คัดมาแล้ว เขียนนิยายยังไงให้ปังแบบ “Game of Thrones”


คัดมาแล้ว เขียนนิยายยังไงให้ปังแบบ
"Game of Thrones"


สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ เชื่อว่าไม่มีใครในที่นี้ไม่รู้จักนวนิยายแฟนตาซีชื่อดัง Game of Thronesหรือ “มหาศึกชิงบัลลังก์” ที่เขียนโดย จอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ติน เรื่องราวความขัดแย้งของครอบครัวชั้นสูงในแต่ละจักรวรรดิต่างๆ เพื่อแย่งชิงบัลลังก์ แน่นอนว่าหนังสือชุดนี้ขายได้มากกว่า 15 ล้านเล่มทั่วโลก แถมยังได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ กว่า 20 ภาษา ถูกนำไปดัดแปลงเป็นซีรีส์ชื่อดังจนทำให้ใครหลายคนติดงอมแงม

หลายคนอาจเริ่มมีคำถามในใจว่า แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่ทำให้นิยายเรื่องนี้ขายดิบขายดีขนาดนี้? ถ้าใครที่ตั้งคำถามอย่างนี้ ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ น้องอ่านถูกบทความแล้ว! เพราะในวันนี้พี่น้ำผึ้งมาพร้อมกับเทคนิคการเขียนนิยายจากนักเขียนชื่อดัง จอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ติน ที่ไปพูดบรรยายที่ซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ เอาเป็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง


 


จอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ติน
(ขอบคุณรูปภาพจาก : ibtimes.com)


 

ปล่อยจินตนาการออกมาให้สุด

ใครๆ ก็อยากให้นิยายแฟนตาซีของเรายิ่งใหญ่และซับซ้อน มาร์ตินเองก็ด้วย ก่อนที่เขาจะเขียน Game of Thrones เล่ม A Song of Ice and Fire เขาทำงานอยู่ในวงการโทรทัศน์ถึง 10 ปี เมื่อไรก็ตามที่เขาเริ่มเขียนบทละคร ไม่ว่าบทจะธรรมด๊า ธรรมดาขนาดไหน เพื่อนร่วมงานเขาก็มักจะบอกว่า “จอร์จ บทนายมันก็ดีนะ แต่มันยิ่งใหญ่เกินไป ฉันว่านายควรตัดบทลง ลดตัวละครลงหน่อย ตัวละครนายมีตั้ง 126 ตัว แต่เรามีงบพอแค่ 6 ตัวนะ!” 

ด้วยข้อจำกัดของทีวีที่มีเรื่องงบประมาณการสร้างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นมาร์ตินจึงเก็บเรื่องนี้มาเขียนเป็นนิยายแทน ทีนี้พออยู่บนหน้ากระดาษจะเขียนให้อลังการมากแค่ไหนก็ได้ จะให้มีสงครามมหึมาหรือมังกรพ่นไฟก็ยังได้ เขียนไปให้สุดโดยไม่สนใจแม้กระทั่งฮอลลิวู้ด ดังนั้นสรุปให้ง่ายเลยก็คือว่า หัวใจหลักของการเขียนนิยายแฟนตาซีที่ดีคือการใช้ “จินตนาการที่ไร้ขอบเขต” นั่นเองค่ะ

 

เลือก POV ตัวละครให้เหมาะสมกับการดำเนินเรื่อง

ตีมหลักที่สำคัญของ Game of Thrones อยู่ตรงที่สงครามในโลก แปลว่าจะต้องมีหลายตัวละครมาเกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องราวเกิดจากจุดเล็กๆ ของแต่ละคน เริ่มต้นที่แดเนริส ทาร์แกเรียนซึ่งอยู่ในปราสาทของวินเทอร์เฟล ตรงจุดนี้ตอนเขียนนิยาย เขาก็จะโฟกัสที่ตัวละครแค่ตัวละครเดียว ซึ่งก็คือแดเนริส หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มตัวละครเข้ามา และเลือกมุมมองบุคคลในการบรรยายให้เข้ากับสิ่งที่ต้องการจะสื่อมากที่สุด

มาร์ตินเปรียบเทียบว่านี่เหมือนกับการพยายามนำเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 มาเขียนเป็นนิยาย จะเขียนมุมฮิตเลอร์เพื่อแสดงให้คนอ่านรู้มั้ยว่าเป็นยังไง? แล้วญี่ปุ่นกับอิตาลีล่ะ จะเขียนมุมมองของประเทศเหล่านั้นยังไง? เพราะแต่ละคนนั้นมีมุมมองที่ต่างกันนั่นเองค่ะ ต้องเลือกดีๆ ว่านักเขียนอยากแสดงอะไรให้นักอ่านรู้

ดังนั้น น้องๆ ต้องศึกษาพล็อตของเราให้ละเอียดว่าเป็นยังไง ควรจะใช้มุมมองไหน บุรุษที่ 1 หรือบุรุษที่ 3 หรือจะเป็นบุรุษที่ 3 แต่เจาะจงไปที่ใครคนใดคนหนึ่งก็แล้วแต่เลยค่ะ

 


แดเนริส ทาร์แกเรียน
(ขอบคุณรูปภาพจาก : winteriscoming.com)

 

ยืมประวัติศาสตร์มาใช้ได้

แม้ว่า Game of Thrones จะเป็นนิยายแฟนตาซี แต่มาร์ตินได้ยืมประวัติศาสตร์ช่วงยุคกลางมาใช้ โดยเฉพาะสงครามดอกกุหลาบ (War of the Roses) อันเป็นเหตุการณ์ที่มีอิทธิพลต่อนิยายเรื่องนี้ มันเป็นสงครามที่แย่งชิงราชบัลลังก์อังกฤษของ 2 ราชวงศ์อย่างยอร์กและแลงแคสเตอร์ค่ะ แต่ใช่ว่ามาร์ตินจะหยิบมาใช้ดื้อๆ เขาได้จับมามิกซ์รวมกัน ยำๆ ให้เละจนบูม กลายเป็น Game of Thrones แบบที่เห็น

 

ความเศร้าคือเครื่องมืออันทรงพลัง

มาร์ตินบอกว่าการเขียนให้เศร้าเป็นเรื่องยากมาก เมื่อปี 1987 – 1990 เขาได้ทำรายการทีวี Beauty and the Beast นำแสดงโดยรอน เพิร์ลแมน และ ลินดา ฮามิลตัน ซึ่งลินดาได้เทละครเรื่องนี้ทันทีที่จบซีซั่น 2 เพื่อไปตามหาความฝันของเธอในการเป็นดาราแนวหน้าในวงการภาพยนตร์ ดังนั้นมาร์ตินจึงต้องสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมาเพื่อแทนที่เธอ เขาตั้งใจว่าจะเขียนบทที่เป็นเรื่องราวตอนสุดท้ายก่อนลินดาจะจากไปเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกตราตรึงใจ แต่ทางผู้จัดละครไม่โอเค พวกเขาบอกมาร์ตินว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่มาร์ตินก็คิดนะว่าเราควรทำอะไรให้สมจริงสมจังหน่อย คนดูจะได้อิน

มาร์ตินบอกว่าพอเป็นนิยาย เราสามารถเขียนได้ ทำให้เศร้าสุดๆ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำ แม้ว่าความเศร้าอาจจะไม่จำเป็นสำหรับวงการละคร แต่ในนิยาย ยิ่งผู้อ่านอินเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ การตายหรือการสูญเสียตัวละคร ไม่ใช่แค่เล่าเรื่องว่าตัวละครนั้นๆ ตายนะ แต่เราต้องแสดงให้เห็นถึงพลังหลังความตาย หมายความว่า เราต้องสะท้อนมุมมอง ความรู้สึก ความนึกคิดของตัวละครที่ตายและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตัวละครที่ตายด้วยค่ะ ลองจินตนาการง่ายๆ ว่าเรารู้สึกยังไงถ้าต้องสูญเสียบุคคลที่รักมากที่สุดแล้วจับมาเขียน นั่นแหละค่ะ ความเศร้าคือความรู้สึกหนึ่งที่ทรงพลังนะคะ

 


มาร์ตินและทีมงานนักแสดง
(ขอบคุณรูปภาพจาก : ovbserver.com)

 

ควรมีผลกระทบจากความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ถ้าน้องกำลังจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับยุคกลาง น้องจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงผลกระทบหลังจากเกิดสงครามและความรุนแรงต่างๆ นี่คือเทคนิคหลักของมาร์ตินเลยค่ะ เขาชอบที่จะให้คนอ่านได้เห็นสภาพหลังจากสงครามหรือการต่อสู้เพิ่งจบใหม่ๆ เช่นกลิ่นคาวของเลือด หรือคนที่ตายเป็นเบือ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้นิยายมีความสมจริงขึ้นค่ะ

 

หลีกเลี่ยงพล็อตแฟนตาซีที่ซ้ำซาก

มาร์ตินเป็นคนที่ชอบอ่านนิยายแฟนตาซี ดังนั้นจึงเจอพล็อตค่อนข้างหลากหลาย แต่ที่น่าแปลกก็คือลึกๆ แล้วพล็อตส่วนมากมักจะมีโครงเรื่องคล้ายๆ กัน ตัวเอกต่อสู้กับตัวร้าย แสงสว่างต่อสู้กับด้านมืด แถมตัวละครด้านมืดนี่ก็เป็นด้านมืดจริงๆ อารมณ์แบบว่า เลวแล้วเลวสุด เลวหาที่ติไม่ได้ นั่นทำให้มาร์ตินคิดอะไรที่แตกต่าง โดยเริ่มจากการตั้งคำถามที่ว่า ถ้าตัวเอกไม่ได้ดีเลิศเสมอไป แล้วตัวร้ายก็ไม่ได้เลวเสมอไปด้วย จะเป็นยังไง? ถ้าไม่มีมังกรจะเป็นยังไง เป็นต้นค่ะ

นั่นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เราหลีกเลี่ยงการเขียนพล็อตแฟนตาซีที่ซ้ำซากได้

 

ตัวละครสีเทามีเสน่ห์มากกว่าขาว-ดำ

มาร์ตินชอบสร้างตัวละครที่มีลักษณะเป็นเทาๆ คือมีทั้งดีทั้งเลวปนกันไป เขาบอกว่าตอนที่อ่านประวัติศาสตร์ก็ไม่เห็นว่าผู้นำ (หรือตัวละคร) จะเลวหรือดีไปซะหมด ยกตัวอย่างเช่นฮิตเลอร์ ถึงจะร้ายกับชาวยิว แต่ก็เป็นเพราะเขารักคนเยอรมัน แม้ฮิตเลอร์จะฆ่าคน แต่เขาก็รักหมามากเลยนะ นี่แหละเป็นข้อดีของฮิตเลอร์ (ฮา) ดังนั้นเวลาสร้างตัวละครจึงควรสร้างอะไรที่มันเป็นสีเทา ไม่ดีหรือเลวจนเกินไป หรือถ้าเลวก็ควรมีเหตุผลมารองรับ

 

อย่าลืมตีมเรื่องของตัวเอง

ประโยคที่จุดประกายจนกลายเป็นตีมเรื่อง Game of Thrones คือ ฤดูหนาวกำลังมา (Winter is coming) มาร์ตินบอกว่าให้ระลึกถึงประโยคนี้ไว้เสมอแล้วเขียนทุกอย่างที่อยากเขียนลงไป ตัวละครของเขาแต่ละตัวมีอายุสั้นนัก (ฮา) แต่เขาก็ไม่ลืมใส่สิ่งที่สำคัญลงไปเช่นความรัก แพชชั่น เสียงหัวเราะ แม้จะเผชิญความตายก็ตาม! ทุกอย่างเป็นไปได้หมด แต่อย่าลืมคงความเป็นตีมหลักนี้ไว้ค่ะ ทำยังไงก็ได้ให้เรื่องมันโยงเข้ากับตีม

 


(ขอบคุณรูปภาพจาก : quickmeme.com)

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเทคนิคการเขียนของ จอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ติน นักเขียนนวนิยายและบทละครชื่อดัง เจ้าของผลงาน Game of Thrones ที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝาก ส่วนตัวพี่ชอบซีรี่ส์เรื่องนี้มาก มันให้ความรู้สึกเหมือนยุคกลาง ตัวละครไม่ดีไม่เลว แล้วก็รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นเรื่องจริงเลยล่ะค่ะ แหม แต่พอพี่ได้อ่านเทคนิคการเขียนของมาร์ตินก็ถึงบางอ้อเลยว่าทำไมคนถึงติดงอมแงมขนาดนี้ น้องๆ คนไหนที่เพิ่งเริ่มเขียนนิยายแฟนตาซี มาร์ตินอนุญาตให้นำเทคนิคของเขาไปใช้ได้นะคะ ลองหยิบยกไปใช้ดูเลย หวังว่าน้องๆ คงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับครั้งหน้าพี่น้ำผึ้งจะนำเรื่องอะไรมาฝากนั้น รอติดตามค่ะ




พี่น้ำผึ้ง :)


ขอบคุณข้อมูลจาก
lifehacker.com
 
พี่น้ำผึ้ง
พี่น้ำผึ้ง - Columnist นักเขียนที่ชอบส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

12 ความคิดเห็น

คายะ เซเลน วาเลนเทีย Member 17 มี.ค. 60 16:17 น. 1

โอ๊ย! เรื่องเศร้านี่ก็เศร้านะ

ล่าสุดก็ตอนโฮดอร์เลย

แต่บางทีนี่ก็ว่าปู่มาร์ตินจะเศร้าเยอะไปแล้วนะ

ตัวละครตายเพียบ 555

0
กำลังโหลด
มั ง ก ร ข า ว Member 17 มี.ค. 60 16:31 น. 2

รู้จักเรื่องนี้จากซีรีส์ทีวี ชอบมาก มันมาก เข้มข้นมาก เป็นเรื่องที่คาดเดายากจริงๆ ตัวละครที่คิดว่าไม่น่าจะตายก็ตายแบบชวนช็อค ช่วงหลังๆ ยิ่งมันใหญ่เพราะปมทุกอย่างเข้าที่แล้ว ตอนนี้ได้แต่อดทนรอซีซั่นต่อไป TT

0
กำลังโหลด
skyzkaii Member 17 มี.ค. 60 17:20 น. 3

มีสาระมากเลย แต่เราขออ่านอย่างเดียวละกันจินตนาการยังไม่ไกลพอ 555 *รอซีซั่นใหม่มา***

0
กำลังโหลด
เพนกวินชายหาด Member 18 มี.ค. 60 00:28 น. 4

ตามเรื่องนี้ต้องไม่ผูกพันกับตัวละคร...ลุงแกฆ่าซะไม่ได้ตายดีซักตัว T^T

สะเทือนใจทั้งเจ้าชายโอเบริน มาจอรี่ และทอมมิน

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
NATA-P Member 9 ก.ค. 60 16:02 น. 11

มีความตัวละครตายกันทุกซีซั่นนะจ๊าาาา 55555

เราก็เพิ่มแต่งนิยายเหมือนกัน ขอบคุณมากนะคะที่มาแบ่งปันเคล็ดลับดี ๆ




ใครสนใจจิ้มโล้ดดดดดดดดด

0
กำลังโหลด
Namfa123 Member 26 เม.ย. 63 04:27 น. 12

กำลังเเต่งนิยายเเฟนตาซีเรื่องเเรกเลย พอมาอ่านเเบบนี้เเล้ว จินตนาการเรายังไปได้อีกไกลเลย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด