3 - 3 - 3 เผยลักษณะการเขียนบทซีรีส์ยอดฮิตของนักเขียนมือทอง! ‘คิมอึนซุก’

 


3 - 3 - 3
เผยลักษณะการเขียนบทซีรีส์ยอดฮิตของนักเขียนมือทอง!

‘คิมอึนซุก’

 

สวัสดีค่ะ มิตรรักนักอ่านนักเขียนทุกคน^^  พบกับพี่หวานคนเดิมเพิ่มเติมคือวันนี้ขอเอาใจคอซีรีส์เกาหลีกันหน่อย ก็เพิ่งจบกันไปไม่นานนี้เองนะคะกับซีรีส์เรื่อง Goblin หรือชื่อเกาหลีคือ 도깨비 ที่แสดงนำโดยพระเอกขวัญใจมหาชนอย่าง กงยู ผู้ซึ่งเคยมาขโมยหัวใจในบทบาทเจ้าชายกาแฟไปแล้วเมื่อหลายๆ ปีก่อน กับนางเอกสาวหน้าใหม่แต่มากฝีมืออย่าง คิมโกอึน หรือที่หลายคนน่าจะรู้จักเธอในบทบาทฮงซอลมาจากเรื่อง Cheese in the trap  
 
แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ…! นี่ไม่ใช่บทความไร้สาระที่จะมาเวิ่นๆ เรื่องซีรีส์แล้วจากไปแน่นอน วันนี้พี่หวานจะชวนน้องๆ นักเขียนนักอ่านชาวเด็กดีไรท์เตอร์มาร่วมวิเคราะห์บทซีรีส์ภายใต้ฝีมือการประพันธ์ของคุณ คิมอึนซุก ที่เรียกได้ว่าเธอคนนี้ไม่ใช่นักเขียนธรรมดาแน่นอน เพราะบทละครซีรีส์เเต่ละเรื่องที่เธอเป็นคนเขียนนั้นสร้างกระแสที่เขย่าวงการซีรีส์ได้หลายต่อหลายเรื่องเเล้วค่ะ อ่านมาถึงตรงนี้เริ่มน่าสนใจแล้วใช่มั้ยคะ ส่วนงานเขียนของเธอจะมีลักษณะอย่างไรบ้างเราไปดูกันดีกว่า

 

3 เรื่อง 3 แนว 3 กระแส

ก่อนอื่นจะต้องชี้แจงก่อนในเรื่องของรสนิยมและความชอบของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันเเน่นอนค่ะ บางทีเรื่องที่พี่หวานจะยกมาพูดถึงในที่นี้อาจจะไม่ดึงดูดใครหลายคน แต่รับรองได้ว่าผลงานบทละครซีรีส์ของคุณคิมอึนซุกที่พี่หวานจะพูดต่อไปนี้นั้นค่อนข้างเป็นเรื่องที่สร้างกระแสได้อย่างโด่งดังจริงๆ ค่ะ บางทีคนที่ไม่ได้สนใจในตอนแรกก็มี เเต่เมื่อได้ยินชื่อเรื่องอย่างน้อยก็จะต้องพอคุ้นเคยมาบ้างล่ะ

 

1. Goblin <도깨비> : 2016/2
#กระแสนิยมอาจอชี่ ~



 

เรื่องย่อ : เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของยักษ์(ก็อบลิน) ‘คิมชิน’ ที่เคยเป็นแม่ทัพคนสำคัญในสมัยโครยอแต่ถูกลงโทษให้มีชีวิตยืนยาวเพื่ออยู่รับผลจากคมดาบเปื้อนเลือดของตนเอง จนกว่าจะได้พบเจ้าสาวของก็อบลิน ที่จะสามารถดึงดาบที่ปักอยู่บนอกและทำให้เขาได้พบกับจุดสิ้นสุดของชีวิตเพื่อกลายเป็นเถ้าถ่าน เพื่อพ้นจากชีวิตอมตะนี้ไปได้ และยมทูตที่มีโชคชะตาเกี่ยวพันกันโดยยมทูตนั้นไม่สามารถจดจำอดีตในชาติที่แล้วของตนเองได้ และเพราะเคยทำบาปหนักเอาไว้จึงต้องกลายมาเป็นยมทูต จนวันหนึ่งเมื่อพบหญิงสาวแสนสวยเจ้าของร้านไก่ทอด ยมทูตอย่างเขาก็น้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว เรื่องราวมากมายหลังจากนั้นของยักษ์(ก็อบลิน)และยมทูตที่ต้องมาอยู่ในบ้านหลังเดียวกันโดยไม่รู้มาก่อนว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องมาอยู่ร่วมกันทั้งที่ไม่ชอบขี้หน้ากันนั้นมีเหตุผลมาตั้งแต่ชาติที่แล้วนั่นเอง


วิเคราะห์บทซีรีส์ : คุณคิมอึนซุกเผยว่าได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนบทซีรีส์เรื่องนี้มากจาก Twilight ในส่วนความสัมพันธ์ของแวมไพร์กับหมาป่าที่ถึงแม้จะไม่ถูกกันแต่ก็สามารถร่วมมือกันได้ถ้ามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เเละเรื่อง Goblin นี้ ตัวละครแทบทุกตัวมีเส้นเรื่องและบทบาทของตัวเองชัดเจนตามลำดับความสำคัญ พี่หวานคิดว่าคนที่ยึดเส้นเรื่องหลักเอาไว้ไม่ใช่พระนางค่ะ แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวคุณยักษ์(ก็อบลิน)กับคุณยมต่างหาก โดยคุณคิมอึนซุกได้ใช้การเล่าเรื่องในอดีตสลับไปมาเป็นช่วงๆ เพื่อคลายปมความสัมพันธ์ของก็อบลินกับยมทูต ซึ่งเหตุการณ์ที่เคยเกิดในอดีตส่งผลมาถึงปัจจุบันได้อย่างลงตัว


ระหว่างที่ดูไปเรื่อยๆ พี่หวานไม่รู้สึกติดใจกับประเด็นการกลับชาติมาเกิดเลยค่ะ ต้องยอมรับว่าเป็นการวางบทได้ละเอียดและรอบคอบมาก แต่แอบมาเสียดายนิดหน่อยช่วงตอนจบค่ะ ด้วยซีรีส์เกาหลีจะเป็นลักษณะถ่ายไปออนแอร์ไปซะส่วนใหญ่(เหมือนตอนจบจะเพิ่งตัดต่อเสร็จเมื่อคืน แล้วก็ออนแอร์วันถัดมาเลย) พี่หวานจึงพบจุดที่ไม่ค่อยสมูธของเรื่องอยู่หลายอย่าง เช่น การกลับชาติมาเกิดของนางเอกที่ไม่ได้คลายปมว่าทำไมถึงสามารถจำพระเอกได้ เพราะในเรื่องได้มีการเล่าถึงโลกหลังความตายที่วิญญาณจะต้องดื่มน้ำชาเพื่อลบความทรงจำในชาตินี้ แต่นางเอกปฏิเสธการดื่มน้ำชานั้น และได้มาเกิดใหม่ แต่ก็อดคิดไม่ได้อยู่ดีค่ะว่าถึงจะไม่ดื่มน้ำชาแต่มันจะเป็นไปได้จริงหรือกับการจดจำอดีตในชาติก่อนของตัวเองได้? เพราะเมื่อตัดภาพไปที่เส้นเรื่องของยมทูตกับเจ้าของร้านไก่ทอดที่ก็เป็นคู่กันมาตั้งแต่ในอดีตชาติ พี่หวานกลับรู้สึกว่ารายละเอียดของคู่นี้เก็บได้ดีกว่า เช่น เมื่อเจ้าของร้านไก่ทอดสิ้นอายุขัย และยมทูตก็หมดบาปที่ค้างคาจึงทำให้ทั้งสองได้มาเกิดใหม่อีกครั้ง ซึ่งตัวละครทั้งสองไม่ได้ดื่มน้ำชาลบความจำเช่นเดียวกับนางเอก เมื่อกลับมาเกิดใหม่ก็แน่นอนว่าต้องจำเรื่องชาติก่อนไม่ได้อยู่แล้วแต่เพราะเป็นคู่กันจึงได้วนกลับมาเจอกันอีกครั้ง เป็นต้น นอกจากตอนจบที่ดูเหมือนจะรีบจบไปหน่อย แต่ที่ผ่านมาตลอด 16 ตอน พี่หวานคิดว่าคุณคิมอึนซุกเธอเก่งมากจริงๆ ในการวางพล็อตเพื่อดึงคนดูให้ไปถึงจุดไคลแม็กซ์ ก่อนจะคลายปมในตอนท้ายโดยไม่ทำให้เกิดความรู้สึกน่าเบื่อระหว่างเรื่องเลยค่ะ(เพราะความอยากรู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไงมันมีมากจนเบื่อไม่ลงนั่นเอง)

โดยภาพรวมก็ยังถือว่าเรื่อง Goblin มีความ ‘คิมอึนซุก’ แฝงอยู่ไม่ต่างจากเรื่องที่ผ่านๆ มาเลยค่ะ นั่นเพราะเรื่องนี้เมื่อทำให้รู้สึกสนุกก็สามารถดึงขึ้นจนต้องหัวเราะออกมา เมื่อทำให้ดราม่าก็ดึงให้ดิ่งจนคนดูรู้สึกดาวน์ตามไปด้วยจนเกือบจะเป็นไบโพล่าร์กันเลยทีเดียว ฮ่า….>_<  และสิ่งที่การันตีว่าซีรีส์โรแมนติก-คอเมดี้-แฟนตาซีครบรสเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานชั้นเลิศของคุณคิมอึนซุกก็คือการสร้างปรากฏการณ์ทำเรตติ้งเป็นอันดับหนึ่งของช่อง TVN ด้วยตอนจบที่ 22.1% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับช่องทีวีอย่าง tvn จนมีคำเรียกของคนเกาหลีที่ว่าตอนนี้คือ 공유시대 (กงยูชิแด) หรือยุคของกงยูนั่นเองค่ะ


 

2. Descendants of the sun <태양의 후예> : 2016/1
#กระแสนิยมผู้ชายในเครื่องแบบ…(แบบกัปตันยู)



 

เรื่องย่อ : เรื่องราวของทหารกล้า ‘ยูชีจิน’ และสาวสวยเก่ง ‘คังโมยอน’ ที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งที่ศูนย์แพทย์ชั่วคราวที่อุรุก ในข้อมูลจากเว็บไซต์ทางเกาหลีบอกไว้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะถ่ายทอดทั้ง ความรักและความสำเร็จในหน้าที่ของทหารและแพทย์ ตัวละครพระนางของเรื่องเคยพบกันและเกิดความเข้าใจผิดมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งสองรู้สึกสนใจในกันและกัน จนคิดจะเริ่มศึกษาดูใจกัน แต่ด้วยหน้าที่ของยูชีจินที่เป็นทหารหน่วยรบพิเศษทำให้เขานั้นชอบหายตัวไปกะทันหันเพราะภารกิจที่ได้รับและยังไม่สามารถบอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตัวเขาให้คังโมยอนรู้ได้ ทั้งสองจึงยุติความสัมพันธ์เอาไว้เท่านั้น จนเวลาผ่านไปเมื่อนางเอกมีปัญหากับเจ้าของโรงพยาบาลทำให้เธอถูกส่งตัวไปเป็นแพทย์อาสาที่อุรุก ซึ่งที่นั่นเองคนทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ความรักครั้งเก่ากำลังถูกถักทอขึ้นอย่างช้าๆ ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่จบทำให้เขาและเธอได้ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคมากมายไปด้วยกัน รวมไปถึง…การลาจาก(เกือบ)ตลอดกาลด้วย  

วิเคราะห์บทซีรีส์ : สำหรับเรื่องนี้ก็เคยโด่งดังอย่างมาก(มากๆๆๆๆ)จนเป็นกระแสการตกหลุมรักหนุ่มในเครื่องแบบอย่างกัปตันยูชีจิน แม้ว่าจะจบลงไปได้สักพักและมีซีรีส์เรื่องใหม่ๆ มาต่อคิวฉายตามมาอีกหลายเรื่องก็ตาม แต่ทุกวันนี้พี่หวานก็ยังแอบเห็นเพื่อนๆ หรือคนใกล้ตัวที่ยังคิดถึงคุณกัปตันยูชีจินอยู่เลยค่ะ เราต้องยอมรับเลยว่าบทละครซีรีส์เรื่อง Descendants of the sun ของคุณคิมอึนซุกนั้น แน่น! และครบเครื่องมากๆ! โดยโครงเรื่องหลักจะมีเส้นความสัมพันธ์ของตัวละครสองคู่เช่นเดียวกับก็อบลินค่ะ ในส่วนของเรื่องนี้จะเป็นความสัมพันธ์ของเพื่อนในกองทัพที่ร่วมฝ่าความเป็นความตายมาด้วยกันหลายสนาม นั่นก็คือ ‘กัปตันยูชีจิน’ กับ ‘สิบเอกซอแดยอง’ หลักๆ แล้วในเรื่องนี้คุณคิมอึนซุกเน้นไปที่ความสมจริงในหน้าที่ของตัวละครเป็นหลัก ได้ข่าวมาว่าการถ่ายทำละครเรื่องนี้ทุกคนได้ทำการหาข้อมูลอย่างหนัก และพิถีพิถันในการเลือกสถานที่ถ่ายทำเพื่อวางแผนและจัดเตรียมฉากต่างๆ ให้ถ่ายออกมาได้สมจริงเหมือนเป็นค่ายทหารจริงๆ แม้ว่าหลายฉากจะได้บินยกกองไปถ่ายทำถึงประเทศกรีซ เเต่ก็เป็นเพียงบางสถานที่เท่านั้น เพราะอย่างค่ายทหารทางกองถ่ายก็ได้จัดทำฉากขึ้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตัวเมืองโซล ประเทศเกาหลีใต้นั่นเองค่ะ
 


 

สิ่งที่พี่หวานยังคงจดจำได้อย่างดีแม้ว่าซีรีส์จะจบไปนานแล้วก็คือความรู้สึกอิ่มในใจค่ะ เพราะเนื้อเรื่องแต่ละเรื่องฝีมือคุณคิมอึนซุกนั้นเล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งจริงๆ(ขอปรบมือรัวๆ) สิ่งที่เธอเขียนผ่านซีรีส์เรื่องนี้นอกจากจะเน้นความสมจริงในสายงานทหารหน่วยจู่โจม หรือการทำงานของแพทย์อาสาแล้ว พี่หวานคิดว่าเธอได้ให้ความสำคัญกับความสมจริงในเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครด้วยค่ะ ทุกตัวละครมีการกระทำที่เป็นสีเทา มีโกรธ มีหึงหวง มีสุขและมีเศร้า อีกทั้งยังแสดงให้เราเห็นว่าในทุกความสัมพันธ์ย่อมมีจุดขัดแย้ง ต่อให้พระเอกนางเอกจะเป็นคู่ที่รักกันมากแค่ไหน ถ้าไม่พูดจากันด้วยเหตุผลเเละไม่เปิดใจยอมรับก็ย่อมมีจุดที่ไม่เข้าใจกัน เเละยิ่งไปกว่านั้นด้วยหน้าที่ของอาชีพทหารและแพทย์เป็นอาชีพที่ต้องเสียสละเพื่อคนอื่นอยู่ตลอดเวลา การจัดการระหว่างหน้าที่กับหัวใจให้ลงตัวนั้นตัวละครเอกของเรื่องได้ถ่ายทอดออกมาให้เราเห็นผ่านในซีรีส์เรียบร้อยเเล้ว

พี่หวานคิดว่าความสัมพันธ์ของตัวละครที่คุณคิมอึนซุกสร้างสรรค์ขึ้นมาทำให้เรารู้สึกและสัมผัสได้ว่าพวกเขามีตัวตนจริง เข้าถึงได้ ไม่ใช่เป็นเพียงตัวละครในอุดมคติเท่านั้น และถึงแม้ว่าตอนนี้กระแสของกัปตันยูจะลดถอยลงไปบ้างเพราะถูกเฉือนตำแหน่งสามีแห่งชาติไปโดยคุณก็อบลินคิมชิน แต่เรตติ้งตอนจบของเรื่องนี้ที่เคยทำได้สูงถึง 40.5% เลยทีเดียวล่ะ เรียกได้ว่าเรื่องนี้เป็นซีรีส์สุดเข้มข้นที่จะทำให้เราเข้าใจความหมายคำว่า ‘ชีวิตเพื่อชาติ หัวใจเพื่อเธอ’ ได้อย่างแท้จริง


 

3. Secret Garden <시크릿 가든> : 2010
#กระแสซีรีส์สลับร่างสร้างรัก




เรื่องย่อ : ซีรีส์เรื่องนี้เริ่มต้นเรื่องราวด้วยความรู้สึก 'รักแรกพบ' ของพระเอกคิมจูวอน ที่ตกหลุมรักสตันท์สาวกิลราอิมเข้าอย่างจัง จนไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็มักจะเห็นภาพเธอมาปรากฏตัวอยู่รอบๆ จนกระทั่งเหตุการณ์วุ่นวายมากมายตามมา เมื่อเขาเเละเธอเกิดหลงทางเข้าไปในป่าบนเกาเชจู จนได้พบกับกระท่อมประหลาดซึ่งที่นั่นป้าเจ้าของร้านได้มอบเหล้าดอกไม้ให้มาคนละขวด เเละคืนนั้นเมื่อทั้งสองดื่มเหล้าในตอนเช้าก็เกิดสลับร่างกันขึ้นมา ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลับเข้าร่างของตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยความจำเป็นข้อนี้ทำให้คิมจูวอนประธานบริษัทสุดเนี้ยบต้องไปเรียนรู้การใช้ชีวิตจนๆ ของสตันท์สาวกิลราอิม โดยไม่รู้ตัวความรู้สึกผูกพันก็ยิ่งทำให้เขาเเละเธอเริ่มรู้ใจตัวเอง
 

วิเคราะห์บทซีรีส์ : สำหรับเรื่องพี่หวานคิดว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของคุณคิมอึนซุกเลยล่ะค่ะ เพราะถ้าย้อนไปเมื่อหกปีที่แล้วตอนที่กระแสเกาหลียังไม่ได้บูมอย่างทุกวันนี้ การจะสร้างซีรีส์ให้โด่งดังไปยังประเทศอื่นๆ รวมทั้งเกาหลีก็ออกจะเป็นการยาก เเต่จากที่พี่หวานลองสุ่มสำรวจถามเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เป็นแฟนซีรีส์เกาหลีว่ารู้จักเรื่อง Secret Garden มั้ย ทุกคนแทบจะตอบว่ารู้จักและจำได้ เพราะพล็อตเรื่องที่โดดเด่น เรียกว่าเป็นซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกๆ ที่เขียนขึ้นให้พระนางสลับร่างกัน แม้จะเป็นโรแมนติก-คอเมดี้-แฟนตาซี คล้ายๆ กับเรื่อง Goblin คือมีครบทุกอารมณ์ตามสไตล์คิมอึนซุก แต่สิ่งที่แตกต่างกันในความเป็นแฟนตาซีนั้นคือเรื่องนี้ตัวละครเอกไม่ได้เป็นคนที่มีพลังวิเศษค่ะ เเต่มีเวทมนตร์วิเศษจาก เหล้าดอกไม้ลึกลับ ที่ทั้งสองคนดื่มทำให้สลับร่างกัน เกิดความผูกพันกัน เเละรักกันในที่สุด เป็นซีรีส์อีกเรื่องที่ดึงความรู้สึกคนดูให้คล้อยตามได้ง่ายเเละทำให้พล็อตการสลับร่างไม่น่าเบื่อด้วยค่ะ


จากภาพด้านบนเป็นฉากหนึ่งจากเรื่องนะคะ ส่วนด้านล่างเป็นการเลียนเเบบเพื่อการโฆษณาค่ะ><

แต่จริงๆ แล้วถ้าใครที่เคยดูจะรู้ว่าความจริงพระเอกกับนางเอกมีสายสัมพันธ์บางอย่างมาก่อนหน้านี้แล้วค่ะ เรียกว่าการได้มาเจอกันเเละรักกันนี้เป็นเพราะโชคชะตา(จากปลายปากกาของคุณคิมอึนซุก)ลิขิตไว้ ส่วนเหล้าที่ดื่มไปเป็นเเค่ตัวช่วยเท่านั้นค่ะ >< ที่สำคัญนอกจาก Secret Garden จะเป็นต้นเเบบซีรีส์สลับร่างเเล้วนั้น หลายฉากที่ปรากฏในเรื่องนี้ก็โด่งดังจนมีกระเเสการถ่ายทำล้อเลียนเป็นพาโรดี้ฉากต่างๆ จากซีรีส์เรื่องนี้เยอะมากกกก... พี่หวานขอรับรองความโด่งดังของเรื่องนี้ด้วยเรตติ้งตอนจบที่ทำได้สูงถึง 35.2% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากกว่าเรื่องอื่นๆ ในตอนนั้นเลยค่ะ

พี่หวานคิดว่าคุณคิมอึนซุกเธอน่าจะเป็นคนโรแมนติกพอควรเลยค่ะ เพราะกลิ่นอายความเป็นแฟนตาซีที่ใส่ไว้ใน Secret Garden หลายอย่างก็มาปรากฏใน Goblin เช่น การเขียนจดหมายหรือจดบันทึกเพื่อบันทึกเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเอาไว้ ในกรณีที่ตัวละครเกิดการสูญเสียความทรงจำท้ายที่สุดเมื่อได้อ่านจดหมายก็จะสามารถรับรู้และค่อยๆ จดจำได้อีกครั้ง เป็นไงคะความโรแมนติกของการเขียนจดหมายเนี่ยไม่ว่าจะปรากฏที่ไหนหรือเมื่อไหร่ ก็น่าประทับใจเสมอเลยน้องๆ ว่ามั้ย 
 


นี่แหละ 'คิมอึนซุก'


 
นอกจากทั้งสามเรื่องข้างต้นที่พี่หวานยกตัวอย่างมานั้นพี่หวานเองเคยอ่านบทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งของเธอช่วงที่เรื่อง Descendants of the sun กำลังฉายอยู่ มีใจความถึงปมในเรื่องว่าทำไมเธอถึงไม่เขียนให้ซีรีส์เรื่องนั้นเป็นเรื่องของรักสามเส้า หรือมีตัวละครที่สามโผล่เข้ามาในความสัมพันธ์ คุณคิมอึนซุกเผยว่า มันเป็นการยากสำหรับเธอเช่นกันที่จะใส่เรื่องรักสามเส้าลงไปในงานเเต่ละเรื่อง เพราะเธอต้องการเผยให้เห็นความโรแมนติกของตัวละครโดยที่ไม่ต้องมีฝ่ายใดต้องเสียสละหรือว่าเจ็บปวด แน่นอนว่าซีรีส์ 3 เรื่อง 3 เเนว 3 กระแส อันโด่งดังของเธอนั้น เป็นซีรีส์ที่ไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับความรักสามเส้าเลยค่ะ และสิ่งที่เธอมักจะให้ความสำคัญอีกอย่างก็คือความสัมพันธ์ของตัวละครทุกตัวซึ่งมักจะมีที่มาที่ไปเกี่ยวข้องกันอย่างลงตัว และน้องๆ ก็จะได้เห็นความเป็นคิมอึนซุกที่โดดเด่นอีกอย่างที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ นั่นก็คือการเขียนให้ซีรีส์มีตอนจบแบบ Happy Ending เสียส่วนใหญ่ จากตรงนี้พี่หวานวิเคราะห์เอาเองว่า ในฐานะนักเขียนที่สร้างตัวละครขึ้นมาให้มีตัวตน เธอก็คงจะไม่อยากให้ตัวละครที่เธอสร้างต้องเจอกับความเจ็บปวดในตอนสุดท้ายหรอกค่ะ เว้นเเต่ว่าเรื่องนั้นเหมาะแก่การจบแบบพลิกผัน พี่หวานคิดว่าในอนาคตเธออาจจะเปลี่ยนสไตล์ก็ได้ใครจะรู้ใช่มั้ยคะ ฮา....


เป็นยังไงบ้างกับบทความนี้ คุยกันมายาวเหยียดเลยใช่มั้ย พี่หวานหวังว่าแนวทางการเขียนซีรีส์แต่ละเรื่องของคุณคิมอึนซุกอาจจะสร้างแรงบันดาลใจดีๆ หรือทำให้น้องๆ เกิดความคิดใหม่ๆ ที่สามารถสร้างงานเขียนของตัวเองให้โดดเด่นขึ้นมาได้เช่นกันนะคะ เเล้ววันหนึ่งผลงานของน้องๆ เด็กดีไรท์เตอร์อาจจะถูกนำมาพูดถึงเพื่อเป็นต้นแบบงานเขียนที่ดีให้แก่นัก(อยาก)เขียนรุ่นหลังไปก็ได้น้าา สิ่งที่พี่หวานคิดเมื่อเขียนงานตัวเองก็คือ แค่เราใส่ความเป็นตัวเราลงไป งานไหนๆ ก็สามารถเป็นชิ้นงานที่พิเศษขึ้นมาได้ทันทีเลยค่ะ อย่าลืมนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการสร้างเอกลักษณ์ในงานเขียนของตัวเองให้ได้ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ :)


 
พี่หวาน


ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://ko.wikipedia.org/wiki/시크릿_가든_(드라마)
https://ko.wikipedia.org/wiki/태양의_후예

https://ko.wikipedia.org/wiki/도깨비_(드라마)
http://blog.naver.com/PostView.nhn?blogId=fulife1018&logNo=220694973058
 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

Louis Forest Member 24 ก.พ. 60 17:14 น. 1

ขอถามเพิ่มเติม เขียนซีรีย์ที่ว่านี่คือ รวมไปถึงบทละครหรือบทโทรทัศน์ด้วยหรือเปล่าครับ? มีส่วนร่วมในการกำกับภาพ กำกับละคร รวมไปถึงออกความคิดเห็นใน production ขนาดไหน?

1
PASS21 Member 24 ก.พ. 60 17:22 น. 1-1

ตามความเข้าใจของพี่หวานนะคะ เขียนบทซีรีส์ในที่นี้ก็เป็นเหมือนการเขียนบทละครหรือบทโทรทัศน์ที่นักแสดงนำมาใช้แสดงค่ะ(งงมั้ยเอ่ย) โดยส่วนตัวไม่เคยเห็นฉบับสคริปท์ที่นักแสดงใช้เเสดงในแต่ละฉาก แต่คิดว่าความคิดหลักของเรื่องเเละคนเขียนเรื่องนี้คือเธอค่ะ แต่ก็จะมีคนอื่นคอยควบคุมในส่วนของการกำกับภาพและโปรดักส์อื่นๆ คงไม่ใช่ความคิดเห็นของนักเขียนอย่างเดียวว่าต้องถ่ายทำที่นี่ หรือต้องเป็นฉากนี้ แต่ที่เกาหลีค่อนข้างให้ความสำคัญกับนักเขียนบทค่ะ การคัดเลือกนักแสดงเอย หรือหลายๆ อย่างความคิดเห็นนักเขียนจะเป็นสิ่งสำคัญมาก จะเห็นว่าบางบทสัมภาษณ์นักแสดงถึงกับยอมเล่นบทอะไรก็ได้ถ้าเกิดเป็นชื่อนักเขียนคนนี้ค่ะ ไม่รู้ว่าจะตอบตรงที่สงสัยรึเปล่า แต่ถ้ามีอะไรพูดคุยได้เรื่อยๆ เลยนะคะ ^_^

0
กำลังโหลด
stima Member 25 ก.พ. 60 06:06 น. 2

สารภาพว่าไม่ใช่แฟนซีรีส์เกาหลี แต่ดูซีรีส์ฝรั่ง

แอบงงกับคำว่าซีรีส์ที่ใช้ในนี้นิดนึงค่ะ

ซีรีส์ฝรั่งจะมีเส้นเรื่องหลักทั้งซีซั่น

แต่จะมีเส้นเรื่องย่อยที่จบในแต่ละตอน

แต่อ่านดูเรื่องย่อที่เขียนมานี่เหมือนมันจะเป็นเรื่องยาว

ที่ต้องดูต่อกันไปทุกตอนใช่ไหมคะ

เหมือนละครไทยที่เนื้อเรื่องต่อกัน เพียงแต่นำเสนอทีละตอน แบบนั้นหรือเปล่าคะ

1
PASS21 Member 25 ก.พ. 60 13:41 น. 2-1

ใช่แล้วค่ะ ซีรีส์เกาหลีจริงๆ แล้วเป็น ละครเกาหลี(drama) แบบละครช่อง 3 ช่อง7 ประมาณนี้ค่ะ แต่คนไทยมักเรียกว่าซีรีส์เกาหลี หรือเข้าใจและรู้จักในการใช้คำเรียกว่า ซีรีส์ ก็เลยกลายเป็นคำนี้เรื่อยมา ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นเรื่องยาวที่ต้องดูต่อกันไปเรื่อยๆ มีปม มีจุดพีค มีคลายปม และก็มีตอนจบในตอนสุดท้ายค่ะ จะไม่ใช่จบในตอนเหมือนซีรีส์ฝรั่ง ^^

0
กำลังโหลด
PASS21 Member 1 มี.ค. 60 09:07 น. 3-1

ของแบบนี้ต้องฝึกฝนจริงๆ ค่ะ ถ้ามีความหวังสักวันต้องเป็นวันของเราเเน่ๆ ค่ะ สู้ๆ น้าาาา ><

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด