์ทุกคน ^_^ ในวันนี้คอลัมน์ “พบปะพูดคุย” พี่หวานได้รับบทสัมภาษณ์สุดเอ็กคูลซีฟจากนักเขียนเจ้าของนิยายเรื่องดัง “120 วัน愛しています ฉันรักเธอ” นั่นก็คือคุณซอมพอหรือที่ทุกคนรู้จักในนามปากกาว่า 'ปัญจนารถ' นั่นเองค่ะ

ต้องบอกเลยนะคะว่านิยายเรื่อง “120 วัน愛しています ฉันรักเธอ” นั้นเป็นนิยายอีกเรื่องที่มีคนเข้ามารีวิวอยู่เรื่อยๆ ตั้งเเต่ตีพิมพ์ครั้งเเรกจนถึงขณะนี้ก็ยังมีความฮอตอยู่ ถึงขนาดที่มีนักอ่านคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า ไม่ต้องใช้เวลาถึง 120 วันเพื่อจะเกิดความรัก เพียงเเค่ 1 วันที่ได้อ่าน ก็สามารถรักนิยายเรื่องนี้ได้โดยไม่รู้ตัว พี่หวานไม่รอช้าจึงนำบทสัมภาษณ์มาฝากนักอ่านชาวเด็กดีไรท์เตอร์
 



สวัสดีค่ะ ทักทายนักเขียนนักอ่าน แนะนำตัว บอกผลงานคร่าวๆ ของตัวเองหน่อยค่ะ รบกวนบอกที่มาของนามปากกา “ปัญจนารถ” สักนิดนึงนะคะ
 
ปัญจนารถ : สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ นักเขียน นักอ่านชาวเว็บเด็กดีทุกท่าน ยินดีมากที่มีโอกาสได้มาพบปะทักทายกันตรงนี้ ขออนุญาตเรียกตัวเองว่า ‘พี่ซอม’ นะคะ บางคนอาจเคยอ่านนิยายหรือรู้จักพี่ซอมมาบ้างจากนามปากกา ‘ซอมพอ’ พี่ซอมเริ่มเขียนหนังสือมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม(นานมาก....) เริ่มจากเขียนบทกวี เรื่องสั้น ส่งนิตยสารวัยรุ่นในสมัยนั้น โดยใช้สองนามปากกาคือ ‘ปัญจนารถ’ และ ‘ซอมพอ’ มีรวมเล่มเรื่องสั้นครั้งแรกในปี 2534 ชื่อหนังสือ ‘แมลงเล่นไฟ’ จากนั้นมีรวมเรื่องสั้นและหนังสือรวมบทกวีตามมาอีกหลายเล่ม 

กระทั่งโตขึ้นแนวงานเริ่มเปลี่ยน จึงหันมาเขียนหนังสือ How to มีผลงานตีพิมพ์ 4 เรื่องสลับกับการเขียนเรื่องสั้นส่งนิตยสารขวัญเรือน ต่อมาจึงเขียนนิยายโดยส่งประกวดโครงการทมยันตีอวอร์ด ประมาณปี 2548 และได้รับเลือกเป็น 1 ใน 20 ที่ได้เซ็นสัญญาทำงานกับสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม มีผลงานนิยายพิมพ์กับที่นี่ 4 เรื่องคือ หน้าต่างแสงจันทร์, ระเบียงแสงดาว, ระบำสายลม และวิมายาใช้นามปากกา ‘ซอมพอ’ค่ะ เมื่อได้มาทำงานกับสำนักพิมพ์คำต่อคำ จากนิยายเรื่อง ‘กลพยากรณ์’ จึงเปลี่ยนมาใช้นามปากกา ‘ปัญจนารถ’ เหตุผลใหญ่ที่เลิกใช้นามปากกา ซอมพอ เป็นการถาวร คือเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพราะมีคนใช้นามปากกา ซอมพอ ซ้ำกันถึงสามราย(หัวเราะ) ปัญจนารถ เป็นชื่อจริงตามบัตรประชาชนเลยค่ะ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่เกิดกรณีนามปากกาซ้ำกันอีก 
 

เผยโฉมเจ้าของนามปากกา 'ซอมพอ' หรือ 'ปัญจนารถ'
 
ว่าด้วยเรื่อง “120 วัน愛しています ฉันรักเธอ” นิยายเรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรคะ จุดเริ่มต้นของการเขียนมาจากอะไร มีเเรงบันดาลใจในการเขียนมาจากตรงไหนเอ่ย
ปัญจนารถ : จุดเริ่มต้นของการเขียนนิยาย เรื่อง “120 วัน愛しています ฉันรักเธอ” คือหลังจากคุณประวิทย์ สุวณิชย์ บก.สำนักพิมพ์คำต่อคำ ได้ตอบตกลงพิมพ์นิยายเรื่องกลพยากรณ์ ก็มีการพูดคุยกันเลยว่า ’ซอมสนใจจะเขียนนิยายรักบนเส้นทางท่องเที่ยวมั้ย’ ซึ่งปกติจะไม่ถนัดทำงานแบบนี้เนื่องจากรู้สึกว่าค่อนข้างยาก เพราะต้องคิดงานในกรอบที่ถูกวางไว้ จะชอบทำงานแบบมีอิสระทางความคิดเต็มที่มากกว่า แต่เพราะโจทย์คือจังหวัดตราด มีความทรงจำดีๆกับที่นี่และมีภาพในใจ นั่นทำให้อยากเขียนค่ะ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พี่ซอมรับทำงานโจทย์ สำหรับแรงบันดาลใจนั้นมีด้วยกันสองข้อคือ 1.พี่ซอมรักทะเลตราด โดยเฉพาะเกาะกูด และ 2.มีเรื่องราวของคนคนหนึ่ง ที่พี่ซอมอยากเขียนเรื่องของเขา

 
สำหรับเรื่องนี้การวางพล็อตใช้เวลานานแค่ไหน มีเคล็ดลับอย่างไรบ้างคะ
ปัญจนารถ จากแรงบันดาลใจนั้น ทำให้การวางพล็อตนิยายเรื่องนี้ใช้เวลาเพียง 5 นาที! เพราะมีพระเอกและฉากหลักในใจแล้ว วิธีวางพล็อตในนิยายแต่ละเรื่องของพี่ซอมไม่มีเคล็ดลับใดนอกจากการคิดอย่างเป็นระบบด้วยการตั้งคำถามและหาคำตอบทีละเรื่อง คือจะถามตัวเองก่อนว่านิยายที่จะเขียนเรื่องนี้ จะโฟกัสไปที่อะไรเป็นหลัก? เช่นความซับซ้อนของเรื่องราว ความตื่นเต้น หรือมุ่งเน้นไปที่อารมณ์ของงาน ของตัวละคร ซึ่งสำหรับ “120 วัน愛しています ฉันรักเธอ” พี่ซอมเลือกการโฟกัสไปที่อารมณ์ของงาน ตัวละคร และภาพสถานที่ 

ต่อมาคือ มองหาจุดเด่น ของจังหวัด เช่น ตราดเป็นเมืองท่องเที่ยว มีเกาะและทะเลเป็นจุดขาย อีกทั้งมีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง ก็เลยลองตั้งคำถามง่ายๆ ขึ้นมา เท่านี้เราก็ได้ปมปัญหาในเรื่องแล้วค่ะ 
 
  • Q : เมืองท่องเที่ยวมีผลกระทบอะไรบ้าง?
      A : ธุรกิจทำลายสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
  • Q : แล้วประวัติศาสตร์จากสงครามให้สิ่งที่ตามมาคืออะไร?
      A : ความสูญเสีย และบาดแผลในใจผู้คน ฯลฯ
 
ส่วนเรื่องสถานที่นั้นมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะการเขียนสถานที่จริงเป็นฉากของเรื่องจะเกิดความผิดพลาดไม่ได้แม้แต่น้อย ทำให้เราต้องลงพื้นที่หลายรอบเพื่อเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมจนครบ

 
เป้าหมายและโจทย์ที่ตั้งไว้ เกี่ยวกับ “120 วัน愛しています ฉันรักเธอ” คืออะไร มีความคาดหวังอย่างไรบ้างคะกับนิยายเรื่องนี้
ปัญจนารถ : เป้าหมายและโจทย์ในใจที่ตั้งไว้ เกี่ยวกับ “120 วัน愛しています ฉันรักเธอ” นั้น พี่ซอมบอกตัวเองว่า ฉันอยากเขียนนิยายรักแบบรักล้วนๆ สักเรื่อง รวบรวมความรักทุกรูปแบบเอาไว้ในนิยายเรื่องนี้ ตั้งแต่ความรักของหนุ่มสาวต่างเชื้อชาติ รักของพ่อกับลูก รักของเพื่อน รักประเทศชาติ รักถิ่นฐานที่ทำกิน ใช้ตัวละครคู่เดียวเดินเรื่อง ไม่เอาตัวอิจฉา ไม่เอาคู่รอง ต้องการแค่เขากับเธอเท่านั้น! และไม่ต้องการปมปัญหาซับซ้อน ใช้แค่อุปสรรคบนพื้นฐานบนความเป็นจริง ที่คนทั่วไปสามารถพบเจอได้ในชีวิตของพวกเขา ซึ่งจริงๆ แล้วการตั้งโจทย์ให้ตัวเองแบบนี้ มันเป็นอะไรที่คล้ายๆ นักเขียนกำลังจะฆ่าตัวตาย(หัวเราะ) เพราะมันเหมือนจะไม่มีอะไรให้เล่า สิ่งเดียวที่จะตรึงคนอ่านได้คือมันต้องทำให้ถึง ภาพตัวละครต้องชัด และต้องทำให้คนอ่าน ‘อิน’ และรักตัวละครให้ได้! นิยายเรื่องนี้จึงจะรอด ฮา... และนี่คือความคาดหวังค่ะ หวังว่าจะสามารถรอดชีวิตจากการหาเรื่องฆ่าตัวตายในครั้งนี้
 


คุณปัญจนารถกับผลงานเรื่องเยี่ยมของเธอ
 

ช่วยเล่าเรื่องตัวละครให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ ในเรื่องนี้มีตัวละครไหนที่เด่นมากๆ อยากพูดถึงบ้าง การสร้างคาแรคเตอร์ตัวละครนั้น ยากหรือง่าย และกระบวนการทำงานเป็นอย่างไร
ปัญจนารถ : หากจะกล่าวถึงตัวละครที่โดดเด่น คงจะเป็น ‘นาโอโตะ’ นักบินชาวญี่ปุ่น พระเอกของเรื่องนี้ค่ะ เขาเป็นตัวละครที่พี่ซอมไม่ต้องคิดคาแรคเตอร์  ไม่ต้องคิดเกี่ยวกับอาชีพหรือไดอาร็อก รวมถึงนิสัยใจคอ เพราะเขามีตัวตนจริง สิ่งที่พี่ซอมต้องทำจึงมีเพียงแค่เลือกว่าจะเล่าในมุมไหน และถ่ายทอด เสียง ภาพ ความเป็นเขาทั้งหมดออกมาให้ได้เท่านั้น

ส่วนนางเอกของเรื่องพี่ซอมต้องสร้างขึ้นมา การวางคาแรคเตอร์ของตัวละครตัวนี้มองจากแก่นของเรื่องเป็นหลัก เมื่อตกลงใจจะใช้ประประเด็นผลกระทบจากประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง ของทั้งไทยและญี่ปุ่น และเมื่อพระเอกเป็นทหาร พี่ซอมจึงมองหาจุดเชื่อมโยง นางเอกของเรื่องควรเป็นลูกสาวทหารด้วยเช่นกัน การวางคาแรคเตอร์ให้เธอเป็นศิลปิน เติบโตขึ้นจากเบ้าหลอมอันโดดเดี่ยว ความสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้รักใครยาก และพยายามอย่างยิ่งที่จะมีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็ง คือพี่ซอมจะคิดพล็อตคิดแก่นเรื่องก่อนแล้วจึงวางคาแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัว ทั้งหมดนั่นเพื่อรองรับพฤติกรรมซึ่งจะเป็นปมปัญหาและอุปสรรคต่อความรักของคนทั้งคู่ 
 

สังเกตว่านิยายของปัญจนารถ จะเป็นนิยายแนวนิยายสีขาว ไม่มีตัวร้าย และดำเนินเรื่องอย่างเรียบๆ แต่สำนวนละเอียดอ่อน ส่วนตัวคิดอย่างไรกับความเห็นนี้ของคนอ่านคะ
ปัญจนารถ : หากถามว่ารู้สึกอย่างไร? รู้สึกดีค่ะ เพราะการทำงานแนวนี้แบบนี้คือเจตจำนงของผู้เขียน ที่จริงแล้วมันเขียนยากค่ะ(หัวเราะ) การมีอุปสรรคเป็นตัวร้าย ตัวอิจฉาเขียนง่ายกว่า อีกทั้งยังได้รสจัดจ้าน เข้มข้น เหมือนเห็นภาพการสู้รบระหว่างธรรมะกับอธรรม คนอ่านได้ลุ้น ได้เอาใจช่วย ดูมีสีสันและสนุกกว่า แต่อย่างที่บอกมันคือเจตจำนง เป็นความชอบ เป็นความท้าทาย เวลาเขียนต้องคิดตลอดเวลาว่าจะเล่าอย่างไรไม่ให้น่าเบื่อ

ต้นแบบความชอบและทำให้อยากเขียนงานแบบนี้ มาจากการอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น ดูละครเกาหลี และเห็นตัวอย่างจากนักเขียนไทยท่านหนึ่ง นั่นคือ ’คุณทมยันตี’ งานของท่านในยุคกลางจะเป็นนิยายแนวนี้ เนื้อเรื่องดูไม่มีอะไร ปมปัญหาง่ายๆ ธรรมดา แต่ทำไมงานจึงมีเสน่ห์เหลือเกิน? ทำให้นักอ่านอย่างพี่ซอมตกหลุมรักตัวละคร ถึงขั้นร้องห่มร้องไห้ตามไปด้วยขณะอ่าน (ฮา...) แอบหวังว่าสักวัน...อาจสามารถทำได้เช่นนั้น

 
การทำงานร่วมกับสำนักพิมพ์คำต่อคำ เป็นอย่างไรบ้างคะ ช่วยเล่ากระบวนการทำงานของหนังสือ 1 เล่มคร่าวๆ นิดนึงค่ะ จะได้เป็นประโยชน์ต่อน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียนด้วย
ปัญจนารถ : การได้ร่วมทำงานกับสำนักพิมพ์คำต่อคำ เริ่มจากกระบวนการตามปกติ คือพี่ซอมส่งต้นฉบับเรื่องกลพยากรณ์ไปยังสำนักพิมพ์ ทันทีที่สำนักพิมพ์ได้รับต้นฉบับ คุณประวิทย์ สุวณิชย์ บก. ก็ตอบอีเมลล์กลับมาว่าได้รับต้นฉบับแล้ว และให้รอผลการพิจารณาเป็นเวลาสามเดือนค่ะ ก่อนสามเดือนคุณประวิทย์ก็ติดต่อกลับมาอีกครั้งเพื่อตอบรับว่าผ่านการพิจารณา และตกลงพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ จากนั้นจึงคุยกันเรื่องแก้ไขงาน

สำนักพิมพ์ให้นักเขียนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เขียนคำโปรย แสดงความคิดเห็นเรื่องปกหนังสือ แจ้งให้นักเขียนทราบถึงเรื่องจำนวนในการพิมพ์ครั้งแรก คือสำนักพิมพ์ทำงานอย่างเป็นขั้นตอนค่ะ รวดเร็ว ชัดเจน โปร่งใสทุกเรื่อง หากบอกให้ตรงกับใจที่สุด พี่ซอมคงต้องบอกว่า...สบายใจอย่างที่สุดที่ได้ร่วมงานกับที่นี่
 
 
 

เสน่ห์ของการเป็นนักเขียนมีอะไรบ้าง  เพราะอะไรถึงรักในการเขียนคะ
ปัญจนารถ : ถ้าถามว่าอะไรทำให้รักการเขียน คงต้องบอกว่ามันเริ่มจากรักการอ่านก่อน จากนั้นจึงเริ่มอยากเขียน และเมื่อเขียนแล้วมันยากจะเลิกเขียน สำหรับพี่ซอมเสน่ห์ของงานเขียนที่ทำให้เราตกหลุมรักมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น คือคุณสร้างโลกที่คุณอยากให้เป็นได้ด้วยความคิดและปลายปากกาของคุณ และคุณสามารถแบ่งปัน ส่งต่อความคิดเหล่านั้นไปยังผู้คนที่คุณไม่รู้จักเขาได้

 
มีเคล็ดลับการเขียนมั้ยคะ เวลาเขียนไม่ออกทำอย่างไรบ้าง
ปัญจนารถเคล็ดลับในการเขียนของพี่ซอมคือ ต้องมีวินัยและมีพัฒนาการ วินัยคือเขียนทุกวันค่ะ พัฒนาการคือ มองหาข้อบกพร่องของงานตัวเองเสมอ เพื่อแก้ไขและปรับปรุงเรื่อยไป แน่นอนว่าเคยมีช่วงเวลาที่ตันและเขียนไม่ออก พี่ซอมจะเบรก ไม่ฝืน เพราะต่อให้ฝืน งานก็จะออกมาไม่ดี เวลาสะดุดไปต่อไม่ได้ จะหาสาเหตุก่อนค่ะว่าเพราะอะไร บางครั้งเป็นเพราะมีบางอย่างในเรื่องที่เขียนไม่สมเหตุผล หรือเหตุปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่มีผลต่ออารมณ์ในการทำงาน คือถ้าพบสาเหตุก็จะพบวิธีแก้ไขค่ะ

 
มีคำคมประจำใจมั้ยคะ เวลาเขียนนิยายยึดอะไรเป็นหลักไว้บ้าง
ปัญจนารถ : คำคมประจำใจ สำหรับใช้ในการเขียนนิยายคือ ไม่ส่งต่อความเห็นผิดให้ผู้อ่าน ไม่เปลี่ยนผิดเป็นถูก และยึดคุณธรรมเป็นหลักเสมอ ใช้หลักการนี้ในการทำงานมาโดยตลอดค่ะ

 
อยากบอกอะไรกับนักเขียนรุ่นใหม่ๆ ของเว็บเด็กดีบ้าง น้องๆ อยากเป็นนักเขียน อยากออกผลงาน ควรทำอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในยุคที่วงการวรรณกรรมค่อนข้างอยู่ยากมาก อย่าง ณ เวลานี้
ปัญจนารถสำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียน และอยากมีผลงาน ประการแรกเลยคือ ลงมือเขียน ค่ะ แม้ยุคนี้วงการวรรณกรรมค่อนข้างอยู่ยาก แต่พี่ซอมเชื่อว่า...โอกาสมีเสมอ ยังมีสำนักพิมพ์อีกหลายแห่งที่รอผลงานที่มีคุณภาพและโดนใจ  สมัยพี่ซอมเริ่มเขียนหนังสือนั้น ใช่ว่างานจะผ่านการพิจารณาง่ายๆ หากจะว่าไปโอกาสน้อยเสียยิ่งกว่ายุคนี้อีกค่ะ จนมีคำพูดว่า “ตะกร้าสร้างนักเขียน” แปลว่า...ต้นฉบับที่ส่งไปนั้นถูกคัดทิ้งเสียมากกว่าได้ตีพิมพ์ ดังนั้นถ้าเรามีความตั้งใจจริง ไม่ย่อท้อ และพยายามศึกษาพัฒนาตัวเองในการเขียนต่อไป ความสำเร็จเกิดขึ้นได้แน่นอนค่ะ และอีกประการคือศึกษาด้วยว่า แนวงานที่เราเขียนนั้นเหมาะสมกับสำนักพิมพ์ไหน โอกาสจะมากขึ้นค่ะ เอาใจช่วยและเป็นกำลังใจให้นะคะ
 



 
คุยกันมาถึงตรงนี้ ฝากอะไรถึงคนอ่านที่อุดหนุน “120 วัน愛しています ฉันรักเธอ” สักนิดนะคะ
ปัญจนารถ : อยากบอกผู้อ่านทุกท่านว่า ขอบคุณเสมอสำหรับทุกความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือติติง และ feedback จากนิยายเรื่องนี้ ค่อนข้างออกมาในทิศทางเดียวกัน นั่นคือคนอ่าน รักกัปตันนาโอโตะ

มีน้องสาวน่ารักคนหนึ่งซึ่งเป็นนักอ่าน เธอแต่งงานกับชาวญี่ปุ่นและใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียว เธอตามอ่านงานพี่ซอมมาทุกเรื่องอย่างเงียบๆ โดยไม่เคยปรากฏตัวมาทักทายผู้เขียน ทว่าเมื่ออ่านนิยายเรื่องนี้ เธอชื่นชอบมากมาย ถึงขั้นส่งข้อความมาบอกพี่ซอมและเขียนรีวิวเป็นคนแรก พร้อมกับการันตีว่า ‘กัปตันนาโอโตะ’ มีจริตนิสัยของชายญี่ปุ่นโดยแท้ สำหรับคนเขียนหนังสือนั่นคือรางวัลของผู้เขียนค่ะ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านจากใจ และหากมีข้อบกพร่องผิดพลาดใดในนิยายเรื่องนี้ ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 
ก่อนจากกันวันนี้ บอกอะไรส่งท้ายกันหน่อย
ปัญจนารถ : สุดท้ายขอบคุณเว็บเด็กดี และเพื่อนนักเขียน นักอ่านทุกท่าน สำหรับการให้โอกาสพี่ซอมได้มาพูดคุยกันในวันนี้ค่ะ ^_^
 


หลังจากที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ ปัญจนารถ หรือ พี่ซอมพอ นักเขียนเจ้าของผลงาน “120 วัน愛しています ฉันรักเธอ” พี่หวานสัมผัสได้ถึงความเป็นคนชัดเจนเเละซื่อสัตย์ในงานเขียนของคุณปัญจนารถได้เลยค่ะ พี่หวานชอบวิธีการตั้งคำถามเเละหาคำตอบเพื่อสร้างปมปัญหาของเรื่องนะคะ น้องๆ หลายคนอาจจะยังรู้สึกว่าทำไมงานเขียนของตัวเองถึงดูไม่ชัดเจน นั่นอาจะเป็นเพราะเรายังไม่มีคำตอบที่ตรงไปตรงมาให้กับคำถามของเรื่องยังไงล่ะคะ เเละเมื่อเราเจอปัญหานั้นแล้วเราก็จะได้แก้ไขได้อย่างตรงจุดนั่นเอง 

พี่หวานคิดว่าคำแนะนำและกำลังใจหลายอย่างที่คุณปัญจนารถได้ฝากไว้ในบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์แกน้องๆ นักอ่าน นักเขียนชาวเด็กดีไรท์เตอร์ได้อย่างเเน่นอน 'เพราะโอกาสมีเสมอ' ขอเเค่ทุกคนยังมีความพยายาม ความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนมีหนังสือได้ตีพิมพ์ก็เป็นไปได้อย่างเเน่นอนค่ะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าน้าา ^___^
 
พี่หวาน
 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
กำลังโหลด

2 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด