ชวนวิเคราะห์ Signal ซีรีส์เกาหลีแนวสืบสวนของนักเขียน 'คิมอึนฮี' วางพล็อตดีเพราะได้เค้าโครงจากเรื่องจริง!



วิเคราะห์ Signal ซีรีส์เกาหลีแนวสืบสวนของนักเขียน 'คิมอึนฮี'
วางพล็อตดีเพราะได้เค้าโครงจากเรื่องจริง!
 


สวัสดีค่ะน้องๆ นักเขียน นักอ่านทุกคน^^ หลังจากที่ห่างหายจากการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวงการเกาหลีไปบ้าง พี่หวานกลับมาพร้อมข้อมูลน่าสนใจที่ใกล้สิ้นปีแบบนี้ อยากจะชวนน้องๆ มาดูซีรีส์กันหน่อย สำหรับใครที่ชอบเรื่องสืบสวนสอบสวน วันนี้ก็เลยขอนำเสนอ Signal ซีรีส์น้ำดีที่หลายคนอาจพลาดไปเพราะไม่เป็นกระเเสในไทยนั่นเองค่ะ

สาเหตุที่พี่หวานเลือกหยิบเรื่องนี้มาพูดถึงเเม้จะจบไปตั้งเเต่ปี 2016 เเล้วก็ตาม เพราะนี่เป็นซีรีส์จากช่องเคเบิ้ล TVN เทียบๆ กันเเล้วก็คงเป็นช่อง one หรือ gmm บ้านเราที่ไม่ได้มีพื้นที่สื่อครองหน้าจอเหมือนช่อง 3 7 9 เเต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นซีรีส์เกาหลีที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในเรื่อง 'พล็อตเเน่น โครงเรื่องดี หลอนจนลืมหายใจ' พี่หวานเองได้ดูจบไปเเล้วรอบหนึ่งทำให้ไม่อยากให้คนอื่นๆ พลาดความสนุกตรงนี้ไป วันนี้ก็เลยอยากชวนมาดูว่าเสน่ห์ตรงไหนของเรื่องที่ทำให้กวาดรางวัลไปได้มากมายขนาดนี้ แอบบอกนิดนึงว่าถ้าใครกลัวสปอยล์ต้องไปดูก่อนนะคะค่อยกลับมาอ่าน เพราะบทความนี้เปิดเผยเนื้อหาในเรื่องเยอะมากค่ะ 


 

เกี่ยวกับ 'Signal'


เรื่อง Signal เป็นซีรีส์เกาหลีเเนวสืบสวน อาชญากรรม แฟนตาซี ดราม่าก็มี ความฮาก็ไม่น้อย โอ้โห...เขียนขนาดนี้อย่าเพิ่งด่ากันนะ เเต่เพราะเรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่ครบรสเเละกลมกล่อมมากจริงๆ ค่ะ ว่าด้วยเรื่องราวของนักสืบ อีเจฮัน จากอดีต ที่สื่อสารผ่านวิทยุสื่อสารกับ พัคเเฮยอง นักวิเคราะห์ลักษณะของคนร้ายเเละผู้กระทำความผิด ที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เนื่องจากพัคเฮยองถูกย้ายมาประจำกองคดีที่ยังปิดไม่ได้ เเละได้พบวิทยุสื่อสารอันเก่าจากกองขยะเเต่กลับมีเสียงดังมาจากวิทยุนั้นได้ ด้วยความตกใจเขาจึงเก็บมันไว้กับตัวเพื่อรอพิสูจน์ว่ามันมีคนติดต่อผ่านวิทยุสื่อสารนั้นอยู่จริงหรือ เเละเนื่องจากคดีที่ทีมของพัคเเฮยองดูเเลอยู่เป็นคดีที่ลากยาวยังปิดไม่ได้ การสื่อสารผ่านวิทยุของคนทั้งสองจึงเป็นการช่วยเหลือเเลกเปลี่ยนข้อมูลในการแก้ไขคดีต่างๆ นั่นเองค่ะ จุดไคลแมกซ์ของเรื่องก็คือการที่จุดเริ่มต้นกับจุดจบทุกอย่างได้นมาบรรจบกันในที่สุด

 

รู้จักนักเขียน 'คิมอึนฮี' เจ้าของผลงานสืบสวนเรื่องดังต่างๆ 


ตอนเเรกที่พี่หวานดูซีรีส์เรื่องนี้ก็รู้เลยว่านักเขียนต้องทำการบ้านหนักมากๆ เเน่นอน พอกลับไปค้นหาประวัติถึงได้รู้ว่าเธอเป็นนักเขียนบทที่สร้างซีรีส์สืบสวนสนุกๆ มากมายหลายเรื่องเเล้ว ทั้งเรื่อง Ghost(유령) และ 3 days(쓰리 데이즈) ที่เคยเป็นที่กล่าวถึงก็เป็นหนึ่งในผลงานของ คิมอึนฮี คนนี้เช่นกัน
 


(รูปภาพจาก : http://topclass.chosun.com/mobile/board/view.asp?tnu=201604100002)

คิมอึนฮี(김은희) เป็นนักเขียนเจ้าของผลงานสืบสวนลึกลับ หลายต่อหลายเรื่องที่ได้เเรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง สามีของเธอคือผู้กำกับ จางฮังจุน เเละผลงานเเรกที่พวกเขาได้ทำงานร่วมกันก็คือซีรีส์เรื่อง Sign(싸인) ที่เคยเป็นกระเเสอยู่พักหนึ่งเพราะนำเสนอชีวิตของเเพทย์นิติเวชที่ต้องคอยพิสูจน์หลักฐานเพื่อหาสาเหตุการตาย อันเกี่ยวโยงไปถึงคดีแปลกต่างๆ ผลงานของเธอสร้างชื่อเสียงมากมายให้เป็นที่รู้จักด้วยเสน่ห์ของความสมจริงเเละเเหวกเเนวไปจากซีรีส์สืบสวนสอบสวนอื่นๆ พี่หวานไม่แปลกใจเลยค่ะที่ผลงานเเต่ละเรื่องของเธอจะมีมิติเเละโดดเด่นในเรื่องของความสนุก สมจริงเเละเข้มข้น เพราะจากแหล่งข้อมูลยังบอกอีกว่าเธอกับนักเขียน คิมอึนซุก นักเขียนมากฝีมือเจ้าของผลงานเรื่อง Goblin เเละ Descendants of the Sun ที่โด่งดังนั่นเอง ทั้งสองสนิทสนมกันมาก ได้มีการพบปะเเละเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเขียนอยู่เรื่อยๆ อีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานเรื่อง Signal ของเธอทำให้ชื่อ คิมอึนฮี กลายมาเป็นนักเขียนคนดังที่ทุกคนตั้งตารอคอยผลงานเรื่องต่อไป เเน่นอนว่ารางวัลล่าสุดที่เธอได้รับเพื่อการันตีความสนุกของเรื่อง Signal ก็คือรางวัลละครยอดเยี่ยมประจำปี 2016 (TV 작품상) เเละรางวัลบทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม(TV 극본상) ในงาน Baeksang Arts Awards 2016 (백상예술대상) ครั้งที่ 52 นอกจากผู้กับกำเเละนักเขียนบทได้รับรางวัลเหล่านี้เเล้ว รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม(TV 여자 최우수연기상) ก็ตกเป็นของคุณคิมฮเยซู นักเเสดงนำจากเรื่องนี้ด้วยเช่นกันค่ะ เเละฝ่ายนักแสดงนำอย่างคุณโจจินอุงเองก็ได้รับรางวัลแดซังสาขานักเเสดงยอดเยี่ยมจากการเล่นซีรีส์ signal นี้เช่นกัน

 

3 จุดเด่น ชวนดู

1. นักเเสดงเก็บผลงานได้ดี

อย่างเเรกที่ต้องยกนิ้วให้เรื่องนี้ก็คือการคัดเลือกนักเเสดงค่ะ หลายคนอาจจะตัดสินใจปล่อยผ่านไปไม่ได้ดูเรื่องนี้เพราะไม่ใช่นักแสดงที่คุ้นเคย พี่หวานจะบอกว่านักเเสดงนำทั้งสามคนของเรื่องนี้ แม้จะไม่ค่อยปรากฏผ่านผลงานซีรีส์เท่าไหร่ เเต่ในวงการภาพยนตร์เเล้วเเต่ละคนล้วนเป็นนักเเสดงคิวทองที่มากฝีมือ ยิ่งเป็นเรื่องราวบีบคั้นอารมณ์ของการถ่ายทอดการทำงานสืบคดีของตำรวจ โดยเฉพาะการเป็นตำรวจในยุค 1986 ที่อุปกรณ์เเละการทำงานยังไม่สะดวกรวดเร็วเหมือนในยุคปัจจุบัน นักแสดงเเต่ละคนต้องเก็บรายละเอียด เข้าถึงบทบาทเเละอารมณ์ตัวละครให้มากที่สุด 

 
อีเจฮัน นักสืบจากอดีต รับบทโดย โจจินอุง 



 
พัคแฮยอง นักวิเคราะห์ลักษณะของคนร้ายเเละผู้กระทำความผิดจากยุคปัจจุบัน
รับบทโดย อีเจฮุน 



 
ชาซูฮยอน หัวหน้าทีมสืบสวนในยุคปัจจุบัน รับบทโดย คิมฮเยซู


 

 
2. พล็อตไร้ช่องโหว่ ทุกคดีสมจริงเพราะมีเค้าโครงจากเรื่องจริง
คดีที่ 1 คดีลักพาตัวพัคโชรงโชรงพิดนาริ (박초롱초롱빛나리)


เรื่องราวสะเทือนใจเเรกเป็นคดีลักพาตัวเมื่อปี 1997 โดยเด็กสาวที่ถูกลักพาตัวไปชื่อพัคโชรง เป็นเด็กหน้าตาน่ารักที่เพิ่งจะอายุ 8 ขวบเท่านั้น โดยคนลักพาตัวไปเป็นหญิงที่ไปดักรออยู่มุนฮวาเซ็นเตอร์รอให้เด็กสาวเลิกเรียนก่อน ซึ่งในเรื่องมีการดัดแปลงจากเรื่องจริงเล็กน้อยโดยโยนความผิดไปสู่คดีที่มีผู้ชายถูกฆ่าผูกคอในท่อน้ำหลังโรงบาลเพื่อเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ พัคแฮยอง หมดศรัทธาในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเเละเริ่มติดต่อกับนักสืบอีเจฮันผ่านวิทยุสื่อสาร 

สิ่งที่ซีรีส์คงไว้เเละต้องการนำเสนอคือการเผยว่าคนลักพาตัวเป็นผู้หญิงค่ะ หลายคนชอบคิดว่าคนร้ายจะเป็นผู้ชายเพราะเกิดขึ้นกับเด็กหญิง เเต่ความจริงเเล้ว ความเสี่ยง เเรงจูงใจ เเละหลักฐานบ่งชี้ว่าคนร้ายลักพาตัวไปเป็นผู้หญิงได้เหมือนกันค่ะ รายละเอียดในคดีจริงเผยว่าเด็กสาวถูกลักพาตัวไปเเละมีคนโทรเข้ามาเพื่อถามถึงเงินค่าไถ่จำนวน 20,000,000 วอน เป็นเงินประมาณ 580,000 บาท หลังจากการติดต่อกัน2-3ครั้ง ซึ่งตำรวจกับครอบครัวของเด็กสาวมีการอัดเทปเสียงไว้เพื่อหาเบาะเเสคนร้าย เเละไม่นานก็จับตัวคนร้ายได้ เเต่โชคร้ายที่เด็กสาวได้เสียชีวิตไปเเล้ว ส่วนที่สะเทือนใจคนเกาหลีมากที่สุดในคดีนี้ก็คือผู้ร้ายตัวจริงที่ลักพาตัวไปเป็นหญิงท้องเเก่ เเต่เห็นว่าพัคโชรงเป็นเด็กสาวน่ารักจึงเกิดเเรงจูงใจให้ลักพาตัวไป

 
คดีที่ 2 คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง (화성 연쇄 살인 사건)


คดีต่อมาได้เเก่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในคยองกี ที่มีเค้าโครงมาจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง ที่ผู้เสียหายต่างเป็นผู้หญิงทั้งหมดมีช่วงอายุที่น่าตกใจมากเด็กสุด 14 ปี และอายุมากที่สุด 71 ปี! ในซีรีส์ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละครที่เป็นรักเเรกของนักสืบในอดีตที่ถูกหมายตาไว้ ส่วนรายละเอียดของคดีจริงเล่าถึงหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมในช่วงปี 1986 - 1991 ในพื้นที่ใกล้ๆ เเถบฮวาซอง ในจังหวัดคยองกี สาเหตุที่ลากยาวปล่อยให้ผู้ร้ายทำการซ้ำๆ มาได้หลายปีเพราะสมัยนั้นการสอบสวนยังไม่ครอบคลุมเท่าทุกวันนี้ค่ะ โดยเหยื่อที่ถูกทำร้ายจะถูกมัดมือมัดเท้าไพล่หลังปิดตาอย่างเเน่นหนา บ้างก็พบว่ามีการข่มขืนกระทำชำเราก่อนจะปล่อยให้เหยื่อขาดใจตายเเละถูกทิ้งศพไว้ตามพงหญ้าข้างทางค่ะ โดยความน่าสนใจของคดีฮวาซองนี้ยังถูกนำไปทำเป็นละครหลายเรื่องด้วยเช่นกัน ตามอ่านข้อมูลต่างๆ เเล้วก็น่าเสียใจเเทนครอบครัวเหยื่อทุกคนเลยค่ะที่คดีนี้ยังคงเป็นปริศนาไม่สามารถปิดได้เเละในที่สุดก็หมดอายุความไปซะก่อน 

 
คดีที่ 3 คดีลักทรัพย์ โจเซฮยอง (대도 조세형 사건)


มาถึงคดีที่สาม ที่มาจากเค้าโครงเรื่องจริงเกี่ยวข้องกับคดีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นการขโมยครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงปี 1970 ที่เกิดการขโมยในบ้านเศรษฐีผู้มีเงินทั้งหลาย ทั้งแหวน กำไล สร้อย นาฬิกา เเละเพชรเม็ดโตหลายกะรัตด้วยค่ะ คดีลักทรัพย์โจเซฮยองคือคดีที่เกี่ยวกับนักการเมืองกับข้าราชการชั้นสูง มีชื่อเรียกเล่นๆ ในทางคดีว่าเป็น ฮงกิลดงยุคใหม่ ที่ตั้งใจเข้าไปขโมยของในบ้านของเศรษฐีเท่านั้น เหยื่อในคดีนี้ล้วนเเล้วเเต่เป็นคนที่มีชื่อเสียงเเละมีตำแหน่งใหญ่โต ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าห้องขังในฐานะนักโทษที่มีประวัติอาชญากรรม โดยเขาใช้เพียงเเค่ไขควงอันเดียวในการเข้าไปงัดแงะเพื่อปล้น

ส่วนในซีรีส์นั้นนำมาปรับใช้โดยสร้างเรื่องให้ดูเหมือนว่าจะโยนความผิดไปให้เพื่อนของนักสืบอีเจฮันที่เคยเป็นนักโทษเก่า ทั้งที่ความจริงขโมยนั้นอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ ลูกเศรษฐีด้วยกันนั่นเองค่ะ เป็นอีกคดีที่พี่หวานคิดว่าสะท้อนเรื่องของการเป็นแพะรับบาปได้อย่างยอดเยี่ยม

 
คดีที่ 4 คดีสะพานซองซูถล่ม (성수대교 붕괴 사고)


คดีต่อมาเป็นคดีที่อึกทึกครึกโครมอยู่พักหนึ่ง ว่าด้วยการที่สะพานซองซูถล่ม โดยสะพานแห่งนี้สร้างเสร็จในปี 1979 เเละพังลงในวันที่ 21 เดือน 10 ปี 1994 เป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บ 17 คนเเละเสียชีวิต 32 คน จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญนั้นหลังจากที่ทางบริษัทรับเหมาได้ออกมาเเถลงการ นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในตอนนั้นก็ทำการลาออกเพื่อรับผิดชอบเเสดงให้เห็นกระบวนการทำงานของสังคมเกาหลี ที่ไม่ว่าจะเกิดเหตุการน้อยใหญ่เเค่ไหนที่กระทบต่อสังคม ผู้นำ หรือผู้เกี่ยข้องที่รับผิดชอบในตอนนั้นจะต้องเเสดงความรับผิดชอบค่ะ การนำมาเชื่อมโยงในซีรีส์ผู้เขียนสร้างให้เหตุการณ์นี้ทำให้รถบัสที่เพื่อนของนักสืบอีเจฮันขับมานั้นเกิดอุบัติเหตุจนสูญเสียลูกสาวไป 

 
คดีที่ 5 คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในย่านชินจอง(신정동 연쇄살인 사건)


เนื่องจากภาพคดีจริงน่ากลัวมาก พี่หวานเลยใส่เเต่ภาพจากซีรีส์นะคะ 

คดีที่ห้าเป็นคดีสะเทือนขวัญอีกคดีหนึ่งที่ตอนพี่หวานดูซีรีส์นี่ขนลุกลุ้นตามจนรู้สึกหายใจไม่ออกไปด้วย เพราะคดีนี้เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงในย่านชินจองเมื่อปี 2005 นี่เองค่ะ มีผู้พบศพหญิงสาววถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้าย ถูกห่อด้วยถุงพลาสติกขนาดใหญ่คล้ายถุงใส่ปุ๋ยถูกทิ้งศพไว้ข้างถังขยะ โดยมีการใช้สายเคเบิ้ลมัดมือไว้ภายในคลุมหัวด้วยถุงพลาสติกสีดำอีกทีหนึ่ง เหตุการณ์ในคดีนี้พี่หวานยกให้เป็นที่สุดของความหลอนของซีรีส์เลยค่ะ เพราะมีการเพิ่มเติมเรื่องราวโดยเขียนให้เป็นฆาตกรที่มีภาวะบกพร่องทางจิตจากวัยเด็กที่มีปัญหากับเเม่ เขาจะดักจับหญิงสาวที่ดูสิ้นหวังเเละโดดเดี่ยวไปที่ห้อง ปลอบประโลมเธอเพราะเข้าใจว่าพวกเธอก็สิ้นหวังในชีวิตเหมือนกันกับเขา เเละฆ่าพวกเธอให้ขาดอากาศหายใจจากนั้นเอาศพไปฝังไว้บนภูเขา พอกลุ่มตำรวจตามไปค้นหาหลักฐานมันก็น่ากลัวตรงที่ขุดไปเรื่อยๆ ตรงไหนก็เจอศพ ขุดไปอีกที่ก็เจอ เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ตอนนั้นพี่หวานดูคนเดียวคือปิดตาไปเลยค่ะ

 
คดีที่ 6 คดีข่มขืนนักเรียนหญิงในมิลยาง (밀양 여중생 집단 성풍행 사건) 


 

มาถึงคดีสุดท้ายที่มีเค้าโครงจากเรื่องจริง เป็นคดีที่โหดร้ายมากไม่เเพ้คดีอื่นเลยค่ะ ว่าด้ยเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนหญิงมัธยมถูกกลุ่มชายกว่า 40 คนรุมข่มขืนในบ้านหลังหนึ่งเมื่อปี 2004 ซ้ำยังมีการถ่ายคลิปไว้เพื่อข่มขู่เเละเเบล็คเมล์ผู้ถูกกระทำด้วย ผู้เสียหายให้การว่าถูกเชิญชวนให้ไปเล่นด้วยกันในบ้านเเล้วหลังจากนั้นก็โดนรุมข่มขืน แต่เหล่าผู้ปกครองของนักเรียนชายที่เป็นฝ่ายกระทำนั้นกล่าวหาว่าหญิงสาวล่อลวงและให้การใส่ความลูกชายของพวกเธอต่างหากค่ะ

โดยในซีรีส์ได้ใช้คดีนี้มาโยงเข้ากับเหตุการณ์ที่พี่ชายของพัคแฮยองถูกใส่ความว่าเป็นคนข่มขืนทั้งที่ความจริงเเล้วพี่ชายของเขาเป็นเพื่อนสนิทกับหญิงสาวที่ถูกกระทำต่างหากค่ะ เเละจากคดีนี้ก็เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่จะโยงกลับไปถึงที่มาความสัมพันธ์ของนักสืบจากอดีตกับพัคแฮยองสามารถสื่อสารกันผ่านวิทยุนั้นได้

 
3. ความสัมพันธ์ของทุกอย่างในเรื่อง ทำให้ซีรีส์มีเอกภาพ

อย่างที่พี่หวานกล่าวไปทั้งหมด น้องๆ ที่ตามอ่านหรือบางคนที่เคยดูซีรีส์น่าจะรู้สึกเหมือนพี่หวานก็คือการดำเนินเรื่องทุกอย่างที่คุณคิมอึนฮีเขียนบทนี้ลงล็อคแบบเป๊ะๆ เหมือนจิ๊กซอว์ที่ค่อยๆ ประกอบเข้าด้วยกันไม่มีจุดที่รู้สึกว่าหลุดจนจับผิดได้เเม้จะรวมเอาหลายๆ คดีมาประกอบกันเเต่กลับเขียนให้เกิดความเป็นเอกภาพในเนื้อเรื่อง ยิ่งการใส่รายละเอียดภูมิหลังเเละเหตุผลให้ตัวละครเเต่ละตัวเกิดการเปลี่ยนเเปลงก็ทำได้สมเหตุสมผล เเม้จะเป็นเรื่องกึ่งแฟนตาซีข้ามยุค เเต่กลับรู้สึกอินมองข้ามความเป็นไปไม่ได้นั้น เเละดูซีรีส์ได้อย่างราบรื่น 


 

เสน่ห์ของ 'คิมอึนฮี' คือซีรีส์ที่ไม่มีน้ำตาล!?


อย่าเพิ่งงงนะคะว่าซีรีส์ที่ไม่มีน้ำตาลเเล้วจะเป็นซีรีส์ครบรสได้ยังไง เนื่องด้วยบทเเละเนื้อเรื่องปูมาให้เป็นเรื่องสืบสวนสอบสวนของตำรวจสองยุค ที่เราจะได้เห็นการทำงานจริงๆ การจะนำเสนอเรื่องความรักจึงไม่โดดเด่นเท่าไหร่นักเเต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลยซะทีเดียว
 


อย่างเรื่อง Ghost(유령) นี่พี่หวานจำได้เลยค่ะว่าทั้งเรื่องมีฉากให้รู้สึกเขินพระนางอยู่สองตอนคือ ตอนต้นเรื่องกับท้ายเรื่อง เเค่สองฉากเท่านั้นเองค่ะ(ที่สำคัญไม่รู้ว่าเรียกพระนางได้รึเปล่าด้วยซ้ำ) ระหว่างเรื่องเป็นการนำเสนอเกี่ยวกับคดีอาชญากรในโลกไซเบอร์ที่ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้อง สืบสวนค้นหาความจริงกันไปเรื่อยๆ โดยมีความกดดันของคดีแปลกๆ ที่เกิดขึ้นตามมาไม่ขาดสาย จนกระทั่งท้ายที่สุดปมเฉลยของเรื่องได้ไขข้อข้องใจถึงที่มาชื่อเรื่อง Ghost ซึ่งพี่หวานตีความได้สองความหมาย นั่นคือตัวตนของพระเอกที่ถูกสวมรอยกับกลุ่มคนที่อยู่ในโลกออนไลน์เเละทำให้เกิดคดีโศกนาฏกรรมผ่านคีย์บอร์ด สะท้อนสังคมปัจจุบันได้เป็นอย่างดี จุดสำคัญอีกอย่างที่พี่หวานเห็นจากงานเขียนของคิมอึนฮีในเรื่องนี้ก็คือ การสร้างตัวละครเเบบ  Anti-hero (อ่านเพิ่มเติมที่ : https://www.dek-d.com/writer/36135/) นั่นคือสุดท้ายเเล้วตัวตนจริงๆ ของพระเอกที่อยู่ในเครื่องเเบบตำรวจที่เราคิดว่าดีนั้นกลับไม่ได้ดีแบบที่คิด เพราะยังมีด้านที่เป็นสีเทาอีกด้วย หรือจะเป็นฝ่ายตัวร้ายอย่างแฮคเกอร์ฮาเดส กลับเป็นตัวละครที่มีมิติไม่เเพ้กัน นั่นคือเขาเองก็ไม่ใช่คนเลว เเต่มีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง 
 

จากที่ลองจับจุดสังเกตมานั้นงานเขียนของคิมอึนฮีมีลักษณะเหมือน 'งูกินหาง' คือต่อให้ระหว่างทางเธอจะเขียนเชื่อมโยงเรื่องอื่นๆ เข้ามาใส่ในเส้นเรื่องหลักมากแค่ไหน ซีรีส์ของเธอก็จะวนกลับมาบรรจบที่จุดเริ่มต้นได้อย่างไร้ที่ติในที่สุด สำหรับเรื่อง Signal ก็เป็นผลงานที่ไม่ได้นำเสนอเลิฟไลน์ของตัวละคร เเต่เน้นไปที่ความเชื่อมโยงกันในช่วงเวลาหนึ่งอันส่งผลให้ทั้งสองคนสามารถสื่อสารผ่านวิทยุสื่อสารข้ามยุคได้ เเต่ก็ยังพอมีบางตอนที่ชวนยิ้มเหมือนกันนะคะ โดยเฉพาะบท ชาซูฮยอน จากหญิงสาวหวานๆ ทำงานไม่เก่ง ขับรถไม่เป็นในอดีต กลายมาเป็นหัวหน้าทีมสืบสวนสุดเท่ ที่พร้อมลุย พร้อมตายได้ทุกสถานการณ์ได้ยังไง อันนี้คุณคิมอึนฮีก็ใส่รายละเอียดถึงสาเหตุที่ตัวละครนี้เปลี่ยนเเปลงได้อย่างลงตัว ถ้าเปรียบซีรีส์ของเธอเป็นกาแฟ เเม้จะไม่มีฉากหวานๆ ให้ได้ฟินจนกัดหมอนขาดเหมือนเรื่องอื่น เเต่นี่ก็เป็นเหมือนกาแฟดำที่จะทำให้คนที่ได้ดื่มรู้สึกตื่นตัวสว่างเต็มตาไปกับอะดรีนาลินที่สูบฉีดในทุกตอนเลยล่ะ

 
อ่านกันมายืดยาวอย่างนี้ถ้าเกิดยังไม่รู้จะใช้เวลาไปกับการทำอะไรเเล้วละก็ซีรีส์เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่พี่หวานอยากเเนะนำ เพราะถ้าเหล่านักเขียนได้ลองดูองค์ประกอบจะรู้เลยว่ากว่าจะได้ผลงานอย่างนี้ออกมานั้นคนเป็นนักเขียนเขาทำการบ้านมาเยอะจริงๆ กับการวางพล็อต เขียนบท เเละผูกเรื่อง คลายปมทุกอย่างให้ออกมาลงตัว ยังไงก็ตามถ้าใครเคยดูเเล้วมาคุยกับพี่หวานได้นะคะ เเล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ ^___^

 
พี่หวาน

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

https://namu.moe/w/김은희
https://namu.wiki/w/화성 연쇄살인 사건
http://www.wikitree.co.kr/main/news_view.php?id=251765
http://www.huffingtonpost.kr/2017/02/23/story_n_14972168.html
http://www.wikitree.co.kr/main/news_view.php?id=251765
https://www.youtube.com/watch?v=aksLhLNwh50
https://m.blog.naver.com/PostView.nhn?blogId=lietome486&logNo=220634683873&proxyReferer=https%3A%2F%2Fwww.google.co.th%2F
https://www.youtube.com/watch?v=fLoKGsnmHD4
http://2story7979.tistory.com/50
http://www.ajunews.com/view/20160305204234193

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น