​97 ข้อนี้ อยากให้นักเขียนมาฟัง (ภาค 2)


97 ข้อนี้ อยากให้นักเขียนมาฟัง (ภาค 2)


สวัสดีชาวนักเขียนเด็กดีทุกคนค่ะ เมื่อไม่นานมานี้ แอดมินได้ทำบทความ 90 ข้อนี้อยากให้นักเขียนมาฟัง ไป ถ้าใครจำกันได้จะรู้ว่าบทความนั้นแชร์เทคนิคและเคล็ดลับการเขียนของนักเขียนดังๆ ทั่วโลก ตัวแอดมินเองเป็นนักเขียนเหมือนกัน อ่านแล้วรู้สึกว่าได้ประโยชน์มากทีเดียว วันนี้ก็เลยตัดสินใจมาทำภาคสองต่อ เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับนักเขียนทุกคนได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

 

ลองเอาเทคนิคพวกนี้ไปใช้ดูนะคะ
งานเขียนของเราจะได้สนุกมากขึ้นไปอีก

 


 

ฮิลารี่ แมนทัล

1 ถ้าหากจริงจังกับอาชีพนักเขียน จงเขียน   

2 อยากเป็นนักเขียน แนะนำให้อ่านเยอะๆ และพยายามเขียนให้ได้ทุกวัน เราเชื่อว่าคุณจะไม่ชอบคำแนะนำประเภท ตื่นมาควรเขียนเลย แต่ถ้าหากทำได้ จะเป็นเรื่องที่ดีกับตัวเองมากๆ

3 หนังสือหรือคอร์สสอนเป็นนักเขียนไม่ใช่เรื่องจำเป็น ตราบใดที่คุณมีความมั่นใจและตั้งใจจริง สามารถฝึกฝนด้วยตัวเองได้ทุกวัน ไม่ต้องไปเรียนหรืออ่านเอาจากใคร

4 จงเขียนหนังสือที่ตัวเองอยากอ่าน ถ้าคุณเขียนเองยังไม่ชอบ คนอ่านเขาก็ไม่ชอบเหมือนกัน

5 ถ้ามีไอเดียเรื่องการเขียน อย่าได้มั่นใจในตัวเองมากจนปล่อยผ่านและไม่จด อาจเสียงานดีๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

6 ไม่อาจใช้ทุกไอเดียที่คิดมาเขียนหนังสือได้ ต้องพิจารณาด้วยว่ามันเหมาะกับการเป็นหนังสือหรือไม่

7 บทนำสำคัญมาก อย่าเผลอเฉลยรายละเอียดมากกว่าที่ควรจะเป็น

8 ย่อหน้าแรกต้องประณีตและตั้งใจ คนอ่านอ่านเจอครั้งแรก ควรต้องให้พวกเขาได้อ่านของที่ดีที่สุด

9 ต้องรู้จักเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ดันทุรังเขียนไปเรื่อยๆ ทั้งที่เขียนไม่ออก ถ้ารู้สึกว่านิยายไม่ใช่ ผิดที่ผิดทาง ควรกล้าพอที่จะทิ้งของเก่าและเขียนใหม่ทั้งหมด อาจได้สิ่งที่ดีกว่าก็ได้

10 การกระทำและบุคลิกของตัวละครควรจะสอดคล้องกัน ไม่ใช่ตัวละครใจดีมากๆ แล้วตอนจบจู่ๆ ก็เลือดเย็นโหดร้ายกะทันหัน

11 ถ้าเขียนไม่ออก แนะนำให้ลุกจากโต๊ะ ไปเดินเล่น ไปอาบน้ำ ฟังเพลง ทำอะไรก็ได้ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเอง แต่ไม่แนะนำให้ไปพบเพื่อนหรือสังสรรค์ เราอยากให้อยู่กับตัวเองมากกว่า จะได้คิดพล็อตออก

12 อยากเป็นนักเขียนต้องรู้จักฝัน ไม่ใช่เขียนถึงแต่ข้อเท็จจริง เหตุผล ตัวเลข นั่นไม่เรียกงานเขียน 

 

ไมเคิล มัวร์ค็อก

13 กฎการเขียนข้อแรกคือต้องอ่านให้เยอะที่สุด ไม่ว่าคุณจะเขียนแนวไหนก็ต้องอ่านทุกแนว แฟนตาซี วิทยาศาสตร์ แนวรัก พีเรียด อ่านให้หมด มันจะช่วยให้คุณเขียนได้ดี

14 เทคนิคนี้อาจฟังแปลกๆ หน่อย แต่อยากให้ฟังกันดู ถ้ามีพล็อตนิยายที่เราชอบมากๆ ให้ลองนำมาเขียนในแบบของเราเองดู แต่ไม่ใช่ลอกเลียนทุกแบบนะ อันนี้มันเหมือนเวลาเราชอบภาพวาดของใคร ก็ลองลากลายเส้นตาม ประมาณนั้น

15 ตัวละครหลักควรออกมาตั้งแต่ช่วง 1/3 ของเรื่อง ไม่ใช่ออกมากลางเรื่อง นั่นไม่ใช่ตัวละครหลัก

16 พัฒนาการของตัวละครควรจะเกิดขึ้นในช่วง 2/3 ของเรื่อง
17 ไขปม คลายปม และเรื่องราวลึกลับทั้งหลายช่วง 3/3 ของเรื่อง

18 พล็อตนิยายที่เรียกกันว่าน้ำเน่าอาจฟังดูลบ แต่เชื่อเราว่ามันขายได้เสมอ และนักเขียนทุกคนควรทดลองเขียนดู

19 อารมณ์ของตัวละครสำคัญมาก ต้องระวังและเขียนให้สม่ำเสมอต่อเนื่อง

20 ละทิ้งกฏทุกกฏ และเขียนนิยายในแบบของตัวเอง เลือกเขียนในสไตล์ที่ชอบ เล่าในแบบที่เราอยากเล่า

 

ไมเคิล มอร์เปอร์โก

21 เมื่อใดที่เจอเหตุการณ์ดีๆ น่าประทับใจแนะนำให้จดเอาไว้ หรือเขียนเป็นสเตตัสในเฟซบุ๊กก็ได้ เก็บเกี่ยวความรู้สึกในช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ มันจะสามารถช่วยให้คุณเขียนนิยายได้ลึกมากขึ้น

22 หาแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จะช่วยให้เขียนนิยายได้สมจริงมากขึ้น

23 การเขียนนิยายต้องใช้เวลา

24 นิยายหนึ่งเรื่องเริ่มจากประเด็นเดียว แล้วค่อยๆ แตกออกเป็นรายละเอียดยิบย่อย

25 เมื่อไหร่ที่เขียนไม่ออก แนะนำให้เขียนบทสนทนา เพราะไม่ยากเท่าการบรรยาย ถ้ายังเขียนไม่ออกอีก จงนึกถึงบทสนทนาเก่าๆ ที่เคยพูดกับเพื่อน

26 เมื่อเขียนจบบทแล้ว แนะนำให้เริ่มบทต่อไปไว้สักเล็กน้อย พอครั้งหน้ามาเขียนจะได้ต่อติดได้เลย

27 ถ้าอยากเขียนให้อินๆ แนะนำให้เอาสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตมาเขียน แต่แน่นอน สถานการณ์ไม่จำเป็นต้องจบลงแบบเดียวกัน เพราะในนิยาย เราเหมือนพระเจ้า จะกำหนดอะไรก็ได้

28 เมื่อเขียนจบรอบแรก แนะนำให้อ่านทวนอย่างละเอียดหนึ่งรอบก่อน แล้วค่อยเริ่มรีไรท์

 

แอนดรูว์ โมชั่น

29 ควรเลือกให้ได้ว่า จะเขียนกลางวันหรือกลางคืน จะได้แบ่งเวลาการเขียนให้ถูก

30 เวลาเขียนนิยายต้องใช้ความรู้สึกมากพอกับใช้สมอง

31 สร้างตัวละครที่แตกต่างกันเยอะๆ จะทำให้เรื่องมีเสน่ห์

32 ในนิยายมีเรื่องไม่สมจริงเกิดขึ้นได้มากมายพอกับชีวิตจริง

33 ตัวละครสามารถพัฒนาได้ และไม่พัฒนาก็ได้เช่นกัน ก็เหมือนคนในชีวิตจริงน่ะแหละ

34 ควรเป็นคนตัดสินใจนิยายของตัวเอง แทนที่จะให้คนอื่นตัดสินใจแทน

35 คิดให้กว้าง คิดให้ใหญ่ การเขียนนิยายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิด

36 เขียนเผื่อพรุ่งนี้ด้วย อย่าคิดจะเขียนแค่สำหรับวันนี้

37 เขียนเยอะๆ เขียนจริงจัง

38 ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ คนจะยอมรับหรือไม่เป็นอีกเรื่อง

 

จอยซ์ แครอล โอ๊ตส์

39 อย่าไปหานักอ่านในอุดมคติเลย ให้ตั้งใจกับงานของตัวเองดีกว่า

40 หัดทำตัวเป็นบรรณาธิการของตัวเอง รู้จักวิจารณ์งานของตัวเอง ตำหนิงานตัวเองบ้าง เอาแต่ชมไม่มีวันพัฒนาหรอก

41 เขียนงานที่แปลกใหม่ และทันสมัย อย่าไปยึดติดกับสไตล์เก่าๆ ของคนอื่น เราควรได้สร้างงานในแบบของเราเอง

42 ถ้าจะเขียนงานแปลกใหม่ ก็ต้องเตรียมทำใจเรื่องคนอ่านด้วย แต่ยังไงคุณก็ได้ทำในสิ่งที่รัก นั่นสำคัญที่สุดแล้ว 

43 การเขียนงานที่ตัวเองชอบ เป็นเรื่องอันตรายและเสี่ยง แต่ก็คุ้มค่าที่จะลองทำดู

44 เขียนอย่างมีความหวัง และอย่าคาดหวัง  

 

แอนนี่ พรูซ์

45 เขียนช้าๆ และตั้งใจเต็มที่

46 เทคนิคส่วนตัวของฉันคือ เขียนด้วยปากกาหรือดินสอ มันช่วยให้ฉันมีสมาธิและตั้งใจได้มากขึ้น

47 เลือกหัวข้อที่สนใจมาเขียน

48 อ่านให้มากและหลากหลาย จะทำให้เราเขียนได้ดีขึ้น

49 การรีไรท์เป็นเรื่องสำคัญมาก ใส่ใจทั้งหัวข้อ ประโยค บทสนทนา เรื่องราว และพล็อต

 

เอียน แรนกิน

50 อ่านให้มาก เขียนให้มาก และรู้จักวิจารณ์ตัวเองด้วย

51 รู้จักยอมรับคำวิจารณ์ของคนอื่นด้วย

52 อยากเป็นนักเขียนต้องอดทน

53 อยากเป็นนักเขียนอย่ายอมแพ้

 

วิลล์ เซลฟ์

54 เขียนให้จบเรื่องเสียก่อน เขียนให้ถึงประโยคสุดท้าย แล้วค่อยกลับมาแก้ไข อย่าเขียนไปแก้ไป เพราะจะทำให้เสียสมาธิและนิยายไม่เดิน

55 เมื่อถึงตอนแก้ไข เป็นเรื่องสำคัญที่สุด นิยายจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ตรงนี้เลย

56 พกสมุดติดตัวเสมอ หรืออย่างน้อยก็ต้องมีโทรศัพท์มือถือ ถ้าหากคิดอะไรออก อยากให้จดเลย เขาว่ากันว่าคนเราจะลืมภายใน 3 นาที

57 อ่านหนังสือทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นนิยาย เรื่องสั้น ฮาวทู หรืออะไรก็ตาม มันช่วยพัฒนาการเขียนได้

58 ถ้าคุณเป็นนักเขียนที่ตีพิมพ์นิยายแล้ว อย่าหลงว่าตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อเริ่มเรื่องใหม่ คุณจะเหมือนนักเขียนคนใหม่เสมอ

59 เขียนนิยายจากการใช้ชีวิต คุณมองชีวิตอย่างไร ก็เขียนลงไปแบบนั้น

60 โลกของนักเขียนไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ารับมือไม่ไหว ก็อย่าเข้ามาร่วมเลย

61 งานเขียนนิยายไม่ใช่การทำงานกลุ่ม ท้ายที่สุด คนเดียวที่จะรับผิดชอบงานเขียนได้คือคุณ คนที่รับคำชมคำติ มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้น คนอื่นร่วมด้วยไม่ได้

 

เฮเล็น ซิมพ์สัน

62 ฉันมีวิธีแก้ปัญหาการเขียนไม่ออก ด้วยการเขียนคำคำหนึ่งใส่กรอบเอาไว้เตือนตัวเองเสมอ และคำคำนั้นคือ “เลิกบ่นและเขียนต่อซะ”

 

เซดี้ สมิธ

63 อยากเป็นนักเขียน ต้องอ่านหนังสือให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเยอะได้ สะสมไว้เป็นคลังความรู้

64 ถ้ายังสับสนอยู่ อย่าเพิ่งเขียนลงไป แนะนำให้รอให้ความคิดตกผลึกก่อน งานเขียนจะได้มั่นคง

65 ให้เวลาตัวเองในการเขียนและให้เวลาตัวเองในการแก้ไขงาน

66 อย่าไปสนใจคำวิจารณ์มาก งานเขียนเมื่อออกจากมือเราแล้ว มันไปสู่สาธารณะ และผู้คนมีสิทธิ์ที่จะพูดถึงมัน

67 เวลาเขียนนิยาย อย่าเข้าอินเทอร์เน็ต

68 เวลาเขียน อยากให้อยู่กับตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ ควรเขียนเงียบๆ คนเดียว ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น

69 แม้นิยายจะประสบความสำเร็จก็อย่าหลงระเริง สิ่งสำคัญไม่ได้จบแค่การมีคนชื่นชอบนิยายของเรา แต่เป็นเรื่องของการพยายามหาแรงบันดาลใจมาเขียนนิยายใหม่ๆ ให้ได้ต่างหาก

70 จงเขียนเล่าถึงความจริงที่คุณเจอมา จะเรื่องสนุก เศร้า ตลก ทุกอย่างสามารถถ่ายทอดได้หมด

 

คอห์ม ทอยบิน

71 ถ้าอยากเขียนต้องเขียนให้จบ

72 รีบเขียนแต่เช้า กินข้าวแป๊บนึง แล้วเขียนต่อ เขียนไปจนถึงเวลานอนเลย (อันนี้มโนเอา)

73 ลองอ่านงานเขียนของนักเขียนบ้าๆ ดู สะใจดีนะ

 

โรส ทรีเมน

74 เขียนในสิ่งที่รู้เป็นเรื่องดี แต่ควรผสมผสานความแปลกใหม่และมุมมองของตัวเองลงไปในนิยายด้วย คนอ่านจะได้รายละเอียดใหม่ๆ ไม่ซ้ำซากจำเจแต่เรื่องเดิมๆ  

75 จุดเริ่มต้นงานเขียนแต่ละเล่มเป็นเรื่องที่น่าศึกษา ถ้าเป็นไปได้ ลองอ่านประวัตินักเขียนคนอื่นๆ ด้วย มันช่วยเปิดโลกได้ดีเหมือนกัน

76 เขียนจบครั้งแรกแล้วอย่าเพิ่งมั่นใจว่ามันดี อยากให้ทิ้งระยะไปสักพักแล้วกลับมาอ่านใหม่ จะได้ดูข้อผิดพลาดต่างๆ ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง และปรับแก้ได้

77 ควรหาผู้อ่านที่ไว้ใจได้มาช่วยอ่านงานเขียนของเรา จะได้รับฟังคำวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่ยังไงก็ไม่ควรเขียนเองอ่านเอง

78 เวลาได้ไอเดียต่างๆ อยากให้จดออกมาก่อน อย่าเพิ่งมั่นใจว่าจะต้องเขียนแบบนี้ๆ แต่ควรจะนำข้อมูลต่างๆ มารวมไว้ แล้วรอจนกว่ามันจะตกตะกอนก่อนค่อยเริ่มเขียน

79 เวลาเขียน ฉันไม่วางแผนตอนจบไว้ก่อน เพราะเป็นคนเปลี่ยนใจอยู่เสมอ ที่สำคัญ ฉันอยากให้งานของฉันสดใหม่

80 เป็นนักเขียนเรียนจากสิ่งต่างๆ รอบตัวได้หมด ทั้งดูหนัง ดูละคร หรืออะไรก็ตาม ทุกอย่างสามารถนำมาปรับใช้ในนิยายได้หมด

81 ลองเขียนบทแรกในนิยายไว้หลายๆ บท แล้วเอามาเลือกอีกที

 

ซาร่าห์ วอเทอร์ส   

82 อ่านให้มากที่สุดเท่าที่จะอ่านได้ และอย่าอ่านผ่านๆ อยากเป็นนักเขียนควรอ่านแบบวิเคราะห์และใส่ใจในทุกๆ ส่วน ดูโครงเรื่อง ดูพล็อต ดูตัวละคร ดูบทสนทนา ดูสไตล์การเล่าเรื่องของนักเขียนคนนั้น เผื่อจะนำมาปรับใช้กับนิยายของเราได้

83 ไม่ควรเขียนเยิ่นเย้อ ตัดพวกน้ำๆ ออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ งานเขียนที่ดีไม่ควรมีรายละเอียดเยอะจนเกินไป ค่อยๆ ทยอยเล่าทีละบทๆ น่าจะดีกว่า

84 จงเขียนให้เหมือนทำงานจริง เราทำงานทุกวันก็ต้องเขียนให้ได้ทุกวัน กำหนดขั้นต่ำในแต่ละวันไปเลยว่าจะเขียนให้ได้กี่ตัว กี่หน้า

85 การเขียนนิยายไม่ใช่การระบายความรู้สึกของตัวเอง เราเขียนให้คนอ่านอ่าน งานจึงต้องประณีตบรรจง ตั้งใจ และเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ งานเขียนนิยายนั้นเหมือนศิลปะ แฝงด้วยเรื่องราว จินตนาการ และฉากอันน่าสนใจ การเขียนนิยายเราต้องอดทนและวางแผนให้ดี  

86 การสร้างตัวละครเป็นเรื่องของศิลปะ เราต้องเคารพในผลงานของตัวเอง และเคารพในตัวละครของเรา

87 สร้างตัวละครอย่างเป็นตัวของตัวเอง แต่ก็มีความเป็นจริงด้วย ไม่ใช่เขียนแบบอยากเขียนอะไรก็เขียน ทุกตัวควรแตกต่าง แปลกใหม่ แต่สมจริงและเข้าถึงได้

88 อย่าเขียนแบบน้ำท่วมทุ่ง เอาเฉพาะที่จำเป็นก็พอ ยิ่งถ้าเป็นมือใหม่ ไม่แนะนำให้เขียนทุกอย่างที่คิด อยากให้ค่อยๆ เขียนและเลือกคำง่ายๆ มาเขียน ไม่ควรใช้ศัพท์หรูหราอลังการจนเกินไป เพราะจะทำให้นิยายดูฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ  

89 เขียนดีอย่างเดียวไม่พอ จะต้องรู้วิธีการเลือกเล่าเรื่องด้วย เราไม่สามารถเล่าทุกสิ่งทุกอย่างในนิยายได้ แต่ต้องเลือกมุมมาเล่า ดังนั้น ถ้าอยากเป็นนักเขียน คุณต้องรู้จักเลือกฉากที่น่าสนใจมานำเสนอ

90 อย่าพานิกหรือตกใจ ให้เขียนไปเรื่อยๆ เขียนแบบค่อยๆ เขียน ถ้าหากเจอทางตัน ก็อย่าเพิ่งเครียดจนเกินไป ให้หยุดก่อน แล้วย้อนกลับไปอ่านที่เขียนใหม่ เชื่อว่ามันจะมีปมบางอย่างซ่อนอยู่ และเราสามารถคลายปมอันนั้นได้

91 พรสวรรค์เป็นเรื่องสำคัญมากก็จริง แต่ความพยายามก็สำคัญเช่นกัน ต่อให้เขียนเก่งแค่ไหน ถ้าไม่เขียน ไม่ฝึกฝน งานเขียนของคุณก็น่าเบื่อได้ในสักวันหนึ่ง อยากเป็นนักเขียน ต้องฝึกฝนและต้องเขียนสม่ำเสมอ

 

เจเน็ตต์ วินเทอร์สัน

92 เขียนงานอย่างมีระเบียบวินัย อย่าให้อิสระตัวเองมากจนเกินไป ไม่งั้นคงไม่มีวันเขียนจบ

93 ถ้าเขียนไม่ออก ไม่แนะนำให้หยุดเขียน แต่แนะนำให้เขียนฉากอื่นก่อน ห้ามหยุดเป็นอันขาด

94 รักนิยายของตัวเอง

95 จริงใจกับตัวเองด้วย ถ้าเขียนไม่ดีก็ต้องยอมรับ และปรับปรุงแก้ใหม่ อย่าปล่อยงานที่ไม่ดีพอออกสู่คนอ่านเป็นอันขาด

96 ตั้งใจและทะเยอทะยานกับการเขียน แต่อย่าไปคาดหวังเงินทองหรือรางวัลตอบแทน

97 เชื่อมั่นในความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง และมีความสุขกับการเขียนเสมอ

 

ทีมงานนักเขียนเด็กดี 
 

ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

SailorVfan Member 22 ก.ค. 60 00:01 น. 1

แนวคิดดีมากๆเลยค่ะ สมแล้วที่มาจากความคิดของเหล่านักเขียนชื่อดัง

ไม่รู้เหมือนกันว่าวันไหนจะทำได้ครบหมด...แม้จะค่อยเป็นค่อยไป แต่จะพยายามนะคะ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่า :))

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

8 ความคิดเห็น

SailorVfan Member 22 ก.ค. 60 00:01 น. 1

แนวคิดดีมากๆเลยค่ะ สมแล้วที่มาจากความคิดของเหล่านักเขียนชื่อดัง

ไม่รู้เหมือนกันว่าวันไหนจะทำได้ครบหมด...แม้จะค่อยเป็นค่อยไป แต่จะพยายามนะคะ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่า :))

0
กำลังโหลด
bingbing189 Member 25 ก.ค. 60 01:19 น. 2

เจอข้อนี้แล้วสะดุ้ง! เพิ่งคิดมากกับเรื่องนี้อยู่พอดีTT


66 อย่าไปสนใจคำวิจารณ์มาก งานเขียนเมื่อออกจากมือเราแล้ว มันไปสู่สาธารณะ และผู้คนมีสิทธิ์ที่จะพูดถึงมัน


ได้อ่านบทความแล้วใจเย็นขึ้นเยอะเลย ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด