อินได้อีก 6 ฉากเรียกน้ำตาจาก
"การรบที่ฮอกวอตส์" ที่คุณไม่เคยลืม
ฮอกวอตส์กำลังตกอยู่ในอันตราย
พวกท่านจงปกป้องฮอกวอตส์!!
ประเดิมกันที่ฉากแรกเลย หลังจากที่ได้ยินประกาศเสียงตามสายจากโวลเดอร์มอร์ (?) ทุกคนก็รวมตัวกันเพื่อเตรียมต่อสู้กองทัพผู้เสพความตาย ไม่ว่าจะเป็นเหล่านักเรียนหรือบรรดาอาจารย์ ที่พี่ชอบสุดๆ เห็นทีคงหนีไม่พ้นตอนที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลร่ายคาถาป้องกันปราสาท ทำให้เหล่าอัศวินนักรบหินปรากฏตัวขึ้นมา แถมยังพูดว่า “ฮอกวอตส์ตกอยู่ในอันตราย! วางกำลังให้รอบ ปกป้องพวกเรา ทำหน้าที่ของท่านต่อโรงเรียน!!” ช่างเป็นคำพูดที่ทรงพลังอะไรอย่างนี้
ซึ่งฉากนี้เป็นอะไรที่พี่ชอบมากๆ เลยค่ะ มันเป็นฉากที่ทรงพลังมาก โดยเฉพาะตอนที่บรรดาอาจารย์เสกคาถาปกป้องโรงเรียน จากนั้นบรรดับอัศวินนักรบหินก็กระโดดมาจากผนังและเสา มันแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อโรงเรียนและลูกศิษย์ รู้ทั้งรู้ว่าการทำแบบนี้ไม่สามารถต่อต้านพลังของศาสตร์มืดได้ 100% แต่ก็ยังช่วยยื้อเวลาให้แฮร์รี่และเหล่าผองเพื่อนกำจัดฮอครักซ์ที่เหลือได้
นอกจากนี้ ถ้าหากน้องๆ จำได้ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลยังบอกให้ศาสตราจารย์ฟลิตวิกเรียกชื่อ “โวลเดอร์มอร์” แทนคำว่า “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” ด้วยค่ะ แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความไม่เกรงกลัวต่อจ้าวแห่งศาสตร์มืด น่าชื่นชมค่ะ
ฉากระหว่างท็องส์และลูปินที่ถูกตัดออกไป น่าเสียดายจริงๆ เลยนะคะ
แม้จะตายไปแล้ว เเต่ร่างไร้วิญญาณวางอยู่คู่กัน
พูดเลยว่าฉากนี้ได้ใจพี่ไปเต็มๆ อย่างที่น้องๆ รู้กันดีนะคะว่ากว่าคู่นี้จะได้คบกัน ลุ้นแทบตาย เนื่องจากลูปินเป็นมนุษย์หมาป่า แถมยังมีอายุมากกว่าท็องส์ตั้งเยอะ มันเลยทำให้เขากล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมรับรักท็องส์ (รวมถึงยอมรับหัวใจตัวเอง) สักที ส่วนท็องส์ก็มีคติที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เธอหมั่นแสดงความจริงจังและจริงใจจนลูปินใจอ่อน ยอมรับหัวใจตัวเองในที่สุด ทั้งคู่เลยลงเอยกันสักที แถมยังให้กำเนิดบุตรชายชื่อ “เท็ดดี้” อีกด้วย
ฉากเรียกน้ำตาฉากนี้เป็นฉากที่พี่ประทับใจเพราะศพวางอยู่คู่กัน มันเป็นความโรแมนติกที่คนสองคนแม้จะไม่ได้แก่ตายพร้อมกัน แต่ก็สู้ด้วยกันจนตาย ซึ่งรีมัส ลูปินถูกแอนโทนิน โดโลฮอฟสังหาร ส่วนท็องส์ก็ถูกเบลลาทริกซ์ เลสแตรงสังหาร ความพีคอยู่ตรงที่ว่าสองคนนี้เพิ่งแต่งงานกัน จำได้ว่าตอนอ่านถึงฉากนี้ น้ำตาพี่ไหลหนักมากเลยจ้า ในใจนี่แบบ... อะไรกัน นี่เพิ่งเป็นคู่ใหม่ปลามันเองนะ! ทำไมใจร้ายอย่างนี้ ฮืออออ
เมื่อติ่งแฮร์รี่เบอร์หนึ่ง คอลิน ครีฟวีย์ตาย
ยังจำช่างภาพตัวน้อยผู้เป็นติ่งแฮร์รี่ พอตเตอร์ตัวยงได้มั้ยคะ? แม้ว่าเขาจะดูน่ารำคาญบ้างในบางเวลา (โดยเฉพาะตอนเป็นสตอล์กเกอร์แฮร์รี่เนี่ยแหละ) แต่เขาก็ผันตัวมาเป็นสมาชิกกองทัพดัมเบิลดอร์ และเข้าร่วมการรบครั้งยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าคอลินอายุไม่ถึงเกณฑ์ในการเข้าร่วมสงครามฮอกวอตส์ด้วยซ้ำ แต่เขาก็แสดงความกล้าหาญ ยืนหยัดต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อปกป้องโลกเวทมนตร์จากการถูกรุกราน
คอลินปรากฏตัวล่าสุดในเล่มไหนคะ ก่อนที่เขาจะมาตายในเล่มสุดท้าย ถ้าพี่จำไม่ผิด หลังจากเล่ม 2 เราก็แทบไม่เห็นการปรากฏตัวของติ่งแฮร์รี่ตัวพ่อคนนี้เลย (ยกเว้นเล่ม 4 ที่โผล่เพียงนิดหน่อยเท่านั้น) ที่น่าประทับใจคงเป็นเพราะว่าความเป็นติ่งเสมอต้นเสมอปลายของคอลินนี่แหละค่ะ รวมทั้งความกล้าหาญที่เกินอายุของเขา แม้ว่าความหุนหันพลันแล่นของเขาจะทำให้จบชีวิตลงก็ตามที น่าเศร้ามากๆ เลยค่ะ
เนวิลล์ไม่ยอมแพ้ แม้จะหมดหวังก็ตามที
ใครจะไปรู้ว่าจากเด็กชายที่ขาดความมั่นใจในตัวเองและประหม่าอยู่ตลอดเวลาจะเติบโตมาเป็นเด็กหนุ่มที่กล้าหาญ เป็นผู้นำเด็กคนอื่นในฮอกวอตส์ยามที่แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ไม่อยู่
ถ้าพูดถึงความกล้าหาญของเขาก็คงต้องร่ายยาวมาตั้งแต่ปี 1 ที่ออกตัวห้ามแฮร์รี่กับรอนที่กำลังจะแอบโดดหอตอนดึก รวมทั้งเนวิลล์ยังเป็นสมาชิกกองทัพดัมเบิลดอร์อีกด้วย ในช่วงสงครามฮอกวอตส์ เนวิลล์ยืนหยัดต่อสู้กับเหล่าผู้เสพความตายอย่างกล้าหาญ และเมื่อเข้าเผชิญหน้ากับโวลเดอร์มอร์เพื่อพยายามสังหารนากินี หนึ่งในฮอครักซ์ เขาโดนคาถาสะกดนิ่ง แถมหมวกคัดสรรยังลุกเป็นไฟอีกต่างหาก
ถ้าน้องๆ เป็นเนวิลล์จะรู้สึกยังไงคะ? บางคนหวาดกลัว คิดว่ายังไงก็ตายแน่ๆ แต่เนวิลล์ไม่หมดหวัง ตราบใดที่เขา “เชื่อ” ว่าทำได้ เขาจะทำได้ เป็นเพราะการเชื่ออย่างหมดหัวใจจนทำให้สู้สุดใจนี่แหละ เนวิลล์จึงดึงดาบกริฟฟินดอร์ออกมาจากหมวกได้และเขาก็ตัดคอนากินีทันที ไงล่ะ เท่ไปอีก
ซึ่งจริงๆ แล้วสาเหตุที่พี่เลือกให้เป็นฉากประทับใจเพราะพี่ชอบเนวิลล์ ลองบัตท่อมเป็นการส่วนตัวค่ะ พี่รู้สึกว่าเขาเป็นตัวละครที่น่าค้นหาและมีพัฒนาการ จากเด็กที่ซวยซ้ำซวยซ้อน ไร้ความมั่นใจ ขี้ประหม่า ตื่นตกใจง่ายกลายเป็นเด็กที่มีความกล้าหาญ โดยเฉพาะฉากนี้ มันมีเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายกั้นอยู่ ถ้าเนวิลล์ท้อ เนวิลล์คิดว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ เขาก็อาจจะได้ตายจริงๆ แต่นี่ไม่ เขายังมีความเชื่อ เขาไม่ยอมแพ้จนทำมันสำเร็จและรอดตายได้ แถมยังช่วยทำลายฮอครักซ์ตั้งหนึ่งอัน ถ้าพี่ไม่ลิสต์ไว้ในฉากน่าประทับใจก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว
เมื่อแฮกริดต้องดูแฮร์รี่ถูกฆ่าตาย
แถมยังต้องแบกศพกลับสู่ปราสาท
แฮกริดเป็นตัวละครอันดับต้นๆ ที่เราคุ้นหู เนื่องจากเขาปรากฏตัวในหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ทุกเล่ม แฮกริดเป็นตัวละครที่สนิทกับแฮร์รี่มากๆ ซึ่งพี่รู้สึกว่าเขารักและห่วงใยแฮร์รี่เหมือนกับน้องชายคนนึง แน่นอนว่ามันต้องเจ็บปวดมากที่เราต้องดูคนที่เรารักตายต่อหน้าต่อตา แถมยังไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ด้วย นี่ถ้าแฮร์รี่ไม่ฟื้นคืนชีพ พี่เดาว่าการตายของแฮร์รี่ พอตเตอร์คงทำให้แฮกริดรู้สึกผิดตลอดชีวิตแน่ๆ ค่ะ
ไม่รู้ว่าพี่คิดมากไปหรือเปล่า แต่ถ้าน้องๆ จำได้จะพบว่าแฮกริดเป็นคนที่นำเจ้าตัวน้อยแฮร์รี่สมัยเป็นทารกไปวางไว้ยังหน้าบ้านเดอร์สลีย์เพื่อให้ครอบครัวนี้ดูแล รวมทั้งยังเป็นคนพาแฮร์รี่เข้าโรงเรียนฮอกวอตส์ ดังนั้นการที่แฮกริดต้องแบกร่างไร้วิญญาณของแฮร์รี่ออกไปจากป่าต้องห้ามนั้น มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าแฮกริดคอยเคียงข้างแฮร์รี่ตั้งแต่เกิดจนตายค่ะ คิดลึกไปอีก
"ความตายน่ากลัวมั้ย?" แฮร์รี่ถามซีเรียส
ซีเรียส แบล็กคือพ่อทูนหัวของแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่เสียชีวิตเพราะเบลลาทริกซ์ เลสแตรงในเล่ม 5 สร้างความเสียใจแก่แฮร์รี่และพวกเราชาวนักอ่านเป็นอย่างมาก แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะคะว่าเจ.เค. จะทำให้เราได้พบกับซีเรียส แบล็กอีกครั้งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของแฮร์รี่ พอตเตอร์
ในตอนที่แฮร์รี่ยอมเดินเข้าไปในป่าต้องห้ามเพื่อไปให้ลอร์ด โวลเดอร์มอร์ฆ่า เขาหมุนลูกสนิชที่มีหินชุบวิญญาณอยู่ภายใน ผลก็เลยทำให้คนที่ตายฟื้นกลับมาในรูปของวิญญาณ ไม่มีกายหยาบ ซึ่งบุคคลที่ปรากฏตัวได้แก่พ่อแม่ของแฮร์รี่ ลูปิน และซีเรียส แฮร์รี่ที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่ความตายได้ถามซีเรียสว่า “ความตายน่ากลัวมั้ย?” และได้รับคำตอบกลับมาว่า “ไม่เลย มันรวดเร็วและง่ายมาก ยิ่งกว่าหลับเสียอีก”
น้องๆ อาจจะงงว่าทำไมพี่ถึงประทับใจฉากนี้ อย่าเพิ่งสงสัยกันนะคะ ลองสมมติตัวเราเป็นแฮร์รี่ในตอนนั้นกันก่อน น้องๆ จะรู้สึกยังไงคะ? พี่เชื่อว่าคนที่กำลังมุ่งหน้าไปหาศัตรูและรู้ตัวแน่ๆ แล้วว่ายังไงก็ไม่มีทางรอดชีวิต ตอนนั้นเราก็คงรู้สึกกลัวใช่มั้ยล่ะ แต่การที่เรารู้ว่ายังมีคนคอยอยู่เคียงข้างเรา มันจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นและหมดกังวลกับเหตุการณ์ในอนาคต ที่สำคัญพี่ยังชื่นชอบคอนเซปท์ “ความตายไม่เจ็บปวด” เพราะมันคือความจริงค่ะ ใดๆ ในโลกเกิดแล้วล้วนต้องตายเนอะ ไม่ต้องกลัวหรอกที่จะตาย น้องๆ เชื่อมั้ยคะว่าจบฉากนี้ พี่เข้าใจสัจธรรมมากขึ้นเลย (ฮา)
เป็นยังไงบ้างคะกับ 6 ฉากที่พี่น้ำผึ้งประทับใจในการรบที่ฮอกวอตส์ มีฉากไหนบ้างที่น้องๆ ประทับใจบ้าง อย่าลืมเล่าให้พี่น้ำผึ้งฟังด้วยนะคะ ส่วนตัวแล้ว พี่น้ำผึ้งคิดว่าเนื่้อหาในบทนี้เข้มข้นและอัดแน่นทุกความรู้สึกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโรแมนติกเคล้าน้ำตา ความกล้าบ้าบิ่นและการต่อสู้ที่ระทึกใจ เรียกได้ว่ารวมมิตรทุกอารณ์เลยจริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแฮร์รี่ พอตเตอร์ถึงได้ดังขนาดนี้ สำหรับครั้งหน้าพี่น้ำผึ้งจะมาพร้อมกับเรื่องไหนนั้น รอติดตามเลยจ้า
ขอบคุณรูปภาพจากภาพยนตร์

.jpg)

2 ความคิดเห็น
-ความตายไม่เจ็บปวดนี่ ดัมบี้ก็พูด นะ บอก พอตตี้มาตลอดเลย ว่า ความตายไม่มีอะไรน่ากลัว เป็นแค่การเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเท่านั้น
โอเคค่า พอดีพี่น้ำผึ้งอ่านเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษค่ะ เลยไม่ได้ตีความว่ามันน่ากลัวมั้ย
Harry Potter: Does it hurt, dying?
Sirius Black: Quicker than falling asleep.
ยังไงเดี๋ยวแก้ให้นะคะ
ฉากที่เห็นเฟร็ดตายก็เศร้ามากนะพี่