ส่งตรงจาก Hollywood สร้างตัวร้ายอย่างไรให้ทรมานใจนักอ่าน
สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน น้องๆ นักเขียนคงทราบดีว่าในการเขียนนิยายนอกจากฮีโร่ของเราจะเป็นตัวเอกแล้ว อีกหนึ่งตัวละครที่โดดเด่นไม่แพ้กันเลยก็คือ “ตัวร้าย” แหม...มีฮีโร่ทั้งที ถ้าขาดคู่คู่ปรับตัวฉกาจนิยายของเราก็ไม่สนุกสิคะ ถูกมั้ย อิอิ
จะว่าไปการสร้างตัวร้ายฟังดูยังไงก็ไม่ยาก แต่การสร้างตัวร้ายให้ดูเป็นภัยคุกคามและสมจริงนี่แหละยากกว่า โดยเฉพาะตัวร้ายที่มันร้ายจนขยี้ใจนักอ่านได้เนี่ย ยากสุดๆ แต่ถ้าเราทำได้ นิยายของเราก็จะยิ่งน่าสนใจและน่าติดตามมากขึ้นค่ะ
พออ่านมาถึงบรรทัดนี้ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเขียนตัวร้ายอย่างไรให้ดูเป็นภัยคุกคามระดับชาติ ขอบอกว่าไม่ต้องห่วงเลยจ้า เพราะในวันนี้พี่น้ำผึ้งนำเคล็ดลับดีๆ มาฝาก แถมส่งตรงจาก Hollywood ด้วย! ที่พูดอย่างนี้เป็นเพราะว่ามันคือเทคนิคที่นักเขียนบทภาพยนตร์ชอบใช้กันค่ะ
เห็นเกี่ยวกับหนังอย่างนี้แต่จริงๆ แล้วเป็นเทคนิคที่ทรงพลังมาก เชื่อว่านักเขียนอย่างเราต้องได้ประโยชน์แน่นอน เพราะเทคนิคนี้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างตัวร้ายให้น่ากลัว เป็นกุญแจที่ทำให้ตัวร้ายของเราเกิดมาเพื่อท้าทายตัวเอกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายทางกายภาพ ปรัชญาหรือความนึกคิดบางอย่าง เทคนิคนี้จะเป็นยังไงบ้างนั้นตามมาดูเลยค่า
โชว์ให้รู้ไปเลยว่าตัวร้ายของเรามีทักษะอะไร
ลองหาโอกาสดีๆ ด้วยการแสดงให้นักอ่านเห็นว่าศัตรูคู่ปรับของตัวเอกเป็นอย่างไร ถ้าเขาเป็นเด็กที่เจ๋งที่สุดในโรงเรียน ก็ทำให้นักอ่านรู้สึกชื่นชมชื่นชอบซะ ถ้าเธอเป็นทนายความที่เยี่ยมที่สุดในสำนักงานกฎหมาย ก็แสดงให้นักอ่านเห็นถึงความเก่งกาจของเธอ ถ้าเขาเป็นบิ๊กบอสด้านอาชญากรรมที่น่ากลัวที่สุดในเมือง ก็แสดงให้นักอ่านเห็นว่าเขากำลังทำบางสิ่งบางอย่างที่เป็นอันตราย
ทริคง่ายๆ สำหรับข้อนี้คือ ค้นหาทักษะที่ทำให้ตัวเอกเอาชนะได้ยาก ทักษะที่น่ากลัว ทักษะอะไรก็ได้ที่มันดูยากๆ แต่เลือกให้มันเฉพาะเจาะจง มันจะช่วยทำให้นักอ่านค้นพบว่าเหตุใดวายร้ายของเราจึงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ
ตัวอย่างที่ดีสำหรับหัวข้อนี้คือฉากเปิดตัวของ “โจ๊กเกอร์” ใน The Dark Knight เขาปล้นธนาคารได้สำเร็จโดยไม่มีอุปกรณ์เสริมหรือพลังวิเศษใดๆ มีแค่เล่ห์เหลี่ยม ความลึกลับ ความรุนแรง ความโหดร้ายและทารุณก็แค่นั้น พวกเรารู้ว่าผู้ชายคนนี้แตกต่าง พวกเรารู้ว่าผู้ชายคนนี้อันตรายและต้องมีใครสักคนมาหยุดเขา! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรารู้ว่าเขายินดีที่จะต่อสู้และฆ่าทุกคน เขาไม่ใช่แค่ "คนดี" แล้วล่ะ
ปล่อยให้วายร้ายชนะ
ข้อนี้เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญเลยค่ะ เราต้องทำให้นักอ่านเห็นว่าวายร้ายของเราเอาชนะตัวเอกหรือตัวละครอื่นๆ ได้ เราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะมีใครเอาชนะวายร้ายของเรา อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้วายร้ายลงมือกระทำหรือต่อต้านอะไรบ้างอย่าง ถ้าตัวร้ายของเราไม่ประสบความสำเร็จ (ในการทำเรื่องชั่วร้าย) พวกเขาจะไม่น่าเชื่อถือ พวกเขาจะไม่น่ากลัว รวมทั้งการหยุดพวกเขาตอนก่อความวุ่นวายก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ แล้วท้ายสุดก็จะไม่มีใครแคร์เวลาพวกเขาต่อสู้
สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้แหล่าวายร้ายกลายเป็นเดอะวินเนอร์ก็คือ พวกเขาต้องทำให้ตัวเอกมีชีวิตที่ยากขึ้นหรือมีชีวิตที่แย่ลงมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการยุยงกลุ่มตัวเอกให้หันมาต่อต้านกันเอง แอบดึงกางเกงตัวเอกของเรื่องหน้าโรงเรียน อะไรก็ได้ ทำได้หมดเลย แต่อย่างลืมว่าวายร้ายจะต้องสร้างความสับสนให้ตัวเอกหรือคนที่พวกเขาสนใจ และพวกเขาต้องทำสำเร็จ
ทำให้เลวเข้าไว้ ทำให้โหดเข้าไว้
โชว์ให้นักอ่านเห็นไปเลยว่าตัวร้ายของเรามันเลวจริงๆ แสดงออกไปให้หมดว่าเลวร้ายยังไง ทั้งเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กไม่ต้องกั๊ก สมมุติเราคิดว่าการฆ่าคนมันเลวแล้ว เราก็แค่ต้องทำให้มันโหดมากกว่านั้นเช่น เอาศพไปซ่อนในลานจอดรถ เป็นต้น
ตอนเขียนตัวร้ายให้คิดถึงสิ่งที่ทำให้คนเกลียดเข้าไว้ จากนั้นหยิบมันมาใช้เพื่อทำให้นักอ่านรู้สึกเกลียดหรือรู้สึกว่าตัวร้ายของเราเป็นภัยน่าคุกคามมากขึ้นกว่าเดิม อย่าลืมเขียนให้วายร้ายของเราปะทะกับตัวเอกด้วยนะ เพราะนักอ่านเองก็อยากเห็นฮีโร่สยบวายร้ายในตอนที่กำลังทำชั่วเช่นกันค่ะ

รักสามเส้าเราสามคนในทไวไลท์
(via: collider)
อ้าว แล้วในกรณีที่คู่ปรับของตัวเอกแสนดี๊แสนดีล่ะ ทำยังไงให้คนหันไปชอบพระเอกดี?
สำหรับข้อนี้ น้องๆ คะ จำเอาไว้เลย ถึงแม้ตัวร้ายจะแสนดีมากแค่ไหน แต่ท้ายสุดมันก็ต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้นางเอกของเราเลือกพระเอกแทนตัวร้าย ยกตัวอย่างเช่นในนิยายรักสามเส้า เราอาจจะทำให้นักอ่านและตัวละครอื่นๆ เห็นว่าตัวร้ายของเราหยิ่งเกินไป ขี้เกียจเกินไป หรือเห็นแก่ตัวเกินไป ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็ควรหยิบคุณสมบัติอ่อนน้อมถ่อมตน ขยันขันแข็งและใจดีมีเมตตาใส่ลงไปในตัวเอกซะ แค่นี้ก็เป็นการมัดมือชกสุดสมบูรณ์แบบแล้ว
หลักการเขียนตัวร้ายง่ายๆ ก็แค่นึกถึงชีวิตจริงๆ ของเรา เช่น เคยหมั่นไส้คนหรือเปล่า? หาเหตุผลยากเนอะว่าทำไมต้องหมั่นไส้คนโน้นคนนี้ เพราะโดยปกติแล้วถ้ามันไม่ถูกชะตา มันก็จะไม่ถูกชะตาเลย ต่อให้คนนั้นทำเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนเราก็จะรู้สึกหมั่นไส้เหม็นขี้หน้า แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคืออะไร? อ๋อ เราก็แค่ไม่ยุ่งกับคนนั้นไงล่ะ มันก็เหมือนกับเรื่องราวในนิยายนี่แหละ เราเกลียดเมื่อมีคนก่อวินาศกรรม เกลียดเมื่อมีคนปั่นป่วนเรา ทำให้ตัวร้ายของเราเป็นอย่างคนที่เราเหม็นขี้หน้าในชีวิตจริง แค่นี้ตัวร้ายก็จะสมจริงและตัวเอกก็จะเป็นที่ชื่นชอบของนักอ่านแล้ว
ให้เวลาพวกเขาหน่อย
นักเขียนส่วนมากชอบโฟกัสที่ตัวเอกจนลืมไปว่าตัวร้ายเองก็สำคัญเช่นกัน สำหรับหัวข้อนี้ พี่กำลังจะบอกให้เราหันไปโฟกัสกับตัวร้ายบ้าง เพราะถ้าเราเอาแต่โฟกัสที่ตัวเอก วายร้ายของเราก็จะรู้สึกเหมือนถูกลดคุณค่าลงในสายตาผู้อ่าน ประมาณว่า โห ตัวร้ายหรอเนี่ย ทำไมกากจัง ซึ่งเรามักรู้สึกอย่างนี้ในฉากการปะทะกันของตัวเอกและตัวร้าย แล้วท้ายสุดตัวร้ายก็พ่ายแพ้ ดังนั้นเพื่อให้วายร้ายของเรายังทรงพลัง เราควรให้โอกาสนักอ่านได้เข้าถึงความรู้สึกนึกคิดหรือแผนการของตัวร้ายสักหน่อย ให้พวกเขาได้มีเวลาเป็นของตัวเองและแสดงให้นักอ่านเห็นว่าพวกเขาน่าสนใจ ฉลาดหรืออันตรายขนาดไหน แง้มๆ ให้นักอ่านเห็นแผนการอันชั่วร้ายต่อไปบ้างก็ดี
อันที่จริงเราสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น ให้พวกเขาปะทะกับตัวเอกแล้วปะทะอีกจากมุมมองของตัวร้าย หรือแสดงให้นักอ่านเห็นเส้นทางการเดินทางสู่ความสำเร็จของตัวร้าย ลองจินตนาการเรื่องราวในมุมมองของวายร้าย มุมที่เขาก็เป็น “พระเอก” ในเรื่องของเขา พวกเขารู้สึกยังไงกับตัวเอก? รู้สึกยังไงกับโลก? พวกเขาจะรู้สึกอย่างไรกับตัวละครอื่นๆ
วายร้าย T1000 ที่ฉลาดเป็นกรด
(via: MovieWeb)
ทำให้พวกเขาทรงอำนาจ
ตัวร้ายของเราควรเป็นคนเก่งและมีประสิทธิภาพ สามารถเอาชนะคู่ปรับเกือบทั้งหมดได้ ไม่อย่างนั้นตัวละครอื่นๆ จะหาวิธีกำจัดตัวร้ายได้ง่ายๆ ตามหลักแล้ววายร้ายของเราไม่ควรกระหายเลือด บ้าอำนาจ เพราะงั้นเราอย่าปล่อยให้เขาฆ่าคนรับใช้ที่ดีที่สุด หรือปล่อยให้เขาหลงกับดักสิ่งล่อใจจนกลายเป็นตัวร้ายโง่ๆ
เพื่อรักษาอำนาจของพวกเขา เราจำเป็นต้องให้พวกเขาสร้างความเสียหายบางอย่างในเรื่อง เช่น ถ้าเป็นนักฆ่าก็ให้พวกเขาฆ่าฮีโร่บางคนซะ ถ้าเขาต้องการเอาชนะใจนางเอก ก็ทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ก่อนถึงจุดไคลแม็กซ์ของเรื่อง แล้วจากนั้นก็ค่อยให้พระเอกกลับมาคุมเชิงอีกครั้ง
จำเอาไว้ว่าถ้าตัวร้ายแพ้ ประสิทธิภาพการเป็นตัวร้ายที่เต็มไปด้วยภัยคุกคามก็จะลดลง ดังนั้นจงทำให้พวกเขาชนะ ทำให้ทรงพลังเข้าไว้ ตัวร้ายของเราควรมีประสิทธิภาพเพื่อให้ฮีโร่ของเรารู้สึกอ่อนแอ แค่นี้ก็ขยี้ใจนักอ่านได้แล้ว
ยกตัวอย่างเช่นในภาพยนตร์ Terminator 2 วายร้าย T1000 เป็นภัยคุกคาม ไม่ใช่แค่เพราะว่าเขาเป็นหุ่นยนต์ แต่เป็นเพราะเขาสามารถแอบอ้างเป็นมนุษย์เพื่อหาทางจัดการทำลายล้าง เขาใช้ท่าทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งคำถามเกี่ยวกับพ่อแม่บุญธรรมของจอห์น บอกเลยว่าเป็นตัวร้ายที่ฉลาดมาก
เป็นอย่างไรบ้างคะกับเทคนิคที่พี่นำมาฝากในวันนี้ นี่เป็นกลยุทธ์เล็กๆ น้อยๆ จากภาพยนตร์ที่นักเขียนสามารถนำมาปรับใช้ได้ แค่นี้ตัวร้ายของเราก็จะดูน่ากลัวและน่าเชื่อถือ ลองหาโอกาสดีๆ ให้ตัวร้ายของเราได้แสดงความเป็น “ตัวร้าย” บ้าง แค่นี้นิยายของเราก็จะโดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้นค่ะ


9 ความคิดเห็น
เย้~!!! ตัวร้าย(ลูกรัก)ของเราทำผ่านหมดทุกข้อเลย
1. โชว์ให้รู้ไปเลยว่าตัวร้ายของเรามีทักษะอะไร
= เก่งทั้งบู๊ทั้งบุ๋น ฉลาดเป็นกรด พลังก็โกงสุดๆ แถมเป็นคนประเภททำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายแบบไม่สนใจใยดีคนอื่นเลย
2. ปล่อยให้วายร้ายชนะ
= ให้ถามว่าเมื่อไหร่พระเอกจะชนะตัวร้ายสักทียังจะดีกว่ามั้ง?
3. ทำให้เลวเข้าไว้ ทำให้โหดเข้าไว้
= เห็นทุกอย่างที่ไม่ใช่พวกตัวเองเป็นสิ่งที่ต่ำกว่า เหยียดหยามทุกอย่างที่ต่ำกว่าตัวเอง สามารถฆ่าคนเป็นล้านๆ คนได้โดยคิดว่าเหมือนฉีดไบกอนใส่รังมดเท่านั้น แถมที่สำคัญคือเป็นพวกกวนอวัยวะเบื้องล่างของสาธารณชนอย่างมาก
4. ให้เวลาพวกเขาหน่อย
= อันนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนตอนอ่ะนะ
5. ทำให้พวกเขาทรงอำนาจ
= อิมแพ็คตัวร้ายรุนแรงจนพระเอกเป็นแค่ปลาที่โดนคลื่นสึนามิซัดประมาณ 3 ครั้งต่อวันหลังอาหารเลยจ้า~
สรุปง่ายๆ เราเป็นพวกเมนตัวร้ายจ้า~ พระเอกก็คือกระสอบทรายเดินได้หายใจได้
ปัญหาต่อมาก็คือ............ เมื่อไหร่ตูจะเขียนเรื่องนี้ต่อฟร่ะครับ?
ผ่านมาตั้ง 8 เดือน นิยายที่กล่าวไปข้างต้นก็ยังไม่เขียนต่อจ้า~ //โดนลาก
หึๆ ฮาๆ นี้เเหละที่ข้ากำลังตามหา! ในที่สุด ในที่สุด! ก็....อะไรอ่ะ?
นี่แหละบทความที่ฉันต้องการ!
ตัวร้ายของผมยังร้ายไม่พอนี่เอง
อ่านบทความนี้แล้วเอาไปปรับดีกว่า
ขอบคุณมากๆค่าา
ไม่มีตัวร้ายค่ะ 5555555 ขี้เกียจจจจจจ
ตัวร้ายในนิยายผมนิยมให้ตัวร้ายตบพระเอก ก่อนที่พระเอกจะมาตบคืน มันคือสูตรสำเร็จดีๆนิเอง!
ขอบคุณครับช่วยได้เยอะเลย
ขอบคุณมากค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย