แนะนำ! เทคนิคเพิ่มความน่าสนใจให้นิยาย ได้ด้วยการ ‘Quote’



แนะนำ! เทคนิคเพิ่มความน่าสนใจให้นิยาย
ได้ด้วยการ ‘Quote’

 



สวัสดีค่ะน้องๆ นักอ่านนักเขียนเด็กดีไรท์เตอร์^^ กลับมาพบกับพี่หวานอีกครั้งที่คอลัมน์ กลเม็ดเคล็ดลับ กับการแนะนำเทคนิคที่จะช่วยให้งานเขียนนิยายมีมิติมากขึ้น สำหรับวันนี้พี่หวานก็มีเทคนิคที่หลายคนอาจจะรู้จักหรือว่าเคยใช้มาบ้างอยู่แล้วนั่นก็คือ การโควท(Quote) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้นิยายนั่นเองค่ะ

ลักษณะของการโควทที่พี่หวานจะพูดถึงในวันนี้ก็มีสาเหตุมาจากการที่พี่หวานติดตามละคร Cupid the series อยู่นั่นเองค่ะ ยิ่งตอนที่เพิ่งจบไปอย่าง กามเทพออกศึก ถ้าน้องๆ ได้ดูละครเหมือนพี่หวานก็จะพบว่ามีหลายฉากมากที่พระนางจะพูดข้อความจากหนังเรื่องดัง จนกลายมาเป็นความโดดเด่นของละครคอมเมดี้เรื่องนี้เลยล่ะค่ะ

 

(รูปภาพจาก : http://www.broadcastthai.com/index2.php)
 

การโควทหรือการอ้างอิง เป็นการยกข้อความมาจากที่ไหนสักแห่งและเราต้องระบุที่มาเพื่อถือเป็นการให้เครดิตข้อมูลต้นฉบับที่เรายกมาด้วย ซึ่งเมื่อข้อความนั้นปรากฏขึ้นในชิ้นงานหรือผลงานจะช่วยสร้างความน่าสนใจ ไปจนถึงการทำให้เกิดความสงสัย เกิดความอยากรู้ถึงที่มาของข้อความนั้นๆ ให้แก่ผู้อ่าน หรือถ้าเป็นโควทที่ลึกซึ้งกินใจก็จะช่วยให้ผู้อ่านสามารถจดจำได้เป็นอย่างดี พี่หวานเองก็เป็นคนหนึ่งนะคะที่เวลาอ่านหนังสือแล้วถ้าเจอโควทดีๆ จะจดเอาไว้ใช้เป็นแคปชั่นบ้าง เอาไว้อัพสเตตัสบ้าง ยิ่งตอนที่เรียนแล้วต้องทำรายงานนี่แหละค่ะ การที่ต้องมีการอ้างอิงอย่างเป็นทางการยิ่งทำให้รู้ว่า การยกข้อความของผู้อื่นมานั้น สิ่งสำคัญมากคือเราต้องระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจนด้วยค่ะ
 
ข้อควรระวัง!  การโควทที่ดีไม่ควรจะมีมากเกินไป เพราะเมื่อเรานำโควทจากที่อื่นมาใช้มากเกินไป ผู้อ่านจะรู้สึกว่านั่นไม่ใช่ผลงานที่เป็นไอเดียของเราอย่างแท้จริง และที่สำคัญคืองานของเราจะถูกกลืนความเป็นตัวเราไปด้วยโควทจากคนอื่นนั่นเองค่ะ

น้องๆ น่าจะเคยรู้สึกเหมือนพี่หวานนะคะ เวลาที่เราอ่านนิยายหรืออ่านผลงานของนักเขียนที่เราชื่นชอบสักคนเนี่ย จะสัมผัสและรับรู้ได้เลยว่านี่แหละคืองานเขียนของคนๆ นี้ เพราะภาษา การบรรยาย ไปจนถึงพล็อตเรื่องล้วนเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความเป็นตัวผู้เขียนทั้งนั้น แน่นอนว่าถ้าน้องๆ อ้างโควทจากที่อื่นมามากเกินความจำเป็น แทนที่ผู้อ่านจะได้ซึมซับผลงานที่เป็นตัวตนของเรา ก็อาจจะเกิดความรู้สึกสับสนที่ว่าตกลงนี่คืองานของใครเขียนกันแน่?

ที่สำคัญกว่านั้นคือ เราควรจะเลือกยกโควทที่สัมพันธ์กับงานเขียนของเรามาใส่ค่ะ และน้องๆ จะต้องทำความเข้าใจกับความหมายของโควทนั้นให้ดีซะก่อน เพราะถ้าเกิดเลือกหยิบมาใช้ในงานของตัวเองโดยที่ยังไม่เข้าใจ และกลายเป็นว่าข้อความนั้นไม่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องเลย แทนที่ผู้อ่านจะรู้สึกประทับใจและรู้สึกว่าข้อคามนั้นน่าจดจำ อาจจะกลายเป็นความสงสัยและส่งผลให้ความอยากอ่านเรื่องราวต่อไปลดน้อยลงได้ค่ะ

 


ตัวอย่างการโควทข้อความ จากเรื่องกามเทพออกศึก
 


ต้องบอกก่อนเลยค่ะว่าพี่หวานเองก็เป็นอีกคนที่ไม่พลาดละครเซ็ตนี้ที่กำลังฉายอยู่ โดยเฉพาะเรื่องปัจจุบันอย่าง กามเทพออกศึก ตอนแรกดูเพราะเคมีนักแสดงก่อนเลยค่ะ ตั้งแต่ตอนฟิตติ้งพี่หวานรู้สึกประทับใจเคมีความเข้ากันของตัวเอกในเรื่องก็คือ คริส หอวัง และ ปั้นจั่น ปรมะ ยิ่งตามอ่านข้อมูลแล้วพบว่า คุณอุมาริการ์ ผู้เขียนเรื่องนี้ได้วาดภาพตัวละครหอมหมื่นลี้ไว้โดยมีอิมเมจเป็นคริสหอวังก็เลยยิ่งเชื่อใจได้เลยว่าละครเรื่องนี้ต้องออกมาดีแน่ๆ (ก็แคสติ้งออกมาเป๊ะขนาดนี้นี่นา> <) ก่อนจะออกนอกเรื่องไปไกลกว่านี้ ถ้าใครที่ติดตามดูละครจะเห็นหลายๆ ฉากที่พระนางมีพูดโต้ตอบกันด้วยคำพูดจากหนังหรือละครเรื่องดังหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อความจากเรื่องไททานิก, Hobbits, Forrest gump เป็นต้น นั่นก็เพราะว่าตัวละครหอมหมื่นลี้กับปีมงคลนั้นชอบดูหนังมากเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นคือ ใต้ชุดคนขับแท็กซี่ที่พระเอกใส่อยู่ก็คือตัวตนของผู้กำกับหนังชื่อดังที่มีผลงานมากมาย เพราะฉะนั้นการยกโควทในหนังมาใส่ในละครจึงไม่ดูเป็นการแปลก แถมยังช่วยเพิ่มจุดร่วมที่พระนางมีความสนใจตรงกันให้น่าติดตามอีกด้วย ซึ่งการรับส่งโควทของตัวละครเมื่อฝ่ายหนึ่งพูดขึ้น และอีกฝ่ายโต้กลับด้วยชื่อเรื่อง เป็นอีกหนึ่งการแสดงที่คริสและปั้นจั่นรับส่งได้อย่างลงตัวราวกับเป็นตัวละครที่เดินออกมาจากหน้าหนังสือเลยค่ะ

ส่วนถ้าใครที่ไม่ได้ตามดูละครแต่เป็นแฟนหนังสือของคุณอุมาริการ์ จะเห็นว่าในหนังสือค่อนข้างต่างจากละครหลายอย่าง โดยในหนังสือจะมีการยกโควทมาเป็นชื่อตอนค่ะ และเนื้อเรื่องในแต่ละตอนก็จะสัมพันธ์กับชื่อตอนด้วย

 


(หนังสือกามเทพออกศึก, หน้า 106)

ยกตัวอย่างเช่น จากตอนหนึ่งที่หอมหมื่นลี้ตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองนอนพักอยู่ในห้องพักของโรงแรมพิชยปุระ ซึ่งตัวเธอเป็นคนที่บ้าการแต่งหน้ามากๆ เรียกว่าไม่เคยมีใครได้เห็นหน้าสดกันเลยล่ะ แต่การที่เธอต้องตื่นขึ้นมาริมทะเลแถมยังมีนายปี หรือปีมงคล คนขับรถแท็กซี่ประจำตัวอยู่ด้วย ก็เลยเกิดความไม่มั่นใจแม้ว่าปีจะบอกและย้ำอยู่เสมอว่าเวลาที่เธอไม่แต่งหน้าก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร อย่างตอนนี้ก็มีการโควทคำพูดจากเรื่อง เรียร์ วินโดว์(Rear window) มาเป็นชื่อตอนว่า ‘ผู้หญิงไม่ควรไปไหนโดยไม่ได้เตรียมเมกอัป เสื้อผ้า และเครื่องประดับ…เว้นแต่ไปโรงพยาบาล' กรณีนี้หอมหมื่นลี้ผู้เป็นลมหมดสติไปก็ไม่ได้เตรียมอุปกรณ์อย่างเช่นเสื้อผ้ามาเปลี่ยน หรือกระเป๋าเครื่องสำอางใบใหญ่มาด้วย เพราะใครจะไปคิดว่าเธอจะเมาเครื่องบินจนเป็นลมไปแบบนี้ซึ่งก็สอดคล้องกับชื่อตอนที่เป็นคำโควทมาอย่างเหมาะเจาะ น้องๆ จะเห็นเลยว่าการยกคำโควทมาใช้อย่างเหมาะสมควรจะเป็นการยกในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาและให้เครดิตที่มาของข้อความอย่างชัดเจนค่ะ 

 


(หนังสือกามเทพออกศึก, หน้า 190)

หรือจะเป็นเหตุการณ์ตอนที่คนรักเก่าของปีมงคลกลับมาหา พร้อมนำเอาความทรงจำเก่าๆ ทั้งดีและไม่ดีกลับมาด้วย เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างหนักสำหรับตัวพระเอกเลยค่ะ เพราะว่าคนตรงหน้าคือคนที่ตนเคยรักถึงขนาดเกือบแต่งงานด้วย ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้รักแล้วแต่แค่มองหน้าเธออีกครั้งปีมงคลก็สามารถจดจำทุกอย่างได้อย่างแม่นยำราวกับว่าความเจ็บปวดจากการโดนทิ้งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งชื่อตอนนี้คือ 'อดีตทำให้เจ็บปวด แต่คุณสามารถเลือกอย่างใดอย่างนึ่งได้ระหว่างการวิ่งหนีกับเรียนรู้มัน' จากเรื่อง Where the heart is เป็นโควทที่ถ่ายทอดความรู้สึกของปีมงคลว่าจะต้องเรียนรู้เเละก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไปให้ได้ เพราะเขาหนีปัญหานี้มานานเกินไปแล้วนั่นเองค่ะ


 

(หนังสือกามเทพออกศึก, หน้า 106)

และจากหนังสือเล่มนี้มีตอนที่พี่หวานประทับใจตั้งแต่ได้อ่านตัวอักษรเเรกซึ่งโควทมาเป็นชื่อตอนสุดแสนจะบีบหัวใจ ก็คือตอนชื่อว่า 'ฉันรู้ว่าฉันมีหัวใจ เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ามันกำลังแตกร้าว' จากเรื่อง Great expectations ซึ่งเป็นตอนที่หอมหมื่นลี้เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าคนรักของเธอ หรือคนที่เธอรู้จักมาตลอดสามปีว่าเป็นคนขับแท็กซี่ชื่อปีมงคลนั้น เเท้จริงเป็นผู้กำกับในนาม พีท เอ็ม. มิหนำซ้ำหนังสั้นที่กำลังเปิดตัวหลังจากได้รางวัลชิ้นโบว์แดงมาก็คือหนังเกี่ยวกับเธอโดยที่หอมหมื่นลี้ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลยว่าโดนเขาแอบถ่ายมาตลอด พี่หวานว่าเหตุการณ์นี้เป็นใครก็คงยอมรับได้ลำบากอยู่นะคะถ้าต้องมารู้ว่าตัวเองโดนคนที่ไว้ใจแอบถ่ายชีวิตส่วนตัวไปทำหนังเเบบนี้T^T  ซึ่งการเลือกโควทประโยคข้างต้นมาใช้ตั้งเป็นชื่อตอน เป็นเหมือนการเกริ่นให้ผู้อ่านเตรียมพร้อมรับรู้สัญญาณของการดราม่าที่กำลังจะเกิดขึ้นในเนื้อเรื่อง 

พี่หวานคิดว่ากามเทพออกศึกในฉบับที่เป็นนิยายถ่ายทอดอารมณ์ได้ละเอียดกว่าในละครอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการโควทคำมาตั้งเป็นที่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องตามแบบฉบับของคุณอุมาริการ์ถือเป็นอีกเทคนิคที่น่าสนใจมากเลยค่ะ เพราะมันส่งผลให้พี่หวานอินไปกับการอ่านนิยายได้ง่ายมากและแน่นอนว่าหลังจากที่ได้ดูละคร จนไปตามอ่านหนังสือนิยายก็เเล้ว สารภาพเลยค่ะว่าไม่สามารถจินตนาการภาพนักแสดงเป็นคนอื่นได้เลย ต้องเป็นคริส หอวังและปั้นจั่น ปรมะนี่แหละค่ะ ใช่เลย! 


เห็นแล้วใช่มั้ยคะว่าการโควทข้อความนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย บางอย่างมากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี สิ่งที่พอดีคือสิ่งที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่ดีกว่าที่สุดก็คือการสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองให้เป็นตัวของตัวเอง จนมีคนอื่นนำข้อความที่เกิดจากความคิดของเราไปโควทต่อนั่นเองค่ะ พี่หวานเชื่อว่าถ้าน้องๆ ตั้งใจต้องเขียนได้ดีแน่นอน ยังไงก็อย่าให้น้ำหนักไปที่การโควทข้อความของคนอื่นจนลืมใส่ความเป็นตัวเองลงไปในงานเขียนแต่ละชิ้นนะคะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยทำให้น้องๆ หลายคนได้รับแรงบันดาลใจไปปรับใช้ในนิยายได้ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ ^____^

 
พี่หวาน

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Megan Ignacia Member 13 พ.ค. 60 09:46 น. 1

จะว่าไป เราก็เคยแต่งนิยายโดยใช้ชื่อบทเป็นท่อนนึงจากเนื้อเพลง แล้วเนื้อหาในบทก็สัมพันธ์กับเนื้อเพลงท่อนนั้น รู้สึกว่าหายากเหมือนกันนะ 5555

0
กำลังโหลด

2 ความคิดเห็น

Megan Ignacia Member 13 พ.ค. 60 09:46 น. 1

จะว่าไป เราก็เคยแต่งนิยายโดยใช้ชื่อบทเป็นท่อนนึงจากเนื้อเพลง แล้วเนื้อหาในบทก็สัมพันธ์กับเนื้อเพลงท่อนนั้น รู้สึกว่าหายากเหมือนกันนะ 5555

0
กำลังโหลด
TheGrinner Member 13 พ.ค. 60 11:14 น. 2

"Behind every great fortune there'e a crime"

หรือก็คือ

"เบื้องหลังทุกโชคอันยิางใหญ่นั้นคืออาชญากรรม"


- Honoré de Balzac นักเขียนนิยายชาวฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 19


โควทหัวเรื่องของนิยายมาเฟียก็อดฟาเธอร์โดยมาริโอ พูโซค่ะ คำเดียวอธิบายได้ตั้งแต่รุ่นปู่พระเอก(ในที่นี่ขอหมายถึงไมเคิล คอลิโอเน่)


นิยายของเราร่ายมาเป็นเนื้อเพลงเลยค่ะ แต่คำสำคัญคือ "ทั้งหมดที่ฉันให้ได้คือความทรงจำ รับมันไว้และจะรู้ว่าฉันไม่เคยทอดทิ้งคุณ" เพลงจาก Raign ค่ะ ธีมของเรื่องเลย (กลิ่นความเป็น tragedy ลอยมาเต็ม) XD


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ นะคะ :3

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด