สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีไรเตอร์ทุกคนค่ะ วันนี้มาพบกับพี่ซูมคนเดิม เพิ่มเติมคือมีของดีมาบอกต่อค่ะ เนื่องจากว่า ณ ตอนนี้ เป็นช่วงเวลาของสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ (24 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม พ.ศ.2560) พี่ซูมก็เลยแอบอยากฉลองช่วงเวลาดีๆ อย่างนี้ ด้วยนำเสนอบทความ 5 ร้านหนังสืออิสระหลากสไตล์ที่หนอนหนังสือห้ามพลาด! เพื่อชวนน้องๆ มาทำความรู้จักร้านหนังสืออิสระให้มากขึ้นค่ะ ยังไงเบื้องต้นนี้ เรามาทำความรู้จักร้านหนังสืออิสระกันก่อนเลยดีกว่า
ร้านหนังสืออิสระคืออะไร ตอบ...ร้านหนังสืออิสระคือร้านหนังสือที่ไม่ได้มีดีแค่ขายหนังสือ แต่ยังเป็นแหล่งรวมตัวเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นของเหล่าบุ๊คส์เลิฟเวอร์ บางร้านถึงขั้นมีคาเฟ่อยู่ในร้านด้วย ฟังแล้วคิดว่านี่มันสรวงสวรรค์ชัดๆ ให้ไปทุกวันยังได้เลยใช่ไหมคะ 555 บางคนก็อยากไปอ่านนิยาย บางคนก็อยากไปเขียนนิยาย ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพราะฉะนั้น คอลัมน์นี้พี่ขออาสาพาชาวเด็กดีไปบุกร้านหนังสืออิสระในย่านกรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเราค่ะ จะได้รู้ว่าแต่ละร้านตั้งอยู่แถวไหน มีความเด็ดดวงอะไรบ้างที่โดดเด่นแตกต่างจากร้านหนังสือธรรมดาที่พบเห็นบ่อยๆ เผื่อใครสนใจจะได้ไปเที่ยวเยี่ยมชมร้านเหล่านี้กัน
Zombie Book ร้านหนังสือคอมมูนิตี้คนเมือง เอาใจนักอ่านสายโต้รุ่ง
โลโก้ร้านที่หลายๆ คนคุ้นหูคุ้นตา
ร้านนี้มีกิตติศัพท์ร่ำลือในหมู่ผู้คนย่านสุขุมวิท-เพชรบุรี หรือเรียกกันติดปากว่า RCA มากๆ พี่ซูมเคยคิดเหมือนกันว่าชื่อร้านเจ้าของอาจจะสื่อประมาณว่า “อ่านหนังสือได้ทั้งวันทั้งคืนไม่หลับไม่นอนเหมือนซอมบี้” แหม...ก็หนังสือมันสนุกจะให้วางลงได้ยังไง จริงมั้ยล่ะคะ 55
บรรยากาศหน้าร้านซอมบี้บุ๊คส์ เขียวเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล
บรรยากาศภายในร้าน มีหลายคนบอกแอบคล้ายเขาวงกตหนังสือเหมือนกันนะ
เอกลักษณ์อันโดดเด่นของร้านคือ ตอนกลางวันเป็นร้านขายหนังสือสไตล์คาเฟ่ มีเครื่องดื่มและของว่างราคากันเองให้เลือกสรรมารับประทานไประหว่างนั่งอ่านหนังสือ ส่วนตอนกลางคืนถ้าใครเป็นนักอ่านสายนกฮูกก็สามารถนั่งจิบกาแฟโต้รุ่งที่นี่ได้ไม่เสียเที่ยวแน่นอน นอกจากนี้ทางร้านยังเปิดให้เหล่านักอ่านเข้ามาใช้ห้องประชุม เสียบปลั๊กอินเตอร์เน็ตกันโดยไม่มีค่าบริการรายชั่วโมง เพียงแค่ซื้อหนังสือ สั่งเครื่องดื่มหรือของว่างเท่านั้น และพีคเป็นที่สุดคือคืนวันศุกร์กับวันเสาร์มีการแสดงดนตรีสดอีกด้วยนะ (ชั้นบน ๆ เป็นบาร์จ้า ถ้าอยากจะฟังเพลงรบกวนสั่งเครื่องดื่มตรงนั้นกันหน่อย) โอโห! ...เรียกได้ว่าเอาใจพลพรรครักหนังสืออย่างครบวงจร ชนิดที่ว่าสิงอยู่ในนี้กันได้ทั้งวันทั้งคืนไม่ต้องไปไหนกันเลยทีเดียว
เมื่อเหล่านักอ่านมาหาหนังสือเล่มโปรด
การเดินทาง : ถ้าใครอยากมาเยี่ยมเยียนล่ะก็ ร้านตั้งอยู่ที่โครงการ RCA Block D สามารถลง MRT สถานีเพชรบุรี แล้วต่อพี่วินมาอีกสามสิบบาท หรือถ้าอยากจะขับรถมาเองก็มีที่จอดภายในโครงการรองรับ ประทับตราจอดฟรีสามชั่วโมง เข้าชั่วโมงที่สี่เสียชั่วโมงล่ะสิบบาทค่ะ วันเวลาเปิดปิดคงไม่ต้องถามกันให้มากความ เพราะเปิดปิดเวลาเดียวกับร้านเซเว่นอิเลเว่น สะดวกทุกวันทุกเวลา
แผนที่ของร้าน
Candide ร้านหนังสือหลากอารมณ์ เอาใจนักอ่านสายฮิปสเตอร์
โลโก้เรียบหรู ดูชิคๆ สไตล์ก็องดิด
เชื่อว่าวินาทีนี้คงไม่มีชาวคลองสานคนไหนไม่รู้จักโครงการ The Jam Factory อันเป็นที่ตั้งของร้านหนังสือก็องดิด ร้านหนังสืออิสระที่เดิมเคยตั้งอยู่แถวสี่แยกคอกวัว ก่อนย้ายมาเปิดใหม่ที่นี่ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด กลายเป็นแหล่งชุมนุมนักอ่านแถบคลองสานเลย
บรรยากาศเมื่อมองจากด้านนอกร้าน
จุดเด่นของร้านก็องดิดคือ หนังสือหลากประเภทคุณภาพเยี่ยม ผ่านการคัดสรรโดยเจ้าของร้านซึ่งมีดีกรีเป็นถึงบรรณาธิการสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดให้ชาวบุ๊คส์เลิฟเวอร์เลือกซื้อไปอ่านกัน แถมร้านยังกว้างขวาง โปร่งโล่งสบาย สูดโอโซนรับบรรยากาศร่มรื่นจากสนามหญ้าและต้นไม้ใหญ่หน้าร้านเลยทีเดียวค่ะ
สำหรับใครอยากจิบกาแฟกินขนมไปด้วย สามารถสั่งจากร้าน ไล-บรา-รี่ ที่อยู่ใกล้กันได้เลยโดยไม่ต้องออกไปไหนให้ไกล ที่สำคัญนอกจากหนังสือแล้ว ทางร้านยังมีผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ The Archivist จำพวกกระดาษ โปสการ์ดและสมุดจากศิลปินหลายท่านเลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านไปใช้ให้หนำใจ ส่วนถ้าใครเบื่ออยากจะแวะไปเดินร้านอื่นในโครงการ The Jam Factory ก็ได้นะคะ พี่แว่วมาว่าข้างในมีร้านอาหารอร่อยบรรยากาศดีติดริมแม่น้ำด้วย อิ่มอร่อยเติมอาหารให้สมองและท้องครบกระบวนความขั้นสุด
นักอ่านมาหาหนังสือกันอุ่นหนาฝาคั่งมากเลยค่ะ
การเดินทาง : แสนจะสะดวกสบาย จากรถไฟฟ้าบีทีเอสให้นั่งลงสถานีกรุงธนบุรี ออกประตูหนึ่งหรือสามก็ได้ค่ะ จากนั้นน้องสามารถต่อพี่วินคนเดิมเพิ่มเติมคือไวมากๆ หรือจะเลือกรถเมล์ ปอ.84 มาลงตลาดคลองสานพลาซ่า เมื่อเดินเข้าไปด้านในจะเจอร้าน Watsons ให้เลี้ยวซ้าย ถ้าน้องๆ เจอป้ายโครงการ The Jam Factory แล้วล่ะก็ แปลว่าถึงที่หมายแล้วค่ะ ส่วนใครอยากขับรถส่วนตัวมาทางโครงการมีที่จอดอำนวยความสะดวกให้ด้วย ร้านเปิดทุกวันสิบโมงถึงสองทุ่มนะจ๊ะ
จะไปร้านได้ไงดูแผนที่ด้านบนเลย
Fathom Bookspace ร้านหนังสือบรรยากาศห้องสมุดไซส์มินิ เอาใจนักอ่านสายจิบชา
โลโก้สีขาวน้ำเงินน่ารักมุมิ
ร้านหนังสือไซส์มินิขนาดกะทัดรัด บรรยากาศน่ารักละมุนละไม อบอวลไปด้วยกลิ่นชากาแฟ ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองแถวซอยสวนพลู ซอยชุมชนพลุกพล่านที่คงไม่มีใครคิดว่าจะมีร้านหนังสืออิสระเล็กๆ มาตั้งอยู่ที่นี่
ภายในร้านตกแต่งโทนสีขาวสะอาดตา
ทีเด็ดของร้านนี้ คือ เปลี่ยนธีมการจัดร้านทุกสองเดือน และมีห้องเวิร์คช็อปหมุนเวียนไว้สำหรับพบปะผู้คนเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียกัน รับรองไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ นอกจากนี้ยังมีขบวนนิทรรศการเล็กๆ และกิจกรรมสนุกๆ ชวนเหล่านักอ่านที่แวะมาเยี่ยมเยียนได้เลือกหนังสือเข้าชั้นอีกด้วยนะ แต่เดี๋ยวก่อน...ทีเด็ดของร้านฟาธ่อมยังไม่หมดแค่นี้ค่ะ เมื่อเดินขึ้นชั้นสองจะมีห้องสมุดไว้สำหรับนั่งอ่านวรรณกรรมหลากแนวไปจิบชาไป หรือจะนอนกลิ้งอ่านหนังสือก็ได้ตามอัธยาศัย แต่ก่อนขึ้นอย่าลืมถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้ที่ทางร้านมีบริการไว้กับสั่งเครื่องดื่มกันนะคะ (แนะนำว่าให้สั่งชาค่ะ ชาเข้มข้นกลมกล่อมมาก ราคาสบายกระเป๋าด้วยถ้าเทียบกับคุณภาพ)
เปียโนหลังนั้นใครมาเล่นก็ได้นะ
แม้แต่พี่สาวเจ้าของร้านกาแฟคนสวยยังเคยแวะมาดริปกาแฟที่ฟาธ่อมเลยนะคะ
การเดินทาง : วิธีการเดินทางมาไม่ยากเลยค่ะ ถ้ามาโดย MRT ให้ลงสถานีลุมพินี ทางออกสองแล้วเดินมาต่อรถสองแถวบนถนนสาทรมาลงหน้าสถานีตำรวจทุ่งมหาเมฆ ร้านจะอยู่ฝั่งตรงข้ามที่ติดกับธนาคารออมสิน แต่ถ้ามาจาก BTS ให้ลงสถานีช่องนนทรี ทางออกสองหรือห้าค่ะ น้องจะใช้บริการพี่วินมาแบบสบายหรือจะเดินชิลๆ มาก็ได้เลย แต่ถ้าเดินก็จะใช้เวลาราว 15-20 นาทีค่ะ
พี่ซูมไม่แนะนำให้ขับรถส่วนตัวมา เนื่องจากที่จอดมีแค่ซอยสาทร 3 (สวนพลู) หรือนราธิวาส 17 ซึ่งต้องอาศัยความเฮงของดวงเพราะที่จอดน้อยและถนนเล็กมาก ซึ่งทางร้านไม่อนุญาตให้จอดหน้าร้านค่ะ ร้านเปิดทำการสิบโมงถึงสองทุ่ม ปิดทุกวันพุธจ้า
ฟาธ่อมอยู่ตรงนี้นะ
สวนเงินมีมา ร้านหนังสือที่เติมอาหารให้ทั้งกายและใจ เอาใจนักอ่านสายเฮลตี้
โลโก้ย้อนยุคชวนให้นึกถึงพวกตราประทับลายไทยเลยว่าไหมคะ
ขึ้นชื่อเลยว่าคนรักษ์โลก ชอบของออร์แกนิคต้องไม่พลาดร้านนี้ ร้านสวนเงินมีมา ร้านหนังสือ บรรยากาศเรียบง่าย ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเรียบ ให้ความรู้สึกสะอาดตา สบายๆ เหมือนยกธรรมชาติมาไว้ในเมืองกรุง
บรรยากาศภายในร้านดูเรียบง่ายสบายๆ
ไฮไลท์ของร้านนี้คือถ้ามาตอนเที่ยงวัน ที่นี่มีบริการเสิร์ฟชุดอาหารกลางวันออร์แกนิคในราคา 110 บาท โดยเมนูจะสลับสับเปลี่ยนวนไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเลือกกันให้มากความ ด้านหนังสือในร้านทั้งหมดนั้นเป็นหนังสือเกี่ยวกับปรัชญา สังคมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งหนังสือจากสำนักพิมพ์ของสำนักพิมพ์สวนเงินมีมาเองก็มีมาวางขายในร้านเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ทางร้านยังเอาใจสายรักสุขภาพกันให้สุดเพราะทางร้านมีสินค้าทั้งของกินและของใช้คุณภาพดีสมราคา รับประกันว่ามาร้านสวนเงินมีมาร้านเดียวจบครบทุกอย่างใช้เวลาในร้านได้ทั้งวันไม่มีปัญหาเลยค่ะ
เมนูจากทางร้านสวนเงินมีมา เอาใจคนรักสุขภาพ
นอกจากมีหนังสือ บางวันก็มีจัดเสวนาแลกกันด้วยนะ
การเดินทาง : จะมาที่ร้านได้อย่างไร? ไม่ยากเลยค่ะ ร้านตั้งอยู่ที่ถนนเฟื่องนคร อยู่ระหว่างแยกเสาชิงช้าและสี่กั๊กพระยาศรี อยู่ใกล้วัดราชบพิธ นั่งรถเมล์สาย 2 มาได้ ร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัด เป็นตึกแถวย้อนยุคสีเขียวอ่อนสองห้องไม่เล็กไม่ใหญ่ขนาดกำลังน่ารักมุมิ วันจันทร์ถึงศุกร์ร้านเปิดเก้าโมง ปิดหกโมงเย็น ส่วนวันเสาร์ร้านปิดห้าโมงเย็น วันอาทิตย์ปิดนะจ๊ะ
แผนที่ว่าร้านอยู่ตรงไหนจ้า
Dasa Book Café ร้านหนังสือมือสองนำเข้า เอาใจนักอ่านสายอินเตอร์
ป้ายหน้าร้านใหญ่สะดุดตามากมาย
มาเยือนย่านเจแปนทาวน์อย่างพร้อมพงษ์ทั้งที นักอ่านสายอินเตอร์คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ดาสะ” ร้านหนังสือตึกแถวหนึ่งคูหาเล็กๆ สามชั้น จำหน่ายหนังสือมือสองนำเข้าจากต่างประเทศสภาพดีให้ซื้อกลับบ้านกันได้ตามใจชอบ พี่ซูมได้ยินมาจากหลายคนว่าร้านนี้นอกจากจะขายหนังสือในราคาสบายกระเป๋า ยังมีหนังสือหายากที่ไม่มีพิมพ์ที่ไหนแล้ววางขายกันอีกด้วยนะ ใครสนใจหนังสือหายากภาษาต่างประเทศขอแนะนำให้มาที่นี่เลยไม่มีผิดหวัง
พอถ่ายเป็นภาพขาวดำได้ฟิลย้อนวันวานมากเลย
มองจากมุมนี้แล้วนึกถึงตรอกลึกลับเลยว่าไหมคะน้องๆ
อีกหนึ่งความเด็ดดวงที่คิดว่าทุกคนได้ยินต้องร้องว้าวคือ ร้านนี้จัดโปรโมชั่นลดราคาหนังสือบ่อยมาก! แม้ต้องอาศัยดวงกันเล็กๆ น้อยๆ เป็นอรรถรสสนุกสนานทำนองตามล่าหาสมบัติก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นดาสะยังมีนโยบายรับเทรดหนังสือสภาพดีที่ลูกค้าซื้อจากทางร้านไปในราคาครึ่งหนึ่งอีก คุ้มกันไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้วซื้อไปยังมีรับซื้อกลับด้วย!
หลังเดินเลือกกันจนเมื่อย ถ้าอยากนั่งพักอ่านหนังสือหรือจิบเครื่องดื่ม ทางร้านมีมุมกาแฟบริการราคาย่อมเยาไว้ให้พร้อมสรรพ ไม่แน่ว่าน้องๆ อาจโชคดีได้นั่งคุยกับเพื่อนใหม่ชาวต่างชาติจากแดนไกลค่อนโลกที่มาอุดหนุนเหมือนกันก็ได้ใครจะไปรู้!
มีที่นั่งเป็นมุมเครื่องดื่มไว้คอยบริการสำหรับนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ
การเดินทาง : แล้วจะไปร้านดาสะได้อย่างไร ร้านอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 26 และ 28 มาโดย BTS ให้ลงสถานีพร้อมพงษ์เดินประมาณสองร้อยเมตรโลด ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่สิบโมงถึงสองทุ่ม ไม่แนะนำให้เอารถมาเพราะทางร้านไม่มีที่จอดรถไว้บริการ ไหนจะความรถติดดุจน้ำรอการระบายของย่านสุขุมวิทอีก มาขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟสะดวกสบายถึงไวสุดอะไรสุดจริงค่ะเชื่อพี่ ร้านเปิดทุกวันสิบโมงถึงสองทุ่ม แม้ในวันหยุดเทศกาลก็เปิดแวะมาหาหนังสือได้นะตัวเอง
ดาสะอยู่ตรงนี้อย่าลืมแวะมากันนะคะ
เป็นยังไงกันบ้างคะกับร้านหนังสือที่ไม่ได้มีดีแค่ขายหนังสือทั้งห้าร้านที่พี่คัดสรรมาฝากน้องๆ ชาวเด็กดี แทบไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะว่าบางที่เคยผ่านไปแถวนั้นแท้ๆ กลับไม่รู้เลยว่ามีร้านหนังสือบรรยากาศดี ราคาไม่แพงตั้งอยู่ด้วย ตอนนี้พี่เองเชื่อว่ายังมีร้านอีกมากมายนอกเหนือจากห้าร้านที่พี่แนะนำน้องๆ ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ของประเทศไทยที่กำลังรอพวกเราไปเยือนอีกมากมายเชียวค่ะ ใครมีร้านไหนเป็นร้านโปรด มีร้านไหนอยากแนะนำ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับพี่ได้นะคะ พี่รออ่านคำตอบของน้องๆ อยู่ค่ะ วันนี้ขอจบคอลัมน์ไว้เพียงเท่านี้
เจอกันใหม่โอกาสหน้านะคะ
พี่ซูม
.png)







.jpg)


















1 ความคิดเห็น
ว้าววววว~