5 หนังสือดังที่เคยนก เพราะถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธ
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน ขึ้นชื่อว่านักเขียน สิ่งที่พวกเรากลัวพอๆ กับการเขียนนิยายแล้วตัน ก็คือการที่ถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธนี่แหละจ้า บางคนส่งนิยายไปเป็นสิบครั้งแต่นกตลอด บางคนนกแล้วนกอีกจนล้มเลิกความตั้งใจและเทความฝันไปในที่สุด ถ้าใครที่กำลังรู้สึกหรือเป็นแบบนี้อยู่ล่ะก็ วันนี้พี่น้ำผึ้งมาเติมกำลังใจให้กับน้องๆ ด้วยการชวนทุกคนมารู้จักกับ 5 หนังสือที่เขียนโดยนักเขียนชื่อดังที่ถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธ จะมีใครและเป็นเรื่องอะไรบ้างนั้น ตามมาดูเลยจ้า
Harry Potter and the Philosopher's Stone
โดย J.K.Rowlings
ทำไมถึงนก?
ปัญหาหลักเลยก็คือในยุค 90’s มีหนังสือสำหรับเด็กวางแผงเกลื่อนเต็มร้านหนังสือแถมเหล่าสำนักพิมพ์ยังคิดว่านิยายสำหรับเด็กไม่ได้ทำกำไรให้พวกเขาได้มากเท่าที่ควร จริงอยู่ที่สำนักพิมพ์ชอบผลงานของเจ.เค.โรว์ลิ่งเพราะมันสนุก แต่พวกเขาไม่คิดว่านิยายแฟนตาซีสำหรับเด็กมันจะปังในวงการหนังสือ
นอกจากนี้นิยายของเธอยังยาวมหายาว ยาวเกินกว่าที่เด็กๆ จะอ่านจบโดยไม่งอแงได้ อีกทั้งช่วงนั้นวิดีโอเกมกำลังมาแรง พวกเขามั่นใจว่าสมาธิของเด็กๆ คงอยู่ที่หนังสือได้ไม่นานนัก เพราะงั้นปฏิเสธไปเลยดีกว่า ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ผลิตหนังสือต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงทุนจ้า
ทำไมอยู่ๆ ถึงไม่นก?
หลังจากนกถึง 12 ครั้ง 12 ครา เทพเจ้าบนฟ้าก็เห็นใจและเข้าใจในความพยายามของเจ.เค.โรว์ลิ่ง ในที่สุดเธอก็คลอดแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ออกมา ซึ่งตอนนั้นได้เงินค่าต้นฉบับจากสำนักพิมพ์เพียงแค่ 1,500 ปอนด์
จริงๆ แล้วเธอไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้เงินหลักแสน ขอแค่มีเงินก็พอแล้ว เพราะในเวลานั้นโรว์ลิ่งไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ชีวิตได้ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังต้องยื่นขอทุนรัฐบาลจำนวน 8000 ปอนด์เพื่อซื้อโปรแกรมประมวลผลคำ (Word Processor) เพื่อไว้ใช้พิมพ์ต้นฉบับแฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับด้วยค่ะ คิดดูเอาเถอะว่าเธอจนขนาดไหน
แต่ใครจะไปรู้ว่า 3 วันหลังจากแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์วางแผงในร้านหนังสือ เจ.เค.โรว์ลิ่งได้ค่าต้นฉบับเพิ่มเป็น 100,000 ปอนด์จากสำนักพิมพ์ Scholastic! ซึ่งนับว่าเป็นค่าต้นฉบับที่มากที่สุดในประวัติการณ์ ณ เวลานั้นค่า
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แฮร์รี่ พอตเตอร์ก็ทำให้เจ.เค.โรว์ลิ่งลืมตาอ้าปากได้และกลายเป็นมหาเศรษฐี ติดอันดับบุคคลที่รวยเป็นอันดับต้นๆ ในเกาะอังกฤษ แถมแฮร์รี่ยังได้รับการแปลหลายภาษาไปทั่วโลก กลายเป็นว่าปังยิ่งกว่าปังอีกจ้า ขอการันตีความปังด้วยคลิปด้านล่าง
The Diary of Young Girl
โดย Anne Franke
ทำไมถึงนก?
หลังจากรอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อ็อตโต แฟรงก์ พ่อของแอนน์ได้รับการปล่อยตัวออกมาจากค่ายเอาชวิทซ์เมื่อปี 1945 จากนั้นไม่นาน เขาจึงรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขาในช่วงที่เขาอยู่ในค่ายกักกัน โชคไม่ดีเท่าไหร่นักที่แอนน์และมาร์ก็อต ลูกๆ ของเขาเสียชีวิตในค่ายกักกันแบร์เกิน-เบลเซิน
อย่างไรก็ตาม อ็อตโตเจอไดอารี่ของแอนน์ รวมทั้งเรื่องราวที่เธอเขียนขณะหลบซ่อนตัวจากพวกนาซี เขาอ่านบันทึกของแอนน์ทุกตัวอักษรจนรู้ว่าเธอมีความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียน อ็อตโตจึงส่งงานเขียนของเธอไปตามสำนักพิมพ์ต่างๆ แต่ก็ถูกปฏิเสธตลอด ใช่แล้วค่ะ ตราสัญลักษณ์แห่งประวัติศาสตร์และความทารุณของนาซีถูกปฏิเสธโดยสำนักพิมพ์ในปี 1950 เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ เลยล่ะ
ทั้งนี้เป็นเพราะสำนักพิมพ์คิดว่านี่เป็นหนังสือที่น่าเบื่อและมีการแย่งชิงกันในครอบครัวมากเกินไป (ส่วนมากเป็นการทะเลาะกันในเรื่องที่ไร้สาระ) อีกทั้งยังมีเนื้อหาทางเพศที่ชัดเจน ใช่แล้วค่ะ สำหรับสำนักพิมพ์ พวกเขาคิดว่านี่เป็นหนังสือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่น่าเบื่อมาก แถมยังมีเนื้อหาทางเพศที่มากเกินไป
ทำไมอยู่ๆ ถึงไม่นก?
อ็อตโต แฟรงก์พยายามเสนอต้นฉบับ 2 เวอร์ชันให้สำนักพิมพ์ ฉบับแรกคือเวอร์ชั่นที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีกฉบับคือเวอร์ชั่นที่ตัดเนื้อหาทางเพศออกไป อย่างไรก็ตาม เวอร์ชั่นฉบับเต็มก็ได้รับการตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งใน UK ในปี 1952 แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก ถึงอย่างนั้นก็เถอะ บันทึกของแอนน์ แฟรงก์กลับป๊อบปูล่ามากๆ ในฝรั่งเศสและอเมริกา ค่อนข้างน่าแปลกใจนิดหน่อยที่หนังสือเล่มนี้เองก็เป็นที่นิยมในเยอรมนีและญี่ปุ่นค่ะ
เชื่อหรือไม่ หลังจากที่เผยแพร่บันทึกของแอนน์ แฟรงก์ ใครๆ ต่างก็พากันชื่นชมและยกย่องหนังสือเล่มนี้ (อาจจะรวมถึงตัวแอนน์ แฟรงก์ด้วย) ไม่ว่าจะเป็นกวีหรือนักวิชาการ แถมอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เอลีนอร์ รูสเวลต์ยังได้ยกย่องให้นี่คือสิ่งพิมพ์ฉบับแรกของอเมริกา แม้ว่าจะมีการพูดถึงเนื้อหาทางเพศชัดเจนก็ตาม
And to Think that I Saw It on Mulberry Street
โดย Dr.Seuss
ทำไมถึงนก?
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ขนาดทีโอดอร์ ไกเซล หรือที่รู้จักกันดีในนาม Dr. Seuss ผู้สร้างสรรค์ผลงานสำหรับเด็กยังเคยนกค่ะ เขาเองก็ถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธงานเขียนเรื่องแรกอย่าง “And to Think that I Saw It on Mulberry Street” ในช่วงปี 1930 แถมความนกในครั้งนี้ไม่ใช่นกธรรมดานะคะ แต่มันหล่อหลอมให้เขากลายเป็นนกฟินิกซ์เลยจ้า (นกเท่าไหร่ก็ไม่ตาย เอ๊ย ไม่ท้อ) เพราะเขาถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธถึง 27 ครั้งด้วยกัน!!
เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ สำนักพิมพ์บอกว่านี่เป็นหนังสือที่งี่เง่าเกินกว่าวัยรุ่นจะอ่านได้ และก็ไร้สาระเกินกว่าที่จะให้เด็กๆ อ่าน ตัวละครชอบพูดจาแปลกๆ พิลึกและประหลาด นอกจากนี้พวกเขายังคิดว่าถ้าหากมันต้องเป็นหนังสือสำหรับเด็กจริงๆ มันก็ควรจะสอดแทรกแง่คิดให้เด็ก สอนให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ เช่น รักษาสุขภาพ, การบริหารเวลา หรือจริยธรรมในการทำงาน เป็นต้น ส่วนหนังสือของไกเซลน่ะเหรอ มันไม่เข้าข่ายเลย ไม่สักนิด
เชื่อมั้ยคะว่านอกจากจะนกแล้ว แน่นอนว่าเขารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ถูกปฏิเสธ พญานกอย่างไกเซลเลยแทบจะเผาต้นฉบับตัวเองทิ้งค่ะ พี่น้ำผึ้งเข้าใจฟีลลิ่งนี้นะ ถูกสำนักพิมพ์เทงานเราเนี่ย
ทำไมอยู่ๆ ถึงไม่นก?
หลังจากนกจนกลายเป็นฟินิกซ์ไปแล้ว ในที่สุดก็มีสำนักพิมพ์หนึ่งที่สนใจ And to Think that I Saw It on Mulberry Street เพราะคิดว่ามันแปลกดี ดังนั้นในปี 1937 งานเขียนของพญานกก็ได้รับการตีพิมพ์สักที ขอปรบมือในความพยายามของเขารัวๆ เลยค่า
ไม่เพียงแค่นั้น ผลงานของเขายังได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนังสือที่เหมาะกับเด็กในวัยเริ่มเรียนรู้ช่วงต้น อีกทั้งนักอ่านยังชื่นชอบ “คำพูดแปลกๆ” ของตัวละครที่ปรากฏในหนังสือด้วยค่ะ
A Confederacy of Dunces
โดย John Kennedy Toole
ทำไมถึงนก?
จอห์น เคนเนดี้ ทูลเองก็ถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ไซมอนและชูสเตอร์ บรรณาธิการบอกเขาว่า “หนังสือเล่มนี้ไม่มีอะไรเลย” แถมสไตล์การเขียนยังแปลกด้วย จริงๆ แล้วทูลรับมือกับความนกไม่ค่อยดีเท่าที่ควรนัก เขาเริ่มดื่มเหล้าอย่างหนักและทุกข์ทรมานกับโรคไมเกรนของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อโรเบิร์ต เคนเนดี้และมาร์ติน ลูเธอร์ คิงถูกลอบสังหารในปี 1968 ทูลกลายเป็นคนที่หวาดระแวงมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเวลาผ่านไปและไม่มีสำนักพิมพ์ไหนต้องการนิยายของเขา ทูลในวัย 31 ปีได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายโดยที่ทิ้งต้นฉบับของนิยายตัวเองเอาไว้หลายเล่มเลย น่าสงสารมากๆ เลยค่ะ
ทำไมอยู่ๆ ถึงไม่นก?
11 ปีหลังจากที่ทูลลาจากโลกนี้ไปแล้ว วันหนึ่งแม่ของเขาค้นพบต้นฉบับมากมาย ด้วยความที่เป็นแม่ที่อยากเห็นความฝันของลูกชายที่เป็นจริง แม่จึงสานฝันให้ลูกชายด้วยการส่งต้นฉบับไปตามสำนักพิมพ์ต่างๆ อีกครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธอยู่ร่ำไป (เป็นพญานกพอๆ กับไกเซลเลย น่าสงสารมากๆ) ซึ่งแม่ของทูลไม่ย่อท้อค่ะ เธอจะไม่มีวันเทความฝันของลูกชายเด็ดขาด
หลังจากที่เธอส่งต้นฉบับ A Confederacy of Dunces ไปให้ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยโลโยล่าแห่งเมืองนิวออร์ลีนส์คนหนึ่ง งานเขียนของลูกชายเธอก็ปังขึ้นมา แถมยังคว้ารางวัลพูลิตเซอร์สาขานวนิยาย ไม่เพียงแค่นั้น A Confederacy of Dunces ยังกลายเป็นวรรณกรรมจากอเมริกาใต้ที่ควรอ่านด้วยค่ะ
ที่สำคัญ หลังจากที่มีคนรู้เรื่องแม่ของทูลที่พยายามทำตามความฝันเพื่อลูกชาย เรื่องราวของทั้งคู่ก็ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง "A boy's best friend is his mother" เรียกได้ว่างานนี้ทูลไม่นกเพราะแม่ของเขาเลยนะคะ
Fahrenheit 451
โดย Ray Bradury
ทำไมถึงนก?
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หนังสือ “อุณหภูมิเผาหนังสือ” เรื่องนี้เกือบไม่ได้ตีพิมพ์เป็นเล่มแล้ว เหตุผลเป็นเพราะว่าในช่วงปี 1951 นั้นเป็นช่วงที่การเมืองของอเมริกากำลังร้อนระอุ แถมหนังสือเล่มนี้ยังเข้าข่ายเสียดสีการเมืองขั้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการเผาหนังสือ การปราบปรามหรือห้ามผู้คนแสดงความเห็น เป็นต้น ทางสำนักพิมพ์เล็งเห็นแล้วว่ามันเป็นเรื่องเสี่ยงมากๆ ในการตีพิมพ์งานเขียนเล่มนี้ เพราะงั้นเลยปฏิเสธดีกว่าจ้า
ทำไมอยู่ๆ ถึงไม่นก?
ง่ายๆ ก็คือฮิวจ์ เฮฟเนอร์บรรณาธิการแห่งหนึ่งเล็งเห็นถึงความแปลกใหม่ของนิยายเรื่องนี้ อีกทั้งเขาไม่กลัวที่จะตีพิมพ์แม้กระแสการเมืองจะมาแรงก็ตามที เขาไปขอซื้อต้นฉบับของแบร็ดบูรี่และลงนิตยสารเพลย์บอย หลังจากนั้นในที่สุด Fahrenheit 45 ก็ได้รับการตีพิมพ์เป็นเล่มในปี 1953 ค่ะ ขอแสดงความยินดีด้วยจ้า
เป็นอย่างไรบ้างคะน้องๆ อ่านจบแล้วรู้เลยว่าเส้นทางชีวิตของนักเขียนแต่ละคนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พวกเขาล้วนเคยผ่านความล้มเหลวมาก่อนทั้งนั้น แต่สิ่งที่พวกเขามีคือพลังใจและความเชื่อค่ะ ต่อให้ล้มไม่เป็นท่าก็ยังมีศรัทธาในตัวเองและส่งต้นฉบับต่อไป เชื่อเถอะว่าวันหนึ่งงานเขียนของพวกเขาก็ต้องได้ตีพิมพ์เป็นเล่มแน่นอน
เพราะฉะนั้นน้องคนไหนที่กำลังท้อ ขอให้บอกตัวเองไว้เสมอว่า “เรามาไกลเกินกว่าจะถอยหลังแล้ว” สู้ๆ นะคะ มุ่งมั่นเขียนนิยายต่อไป สักวันต้องเป็นของน้องแน่นอน หรือถ้าใครไม่ได้ตีพิมพ์เป็นเล่มสักทีก็เอามาขายกับระบบขายนิยายของ Dek-D เลยจ้า รับรองเป๊ะปัง
พี่น้ำผึ้ง :)
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Ray_Bradbury
https://www.today.com/popculture/seussentenial-100-years-dr-seuss-2D80556399#.TlLRMGG_gr4
http://www.scotsman.com/news http://www.telegraph.co.uk/culture/culturenews/5071363/TS-Eliot-rejected-George-Orwells-Animal-Farm-because-of-its-Trotskyite-politics.html
http://www.nytimes.com/2007/09/09/books/review/Oshinsky-t.html






1 ความคิดเห็น
อ่านแล้วทำให้รู้สึกมีกำลังใจในการเขียนมากขึ้นเลยค่ะ
ขอบคุณที่นำมาแชร์นะคะ :))