"แค่ใช้คำให้ฉลาด ก็เพิ่มโอกาสจาก 0 เป็น 100"
หนังสือดีที่ต้องบอกต่อ
สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ พบกับพี่น้ำผึ้งอีกแล้วนะคะ วันนี้พี่มาพร้อมกับรื่องราวดีๆ ที่ได้จากการอ่านหนังสือเรื่อง “แค่ใช้คำให้ฉลาด ก็เพิ่มโอกาสจาก 0 เป็น 100” เขียนโดยซาซากิ เคอิจิ นักก๊อปปี้ไรเตอร์ นักแต่งเพลง และอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนที่ทรงอิทธิพลมากในวงการโฆษณาของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลโกลด์เพ็นซิล ซึ่งเป็นรางวัลด้านการโฆษณาของอเมริกา รวมทั้งรางวัลอื่นๆ รวม 51 รางวัลค่ะ

ซาซากิ เคอิชิ
(ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.yomiuri.co.jp)
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแนว How-to ที่พิมพ์โดยสำนักพิมพ์วีเลิร์นค่ะ ต้องบอกก่อนเลยว่าหนังสือเล่มนี้ดีมากกกกๆ เลย แม้ตัวเล่มจะบาง พกไปไหนมาไหนได้ แต่เนื้อหาข้างในนี่ไม่ได้บางตามขนาดนะคะ เพราะมันเต็มไปด้วยสาระแน่นเอี๊ยด เรียกได้ว่าจ่ายไป 170 บาทนี่คุ้มเกินคุ้มเลยค่ะ พี่เชื่อว่าหลังจากน้องๆ อ่านจบแล้ว นอกจากจะได้เทคนิคการใช้คำให้เราดูเป็นคนฉลาดพูดแล้ว น้องยังจะได้เทคนิคดีๆ เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงงานเขียนของน้องๆ แน่นอนค่ะ
หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 3 บท โดย 2 บทแรกจะเกี่ยวกับการใช้คำในการพูด ไม่ว่าจะเป็นโน้มน้าวจิตใจหรือชวนสาวออกเดต ซึ่งพี่ไม่ได้หยิบยกมาเล่าให้น้องฟังค่ะ แต่ถ้าใครสนใจอยากอ่านก็สามารถไปอ่านฉบับเต็มๆ ได้ในเล่มเลย หลังจากที่พี่อ่านจบ พี่ก็พบว่าบทที่ 3 นี่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักเขียนอย่างเราๆ เลยนะคะ มันเป็นเรื่องของการสร้างคำทรงพลัง
แล้วอะไรคือคำทรงพลังล่ะ? น้องๆ หลายคนถามมา ซึ่งความจริงแล้วคำทรงพลังก็คือคำที่มีพลังในการจูงใจคนนั่นเองค่ะ ใครที่อยากเขียนงานให้นักอ่านประทับใจแล้วล่ะก็ ห้ามพลาดเลยค่ะ ใครที่ไม่ได้อ่านก็อย่าเสียใจไปนะคะ เพราะพี่ได้ทำสรุปสั้นๆ มาฝากน้องๆ ค่ะ
ถ้าพร้อมแล้วเลื่อนลงมาเลยดีกว่า

หนังสือดีมีประโยขน์ที่พี่แนะนำในวันนี้นั่นเองค่ะ
(ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.welearnbook.com/)
ใครๆ ก็ชอบการเซอร์ไพรส์ใช่มั้ยล่ะ เพราะมันดึงดูดความสนใจของเราได้ ซาซากิขอการันตีเลยว่าต่อให้ไม่ใช่นักเขียนก็ทำได้ พอใช้แล้วต้องทำให้คนอ่านมีอารมณ์ร่วมไปกับเราแน่นอน โดยเทคนิคนี้มีวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
เติมเครื่องหมายอัศเจรีย์ หรือ “!” ลงไปหลังคำที่เขียน เพราะเป็นเหมือนการเน้นคำ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสนใจเช่น “ส้มตำ” ก็จะเป็น “ส้มตำ!” ทีนี้เราก็จะเริ่มรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างกับส้มตำแน่ๆ เลย ใช่มั้ยคะ เพราะมันมี ! ต่อท้าย
นอกจากนี้ยังมีบางถ้อยคำที่ทำให้รู้สึกเซอร์ไพรส์ได้ เช่น “อุ๊ย..” “แปลกจัง” “ดูสิ” เป็นต้น คำพวกนี้เมื่อใส่ไปในประโยคก็จะทำให้ดูน่าสนใจมากขึ้นค่ะ เช่น “วันนี้สวยจัง” ก็จะอาจจะเป็น “อุ๊ย วันนี้เธอสวยจังเลย ใช้เมคอัพยี่ห้ออะไรอ่ะจ๊ะ” อะไรประมาณนี้ (แต่เกรงว่าถ้าใช้ประโยคที่พี่เขียน ตัวละครที่พูดมีแววจะเป็นตัวร้ายแน่ๆ)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเวลาใช้เทคนิคนี้ ก็ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยนะคะ

บารัค โอบามา
(ขอบคุณรูปภาพจาก: https://qz.com)
นี่เป็นเทคนิคยอดฮิตที่ไม่เพียงแต่นักเขียนที่ใช้ แต่อดีตประธานธิบดีบารัก โอบามายังนำมาใช้เวลากล่าวสุนทรพจน์เลยค่ะ วิธีการง่ายๆ ก็คือ แค่เลือกคำที่ต้องการจะสื่อมา แล้วจากนั้นก็ใส่คำขัดแย้งที่ตรงข้ามกับถ้อยคำนั้นลงไปด้านหน้า จากนั้นก็ใส่คำเชื่อมซะ จะได้อ่านแล้วไม่ฟังดูแปร่งๆ เช่น
ถ้าพี่จะเปลี่ยนประโยค “ฉันรักนาย” ให้ทรงพลัง พี่ก็จะใส่คำที่คำแย้งกับคำว่า “รัก” ลงไป เช่น เกลียด, ไม่ชอบ เป็นต้น ก็จะได้ประมาณว่า “ถึงฉันจะบอกตัวเองให้เกลียดนายมากแค่ไหน แต่ใจฉันกลับพร่ำบอกว่ารักนายต่างหาก”
เป็นการนำอากัปกริยาที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราเวลาเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ มาใช้ในงานเขียน วิธีการง่ายๆ เลยก็คือ สังเกตตัวเองว่าตอนที่เห็น, ได้ยิน หรือพูดข้อความนี้จะเป็นยังไง เช่น เวลามีคนชมพี่ว่า “สวยจังนะเลยครับ” พี่ก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีอาการขนลุก ไม่กล้าสบตา ยิ่งถ้าคนพูดหน้าหล่อ พี่ก็จะเกิดความระแวงทันทีว่าคนพูดหวังประโยชน์จากพี่อยู่หรือเปล่า (ฮา) นั่นแหละค่ะ จากนั้นเราก็จับเอาอาการที่เกิดขึ้นมาลิสต์เป็นข้อๆ แล้วเขียนออกมา เชื่อสิว่ามันจะทำให้ประโยคนั้นน่าสนใจกว่าประโยคทื่อๆ อีกนะ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าพี่พูดว่า “หนุ่มอังกฤษคนนั้นหล่อมาก” พี่ก็จะต้องมาลิสต์อาการตอนพี่พูดประโยคนี้ว่าเป็นยังไง หน้าแดงมั้ย? กรีดร้องหรือเปล่า? หายใจทั่วท้องอยู่เนอะ? หัวใจยังเต้นปกตินะ? อะไรประมาณนี้ แล้วจากนั้นก็นำมาใส่ในประโยคให้ดูน่าสนใจมากขึ้น เช่น “หนุ่มอังกฤษคนนั้นหล่อมาก” ฉันพูดโดยไม่ละสายตา เผลอกัดริมฝีปากตอนที่เห็นเขาเสยผม ให้ตายสิ หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะออกนอกอกแล้วนะ อะไรประมาณนี้ค่ะ

ประธานาธิบดีลินคอล์น
(ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.smithsonianmag.com)
เทคนิคคำซ้ำ
การซ้ำคำใช่ว่าน่าเบื่อ ตรงกันข้ามกลับทำให้จดจำได้มากขึ้น เพราะการได้ยิน การพูดหรือทำในสิ่งซ้ำๆ จะทำให้สมองจดจำเอาไว้ ทำให้ประโยคนั้นๆ ตราตรึงอยู่ในใจเราค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยก็คือ สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีลินคอล์นที่กล่าวว่า “การปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน” มีคำซ้ำคือประชาชน แล้วก็เพราะคำซ้ำนี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่าประโยคนี้มีความทรงพลังค่ะ
วิธีการใช้ก็ง่ายๆ แค่ซ้ำคำที่ต้องการเน้น เช่น “หนังสือเล่มนี้บาง” ก็อาจจะเป็น “หนังสือเล่มนี้บ๊าง บาง” อ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้างคะ? พี่น้ำผึ้งรู้สึกว่ามันดูจับต้องได้ เข้าถึงได้มากกว่าหนังสือเล่มนี้บางเฉยๆ ค่ะ
เทคนิคลุ้นระทึก
นอกจากจะมีเทคนิคเซอร์ไพรส์แล้ว เทคนิคลุ้นระทึกเองก็ทำให้ดึงดูดนักอ่านและผู้ฟังได้ด้วยนะคะ มันสามารถเปลี่ยนข้อความน่าเบื่อให้กลายเป็นข้อความที่น่าสนใจได้เลย มีวิธีการง่ายๆ ก็คือ ก่อนเริ่มประเด็นที่ต้องการจะสื่อสาร ให้ขึ้นต้นด้วยข้อความประมาณว่า “จะบอกอะไรสำคัญให้นะ...” หรือ “นี่คือความลับสุดยอดเลยนะ...” เป็นต้น เช่น “รู้แล้วอย่าบอกใครเลยนะ จริงๆ แล้วเต่ามี 4 ขา” อ่านแล้วรู้สึกว่าตอนแรกต้องมีเรื่องน่าตื่นเต้นใช่มั้ยล่ะ กระตุ้นให้ตั้งใจอยากอ่านต่อ แต่พอเห็นประโยคถัดมาก็อาจจะเบ้ปากมองบน โธ่... อุตส่าห์ตั้งใจ
เป็นยังไงบ้างคะกับเรื่องราวที่พี่นำมาฝากในวันนี้ ขอบอกว่านี่เป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น เพราะในหนังสือยังอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจและมีประโยชน์มากๆ และมันช่วยให้พี่หันมาพัฒนาตัวเองและงานเขียนมากขึ้น หวังว่าใครที่อ่านบทความนี้ก็คงจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ อย่าลืมลองนำเทคนิคเหล่านี้ใช้ดูด้วยนะ รับรองว่าจะต้องดีขึ้นแน่นอนค่ะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน ครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ต้องติดตามค่ะ
ขอบคุณ
ซาซากิ เคอิจิ. (2014). แค่ใช้คำให้ฉลาด ก็เพิ่มโอกาสจาก 0 เป็น 100. กรุงเทพมหานคร: วีเลิร์น.




10 ความคิดเห็น
ขอบคุณค่ะ น่าสนใจดีจัง
เทคนิกเพียบเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ เอาไปใช้ในนิยายได้ดีเลยค่ะช่วงนี้เขียนไม่ออกพอดี555
เย้ๆ ยินดีค่า
บทความนี้ได้ประโยชน์ม้าก มากเลยค่ะ
จะบอกอะไรสำคัญให้นะคะ คือน้องชอบบทความนี้มากเลยค่ะ
เย่ๆ~~~~~~

โอ๊ยยย น่ารักกก มีการนำมาใช้ด้วย จุ้บๆ
ขขอบคุณครับ
ยินดีมากเยยย
น่าสนใจมากค่ะ
ปักกกกกกกกก ชอบมาก เทคนิคเพียบเลย
อย่าลืมเอาไปใช้น้า
สุดยอดเลยย ได้เทคนิคใหม่อีกแล้ว
เอาไปใช้ด้วยน้าา :D
ขอบคุณครับ ผมเชื่อว่าใครที่มาอ่านบทความนี้เเล้วเอาไปทำตามในนิยาย.... นิยายเรื่องนั้นต้องสนุกมากขึ้นเเน่
ขอบคุณเทคนิคดีๆนะค้าา ชอบมากกก
หลังอ่านบทความนี้แล้ว
เรายังควรซื้อหนังสือเล่มนี้อยู่อีกไหมคะ?
(หมายถึง...ยังมีเทคนิคอะไรที่เรายังไม่รู้อยู่อีกไหม หรือพี่นำเสนอออกมาหมดแล้ว) 5555