Different Points of view
ความรักต่างมุมมอง จากซีรีส์ Love Playlist
นำเสนอแบบนี้สิน่าสนใจ!
เมื่อไม่นานมานี้พี่หวานได้ลองดูซีรีส์ชุดสั้นๆ ของเกาหลีจากเพจชื่อว่า Playlist Thailand ที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นการนำเสนอที่น่าสนใจมากๆ เพราะการเล่าเรื่องในมุมมองของตัวละครสลับกันไปจะทำให้เราสามารถมองความจริงได้แบบรอบด้านไม่จำกัดอยู่เเค่ความคิดของตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งการนำเสนอเเบบนี้พี่หวานคิดว่ามีประโยชน์มากสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ให้ตัวละครในนิยาย การดูซีรีส์ชุดนี้จะทำให้สามารถเห็นความจริงภายใต้ความคิดต่างของผู้หญิงและผู้ชายหลายจุดเลยค่ะ รับรองว่านอกจากความฟินก็ยังมีจุดเด่นน่าสนใจแฝงอยู่ด้วยนะเออ
ในเพจ Playlist Thailand นำเสนอเรื่องราวความรักวัยรุ่นในช่วงมัธยมศึกษา(Seventeen) 8 ตอน และความรักในรั้วมหาวิทยาลัย(Love playlist) 10 ตอน ในหนึ่งตอนจะมีความยาวไม่เกิน 8 นาทีเท่านั้นเองค่ะ หลังจากที่พี่หวานดูจบทั้งสองเรื่องเเล้วก็ทำให้เห็นความต่างในความสัมพันธ์ของคนทั้งสองช่วงวัยที่คาบเกี่ยวกัน หลายคนอาจจะมองว่าเด็กมัธยมไม่นานก็เป็นเด็กมหาลัยเเล้ว มันจะไปต่างอะไรยังไงเวลาที่เรามีความรักก็เป็นเหมือนกันหมดนั่นแหละ เเต่ไม่เลยค่ะเพราะหลังจากที่ดูจบพี่หวานคิดว่ามันต่างกันหลายอย่างเลยทีเดียว
Seventeen รักใสๆ วัยมัธยม
ตัวละครในภาคนี้ได้แก่ 1.เซรี 2.ซึลบี 3.แฮซอง 4.อึนอู 5.ฮาจุน เป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันเรียกว่าสนิทกันมานาน เพราะฉะนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ความใกล้ชิดจะเริ่มทำงาน ความสัมพันธ์หลายๆ อย่างก็เกิดจากความใกล้ชิดเป็นเหตุ เเต่ต้องบอกก่อนเลยว่าสังคมเกาหลีนั้นผู้ชายเป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้จริงๆ นะคะ คนเกาหลีจะมองว่าทุกคนไม่ว่าจะเพศชายหรือหญิงก็ตามเป็นเพื่อนกันทั้งหมด เเต่เมื่อใดที่เขาหรือเธอเริ่มมอง 'เพื่อน' ด้วยสายตาที่บอกว่า "ผู้ชายคนนั้น/ผู้หญิงคนนั้น" เเทนที่จะมองเป็น "เพื่อนคนนั้น" เหมือนเดิม นั่นเป็นอาการเริ่มต้นของการแอบชอบค่ะ
1. ความสัมพันธ์ของเพื่อนที่เลื่อนมาเป็นแฟน : เซรี - อึนอู
มุมมองของเซรี : เพราะความรู้สึกของผู้หญิงเริ่มจาก 0 ไปถึง 100
เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อเธอถูก อึนอู เพื่อนผู้ชายอีกคนในกลุ่มมาแกล้งสารภาพรัก เเต่กลับโกหกหน้าตายว่าเขาแกล้งพูดเพราะเป็นวัน April fool's day ทำเอาเซรีที่เผลอใจเต้นไปกับคำสารภาพรักนั้นต้องอารมณ์เสีย เเม้ว่าจะเป็นเพื่อนกันเเต่ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนไหวง่ายค่ะ การพูดเล่นด้วยคำว่าชอบหรือมาขอเป็นแฟน จึงทำให้เซรีรู้สึกตื่นเต้นเเละเหมือนได้เป็นคนพิเศษ เพราะฉะนั้นเมื่อโดนอึนอูหลอกจึงเสียเซลฟ์ไปเล็กน้อยเเละพาลไม่เชื่อใจไปโดยปริยาย แต่เมื่ออึนอูแสดงความจริงใจอีกครั้งด้วยการสารภาพรักในเวลาเที่ยงคืนซึ่งหมดวันโกหกไปแล้ว เซรีจึงตกลงที่จะลองคบด้วยค่ะ คนเกาหลีมักจะตัดสินใจคบกันก่อนเเล้วค่อยใช้เวลาศึกษาดูใจกันไปเพราะฉะนั้นถ้าน้องๆ เห็นวัฒนธรรมการจับคู่หรือที่เรียกว่าไปนัดบอดบ่อยครั้ง ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ ที่คนเกาหลีจะทำเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ตรงนี้จะเเตกต่างจากของไทยที่จะใช้เวลาคุยกันสักระยะก่อนจะตัดสินใจคบ เเละจะรู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าต้องเริ่มสานความสัมพันธ์กับคนที่ไม่คุ้นเคยกัน
แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อคบไปสักพักอึนอูเริ่มเปลี่ยนไป จากเคยส่งข้อความมาหาตลอด มาคอยเดินตามไม่ห่าง ก็กลายเป็นคนที่เย็นชาเหมือนไม่สนใจ พี่หวานคิดว่าผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเป็นเพศที่ไวต่อความรู้สึกด้วยค่ะเพราะใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอ เมื่อผู้ชายเปลี่ยนไปนิดนึงก็รู้สึกได้เเล้ว ยิ่งอึนอูแสดงออกชัดเจนอย่างนี้เซรีจึงตัดสินใจบอกเลิก เเต่เคยได้ยินกันใช่มั้ยคะว่าผู้หญิงบอกเลิกไม่ได้หมายความว่าอยากเลิกจริงๆ ฝ่ายอึนอูกลับเเค่รับฟังเเละก็เดินจากไปอย่างง่ายดายยิ่งทำให้เซรีเสียใจมากขึ้น
มุมมองของอึนอู : เพราะเป็นผู้ชายเเสดงออกไม่เก่ง จึงชอบแกล้งทำเป็นไม่ชอบ
เมื่อตัดภาพมาที่มุมมองของอึนอู ตามนิสัยของผู้ชายคนนี้เป็นคนชอบแกล้งค่ะ จริงๆ เเล้วเขาแอบชอบเซรีมาตั้งเเต่ยังไม่เป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันอีกนะ เรียกว่าเซรีเป็นรักครั้งแรกของเขาเลยล่ะ เเต่ทำไงได้ก็ดันเป็นผู้ชายที่เเสดงออกไม่เก่งทำให้เขาเลือกใช้วิธีเข้าหาคนที่ชอบด้วยการแกล้ง ในขณะที่เซรีมองว่าอึนอูเป็นผู้ชายนิสัยไม่ดีชอบมาเรียกเธอว่ายัยเตี้ยบ้าง เอานมบูดมาให้กินบ้าง วิ่งมายีหัวจนยุ่งบ้าง เพราะความเป็นเพื่อนทำให้เซรีไม่เคยมองว่านั่นเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจจากเขา พี่หวานเจอเพื่อนผู้ชายที่เป็นแบบนี้หลายคนค่ะ ทั้งหมดที่ทำไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่า 'เขิน' คนที่ตัวเองชอบก็เลยต้องแกล้งเข้าไปยุ่งวุ่นวายเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ
เมื่อโอกาสสารภาพรักมาถึงเขาเลือกจะพูดกับเซรีในวันโกหกเพราะเขินเกินกว่าจะพูดไปตรงๆ พอถึงเวลาที่อยากจริงจังทำให้เซรีเข็ดจากการโดนเเกล้งจึงไม่เชื่ออึนอูอีก เเต่ก็โดนเพื่อนอีกคนไซโคไปว่าให้ลองบอกอีกครั้งทั้งสองจึงได้คบกัน เเต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะอึนอูกับเซรีมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกันเกินไป ในขณะที่เซรีคิดว่าอึนอูเปลี่ยนไปเเต่สาเหตุกลับมาจากการที่เพื่อนของเซรีมาบอกให้อึนอูเลิกยุ่งกับเซรี เพราะตั้งเเต่ทั้งสองคบกันเซรีก็ไม่ค่อยมีสมาธิ ไม่ค่อยมาซ้อม ทุกคนจึงบอกให้อึนอูเลิกยุ่งกับเซรีเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ทำให้ชายหนุ่มเริ่มตีตัวออกห่าง เเละนั่นเป็นสิ่งที่เซรีไม่เคยรู้เพราะนี่เป็น Point of view ของอึนอูนั่นเองค่ะ
ผลลัพธ์ความสัมพันธ์ : ภายหลังจากที่ทั้งสองเลิกรากันไป เซรีจมอยู่ในความคิดว่าอึนอูหมดรัก ในขณะเดียวกันอึนอูก็ยังคงแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร ทำให้ทั้งคู่จบความสัมพันธ์ลงไปทั้งที่ยังมีเรื่องค้างคาในใจ เเต่สำหรับมุมมองของเซรีที่เริ่มจากไม่ได้รู้สึกพิเศษกับอึนอูจนมันเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จึงเเสดงออกมากว่าเสียใจกับการเลิกราครั้งนี้มากกว่า ทั้งๆ ที่ความจริงในมุมของอึนอูก็เสียใจไม่ต่างกัน
เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในตอนที่ผ่านช่วงวัยมัธยมไปเเล้ว การเฉลยผ่านมุมของอึนอูว่าเขาไม่เคยมีใครเเละรีบเเต่งตัวออกมาสังสรรค์กับเพื่อนๆ เพราะรู้ว่าจะได้เจอเซรี อีกทั้งยังตัดสินใจเผยความรู้สึกว่าเขายังคิดถึงเซรีเสมอก็สายไปเสียเเล้ว(ออกเเนวรู้ตัวว่ามีค่าเมื่อสายไป) เพราะตอนนี้เซรีก็มีคนดูเเลอยู่ข้างกายเเล้วด้วย เเต่พี่หวานชอบความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนะคะต่อให้เคยคบกันเเต่พอเลิกกันเเล้วก็ยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้อย่างเดิม ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงไม่ได้มีเเค่ฐานะคนรัก เเต่ฐานะเพื่อนนี่แหละค่ะที่ยั่งยืนที่สุด
เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในตอนที่ผ่านช่วงวัยมัธยมไปเเล้ว การเฉลยผ่านมุมของอึนอูว่าเขาไม่เคยมีใครเเละรีบเเต่งตัวออกมาสังสรรค์กับเพื่อนๆ เพราะรู้ว่าจะได้เจอเซรี อีกทั้งยังตัดสินใจเผยความรู้สึกว่าเขายังคิดถึงเซรีเสมอก็สายไปเสียเเล้ว(ออกเเนวรู้ตัวว่ามีค่าเมื่อสายไป) เพราะตอนนี้เซรีก็มีคนดูเเลอยู่ข้างกายเเล้วด้วย เเต่พี่หวานชอบความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนะคะต่อให้เคยคบกันเเต่พอเลิกกันเเล้วก็ยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้อย่างเดิม ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงไม่ได้มีเเค่ฐานะคนรัก เเต่ฐานะเพื่อนนี่แหละค่ะที่ยั่งยืนที่สุด
2. ความสัมพันธ์ของเพื่อนที่แอบชอบเพื่อน : ซึลบี - แฮซอง
มุมมองของซึลบี : เพราะอะไรเล็กๆ น้อยๆ ของเธอทำให้ฉันประทับใจ
ซึลบีกับแฮซองเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกับเซรีและอึนอู จึงเรียกว่าทั้งสองคนก็สนิทกันในระดับหนึ่ง ในความรู้สึกของซึลบีนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องเล็กๆ ที่ประทับใจในตัวแฮซอง เเม้ว่าก่อนหน้านั้นในตอนที่เธอแอบชอบรุ่นพี่ จะมีแฮซองมาป้วนเปี้ยนคอยกันท่าเเล้วก็ทำให้รุ่นพี่คนนั้นขาดการติดต่อกับเธอในที่สุด ซึลบีนึกเสียใจที่เธอพลาดจากรุ่นพี่ที่ตรงสเปคอย่างนั้นไปเพราะแฮซองที่เข้ามากีดกัด เเต่ในขณะเดียวกันแฮซองก็เป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างซึลบี คอยดูเเลและปกป้องเธอเสมอ เมื่อพวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกันทีละนิด ในที่สุดเธอจึงเริ่มมองว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง
มุมมองของแฮซอง : ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ฉันเริ่มรู้สึกว่าเธอพิเศษ
แฮซองเป็นตัวละครที่มีนิสัยห่ามๆ ออกจะเป็นผู้ชายที่ชอบกวนเเต่จริงๆ เเล้วเขาเป็นคนที่ไม่รู้ใจตัวเองค่ะ ในทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไรกับซึลบีเพราะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เเต่เมื่อจังหวะที่เเอบไปได้ยินว่ารุ่นพี่ที่ซึลบีชอบมาคบเล่นๆ หวังหลอกคบซึลบีเเล้วทิ้ง ปฏิบัติการปกป้องเพื่อนจึงเริ่มขึ้น นั่นเป็นสาเหตุที่แฮซองไม่เคยบอกใครแม้เเต่ซึลบีเองก็ตาม เขาเลือกเก็บความลับนั้นไว้เเละคอยปกป้องซึลบีเสมอ จนวันหนึ่งที่เเฮซองเริ่มรู้สึกว่าซึลบีน่ารักขึ้นทุกวันเเละสายตาของเขาก็มองว่าซึลบีเป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่งจนได้
ผลลัพธ์ความสัมพันธ์ : พี่หวานคิดว่าการแอบชอบเพื่อนนั้นเป็นความรู้สึกที่อันตรายมากๆ เพราะฉะนั้นเมื่อซึลบีกับแฮซองเริ่มรู้สึกพิเศษต่อกันจึงเกิดความกลัวตามมาค่ะ ทั้งสองอยู่ในช่วงทดลองใจต่างไม่ยอมรับว่าตัวเองชอบอีกฝ่ายก่อน ซึ่งคนที่ช่วยเหลือให้สองคนนี้ได้คบกันก็ไม่ใช่คนอื่นไกล ฮาจุน เพื่อนในกลุ่มอีกคนที่เคยช่วยอึนอูสารภาพรักกับเซรีมาแล้วนั่นเอง โดยในตอนที่ไปเข้าค่าย พวกเขาเล่นเกมพูดความจริงกันเเละเป็นซึลบีต้องดื่มเหล้าให้หมด แฮซองจึงออกโรงเป็นอัศวิน*ขอดื่มแทน (อัศวินสำหรับคนเกาหลีจะมีในกรณีที่ออกไปสังสรรค์กันเมื่อมีคนที่ดื่มเหล้าหรือเบียร์ไม่ได้ จะมีคนที่เสนอตัวออกมาช่วยดื่มแทน ส่วนมากช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ถ้าใครดื่มเเทนใครจะโดนล้อจับคู่กันยาวเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าต้องมีบางอย่างซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์เเน่นอนไม่อย่างนั้นไม่ออกมาปกป้องหรอกนะ><)
จากเหตุการณ์นั้นทำให้ซึลบีเริ่มเเน่ใจว่าแฮซองก็ชอบเธอเหมือนกัน เเต่เมื่อเขาไม่ยอมพูดอะไรทำให้เธอยังนิ่ง จนเเยกย้ายจากเพื่อนๆ แฮซองก็ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้สารภาพความรู้สึกออกมา เเละทั้งคู่ก็ยังคงคบกันอยู่จนถึงปัจจุบันอีกด้วย สังเกตได้จากตอนท้ายที่ซึลบีเป็นคนแบกแฮซองกลับบ้านโดยบอกเพื่อนๆ ว่าเธอทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว
จากเหตุการณ์นั้นทำให้ซึลบีเริ่มเเน่ใจว่าแฮซองก็ชอบเธอเหมือนกัน เเต่เมื่อเขาไม่ยอมพูดอะไรทำให้เธอยังนิ่ง จนเเยกย้ายจากเพื่อนๆ แฮซองก็ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้สารภาพความรู้สึกออกมา เเละทั้งคู่ก็ยังคงคบกันอยู่จนถึงปัจจุบันอีกด้วย สังเกตได้จากตอนท้ายที่ซึลบีเป็นคนแบกแฮซองกลับบ้านโดยบอกเพื่อนๆ ว่าเธอทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว
3. ความสัมพันธ์ของรุ่นน้องที่แอบชอบรุ่นพี่ : ฮาจุน - จีฮเย
มุมมองของฮาจุน : เพราะอายุไม่ใช่ปัญหาของความรัก 'ความต่าง'คือสิ่งที่น่ากลัว
ฮาจุนดูจะเป็นคนที่ร่าเริงมากที่สุดในกลุ่มเด็กมัธยมเเละยังเป็นคนที่คอยช่วยเหลือเพื่อนๆ ในเวลาที่มีความรักอีกด้วย เเต่เห็นอย่างนี้เขาก็เคยมีช่วงเวลาที่เจ็บปวดจากความรักเหมือนกันนะคะ เพราะในตอนนั้นเขาไปเเอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่งตามตื๊ออยู่นานก็ได้เบอร์โทรศัพท์มาจนได้ เเต่เเล้วเขาก็ต้องผิดหวังเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้ตัวว่าตัวเองไม่มีวันได้เป็นผู้ชายในสายตาของพี่จีฮเยเลย นั่นก็คือตอนที่เขาเห็นสาวรุ่นพี่เมาหลับในร้านเหล้าเเต่เข้าไปดูแลไม่ได้เพราะอายุไม่ถึง เเละเวลาต่อมาเขาก็ยิ่งเกิดการเปรียบเทียบเมื่อมีรุ่นพี่ผู้ชายอีกคนคอยไปรับไปส่งจีฮเยด้วยรถยนต์ ในขณะที่เขาพาเธอกลับบ้านได้ด้วยรถประจำทางเท่านั้น (โถ...น่าสงสารจริงๆ ค่ะ)
มุมมองของจีฮเย : เพราะอยากมีชายหนุ่มเป็น'แฟน' ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่เหมือน'น้องชาย'
การแสดงออกที่ชัดเจนของจีฮเยในทุกครั้งที่อยู่ในสถานการณ์ต้องเเนะนำตัวฮาจุนให้เพื่อนๆ ได้รู้จัก เธอเลือกจะบอกเพียงว่าฮาจุนเป็นเเค่น้องชายเท่านั้น เมื่อพี่หวานดูผ่านมุมของจีฮเยก็พอจะรู้เหตุผลนะคะ ตอนนั้นฮาจุนยังเข้าหาจีฮเยด้วยวิธีเเบบเด็กๆ ใส่ชุดนักเรียนมาจีบ พาไปเที่ยวเล่น เเต่คนในช่วงอายุอย่างจีฮเยที่ค่อนข้างโตเขาจะไม่มีทางมองเด็กในชุดนักเรียนมัธยมเป็นเเฟนหนุ่มเเน่ค่ะ เพราะถ้าพี่หวานเป็นจีฮเยก็จะรู้สึกว่าผู้ชายที่อายุมากกว่าจะทำให้เธอมั่นคง(ทางความรู้สึก)ได้มากกว่าเด็กมัธยมที่ยังเรียนไม่จบและคอยแต่โดดเรียนมาเฝ้าแน่ๆ ถึงจะดูเหมือนมีใจให้เเต่ความรักมันต้องคิดถึงอนาคตด้วย
ผลสรุปความสัมพันธ์ : ถึงเเม้ตอนนั้นจะต้องเเยกย้ายกันไปตามระเบียบ สุดท้ายเเล้วเมื่อวันเวลาที่เหมาะสมวนกลับมาอีกครั้ง ฮาจุนโตขึ้นเเละได้เจอจีฮเยมานั่งกินข้าวที่ร้านซึ่งเขาเป็นเจ้าของอยู่ พี่หวานก็เห็นเลยค่ะว่าสายตาที่จีฮเยมองฮาจุนนั้นยังเหมือนเดิมเพียงเเต่เพิ่มเติมในตอนนี้ฮาจุนสลัดชุดนักเรียนออกไปเเล้ว เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้ารุ่นพี่ที่เคยชอบในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งพี่หวานก็แอบลุ้นต่อนะคะว่าความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้จะเริ่มต้นได้ด้วยดีซักที
Love Playlist รักแบบผู้ใหญ่ในรั้วมหาลัย
ตัวละครในภาคนี้ได้แก่ 1.ฮยอนซึง 2.มินอู 3.จุนโม 4.เเจอิน ทั้งสี่คนเป็นเพื่อนกันเนื่องจากอยู่ชมรมเดียวกัน ส่วนคนสุดท้ายคือ 5.จีวอน ผู้เป็นแฟนสาวรุ่นน้องของฮยอนซึง ในความรักของเด็กมหาวิทยาลัยก็มีจุดเริ่มต้นมาจากความใกล้ชิดเช่นเดียวกับความรักของเด็กมัธยม เเต่ความต่างที่พี่หวานพบในภาคนี้ก็คือการแสดงออกเเละการคิดนั้นจะเริ่มซับซ้อนมากขึ้น
1. ความสัมพันธ์แบบคนรัก : จีวอน - ฮยอนซึง
มุมมองของจีวอน : เพราะความสัมพันธ์เปราะบาง จึงจำเป็นต้องชัดเจนเเละเชื่อใจ
จีวอนเป็นรุ่นน้องที่ฮยอนซึงเเกล้งหลอกเป็นพี่เนียน ก่อนจะเเพ้ให้กับความอบอุ่นที่ชายหนุ่มรุ่นพี่มีให้เธอเเละตกลงคบกันเป็นแฟน ด้วยความที่จีวอนเป็นรุ่นน้องเธอจะรู้สึกกังวลทุกครั้งเวลาที่ฮยอนซึงไปไหนมาไหนกับกลุ่มเพื่อนซึ่งมีเเจอินอยู่ในกลุ่มด้วย พี่หวานคิดว่าผู้หญิงทุกคนน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ เพราะแจอินทั้งสวยกว่า ใจดี เเละวางตัวเลิศทำให้จีวอนรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเเละคิดว่าตัวเองด้อยกว่าแจอิน
ในเหตุการณ์ที่จีวอนรู้สึกด้อยกว่าเเจอินก็คือการเห็นคอมเมนต์ใต้รูปโปรโมทมหาวิทยาลัยบอกว่าแจอินเหมาะสมกับฮยอนซึงมาก ทั้งๆ ที่เเฟนของเธอบอกว่ายังมีรุ่นพี่คนอื่นมาถ่ายรูปด้วยกันเเต่ทำไมถึงลงรูปคู่ฮยอนซึงกับแจอินเท่านั้นล่ะ ความน้อยใจที่สะสมมานานทำให้เกิดการหึงหวงตามมา จนนำไปสู่การบอกเลิก(ที่ไม่ได้อยากเลิกจริงๆ)
ในเหตุการณ์ที่จีวอนรู้สึกด้อยกว่าเเจอินก็คือการเห็นคอมเมนต์ใต้รูปโปรโมทมหาวิทยาลัยบอกว่าแจอินเหมาะสมกับฮยอนซึงมาก ทั้งๆ ที่เเฟนของเธอบอกว่ายังมีรุ่นพี่คนอื่นมาถ่ายรูปด้วยกันเเต่ทำไมถึงลงรูปคู่ฮยอนซึงกับแจอินเท่านั้นล่ะ ความน้อยใจที่สะสมมานานทำให้เกิดการหึงหวงตามมา จนนำไปสู่การบอกเลิก(ที่ไม่ได้อยากเลิกจริงๆ)
พี่หวานคิดว่าจีวอนไม่ได้ไม่เชื่อใจฮยอนซึงนะคะ เเต่เธอไม่เชื่อใจแจอินมากกว่าเพราะผู้หญิงด้วยกันย่อมมองออก ยิ่งรู้ว่าเเจอินยังไม่มีเเฟน เเละยังไม่มีคนที่ชอบยิ่งทำให้จีวอนรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง จนเผลอตามไปที่ร้านตั้งใจจะอาละวาดที่เห็นฮยอนซึงกอดกับแจอิน เพราะทุกสิ่งที่เกี่ยวกับฮยอนซึงนั้นเป็นเรื่องใหญ่เเละสำคัญสำหรับเธอเสมอ จีวอนเป็นตัวเเทนความรู้สึกของแฟนสาวแทบทุกคนที่รู้สึกอยากเป็นคนพิเศษคนเดียวของคนที่เรารัก เมื่อเห็นความเข้ากันได้ระหว่างแจอินกับฮยอนซึงมีมากกว่าเพื่อนทั่วไปเธอจึงรู้สึกไม่มั่นคง
มุมมองของฮยอนซึง : เพราะชอบทุกอย่างที่เป็นเธอ
สำหรับฮยอนซึงซึ่งเป็นคนกลาง เเละเป็นคนที่ออกจะความรู้สึกช้าอยู่มาก จึงทำให้ไม่ค่อยรู้ว่ามีใครคิดอะไรกับตัวเองบ้าง เพราะเขาเองก็ให้ความสนใจไปที่จีวอนผู้เป็นแฟนรุ่นน้องเเค่คนเดียว ฮยอนซึงเป็นผู้ชายประเภทที่แสดงออกทุกอย่างชัดเจน เพื่อนก็คือเพื่อน เเละเเฟนก็คือแฟน ถ้าบอกว่ารักก็คือรักจริงๆ ต่อให้อยู่ในช่วงที่กำลังสับสนเพราะทะเลาะกับจีวอน เเล้วเเจอินมาสารภาพรักเเต่เขาก็กล้าที่จะปฏิเสธเพราะเขายังมองเเค่จีวอนเเค่คนเดียวไม่มีคิดเผื่อใจหรือให้ความหวังคนอื่นเเน่นอน
ฮยอนซึงรู้ดีว่าจีวอนไม่ชอบให้เขาอยู่ใกล้เเจอิน จึงทิ้งระยะห่างกับเเจอินเสมอ ในเหตุการณ์ที่ต้องถ่ายภาพโปรโมทมหาวิทยาลัยเเค่สองคนกับเเจอินมีฉากต้องโอบไหล่กัน เเม้ว่าจีวอนจะไม่อยู่ในเหตุการณ์นั้นฮยอนซึงก็ยังให้เกียรติและคิดถึงจิตใจแฟนสาว จึงปฏิเสธไม่โอบไหล่แจอิน เรียกว่าดีทั้งต่อหน้าเเละลับหลังขนาดนี้ยกตำแหน่งแฟนดีเด่นให้ไปเลยค่ะซึ่งถ้าไม่มีการนำเสนอผ่านมุมของฮยอนซึงเราก็จะไม่มีวันเห็นข้อเท็จจริงตรงนี้ เหมือนที่จีวอนไม่ได้เห็นเเละพาลน้อยใจไปก่อน
ฮยอนซึงรู้ดีว่าจีวอนไม่ชอบให้เขาอยู่ใกล้เเจอิน จึงทิ้งระยะห่างกับเเจอินเสมอ ในเหตุการณ์ที่ต้องถ่ายภาพโปรโมทมหาวิทยาลัยเเค่สองคนกับเเจอินมีฉากต้องโอบไหล่กัน เเม้ว่าจีวอนจะไม่อยู่ในเหตุการณ์นั้นฮยอนซึงก็ยังให้เกียรติและคิดถึงจิตใจแฟนสาว จึงปฏิเสธไม่โอบไหล่แจอิน เรียกว่าดีทั้งต่อหน้าเเละลับหลังขนาดนี้ยกตำแหน่งแฟนดีเด่นให้ไปเลยค่ะซึ่งถ้าไม่มีการนำเสนอผ่านมุมของฮยอนซึงเราก็จะไม่มีวันเห็นข้อเท็จจริงตรงนี้ เหมือนที่จีวอนไม่ได้เห็นเเละพาลน้อยใจไปก่อน
ผลลัพธ์ความสัมพันธ์ : แม้ว่าจะเป็นคู่รักที่มีช่วงเวลาไม่เข้าใจกันบ่อยๆ เเต่ก็สามารถกลับมาคืนดีกันได้ด้วยการ ยอม นั่นเองค่ะ เเต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องยอมให้อีกคนเสมอไปนะคะ เพราะกรณีของฮยอนซึงกับจีวอนจะเป็นการยอมเมื่อรู้ตัวว่าเราผิด เหมือนที่ฮยอนซึงยอมกลับมาง้อหลังจีวอนบอกเลิกเพราะเขาก็ผิดที่ไม่อธิบายให้ชัดเจน จนจีวอนเข้าใจผิดไป พี่หวานว่าความสัมพันธ์จะไม่ซับซ้อนถ้าคนสองคนไม่ทำให้มันซับซ้อน ถ้ายังรักก็เเค่กลับมาคืนดีกัน เเบบนี้ดีกว่ามัวเเต่ตั้งเเง่ใส่กันจนอาจต้องเสียคนสำคัญไปนะคะ
2. ความสัมพันธ์ของเพื่อนที่แอบชอบเพื่อน : แจอิน - ฮยอนซึง
มุมมองของแจอิน : เพราะความกลัวที่จะสูญเสียจึงไม่กล้า
ใครที่ติดตามดูมาตั้งเเต่ตอนแรกก็จะเห็นตัวละครเเจอินในมุมของคนอื่นอยู่เสมอ เเต่พี่หวานดูออกตั้งเเต่ต้นว่าคนที่เเจอินชอบจริงๆไม่ใช่มินอูเเต่เป็นฮยอนซึง ผู้หญิงเองก็มีชั้นเชิงในการเข้าหาคนที่ตัวเองชอบเหมือนกันนะคะ สำหรับเเจอินพี่หวานยกให้เป็นตัวเเทนเฟรนด์โซนอย่างเเท้จริงค่ะ เธอเริ่มประทับใจฮยอนซึงมาสักพักเเต่มารู้ใจตัวเองชัดเจนในตอนที่เห็นฮยอนซึงอยู่กับจีวอน เเละเกิดความคิดว่า ทำไมที่ตรงนั้นถึงไม่ใช่เธอ?
ในมุมของเเจอินจะเห็นว่าเธอพยายามรักษาความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนเอาไว้ด้วยการเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว เนื่องจากกลัวว่าถ้าพูดออกไปเธอคงจะต้องเสียฮยอนซึงไปตลอดกาล เพราะฉะนั้นต่อให้ต้องเจ็บเวลาเห็นฮยอนซึงอยู่กับแฟนสาวเธอก็ทำได้เเค่ยิ้ม
ในมุมของเเจอินจะเห็นว่าเธอพยายามรักษาความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนเอาไว้ด้วยการเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว เนื่องจากกลัวว่าถ้าพูดออกไปเธอคงจะต้องเสียฮยอนซึงไปตลอดกาล เพราะฉะนั้นต่อให้ต้องเจ็บเวลาเห็นฮยอนซึงอยู่กับแฟนสาวเธอก็ทำได้เเค่ยิ้ม
ผลลัพธ์ความสัมพันธ์ : อย่างที่พี่หวานเขียนไปข้างบนว่ามุมมองของฮยอนซึงนั้นมีเเต่เรื่องของจีวอนจึงทำให้เขาไม่เคยสังเกตเห็นสายตาของแจอินเวลาที่มองตัวเองเลยค่ะ จนคิดไปเองว่าแจอินนั้นชอบมินอู ส่วนเเจอินก็ยอมรับตามน้ำไปเพราะไม่อยากให้ฮยอนซึงรู้ว่าเเท้จริงเเล้วคนที่เธอชอบคือฮยอนซึงต่างหาก เห็นมั้ยคะว่าแอบชอบเพื่อนในช่วงมหาลัยเนี่ยพี่หวานคิดว่าพูดยากต่างจากการแอบชอบเพื่อนในสมัยมัธยมมากๆ เลยล่ะ ยิ่งปฏิกิริยาตอนที่แจอินตัดสินใจสารภาพรักกับฮยอนซึงในวันที่เขาเลิกกับจีวอน แล้วได้รับการปฏิเสธกลับมา เธอจึงรีบไปบอกเขาในวันรุ่งขึ้นทันทีว่าเมื่อวานเมาจนจำอะไรไม่ได้ เพื่อที่จะรักษาคำว่าเพื่อนเอาไว้คงเดิมนั่นเองค่ะ
3. ความสัมพันธ์ของเพื่อนที่แอบชอบเพื่อน : มินอู - เเจอิน
มุมมองของมินอู : เพราะความรักเป็นเรื่องของจังหวะเเละเวลา
พี่หวานขอเขียนถึงมุมมองของมินอูที่มีต่อเเจอินเลยนะคะ จากที่ผ่านเหตุการณ์ในมุมของเเจอินเเละฮยอนซึงมาเเล้ว เราก็ได้รู้ว่าเเจอินเคยแกล้งบอกว่าชอบมินอูกับฮยอนซึงเพื่อที่จะปกปิดความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อฮยอนซึง เเต่หารู้ไม่ว่ามินอูที่แอบชอบเเจอินอยู่ก็สังเกตเห็นทุกอย่างโดยเฉพาะสายตาที่แจอินใช้มองฮยอนซึงอย่าง'ผู้ชายคนหนึ่ง' เพราะเขาเข้าใจความรู้สึกที่แอบรักเพื่อนเเต่พูดไม่ได้ของเเจอินดี มินอูจึงคอยอยู่เคียงข้างอย่างเงียบๆ มาตลอด เเม้ว่าเเจอินดูเหมือนจะเลิกชอบฮยอนซึงไปเเล้ว เเต่จังหวะเวลาของเขาก็ยังไม่มาสักที เพราะดันมีรุ่นน้องหน้าตาดีมาคอยเกาะแกะเเจอิน เเละดูเหมือนว่าเเจอินเองก็จะเริ่มรู้สึกพิเศษกับเด็กคนนั้น
ผลลัพธ์ความสัมพันธ์ : มินอูยังคงเก็บเงียบต่อไป เพราะเขารู้ว่าเขาเป็นได้เเค่เพื่อนสำหรับเเจอินเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนที่พวกเขานั่งจับกลุ่มปิกนิกกันอยู่มินอูลองถามอาการของเเจอินว่ามีใจให้เขาหรือไม่ จากจีวอนที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันน่าจะดูกันออก คำตอบที่จีวอนตอบกลับมาว่า คำพูดเเละการแสดงออกแบบนั้นของเเจอินหมายความว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดีนะควรจะมีใครสักคนได้แล้ว เเต่เเจอินไม่ได้มองมินอูเป็นผู้ชายในฐานะเเฟน ยิ่งย้ำให้มินอูรู้ตัวว่าเขาควรจะอยู่เเค่สถานะเพื่อนแบบนี้ต่อไป เพราะอย่างน้อยนี่เป็นทางเดียวที่ทำให้ยังได้อยู่ใกล้เเจอิน
ข้อดีของการสลับมุมมองของตัวละคร
เรื่องราวความสัมพันธ์แบบต่างๆ ของวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มทำให้พี่หวานรู้สึกว่าเราไม่สามารถตัดสินคนๆ หนึ่งจากมุมมองของเราได้เพียงอย่างเดียว ความจริงมีหลายด้าน เเค่เราเปลี่ยนจุดยืนมุมที่เรามองเห็นก็เปลี่ยนไปแล้ว ยิ่งเป็นความคิดของคนอื่นยิ่งยากค่ะเพราะจะไม่มีทางรู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นคิดอะไรอยู่ จนกว่าเจ้าตัวจะเปิดเผยมาซึ่งถ้าเปรียบกับการอ่านนิยายเราสามารถรู้ว่าตัวละครคิดอะไรอยู่เมื่อนักเขียนบรรยายออกมานั่นเอง
การนำเสนอของซีรีส์ชุด Seventeen กับ Love Playlist โดยสลับมุมมองของตัวละคร ใช้สัญลักษณ์เป็นการวางเเผ่นซีดีใส่บนเครื่องเล่น เเละเริ่มหมุนเเทนการเริ่มเล่าเรื่องราวของเเต่ละคนเป็นจุดเด่นที่พี่หวานคิดว่าสร้างสรรค์มากค่ะ เเถมดนตรีประกอบในเรื่องยังแอบเผยความรู้สึกของเเต่ละคนได้ด้วยว่ากำลังสุข เศร้า หรือสับสน เพราะจังหวะดนตรีจะเปลี่ยนไปค่ะ(ลองสังเกตกันดูน้า)
พี่หวานคิดว่าถ้าใครที่กำลังมองหาเเรงบันดาลใจในการสร้างความสัมพันธ์ให้ตัวละคร ลองคลิกดูซีรีส์ชุดนี้ให้เร็วเลยค่ะน่าจะช่วยได้มากทีเดียวเพราะนี่เป็นความสัมพันธ์ที่พบได้ในชีวิตจริงๆ ส่วนตัวพี่หวานอินกับทุกความสัมพันธ์เลย ไม่รู้น้องๆ เด็กดีคนอื่นชอบคู่ไหน หรือว่าใครมีประสบการณ์ตรงเป็นยังไงบ้างก็มาเล่าให้ฟังได้น้าา พบกันใหม่บทความหน้าค่ะ ^___^
พี่หวาน


0 ความคิดเห็น