วิจารณ์หนังสือ : Bad boy & Sassy Girl
นายตัวร้ายกับยัยตัวแสบ (ภาค1)
ขอโอกาสรักเธออีกสักครั้ง (ภาค2)
สวัสดีค่ะน้องๆ นักอ่านเด็กดี^^ พี่หวานมาพบกับน้องๆ ในคอลัมน์วิจารณ์หนังสือ เเน่นอนว่าต้องมาพร้อมหนังสือน่าสนใจเช่นเคย ใครยังพอจำเรื่อง Bad boy & Sassy Girl ผลงานที่เคยเป็นที่พูดถึงของ อคิราห์ ได้บ้าง พี่หวานเองก็เป็นหนึ่งในเเฟนคลับของคุณอคิราห์เช่นกันค่ะ วันนี้ได้โอกาสจึงอยากหยิบนิยายที่ประทับใจมาพูดถึงซะหน่อยค่ะ
โปรยปกหลังภาค 1

"ฉันชอบนาย!"
จุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นจากคำสารภาพรักหลอกๆ
เพราะเป๊ปซี่โดนรุ่นพี่ที่คณะบังคับให้ไปพูด
แต่เเล้วเรื่องราวดันไม่จบเเค่นั้น มีข่าวลือบ้าบอว่าทั้งคู่คบกัน ความซวยจึงบังเกิด
เมื่อเหล่าแฟนคลับคนรักแซครวมหัวกันกลั่นแกล้ง
แถมยังโดนศัตรูคู่อริของเขาหมายหัวเป็นเครื่องมือใช้แก้เเค้น
งานนี้มีหรือที่คนอย่างเป๊ปซี่จะยอมอยู่เฉยเป็นนางเอกเจ้าน้ำตา
ร้ายมาร้ายกลับไม่โกง ก็ลองสู้กันดูสักตั้งสิ
ว่าใครจะสยบผู้ชายอย่างนายตัวร้ายได้กันเเน่!!
อ่านที่นี่
โปรยปกหลังภาค 2
แซคยังคงนอนหลับใหลเป็นเจ้าชายนิทรามิรู้ตื่นมาตลอด 5 ปี
จนบางทีเป๊ปซี่ก็ท้อกับการรอคอยอันไร้ที่สิ้นสุดและความหวังอันแสนริบหรี่
แต่แล้ววันหนึ่งก็มีคนที่เหมือนกับเเซคโผล่มา!?
การปรากฏตัวของโซนิค ลูกพี่ลูกน้องของแซคที่มีใบหน้าคล้ายกันจนชวนสับสน
ก่อความรู้สึกปั่นป่วนเเละอารมณ์หวั่นไหวที่ไม่รู้สึกมานานให้เกิดขึ้น
ทว่าปรากฏการณ์แปลกๆ ที่เกิดจากคำขอพรกับตะเกียงแก้วคริสตัล
ก็ได้นำพาเป๊ปซี่หวนคืนสู่จุดเริ่มต้นที่เเสนวุ่นวายอีกครั้ง
"หากคุณสามารถขอพรได้ 3 ข้อ คุณจะขออะไร"
ฉันไม่ต้องการพรถึง 3 ข้อหรอก ฉันขอแค่ข้อเดียวเท่านั้น
...ขอให้ 'เขา' กลับคืนมา...
อ่านที่นี่
ความรู้สึกหลังอ่าน
เรื่อง Bad boy & Sassy girl เป็นนิยายที่พี่หวานติดตามมานานมาก หากมีใครมาถามว่าชอบนิยายเรื่องไหนบ้าง ชื่อของแซคเเละเป๊ปซี่จะผุดขึ้นมาในความทรงจำเเละยังคงคิดถึงอยู่ทุกครั้ง ผลงานจากปลายปากกาของ อคิราห์ เหมือนมีมนต์สะกด แม้ว่าภาค 1 จะเขียนจบไปตั้งเเต่ปี 2549 เเละเขียนจบเเบบทำร้ายจิตใจคนอ่านให้พระเอกเป็นเจ้าชายนิทราซะด้วย สำหรับพี่หวานในตอนที่อายุน้อยกว่านี้สิบปี คิดว่าตอนจบแบบนั้นเป็นการจบเรื่องที่ปวดใจมากเลย เหมือนกับว่า(ตอนนั้น)เราไม่ได้คาดหวังจะอ่านนิยายรักเพื่อให้พระเอกกับนางเอกไม่ได้อยู่ด้วยกัน เรายังฝันถึงความรักที่จะจบเเบบแฮปปี้เอนดิ้งอยู่
เคยมีความคิดอยากให้อคิราห์เเก้ไขตอนจบเหมือนกันนะคะ เเต่พอเวลาผ่านไป พี่หวานหยิบมาอ่านอีกครั้ง เเละอีกหลายครั้ง หลังอ่านจบทุกครั้งก็มานั่งนิ่งๆ ตกตะกอนความคิดหลังอ่านจึงพบว่าเมื่อเราโตขึ้นการจากลาไม่ใช่จุดจบของชีวิตเพราะต่อให้แซคนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่อย่างนี้ เเต่เป๊ปซี่ก็ยังคงรักเเซคอยู่เสมอ เเละพี่หวานเชื่อว่าแซคที่นอนไม่รู้ตัวอยู่นั่นก็ยังคงรักเป๊ปซี่อยู่เหมือนกันเพียงเเต่พวกเขาไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างคนทั่วไปเท่านั้นเอง มันอาจจะดูแปลกๆ ถ้าพี่หวานจะพูดอย่างนี้เเต่พอคนเราโตขึ้นมุมมองความรักจะค่อยๆ เปลี่ยนไปค่ะ นิยายเรื่องนายตัวร้ายกับยัยตัวแสบของคุณอคิราห์ เป็นนิยายที่พี่หวานรู้สึกเหมือนเราโตมากับพวกเขา ต่อให้เนื้อหายังเหมือนเดิมแต่เมื่อเราอ่านด้วยวัยเเละประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น กลับยิ่งทำให้เรารู้สึกอินไปกับเนื้อเรื่องได้ง่ายกว่าตอนเป็นเด็กซะอีก เเต่เราจะเริ่มมองนิยายรักบนความเป็นจริงว่า คนเราไม่สามารถมีความรักที่สมบูรณ์แบบได้ ความสัมพันธ์ของเเซคกับเป๊ปซี่จึงเป็นความสัมพันธ์ที่พี่หวานรู้สึกว่าจับต้องได้ค่ะ
เมื่อได้ข่าวว่า 'อคิราห์' จะเขียนภาคต่อ
เวลาต่อมาเมื่อมีข่าวว่าคุณอคิราห์จะเขียน Bad boy & Sassy Girl ภาค 2 นับเป็นข่าวที่พี่หวานตกใจปนตื่นเต้น ถ้าจะให้พูดตามตรงก็คิดว่าเรื่องของเเซคกับเป๊ปซี่นั้นสามารถจบอย่างสมบูรณ์ในภาค 1 แล้ว ส่วนภาค 2 พี่หวานมองว่ามันเป็นเหมือนปาฏิหาริย์ค่ะจะมีหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งตัวอคิราห์เองก็คงคิดแบบนี้เหมือนกัน จากการอ่านเล่ม 2 ทำให้พบว่านักเขียนคนเก่งของพี่หวานก็คิดหนักกับการจะเขียนภาค 2 เพราะต้องเลือกวิธีดำเนินเรื่องให้คนอ่านอิน เเละไม่รู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เเน่ล่ะจากที่แซคต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเจ้าชายนิทรามานานอย่างนั้นจู่ๆ ให้กลับมาฟื้นคงไม่เข้าท่า วิธีที่อคิราห์เลือกใช้จึงเป็นการหยิบ 'ทฤษฎีโลกคู่ขนาน' มาเขียนค่ะ พี่หวานเคยได้ยินชื่อทฤษฎีนี้มาบ้างเเต่ยังไม่เคยอ่านงานเขียนที่หยิบประเด็นนี้มาใช้อย่างจริงจัง ทำให้ในตอนที่ได้อ่านเรื่องราวของแซคกับเป๊ปซี่ในเวอร์ชั่นโลกคู่ขนานน่าสนใจมาก ทั้งตัวละครที่เพิ่มขึ้นมาจากการตัดสินใจที่เปลี่ยนไปของตัวเป๊ปซี่ ทำให้มีเหตุการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเเต่จุดที่พี่หวานติดใจเเละคิดว่าอคิราห์เก็บรายละเอียดได้ดีมากก็คือความสมจริงค่ะ ตอนที่อ่านจะไม่รู้สึกเลยว่ามันเป็นนิยาย เเต่พี่หวานกลับคิดตามเเละรู้สึกไปว่า เออ...เหตุการณ์แบบนี้มันก็เกิดขึ้นได้เหมือนกันนะ เราอาจจะกำลังตัดสินใจอีกแบบหนึ่งในโลกอีกใบก็ได้ ต้องปรบมือให้พี่โย๊ะจริงๆ ค่ะ><
เเละก็ไม่ผิดหวังเช่นเคยเพราะถึงเเม้ในภาค 2 จะมีตัวเเปรเข้ามาสั่นคลอนความสัมพันธ์ของเเซคกับเป๊ปซี่ นั่นก็คือ โซนิค ที่เป็นญาติของเเซค เเถมยังเคยมีความหลังบางอย่างกับเป๊ปซี่ซะด้วย ทีแรกพี่หวานก็รู้สึกตะหงิดใจนะคะว่าโซนิคจะโผล่มาเฉยๆ ทั้งๆ ที่ไม่ปรากฏตัวในภาค 1 ได้ยังไง คงรู้สึกแปลกน่าดู เเต่เมื่อค่อยๆ อ่านไปทีละหน้าก็เลยได้รู้ว่าโซนิคไม่ได้เเค่เพิ่งมาปรากฏตัวในภาค 2 เท่านั้น เพียงเเต่น้ำหนักของตัวละครโซนิคไปปรากฏในภาค 1 น้อย เพราะเนื้อเรื่องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเป๊ปซี่นั่นเองค่ะ เมื่อเป็นโลกคู่ขนานเเละเป๊ปซี่ได้เปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเองโดยเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะทำให้ชีวิตของเธอและเเซคตกอยู่ในอันตราย โซนิคจึงได้โอกาสปรากฏตัวออกมาเเละมีบทบาทมากขึ้น ตรงกันข้ามกับตัวละครบางตัวที่เคยโดดเด่นในภาค 1 ก็จะค่อยๆ เลือนหายไป เป็นการเขียนที่ทำให้พี่หวานเข้าใจเรื่องทฤษฎีโลกคู่ขนานได้มากเลยทีเดียว แต่จะว่าไปเนื้อหาในภาค 2 ก็ทำคนอ่านลุ้นใจหายใจคว่ำเหมือนกันนะคะว่าหรือปาฏิหาริย์ครั้งนี้จะมีเปลี่ยนคู่รึเปล่า T^T เเต่ทีมแซคไม่ต้องห่วงค่ะ เมื่อคู่กันแล้วยังไงก็ไม่เเคล้วกันแน่นอน
จากทั้งหมดที่พี่หวานหยิบมาพูดถึงนี้ก็อาจจะเป็นตัวเลือกประกอบการตัดสินใจให้นักอ่านที่ชื่นชอบนิยายรักอบอุ่นเคล้าดราม่าตามสไตล์อคิราห์ได้ลองไปเลือกอ่านดู ที่สำคัญผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง อยากรักต้อง...ปีนเกลียว ก็สนุกไม่เเพ้กันเอาใจเหล่าคนที่มีรักต่างวัยสุดๆ กำลังเปิดรับพรีออร์เดอร์รวมเล่มอยู่ด้วยถ้าพี่หวานมีโอกาสได้อ่านเเล้วจะหยิบมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปนะคะ ^^
พี่หวาน



1 ความคิดเห็น
กราบบบ ขอบคุณเด็กดีและทีมงานที่นำเรื่องนี้มารีวิวให้ค่ะ ซาบซึ้งปลื้มปิติใจยิ่งนัก ฮืออออ TT^TT