6 เรื่องนี้ แฟนคลับฮังเกอร์เกมต้องรู้!



6 เรื่องนี้ แฟนคลับฮังเกอร์เกมต้องรู้!

 

สวัสดีค่ะชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีทุกคน ถ้าใครเคยอ่านบทความของแอดมินมาบ้าง คิดว่าน่าจะรู้ว่าแอดมินเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ “ฮังเกอร์เกม” หนังสือขายดีผลงานของซูซานน์ คอลลินส์ ที่ตอนหลังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โด่งดังไปทั่วโลก แอดมินอ่านหนังสือทั้งสามภาค และอ่านหลายรอบ ประทับใจกับตัวละคร ประทับใจกับเนื้อเรื่อง และประทับใจกับทุกๆ อย่างในเรื่อง (คิดว่าน่าจะมีหลายๆ คนชอบเหมือนกัน)

 

และช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา แอดมินได้โอกาสหยิบฮังเกอร์เกมมาอ่านอีกครั้ง ก็เลยนึกสนุก อยากทำบทความเกี่ยวกับวรรณกรรมเรื่องนี้ และนี่แหละค่ะ ที่มาของบทความ แม้อาจจะดูไม่อัพเดทไปบ้าง แต่วรรณกรรมที่ดี หยิบมาอ่านกี่ครั้งก็ได้อะไรดีๆ ทุกครั้ง จริงไหมคะ

 

เรามาดูดีกว่าว่าฮังเกอร์เกมมีอะไรสนุกๆ ซ่อนอยู่บ้าง และแฟนคลับรู้กันครบทุกข้อไหม

 


 

1 “พาเน็ม” นี่แหละคือธีมหนังสือ 

ถ้าอ่านฮังเกอร์เกมจะรู้ดีว่า หนังสือชุดนี้มีสัญลักษณ์ต่างๆ ซ่อนอยู่มากมาย ไม่ว่าจะชื่อตัวละคร ชื่อเมือง หรือชื่อที่ถูกตั้งขึ้น แต่ชื่อหนึ่งที่มีความหมายยิ่งใหญ่และสำคัญต่อเนื้อเรื่องอย่างมากเลยคือชื่อของเขตปกครองใหญ่ในเรื่อง นั่นก็คือ “พาเน็ม” (Panem) ชื่อนี้ มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน ต่อมาคำคำนี้กลายเป็นที่รู้จักจากวลีเลื่องชื่อของกวี Juvenal ที่ว่า... panem et circenses หมายถึง ขนมปังและละครสัตว์ (bread and circuses) เป็นการเปรียบเปรยว่า รัฐบาลโรมันล่อลวงความทุกข์ยากของชาวนาด้วยเกมต่างๆ ในฮังเกอร์เกมเองก็เหมือนกัน แคปิตอลได้จัด “ฮังเกอร์เกม” ขึ้นก็เพื่อการณ์นี้ เบี่ยงเบนความสนใจจากชาวพาเน็ม ผู้อาจกบฎได้ทุกเวลา และเป้าหมายของเกมก็คือ การกระจายทรัพยากรอันมีค่าจากแคปิตอลสู่เขตการปกครองอื่นๆ ผู้ชนะจะได้รับการดูแลอย่างดี ได้เงินทอง ได้อาหาร ได้ย้ายเข้าไปในหมู่บ้านพิเศษ ไม่ต้องยากจนอีกต่อไป... (ในที่นี้หมายถึงขนมปังนั่นเอง) นับว่านักเขียนเข้าใจเปรียบเปรยและใช้สัญลักษณ์ได้อย่างน่าสนใจ   

 

2 โดนัลด์ ซัทเธอร์แลนด์ ผู้รับบทประธานาธิบดีสโนว์ ปรับวิถีชีวิตให้เหมือนตัวละครที่เขาเล่น

ถ้าใครไปดูหนัง น่าจะจำภาพการแสดงของโดนัลด์ ซัทเธอร์แลนด์ได้ดี เขาคนนี้รับบทประธานาธิบดีสโนว์ได้อย่างแนบเนียน และสาเหตุก็เป็นเพราะ... เจ้าตัวชอบบทนี้มาก จนพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนตัวละครนี้ก่อนจะเข้าแคสติ้งด้วยซ้ำ หลังจากอ่านนิยาย ซัทเธอร์แลนด์ชื่นชอบบทนี้มาก และหาทางให้ตัวเองได้รับบทด้วยวิธีที่แทบไม่แตกต่างจากประธานาธิบดีสโนว์ในเรื่อง เขาเขียนจดหมายหาเกรย์ รอสส์ (ผู้กำกับฮังเกอร์เกมภาคแรก) โดยขึ้นต้นจดหมายว่า “จดหมายจากสวนกุหลาบ” (จำได้ใช่ไหมว่าสโนว์คลั่งไคล้ดอกกุหลาบมากแค่ไหน) ในจดหมาย ซัทเธอร์แลนด์ได้บรรยายถึงความหลงใหลในกุหลาบ รวมถึงความชื่นชอบในตัวประธานาธิบดีสโนว์อย่างละเอียด เขายังเขียนเชื่อมโยง “พาเน็ม” กับโลกแห่งความเป็นจริง และเพราะจดหมายฉบับนี้ ทำให้ซัทเธอร์แลนด์ได้รับบทสโนว์ไปอย่างลอยลำ นอกจากนี้ผู้กำกับยังได้แรงบันดาลใจจนเพิ่มฉากในสวนกุหลาบในภาพยนตร์ด้วย   

 


 

3 เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ผู้รับบทแคตนิส เกลียดเพลงที่ตัวเองร้องจับใจ

สำหรับคนที่อ่านฮังเกอร์เกม เราเชื่อว่าไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลยคือเพลง Hanging Tree (ทุกวันนี้แอดมินยังฟังอยู่เลย ชอบมาก) และถ้าใครไปดูหนังมา ต้องจำช็อตที่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ผู้รับบทแคตนิส ร้องเพลงนี้ได้แน่ๆ เสียงของเธอทั้งเหงาทั้งเศร้า ถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงได้อย่างจับใจ เมื่อเพลงนี้ออกอากาศ มันกลายเป็นเพลงฮิตอยู่พักใหญ่ ทว่า เจ้าตัวเองกลับบอกว่า เกลียดเพลงที่ตัวเองร้อง ในบทสัมภาษณ์ ลอว์เรนซ์บอกว่า เธอเกลียดการร้องเพลงต่อหน้าคนอื่น (เหมือนแคตนิสเลย!!) เธอบอกว่า ตอนร้องเพลงนี้เข้าฉาก เธอตัวสั่นและหวาดกลัวมาก (แคตนิสก็รู้สึกแบบนี้!!) และเธอบอกว่าเวลาหนังฉายถึงฉากนี้ เธอจะปิดทันที เพราะไม่อยากได้ยินเสียงตัวเองร้องเพลงอันน่าขนลุกนี้ (เจนลอว์นี่แคตนิสไปอีก...)

 

4 ฮังเกอร์เกมได้แรงบันดาลใจจากสงครามอิรักผสมผสานเรียลลิตี้โชว์ 

ความจริงแล้ว ฮังเกอร์เกมไม่ใช่พล็อตใหม่หรือเรื่องที่คิดค้นขึ้นใหม่แต่อย่างใด เราเชื่อว่าคนอ่านหรือคนดูหนังเรื่องนี้ จะต้องรู้สึกคุ้นๆ กับเรื่องราวและฉากที่ปรากฎในเรื่อง ซูซานน์ คอลลินส์ นักเขียนบอกว่า เธอได้แรงบันดาลใจจากเทพนิยายกริมม์ผสมผสานกับความเป็นจริงรอบตัวที่สัมผัสทุกเมื่อเชื่อวัน นักเขียนคนนี้เป็นคนชอบดูรายการทีวี และโปรดปรานการดูเรียลลิตี้โชว์เป็นพิเศษ และอีกหนึ่งเรื่องที่เธอสนใจมากคือ สงครามอิรัก สุดท้ายแล้ว เธอเริ่มคิดถึงความเชื่อมโยง จะมีอะไรที่น่ากลัวไปกว่า การเปิดเรียลลิตี้สงคราม เพื่อให้ผู้คนได้ห้ำหั่นกันเองเพียงเพราะความสะใจและความสุขของคนกลุ่มหนึ่ง และนั่นคือจุดกำเนิดของฮังเกอร์เกม (เกมแห่งความกระหาย...) ซูซานน์ คอลลินส์มองว่า คนรุ่นใหม่กำลังเสพติดเรียลลิตี้โชว์ และอยากเข้าถึงชีวิตของคนอื่นๆ อยากวิพากษ์วิจารณ์ อยากกำหนดชีวิตของคนอื่น รวมถึงพร้อมที่จะรุมกระหน่ำซ้ำเติมได้อย่างไร้เมตตาปราณี เธอยังสรุปด้วยว่า คนที่มาดูหรืออ่านฮังเกอร์เกมทุกคน คือคนที่มีพฤติกรรมแบบนั้นนั่นแหละ! เพราะรู้ทั้งรู้ว่า... เกมนี้เกี่ยวกับการฆ่ากัน ก็ยังอยากที่จะมาดูหรืออ่าน และเธออยากให้ทุกคนรู้จักปรับตัวและพัฒนาตัวเองเพื่ออนาคตที่ดีกว่านี้

 
 

5 ฮังเกอร์เกมเป็นหนังสือที่ถูกแบนจากหลายที่มากๆ

แม้ว่าฮังเกอร์เกมจะกลายเป็นหนังขายดี มีแต่คนชื่นชอบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือความจริง เบื้องหลังที่เกิดขึ้น สถาบันการศึกษาหลายต่อหลายแห่ง เลือกที่จะแบนหนังสือเรื่องนี้ เมื่อฮังเกอร์เกมภาคแรกวางแผง มันถูกวิจารณ์ในแง่ลบรุนแรง ทั้งการนำเสนอเรื่องเพศอย่างชัดเจน หนังสือที่จัดกลุ่มอายุไม่เหมาะสม และเนื้อหาที่เต็มไปด้วยความรุนแรง รวมไปถึงข้อกล่าวหาอย่าง ไร้ศีลธรรม ไม่ส่งเสริมความเป็นครอบครัว และยังเต็มไปด้วยเรื่องลึกลับซับซ้อน แสดงให้เห็นถึงจิตใจมืดมนของมนุษย์ ซึ่งนักเขียนเจ้าของเรื่องไม่มีปัญหากับคำวิจารณ์ เธอยังยืดอกตอบรับด้วยซ้ำว่า “นิยายของฉันเต็มไปด้วยความรุนแรง เพราะมันเป็นเรื่องของสงคราม” อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ฮังเกอร์เกมก็กลายเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่งของโลก และได้รับความนิยมจากผู้คนจำนวนมาก (หนึ่งในนั้นคือแอดมินด้วย)

 

6 ฮังเกอร์เกมเป็นเหมือนกระจกสะท้อนการเมืองในยุคปัจจุบัน

เชื่อว่าทุกคนเข้าใจคีย์เวิร์ดของฮังเกอร์เกมว่า กลุ่มกบฎที่ลุกมาปฏิวัติรัฐบาล ภาพที่ปรากฎในหนังเองก็เป็นอย่างนั้น หนังสือเล่มนี้สะท้อนภาพการเมืองที่ปรากฎในปัจจุบันได้อย่างไม่น่าเชื่อ นักเขียนเอง บอกว่าผลงานของเธอพูดถึงความรุนแรง สงคราม สื่อ และการจัดฉาก ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน การที่คนกลุ่มหนึ่งบิดเบือนข้อมูล หรือพยายามทำลายระบบเศรษฐกิจด้วยบางสิ่งบางอย่าง ความแตกต่างทางชนชั้นและสถานะทางสังคม เส้นแบ่งระหว่างคนรวยและคนจน นั่นแหละคือสารที่นักเขียนตั้งใจสื่อออกมาผ่านผลงานของเธอ หนึ่งในฉากที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ปาร์ตี้น้ำชาของสโนว์ ที่มีคนวิจารณ์กันอย่างหลากหลายว่า... เป็นการเสียดสีถึงประธานาธิบดีโอบาม่า คนผิวดำในทำเนียบขาว... แต่นั่นแหละ ไม่ว่าฮังเกอร์เกมต้องการจะประกาศอะไรหรือสื่ออะไรก็ตาม มันก็คือหนังสือที่สร้างความตื่นตัวและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหลากหลาย ทำให้ผู้คนได้คิด และได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งกับตัวเองและกับสังคมอย่างมากมายจริงๆ  

 

และทั้งหมดนี้ ทำให้แอดมินรักฮังเกอร์เกมมากจริงๆ ค่ะ ใครชอบอ่านเหมือนกัน แวะมาเม้นต์มาเม้าท์ได้นะ

 

ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 

ขอบคุณภาพและข้อมูลประกอบจาก

http://listverse.com/2015/12/11/10-fascinating-facts-about-the-hunger-games-series/

https://www.buzzfeed.com/keelyflaherty/facts-about-the-hunger-games-you-probably-never-knew

https://www.phactual.com/hunger-games-facts/

http://www.knowable.com/a/20-little-known-facts-about-the-hunger-games

http://distractify.com/old-school/2014/03/17/25-things-you-didnt-know-about-the-hunger-games-film-series-1197631991

https://www.bustle.com/articles/9136-17-hunger-games-facts-that-may-surprise-you

http://list25.com/25-things-you-didnt-know-about-the-hunger-games/

http://blog.peopleschoice.com/2014/11/20/hunger-games-surprising-movie-facts/

http://www.betternovelproject.com/blog/page/2/
 

ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

KaraKuRi aiKana Member 25 ม.ค. 60 18:01 น. 1

หลายมุมมองหลายความคิด ถ้าเค้าตีความแบบไหนออกมามันก็สื่อออกทางการกระทำ และ คำพูดนั่นแหละ(แต่ไม่ว่ายังไงก็ชอบเรื่องนี้อยู่ดี~)เขิลจุงเย้

0
กำลังโหลด
♣ MEE.R Member 25 ม.ค. 60 19:03 น. 2

เรากรี้ดพีต้า

ที่ลงทุนซื้อหนังสือทั้งสามเล่ม

ก็เพราะอยากรู้ว่าแคตนิสคู่กับพีต้าจริงหรือเปล่า?

นี่ก็บ้าไปอีก

คือตอนนั้นกลัวจริงๆ ว่าแคตนิสจะเลือกเกล

555

0
กำลังโหลด
Tubtip Member 13 ก.พ. 60 14:46 น. 3

คืออ่านแล้วอึ้งมาก อึ้งตอนที่แคสนิตเลือกที่จะฆ่าคอยส์ และมันมืดมนที่สุดตอนที่พริมตาย... คือน็อกเลย ร้องไห้ด้วย มันเกินคาดทุกอย่าง แต่สุดท้าย... แคสนิตต้องการสิ่งที่เรียกว่าความสงบสุขซึ่งเกลไม่มี แต่พีต้ามี... เกลียดเกลมากเลยบอกตรงๆ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด