4 เทคนิค เขียนเก่งแบบซูซานน์ คอลลินส์
(ผู้เขียนฮังเกอร์เกม)
สวัสดีค่ะ ชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีทุกท่าน แอดมินมาโผล่ในหัวข้อกลเม็ดเคล็ดลับค่ะ ครั้งนี้
แอดมินเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่าน “ฮังเกอร์เกม” มาก คิดว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดในโลก เพราะเน้นเรื่องของสงคราม ความรู้สึกของมนุษย์ และความเป็นจริงของโลก แอดมินอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้หลายรอบมาก และเกิดความประทับใจในตัวนักเขียน ว่าสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่บอกเล่าอะไรได้หลายอย่างในเวลาเดียว วันนี้แอดมินก็เลยตัดสินใจไปศึกษาเทคนิคการเขียนของเธอ จากนั้นก็ย่อยแบ่งออกเป็น 4 ข้อ แล้วนำมาฝากชาวนัก (อยาก) เขียนทุกคน
เผื่อจะได้เอาไปใช้ประโยชน์กับงานเขียนของเราได้ค่ะ ^ ^
1 คนอ่านสำคัญกับเรา
การเรียนรู้และทำความรู้จักคนอ่านเป็นเรื่องสำคัญที่นักเขียนทุกคนต้องเรียนรู้ การเขียนงานให้คนแต่ละกลุ่มก็แตกต่างกัน เขียนให้เด็กอ่าน หรือผู้ใหญ่อ่าน หรือเด็กวัยรุ่น กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร มีแนวคิดอย่างไร เป็นสิ่งสำคัญมาก เนื้อหาในงานเขียนบอกได้อยู่แล้วว่า คนอ่านของเราจะเป็นใคร... การทำการบ้านเรื่องนี้สำคัญมาก และเมื่อรู้ว่าคนอ่านเป็นใคร จะทำให้งานเขียนของเราชัดเจนและเฉพาะทางมากขึ้น
2 เขียนในสิ่งที่ชอบ / รัก
อาชีพนักเขียนต้องอาศัยวินัยและความตั้งใจอย่างสูง และถ้าเขียนในสิ่งที่ไม่ชอบ มันจะกลายเป็นเรื่องยากไปในทันที แต่ถ้าเขียนสิ่งที่รักแล้ว ก็จะง่ายขึ้นหน่อย เพราะระหว่างที่เขียน คุณก็จะมีความสุขและได้ทำเต็มที่ “มีนักเขียนจำนวนมาก ให้คำแนะนำนักเขียนรุ่นใหม่ว่า จงเขียนในสิ่งที่ตัวเองรู้ เป็นคำแนะนำที่ดีมาก แต่ฉันขอเพิ่มเติมว่า ต้องเป็นสิ่งที่รู้และรักด้วย เพราะมันจะทำให้เราเขียนได้อย่างมีความสุข และช่วยให้การเขียนง่ายกว่าเดิม”
3 ฝันกลางวันก็จัดเป็นวัตถุดิบ อย่าปล่อยให้เสียเปล่า
เชื่อว่านักเขียนทุกคนต้องผ่านอารมณ์แบบนี้มา การนั่งฝันกลางวัน นั่งคิดถึงฉากต่างๆ ที่จะใช้ในเรื่อง ไม่ใช่เรื่องผิดเลย เวลาที่คิดได้ เราแนะนำให้จดไว้ก่อน อาจจะไม่ต้องใช้ทั้งหมด แต่เมื่อใดที่ได้ฝัน นั่นคือวัตถุดิบสำคัญ ฉันได้ไอเดียดีๆ จากฝันกลางวันมากมาย และบ่อยครั้งการจดนี่แหละช่วยพัฒนาการเขียนได้โดยไม่รู้ตัว “วันไหนโชคดี ฉันจะเขียนได้ประมาณ 3-5 ชั่วโมงติดต่อกัน แต่ถ้าโชคร้ายก็ได้แต่นั่งจ้องเวิร์ดเปล่าๆ วนไป ไอ้การนั่งเฉยๆ เนี่ย อย่าปล่อยให้เสียเปล่า นั่งคิดวนไป เขียนไม่ได้ ก็ไปคิดเรื่องคาแร็คเตอร์ตัวละครแทน เพิ่มพ่อเพิ่มแม่ คิดเสื้อผ้าให้นางเอกใส่ คิดนิสัยเพิ่มเติมได้ แล้วก็พยายามจดไว้ในสมุดด้วย กันลืม”
4 ศึกษาวิธีการเล่าเรื่องทุกรูปแบบเพื่อนำมาประยุกต์
ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ ภาพยนตร์ หรือแม้แต่การพูดคุยกับเพื่อน ล้วนแต่เป็นวิธีการเล่าแบบหนึ่ง และช่วยเรื่องการเขียนหนังสือได้ ถ้าสังเกต เวลาฉันเขียนฮังเกอร์เกม ฉันเขียนโดยอิงจากบทภาพยนตร์ การเล่าเรื่องจึงคล้ายๆ ภาพที่ปรากฎในโทรทัศน์ “ฉันเป็นคนชอบดูโทรทัศน์ คงเพราะทำงานเขียนบทภาพยนตร์ด้วย สิ่งที่ได้คือ การดำเนินเรื่องไปข้างหน้าและพัฒนาความรู้สึกของตัวละคร ฉันนำวิธีนี้มาใส่ในการเขียนหนังสือ นอกจากนี้ ก็เป็นเรื่องการเปลี่ยนผ่าน การที่ตัวละครต้องตาย หรือการเปิดเผยความรู้สึกให้คนอื่นรู้ สิ่งที่โทรทัศน์ช่วยฉันมากที่สุดคือ ฉากสุดท้ายก่อนจะตัดไปโฆษณา จะต้องเป็นฉากที่ดึงคนดูให้อยู่ต่อ อยากรู้ต่อ สามารถตรึงให้คนดูเปิดช่องนั้นทิ้งค้างไว้ โดยไม่เปลี่ยนหนีโฆษณาไปเสียก่อน ฉันเอาไปใช้กับตอนจบของแต่ละบท”
อ่านจบแล้ว แอดมินบอกเลยว่าชอบข้อสุดท้ายมากที่สุดเลยค่ะ สำหรับแอดมิน เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก เพราะงั้นก็จะศึกษาการเล่าเรื่องของนักเขียนท่านอื่นๆ การอ่านงานของคนอื่นหรือศึกษางานของคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ไหน ช่วยเราได้มากจริงๆ นะคะ
ทีมงานนักเขียนเด็กดี


2 ความคิดเห็น
กลับมาอ่านกี่ครั้งๆ
ก็ต้องวนกลับดูหนังต่อเพื่อความฟิน
แต่เล่มสามหดหู่ไปนิด
อีกทั้งพีต้าก็ออกมาแค่นิดเดียว
เสียดาย ฟินน้อยไปหน่อย
ช่ายย เล้มสาม คิดถึงพีต้ามากเลย ทำไมมีแค่สามภาค ถถถถ
ข้อ 1-3 เนี่ยพยายามทำอยู่ตลอดค่ะ ส่วนข้อ 4 น่าจะเหมาะมากโดยเฉพาะนิยายลงเว็บ จะได้ดึงให้คนอ่านรอตอนต่อไป แต่....มันก็ขึ้นอยู่กับแนวเรื่องด้วยนะ ถ้าเป็นดราม่าธรรมดา การจะทำให้ตอนจบของทุกตอนดึงดูดใจเนี่ย ไม่ง่ายเลย
ขอบคุณสำหรับการวิเคราะห์ที่น่าสนใจนี้นะคะ