สูตรลับเขียนนิยายรักฉบับ "ครูอี๊ด อาริตา"


สูตรลับเขียนนิยายรัก
ฉบับครูอี๊ด อาริตา

 
สวัสดีค่ะ ชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีทุกคน สำหรับวันนี้ เว็บเด็กดีของเราได้รับเกียรติจากนักเขียนรุ่นใหญ่ในวงการวรรณกรรม เจ้าของนามปากกา “อาริตา” หรือที่เรียกกันเล่นๆ ว่า “พี่อี๊ด” ในอดีต เธอส่งผลงานไปลงเป็นตอนๆ ในนิตยสารเป็นส่วนใหญ่ ทว่าในวันนี้ เธอได้หันมาทดลองลงนิยายในเว็บเด็กดีของเรา และพบว่า... ประสบความสำเร็จ ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ เธอยังได้ริเริ่มเปิดคอร์สเรียนสอนเขียนนิยายด้วยตัวเอง โดยอ้างอิงเคล็ดลับจากประสบการณ์กว่า 40 ปี รวมไปถึงได้มีการเชื้อเชิญนักเขียนมากฝีมือมาร่วมเป็นวิทยากรด้วย เรียกว่ามอบประโยชน์ให้กับนักเขียนรุ่นใหม่ๆ ได้มากมายจริงๆ  
 
และเพราะเหตุผลนี้ เราจึงขอเชิญเธอมาพูดคุยกันถึงที่มาที่ไป ความชอบ ความสนใจ และการปรับตัวของนักเขียนในยุคปี ค.ศ. 2017 นี้ ด้วยความหวังว่า บทสัมภาษณ์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักเขียนรุ่นใหม่ๆ ในเว็บเด็กดีได้ ไม่มากก็น้อย 
 

 
ชื่อจริงของพี่อี๊ด อาริตาคือ “ทัศนีย์ คล้ายกัน” ปัจจุบัน เธออายุได้ 59 ปีแล้ว เป็นนักเขียนอาชีพมานาน 41 ปีเต็ม เริ่มเขียนนิยายตั้งแต่อายุได้ 18 ปี ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ เพราะชอบอ่าน 
 
“เราอ่านมามากจึงอยากเขียน และทุกวันนี้ยังอ่านตลอด อ่านทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเอง เพิ่มความรู้ การอ่านไม่สิ้นสุด ส่งต้นฉบับครั้งแรกให้นิตยสารดรุณี ชื่อเรื่อง เพลงอำลา ทางนิตยสารตอบรับ  และเริ่มเขียนงานนับจากนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ลงผลงานผ่านนิตยสารหลากหลายฉบับ  ใน 8 นามปากกาที่เปิดเผย อาริตา ดาริกา(DArika) กันยามาส นาวิกา มณีบุษย์ สุนันทา ทิพเกสร อะแมธีสต์ (เรียงตามเวลาที่ใช้ทำงาน) ความแตกต่างของนามปากกา  คือเราไม่สามารถจะใช้นามปากกาเดียวไปทุกนิตยสารที่เราเขียนงานให้  แต่ละที่จะพยายามขอนามปากกาเฉพาะ เลยต้องมีหลายนามปากกา แต่ปัจจุบันเลือกใช้ตามแต่อยากจะใช้” 
เราถามพี่อี๊ดว่ารู้จักเว็บเด็กดีได้อย่างไร และเพราะอะไรถึงเลือกใช้บริการเว็บไซต์ของเรา พี่อี๊ดเท้าความให้ฟัง และเล่าให้เราฟังว่าเธอนั้น “รู้จักเด็กดีตั้งแต่แรกเปิด เคยเข้ามาอ่าน มาเดินเล่น แต่เห็นเป็นพื้นที่เด็กใหม่ เลยเกรงใจไม่อยากมาลงให้เสียพื้นที่ พอดีตอนนั้นทำเว็บเอง www.aritaa.com ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ลงนิยายให้อ่านฟรีๆ มาประมาณ 30 เรื่อง ณ ตอนนั้นไม่มีใครทำเว็บนิยาย อาริตา เป็นนักเขียนอาชีพคนแรกที่ทำเว็บไซต์ และลงนิยายให้อ่านฟรี ผลคือ โดนก๊อปสารพัดไปขายรวมเล่ม เป็นไฟล์ pdf ราคา10 บาท ผ่านพวกเวบบิท พูดๆ ง่าย ชุมโจรนี่เอง แก้ไขป้องกันลำบาก ปล่อยไปก็ซาไป พัฒนาการลอกนี้มีมากขึ้นเป็นลำดับ โจรเหมือนหนูผี  เราตีหัวตรงนี้ไปโผล่ตรงโน้นไปเรื่อยๆ ไม่หลาบจำ แม้แต่ตอนนี้เราก็เจอปัญหานี้อีกไม่จบสิ้น จนทำให้หลายคนกลัว"
 
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ แม้แต่ในยุคที่เรื่องเทคโนโลยียังไม่แพร่หลายมากอย่างเมื่อ 20 ปีก่อน นักก็อปปี้ก็ยังทำงานแล้ว เรียกได้ว่าบั่นทอนกำลังใจนักเขียนอาชีพได้มากจริงๆ อย่างไรก็ตาม พี่อี๊ดอยากฝากบอกนักเขียนรุ่นใหม่ๆ ว่า “อย่าไปกลัวพวกนี้ เพราะช่องทางการนำเสนองานต่างๆ อย่าง เว็บลงนิยายออนไลน์ และเว็บขายหนังสือออนไลน์ต่างก็ได้พยายามหาทางป้องกัน เราคนเขียนจึงควรเขียนอย่างมีสมาธิ ไม่เสียขวัญตรงนั้น ค่อยๆ ป้องกันไปตามสภาพ อย่าให้ใครมาขัดขวางการทำงานของเราได้เป็นอันขาด” 
 
“ปีนี้ที่นำนิยายมาลงเด็กดี เพราะอยากทดลองอะไรบางอย่าง อาริตาและนามปากกาอื่นๆ ไม่มีฐานแฟนคลับในเด็กดีเลย เชื่อว่าคนอ่านแทบจะไม่รู้จักงาน นอกจากจะมีคนคุ้นเรื่องที่เคยเป็นละครบ้าง คนเขียนจึงอยากได้ฐานคนอ่านเพิ่ม แรกๆ ก็เหมือนคลำทางผิดถูก นำ บัลลังก์กุหลาบ มาลงเรื่องแรก 33 ตอน ได้ยอดวิวรวม 10,149  มียอดแฟนคลับ 130 คน มีคอมเม้นท์ 33 ทุกวันนี้ลงจบแล้ว เดือนธันวาคมที่ผ่านมายังมียอดวิวที่ 443 แต่มาพบกับการขึ้นอันดับอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จมากๆ ก็ในเรื่อง เจ้าบ่าวก้นครัว เริ่มตอน 1 เดือนกรกฎาคม วันที่ 26 ลงไปเรื่อยๆ เว้นวันเสาร์อาทิตย์บ้าง ต่อมามีคนมาบอกว่าติดอันดับ หมวดนิยายรักคอเมดี้ ตอนที่มีคนมาบอกนั้นเข้าเดือนพฤศจิกายนแล้ว ครั้งแรกที่เห็นอันดับด้วยตัวเองคืออันดับ 8 และขึ้นๆ ลงๆ วนเวียนในสิบอันดับ จนถึงอันดับ 1 (ติดวันเดียวแต่ก็ดีใจ) เจ้าบ่าวก้นครัว ได้ยอดวิวที่ 112,868 ยอดแฟนคลับเกินพัน ขอใช้คำว่า "ดีต่อใจ" ไม่เคยคิดว่าจะมีคนอ่านติดหลักแสน ไม่คิดว่าจะมีแฟนคลับหลักพัน คอมเม้นท์หลายร้อย มีคำตอบบอกว่า นิยายนั้นหากเนื้อหา "โดน" และลงสม่ำเสมอ โอกาสจะมีคนอ่านมีมากทีเดียว และการเปิดใจรับคอมเม้นท์ติติงอย่างสุภาพ  ไม่ว่าจะแรงมาขนาดไหน รับฟัง และตอบกลับอย่างดี ก็เป็นอีกตัวช่วยสำคัญค่ะ
 
ตอนนี้กำลังลงเรื่องใหม่ บ่วงเสน่หา เพราะกำลังจะทำเป็นละคร เป็นนิยายแนวชีวิต มีคอมเม้นท์กลับมาหลากหลายมากค่ะ แต่น้อมรับทุกประการ และการเอานิยายมาลงเด็กดีที่ดีมากๆ คือ ได้พบแฟนรุ่นเก่าๆ ที่เข้ามาทักทาย ได้แฟนหน้าใหม่ ณ ตอนนี้ นิตยสารปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก นักเขียนรุ่นเก่าจึงต้องปรับตัว เทคนิคของพี่คือ "การเขียนสด" ควบคู่มาเป็น 10 ปีแล้ว  และการนำงานมาลงเด็กดี นำงานเก่ามาลง แต่ต่อไปจะขยับเป็นงานใหม่ ยังไม่เคยตีพิมพ์ ไม่ได้หวังการขึ้นอันดับ (แต่ถ้าขึ้นก็ดีค่ะ) สำหรับพี่การเขียนหนังสือต้องมีคนอ่านควบคู่ไปด้วยเสมอ และเว็บเด็กดีเหมือนเป็นพื้นที่การลงนิยายของทั้งนักเขียนใหม่และเก่า นักเขียนใหม่ที่นี่คือเวทีที่ดี ส่วนนักเขียนเก่า เหมือนพื้นที่กระจายงานของเราสู่คนอ่าน จำไว้ว่า หากงานมีความสนุก เราจะได้ผลตอบแทนที่ดีกลับมาเสมอ” 
 
นอกจากการทำอะไรใหม่ๆ อย่างลงนิยายในเว็บเด็กดีแล้ว พี่อี๊ดยังเปิดคลาสเรียนสอนเขียนนิยายด้วย โดยเลือกถ่ายทอดประสบการณ์จากแนวนิยายที่ตนเองถนัด นั่นก็คือ “นิยายรัก” 
 
“ตอนนี้เปิดสอนเขียนนิยายด้วยค่ะ หลังจากคิดจะสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 แต่ติดขัดว่าไม่มีเวลา
และไม่มีเครื่องมือช่วยสอน จนเมื่อปลายปี พ.ศ. 2558 เดือนธันวาคม พี่ตัดสินใจเปิดคลาสออนไลน์ชื่อ "นกฮูกน้อยหัดเขียน" เป็นห้องลับ สอนการเขียนนิยายสไตล์อาริตา ที่เน้นการเขียนอย่างไรให้ยั่งยืน บรรยายหลักการ มีการบ้านและมีการประเมินผลสม่ำเสมอ ถือเป็นการสอนที่จริงจังมาก ณ ตอนนี้ มีห้องเรียนนกฮูกน้อย 2 ห้องแล้ว คาดว่าปีหน้าจะเปิดรับ 3-4-5 ต่อไป 
 
เหตุผลที่สอนเขียน เพราะอยากแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเอง เขียนมา 40 ปีมีนิยาย 300 กว่าเรื่อง เกือบทุกแนวนิยายไทย ไม่เคยใช้หลักสูตรใคร ไม่แปลหรือแปลงมา แต่นำเอาสิ่งที่ตัวเองใช้เขียนมาแบ่งปัน ล่าสุดเรามีคลาสพบหน้ากันด้วย เปิดรุ่นแรกแล้ว มีการตามงานและจะผลักดันให้เขียนจบรวมเล่ม ให้ได้ไม่เกินตุลาคม พ.ศ. 2560” 
 
ในฐานะนักเขียนรุ่นใหญ่ที่มีผลงานมามากมายหลากหลายแนว เราจึงนับว่าพี่อี๊ดเป็น “ตัวแม่” ในการเขียนนิยายได้แล้ว และเราถามเธอว่า... การเขียนนิยายนั้น มีศาสตร์และศิลป์อย่างไร ง่ายหรือยากอย่างไร นี่คือคำตอบของเธอ 
 
“การเขียนไม่ยาก แต่ไม่ง่าย แต่ประเด็นคือจะทำอย่างไรให้อยู่ได้นานๆ สมัยนี้นักเขียนแจ้งเกิดง่ายและมากขึ้น มีนักเขียนใหม่หลายคนได้แจ้งเกิดบนแพลทฟอร์มออนไลน์  อีบุ๊ค ปริ้นออนดีมานด์  มีกลุ่มคนอ่านระดับถึงหลายพัน แต่เขียนในกระแส กลับไม่ยั่งยืน หลายคนคงแอบเถียงว่าไม่จริง ฉันขายได้ทำเงินหกหลักต่อเรื่อง แต่ได้แรงในเรื่องนั้นและต้องเติมเรื่องใหม่ พัฒนาเรื่องต่อๆ ค่ะ ไม่ใช่ว่าเราจะหยุดที่เรื่องเดียว งานเขียนนิยาย เราต้องมีหลักการ เพื่ออยู่อย่างยั่งยืน สิ่งที่ยากในงานนี้คือ การต่อสู้กับตัวเอง แข่งกับตัวเอง และปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย พี่พูดมาตลอดว่าการเขียนนิยายคือการบันทึกสังคมผ่านตัวละคร ทุกวันนี้นิตยสารปิดตัวเกือบหมด แต่ความจริงคือเมื่อหนทางหนึ่งปิดไป หนทางใหม่ย่อมเกิดขึ้นเสมอ เช่นมีโซเชียลเข้ามาช่วยในเรื่องการอ่าน ขอให้เข้าใจว่าการอ่านไม่มีวันหมดไป และหนังสือเล่มยังมีเสน่ห์ในการอ่านเสมอ
 
ในส่วนของเรื่องเขียนไม่ออก คิดไม่ออก ก็พอจะเจอมาบ้างค่ะ อยากบอกว่าเวลาที่เหมือนไม่รู้จะเขียนอะไร จงพัฒนา  "ความคิด มุมมอง" ให้ได้ และหนทางของการเขียนจะมาเอง ความคิด หลักการ หรือสารตั้งต้นในการเขียนนิยาย จึงเกิดขึ้น  และจับเป็นสูตรลับใส่ในนิยายรัก ฉบับอาริตา ประเด็นสำคัญในนิยายทุกเรื่องเลยคือความรักค่ะ ไม่ว่าจะนิยายสายไหน ดราม่า โรแมนติก ผี ลึกลับ ตลกหรรษา หรือแนวที่ขอเรียกรวมว่าดราม่าอารมณ์ดี ทุกแนวไม่อาจขาดความรักได้ หากสนใจ สามารถอ่านและศึกษาข้อมูลการเขียนได้ที่  เพจ ครูอี๊ด อาริตาสอนเขียนนิยาย หรือเฟซบุ๊ก Aritaa Kanyamass ค่ะ
 
สุดท้ายนี้ ขอฝากคาถาง่ายๆ  สำหรับการเขียนแบบยั่งยืนสไตล์อาริตาไว้ว่า 
 
ความคิด+พล็อต+หลักการเขียน
 
คิดให้เป็น
เด่นที่พล็อต
รู้แจ้งแทงตลอดในงานเขียน
ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ
การแจ้งเกิดเป็นนักเขียนไม่ยาก  
แต่การถนอมรักษายากนัก
แข่งกับตัวเองเพื่องานที่ดีให้ได้ค่ะ”
 
นั่นแหละค่ะ แอดมินคงไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่การสัมภาษณ์พี่อาริตาครั้งนี้ แอดมินเองก็ได้รับสิ่งดีๆ กลับมามากมายเช่นเดียวกันค่ะ อย่างน้อยๆ แอดมินรู้แล้วว่า อาชีพนักเขียน เราต้องปรับตัวตลอดเวลา เมื่อเกิดปัญหาหรือมีสถานการณ์ร้ายๆ เราต้องเลือกที่จะยืนหยัดสู้ และเดินหน้าต่อไปค่ะ ใครอยากเป็นนักเขียนและอยากเติบโตในทางสายนี้ ต้องเข้มแข็งและสู้ไปด้วยกันนะคะ 
 
ขอบคุณที่อี๊ดที่แวะมาพูดคุยกับเราค่ะ และในบทความนี้ เรามีนิยายฝีมือพี่อี๊ดมาแจกคนที่อ่านบทสัมภาษณ์ด้วยค่ะ สามเรื่องด้วยกัน นั่นคือ 
 
ลินินเนื้อแก้ว
สองพธู 
บ่วงเจ้าดวงดาว 
 
ใครอยากได้เรื่องไหน คอมเมนต์ไว้เลยค่ะว่าอ่านแล้วชอบอะไรในบทความนี้มากที่สุด แล้วเราจะกลับมาแจกในวันที่ 24 มกราคม 2560 ค่ะ 
 
เล่นกันเยอะๆ น้า อยากแจกๆๆๆ 

ผู้ได้รับรางวัลเรื่อง
ลินินเนื้อแก้วคือ 
love reason 
สองพธูคือ ♣ MEE.R
บ่วงเจ้าดวงดาวคือ wooddy2511 

 
ติดต่อรับรางวัลด้วยการส่งชื่อและที่อยู่มายืนยันตัวตนที่
atin@dek-d.com ภายในวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2560 ค่ะ

 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี  
 
ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

คอปเตอร์/ปัณณ์นภัส Member 8 ม.ค. 60 17:37 น. 3

ชอบช่วงที่พี่อี๊ดบอกว่า 

การแจ้งเกิดเป็นนักเขียนไม่ยาก

แต่การถนอมรักษายากนัก

แข่งกับตัวเองเพื่องานที่ดีให้ได้

เป็นอะไรที่จริงแท้แน่นอน นักเขียนตอนนี้เยอะมาก มีทั้งมีคุณภาพและยังต้องพัฒนา

การจะอยู่ให้ยาวต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างจริงๆ

แข่งกับตัวเองดีกว่า อย่าไปแข่งกับใครเลย ชอบๆๆๆ

(อยากได้หนังสือเรื่อง สองพธูค่ะ)  heart

1
กำลังโหลด
Bombamka Member 9 ม.ค. 60 16:50 น. 7

"การเปิดใจรับคอมเม้นต์ติติงอย่างสุภาพ ไม่ว่าจะแรงมาขนาดไหน รับฟังและตอบกลับอย่างดี ก็เป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้มีคนอ่านและติดตามมาก" ชอบประเด็นนี้มากที่สุดค่ะ เพราะทุกวันนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อย ต่างคนต่างความคิด หลายคนหลายความคิดเห็นจึงยากต่อการหลีกเลี่ยงคอมเม้นต์ที่แรงๆ นักเขียนบางท่านเลือกที่จะตอบกลับคอมเม้นต์แรงเช่นกันทำให้ต่างฝ่ายต่างเสียความรู้สึกกันไป นักเขียนก็ไม่อยากลงให้อ่านต่อ คนอ่านก็ไม่อยากอ่าน พาให้คนอ่านที่ไม่ใช่คู่กรณีหมดความสุขความสนุกในการอ่านไปเลยก็มี ถ้านักเขียนสามารถเปิดใจยอมรับฟังได้อย่างคุณครูอี๊ดก็คงไม่มีปัญหาแบบนี้ และเชื่อว่าคนอ่านแต่ละคนจะสามารถคิดและเข้าใจได้จากเหตุและผลที่นำมาคุยกันดีๆค่ะ

อยากอ่านเรื่องลินินเนื้อแก้วค่ะ

0
กำลังโหลด

7 ความคิดเห็น

♣ MEE.R Member 7 ม.ค. 60 19:41 น. 1

อยากได้เรื่องเจ้าบ่าวดวงดาว

ชอบอะไรใรบทสัมภาษณ์นี้ที่สุด

เรามีแค่คำตอบเดียวค่ะ

เราชอบความคิดของพี่อี๊ด

กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน

เก่าไปใหม่มา

ครั้งหนึ่งนิตยสารคือแหล่งเผยแพร่นิยายของนักเขียนรุ่นหนึ่ง

ต่อมาสื่อออนไลน์ก็เข้ามาแทนที่

เป็นนักเขียนก็ต้องปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยค่ะ

และใครจะรู้ว่าต่อไปจะมีเทคโนโลยีใดมาแทนที่สื่อออนไลน์บ้าง

ต่อนั้นคงเป็นนักเขียนวัยเราที่ต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

แต่ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

หนังสือเล่มก็ยังคงมีเสน่ห์ในการอ่านเสมอค่ะ

0
กำลังโหลด
น้ำมิ้ม / ประดับยศ Member 7 ม.ค. 60 20:22 น. 2

ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่า เรื่อง คุณพ่อจอมซ่าส์ กับเรื่อง นางสาวแสนแก้ว อันนี้ก็เป็นบทประพันธ์ ของ กันยามาส ค่ะ สารภาพว่าชอบทั้งสองเรื่องนี้มาก ซื้อทั้งนิยายแล้วก็ดูละครด้วย

เป็นนิยายที่ บุกเบิกการจีบสาวรุ่นพี่เลยก็ว่าได้ (จำได้ว่าพระเอกหลงรักแม่นางเอกนะ ชอบแจ็บ เพ็ญเพชร กรี๊ดดดดด)

0
กำลังโหลด
คอปเตอร์/ปัณณ์นภัส Member 8 ม.ค. 60 17:37 น. 3

ชอบช่วงที่พี่อี๊ดบอกว่า 

การแจ้งเกิดเป็นนักเขียนไม่ยาก

แต่การถนอมรักษายากนัก

แข่งกับตัวเองเพื่องานที่ดีให้ได้

เป็นอะไรที่จริงแท้แน่นอน นักเขียนตอนนี้เยอะมาก มีทั้งมีคุณภาพและยังต้องพัฒนา

การจะอยู่ให้ยาวต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างจริงๆ

แข่งกับตัวเองดีกว่า อย่าไปแข่งกับใครเลย ชอบๆๆๆ

(อยากได้หนังสือเรื่อง สองพธูค่ะ)  heart

1
กำลังโหลด
wooddy2511 Member 8 ม.ค. 60 20:20 น. 4

อยากได้เรื่อง  บ่วงเจ้าดวงดาว ครับ...

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสเข้าคลาสห้องเรียนนกฮูกน้อย ของครูอิ๊ด  (ปัจจุบันยังเรียนอยู่)   ครูอิ๊ด สอนเข้าใจง่าย มีตัวอย่างให้ดู ให้เห็น ให้ฝึกหัด การสอนมีขั้นตอน มีแบบแผน จนมีเพื่อนๆ หลายคนในคลาสนี้ เริ่มมีผลงานทยอยออกมากันหลายคนแล้ว....ใครเคยเรียนที่อื่นแล้วไม่เข้าใจ ผมขอแนะนำให้เข้ามาเรียนดูครับ  ผมก็ไม่เคยมีพื้นฐานด้านการนิยายมาก่อน พอมาเรียนกับครูอิ๊ด ผมเริ่มได้คุยได้ปรึกษากับเพื่อนร่วมคลาส และนักเขียนที่มีผลงานแล้วได้มากขึ้น  พูดง่ายๆ คือคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น  อยากแนะนำให้มาเรียนกับครูอิ๊ดครับ เพราะครูอิ๊ดมีความเป็นครูสูง...มีทักษะการสอนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ได้ดีมากครับ

0
กำลังโหลด
love reason Member 8 ม.ค. 60 21:10 น. 5

ชอบที่ครูบอกว่างานเขียนนิยายต้องมีหลักการเพื่ออยู่อย่างยั่งยืน

ต้องต่อสู้กับตัวเอง แข่งกับตัวเอง และปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยค่ะ

ถ้านิยายที่เขียนเป็นสิบๆ ปีแล้วยังมีคนจำได้และชอบคงจะดีมากๆนะคะ

ในนิยายสามเรื่อง ยังไม่เคยอ่านลินินเนื้อแก้ว ขอเลือกเรื่องนี้ค่ะ

สู้สู้วาดภาพ 

0
กำลังโหลด
ชมพู่ 8 ม.ค. 60 21:14 น. 6
อยากได้เรื่องสองพธูค่ะ จริงๆตามอ่านงานในนามปากกา อาริตา นาวิกา มานานแล้วค่ะ ชอบแนวดราม่ามากๆ เรื่องที่อ่านซ้ำบ่อยๆคือ เพลิงมาร ^^ สำนวนภาษาให้ความรู้สึกว่า อ่านแล้วอยากอ่านอีก เสพติดได้ไม่จบ ไม่เบื่อ มันเป็นการลิ้มความกลมกล่อมที่อธิบายออกมาไม่ถูกแต่รู้สึกเอมทุกครั้งที่ได้อ่าน ในบทความนี้ชอบ.. การแจ้งเกิดเป็นนักเขียนไม่ยาก แต่การถนอมรักษายากนัก สมัยนี้นักเขียนแจ้งเกิดกันง่ายๆ การจะคงอยู่ไปเรื่อยๆ อยู่จนเป็นที่จดจำ อาจจะพอมีอยู่บ้างค่ะ แต่ส่วนตัว จะใส่คำว่าอมตะในงานลงไปนี่ไม่มากนัก
0
กำลังโหลด
Bombamka Member 9 ม.ค. 60 16:50 น. 7

"การเปิดใจรับคอมเม้นต์ติติงอย่างสุภาพ ไม่ว่าจะแรงมาขนาดไหน รับฟังและตอบกลับอย่างดี ก็เป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้มีคนอ่านและติดตามมาก" ชอบประเด็นนี้มากที่สุดค่ะ เพราะทุกวันนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อย ต่างคนต่างความคิด หลายคนหลายความคิดเห็นจึงยากต่อการหลีกเลี่ยงคอมเม้นต์ที่แรงๆ นักเขียนบางท่านเลือกที่จะตอบกลับคอมเม้นต์แรงเช่นกันทำให้ต่างฝ่ายต่างเสียความรู้สึกกันไป นักเขียนก็ไม่อยากลงให้อ่านต่อ คนอ่านก็ไม่อยากอ่าน พาให้คนอ่านที่ไม่ใช่คู่กรณีหมดความสุขความสนุกในการอ่านไปเลยก็มี ถ้านักเขียนสามารถเปิดใจยอมรับฟังได้อย่างคุณครูอี๊ดก็คงไม่มีปัญหาแบบนี้ และเชื่อว่าคนอ่านแต่ละคนจะสามารถคิดและเข้าใจได้จากเหตุและผลที่นำมาคุยกันดีๆค่ะ

อยากอ่านเรื่องลินินเนื้อแก้วค่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด