7 รูปแบบความรัก ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของตัวละคร []

วิว

7 รูปแบบความรัก ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของตัวละคร

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน พี่น้ำผึ้งเชื่อว่าเกือบ 100% ของนิยายทั้งหมดบนโลก ไม่ว่าจะเป็นแฟนตาซี รักหวานแหวว บู๊ ดราม่า หรือแม้แต่สืบสวนสอบสวน ล้วนแต่มี “ความรัก” เป็นองค์ประกอบ จะมากหรือน้อยก็ว่ากันไป ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องให้ลึกซึ้งและมีความสมจริงนั้น น้องๆ ต้องรู้จักประเภทของความรักอย่างแท้จริงก่อน โดยในวันนี้พี่น้ำผึ้งได้รวบรวมเรื่องราวของความรัก 7 แบบโดยอิงจากทฤษฎีสามเหลี่ยมของความรัก (Triangular theory of love) มาฝากน้องๆ ค่ะ รับรองเลยว่านี่คือเครื่องมืออันทรงคุณค่าที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ของตัวละครให้มั่นคงละยืนยาว แถมสมจริงอีกด้วย

 

ทฤษฎีสามเหลี่ยมของความรักคืออะไร?

ในปี 1985 ดร.โรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเยลได้สร้างทฤษฎีสามเหลี่ยมของความรัก (Triangular theory of love) ขึ้นมา โดยเขาได้รวบรวมทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความรักที่นักจิตวิทยาคนอื่นๆ เคยสร้างไว้มาคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ไตร่ตรองจนกลั่นออกมาเป็นทฤษฎีสุดฮอตนี้ พูดเลยว่านี่เป็นทฤษฎีที่แพร่หลายและได้รับการยอมรับมากที่สุดค่ะ

ทฤษฎีนี้พูดถึงอะไร? มา จะบอกให้ว่าทฤษฎีนี้พยายามกำหนดองค์ประกอบที่แตกต่างที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล อีกทั้งยังเป็นทฤษฎีที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อองค์ประกอบเหล่านี้รวมกันแล้ว มันก่อให้เกิด 7 สิ่งที่เราเรียกว่า “ความรัก” ฟังดูโรแมนติกเนอะ

ทฤษฎีก็ค่อนข้างตรงตัว มันเริ่มต้นจากองค์ประกอบหลักสามประการที่สเตนเบิร์กบอกว่าเป็น “หัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ของมนุษย์” อันได้แก่
 

  • Intimacy คือ ความใกล้ชิด ความผูกพันกันในความรู้สึก มีความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของความสัมพันธ์ ถ้ามีแค่ Intimacy อย่างเดียวจะนำมาสู่สภาวะการชอบ (Liking)

  • Passion คือ เสน่หา ความหลงใหลในทางชู้สาว เป็นความดึงดูดอย่างหนึ่งเช่น พอใจในรูป เสียง กลิ่น ท่าทางการแสดงออกของอีกฝ่าย ซึ่งทำให้เกิดรู้สึกโรแมนติก ถ้ามี Passion เพียงอย่างเดียวจะนำมาสู่สภาวะรักแรกพบ (Infatuation)

  • Commitment คือการผูกมัด พันธะสัญญา เป็นองค์ประกอบด้านความคิดหรือการตัดสินใจที่จะรักหรือมีพันธะทางใจกับอีกฝ่าย โดยการผูกพันธะนั้นขึ้นอยู่กับความสนิทสนมและความผูกพันของทั้งสองฝ่าย ซึ่งถ้ามี Commitment เพียงอย่างเดียวจะนำมาสู่สภาวะหมดรัก (Empty love) ค่ะ

ซึ่งเมื่อทั้งสามองค์ประกอบนี้รวมกันจะทำให้เกิดความรักทั้งหมด 7 รูปแบบดังนี้ค่ะ

 

7 รูปแบบความรัก ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของตัวละคร
แผนภาพแสดงองค์ประกอบของทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก
(via: elitesingles.ca)


 

รักแรกพบ : Infatuation (Passion)

สำหรับความรักประเภทนี้คงเป็นความรักที่เราคุ้นเคยกันดี เคยเจอหน้าใครแล้วตกหลุมรักทันควันเลยมั้ยคะ? ประมาณว่าเห็นหน้าครั้งแรกก็หลงเสน่ห์แล้ว นี่ต้องเป็นพรหมลิขิตแน่ๆ เชื่อว่าหลายคนคงเคยพบเจอกับรักแรกพบแต่สบตา (Love at first sign) กันบ้างแหละ ความรักประเภทนี้มักทำให้หัวใจเราเต้นรัว รู้สึกวูบวาบเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้อง นั่นแหละค่ะ อาการของรักครั้งแรก

แน่นอน เมื่อมันมาแค่ Passion หรือความหลงใหลเพียงอย่างเดียว ประมาณว่ายังไม่ทันได้รู้จักเขาก็หลงไปแล้ว แต่ดันไม่มีความรู้สึกผูกพัน (Intimacy) และไม่มีการวางแผนอนาคตที่จะใช้ชีวิตด้วยกัน (Commitment) ส่วนมากแล้วความรักประเภทนี้จึงมักหายไปได้อย่างรวดเร็วเมื่อเวลาผ่านไป

ตัวอย่างนิยายที่มีความสัมพันธ์แบบนี้ก็เช่น โรมิโอกับจูเลียต นั่นแหละ Love at first sign ที่แท้ทรู เจอหน้ากันก็ปิ๊ง ก่อนจะหาทางมาสานสัมพันธ์กันมากขึ้น ซึ่งก็คือความรักในรูปแบบถัดไปค่ะ

 

ชอบเฉยๆ : Liking (Intimacy)

ชอบไม่เหมือนกับหลง มันจะมีความเป็น Platonic feeling มากกว่า อารมณ์รักอย่างบริสุทธิ์ รักอย่างห่วงใย รักแบบอยากปกป้องดูแลทะนุถนอมโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เราพบว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อนนี่แหละจัดว่าเป็นความรักประเภทนี้

ความชอบมักเกิดเมื่อเราสนิทสนมกับใครบางคนมากขึ้น กล้าเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น รู้สึกว่าคุยถูกคอ ไปไหนมาไหนด้วยกัน อะไรประมาณนี้ แต่ไม่ได้ชอบถึงขั้นหลงหรืออยากผูกมัด ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่ยากที่จะข้ามเฟรนด์โซนแล้วพัฒนาเป็นอย่างอื่น ความรักประเภทนี้เลยเป็นแค่มิตรภาพดีๆ ต่อกัน ประมาณว่าชอบนะแต่เราเป็นเพื่อนกันดีกว่า

ถึงอย่างนั้น ความชอบก็เป็นพื้นฐานของการพัฒนาความสัมพันธ์ให้กลายเป็นความรักโรแมนติกนะคะ น้องๆ อาจสังเกตได้จากนิยายหลายเรื่องที่พระเอก นางเอกเป็นเพื่อนกันก่อนที่จะกลายเป็นแฟนในตอนจบ คนที่มักอยู่ในเฟรนด์โซนอาจบอกว่าเวอร์ เพื่อนจะเปลี่ยนเป็นแฟนได้ยังไง? นี่ชอบมาหลายปียังไม่เคยเปลี่ยนเลยจ้า แต่ที่จริงนิยายไม่ได้เวอร์ค่ะ เขาทำถูกแล้ว...ความชอบเปลี่ยนเป็นความรักโรแมนติกได้ แค่ต้องรู้วิธี (ซึ่งจะเป็นวิธีอะไรนั้นน้องๆ ต้องไปสร้างในนิยายเองจ้า)

 

รักที่ว่างเปล่า : Empty Love (Commitment)

ชื่อฟังดูน่ากลัว แต่มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น รักที่ว่างเปล่ามันไม่ได้หมายถึงว่าเราหมดรักแล้วนะ ไม่ได้หมายถึงว่าเราเลิกกัน แต่มันหมายถึงความรักที่ยาวนานและยั่งยืนต่างหาก อารมณ์เหมือนว่า ความรักมันหมดแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ได้หลงใหลในรูปร่างหน้าตาเขาอีกต่อไป แต่เราก็ยังอยู่ด้วยกันนะ ยังคบกัน ยังพร้อมช่วยเหลือกัน คล้ายกับอยู่ด้วยกันเพราะหน้าที่มากกว่าอารมณ์โรแมนติก ส่วนมากมักพบในคู่รักที่แต่งงานกันนั่นแหละ ดูตัวอย่างง่ายๆ ได้จากคุณตา คุณยายที่อยู่กันนานจนแก่เฒ่าเลยจ้า

พี่ยังไม่เคยอ่านนิยายที่ความรักประเภทนี้เป็นตัวชูโรง ส่วนมากความสัมพันธ์ประเภทนี้มักปรากฏกับตัวละครพ่อแม่ที่แต่งงานแล้วและตัวเอกก็เป็นลูกมากกว่าค่ะ

 

รักสายฟ้าแลบ : Fatuous Love (Commitment + Passion)

อันนี้เชื่อว่าเจอในพล็อตนิยายไทยค่อนข้างเยอะ ความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงด้วยการแต่งงานกันอย่างรวดเร็ว ประมาณว่าเจอกันไม่กี่วัน รักกันไม่กี่สัปดาห์ก็แต่งงานกันแล้ว ความรักประเภทนี้มักเป็นความรักที่ขาดความผูกพันและยังไม่รู้จักกันดี อารมณ์ว่าหลงจนโงหัวไม่ขึ้น หลงหนักมาก หลงจนพร้อมอุทิศให้ทุกอย่างเลยจ้า

ส่วนตัวพี่คิดว่ามีนิยายหลายเรื่องที่ใช้ความรักประเภทนี้เป็นโครงเรื่องหลัก ประมาณว่า เจอหน้ากัน ตกหลุมรัก แต่งงาน จากนั้นเหตุการณ์วุ่นวายก็เกิดขึ้นหลังแต่งงาน จริงๆ ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจเหมือนกันค่ะ ชวนให้คนอ่านลุ้นว่าจะคู่นี้รักหรือจะเลิกนะ จะไปรอดหรือเปล่า มีความน่าติดตามไปอีกแบบ

 

รักหวานแหวว : Romantic Love (Passion + Intimacy)

เชื่อว่านี่เป็นอีกหนึ่งความรักที่พบบ่อยในนิยายไม่แพ้กับรักสายฟ้าแลบ ในรักหวานแหวว องค์ประกอบของความชอบทำให้เราเกิดความรู้สึกผูกพัน ขณะที่ความหลงทำให้เรารู้สึกว่ามีแรงดึงดูดซึ่งกันและกันเกิดขึ้นระหว่างคนสองคน ดูเผินๆ เหมือนว่านี่จะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด แต่ความจริงแล้วความรักประเภทนี้ขาดสิ่งที่เรียกว่า “พันธะสัญญา (commitment)” จึงทำให้กลายเป็นความรักที่โฟกัสกับปัจจุบันมากกว่าพูดถึงเรื่องอนาคต แล้วเมื่อไหร่ที่คู่รักตัดสินใจอยู่ด้วยกันโดยไม่มีพันธะสัญญา เมื่อนั้นจะเป็นช่วงเสี่ยงของการเลิกกัน เพราะการอยู่ด้วยกันนั้นมีอะไรที่มากกว่าความชอบและความหลง มันต้องพร้อมเสียสละและพร้อมอุทิศให้แก่กันค่ะ

 

รักแบบเห็นอกเห็นใจกัน : Companionate Love (Intimacy + Commitment)

ความรักประเภทนี้เป็นความรักที่ดราม่าหนักหน่วงมาก มันเป็นความรักที่เต็มไปด้วยความผูกพัน ชอบกัน ทำสิ่งดีๆ ให้แก่กัน ยอมเสียสละและอุทิศตัวให้ ทว่ามันดันเป็นความรักที่ปราศจากความหลงใหลต่อกันซะนี่สิ ประมาณว่าแอบชอบเพื่อนนั่นแหละ ทำดีให้ ทำทุกอย่างให้ แต่อีกฝ่ายดันไม่ได้รักเรามากกว่าเพื่อนซะอย่างนั้น สุดท้ายเลยติดแหง็กที่คำว่า “เพื่อนสนิท” วนไป

นอกจากนี้ รักแบบเห็นอกเห็นใจกันยังเป็นรูปแบบความรักที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไปได้ด้วย เช่น ความรักของคนในครอบครัว หรือความรักของเพื่อนสนิท ในบรรดาความรักทุกรูปแบบ นี่ถือว่าเป็นความรักที่ยาวนานที่สุดค่ะ

 

รักแท้ : Consummate Love (Passion + Intimacy + Commitment)

เป็นความรักที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งความผูกพัน ความหลงใหลและพันธะสัญญา มันคือความรักในอุดมคติ ซึ่งสเติร์นเบิร์กกล่าวว่าความรักแบบนี้หายาก แม้ว่าจะมีอยู่จริง แต่ก็ไม่สามารถรักษาให้มีอยู่ได้ตลอดเวลา

การจะทำให้รักแท้ยังคงเป็นรักแท้อยู่เสมอนั้น คู่รักต้องมีความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นจากความหลงใหล ความอุ่นใจที่เกิดขึ้นจากความชอบกับความผูกพัน และจิตวิญญาณความเสียสละที่เกิดจากพันธะสัญญา ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้รักแท้หรือความรักในอุดมคติคงอยู่ตลอดกาลค่ะ

โดยส่วนตัวแล้ว พี่น้ำผึ้งยังไม่เจอนิยายเรื่องที่นำเสนอความสัมพันธ์ของตัวละครในมุมมองของรักแท้เลย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าตอนจบของนิยายที่พระ-นางลงเอยกันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เท่านั้น ซึ่งความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้นี่แหละเป็นสิ่งที่ต้องลุ้นว่าจะเป็นรักแท้หรือหมดรัก หรือเป็นรักประเภทไหน ลองมาคิดดูอีกที ถ้ามีคนเขียนนิยายโดยนำเสนอมุมมองของรักแท้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ

 

เป็นอย่างไรบ้างกับความรัก 7 รูปแบบที่พี่นำมาฝาก มีตั้งแต่ความรักมิตรภาพ รักบริสุทธิ์ไปจนถึงรักแท้เลย สำหรับพี่น้ำผึ้ง พี่ชอบเขียนนิยายเป็นแนวรักแรกพบ (Infatuation) ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่คิดว่ามันเป็นแนวที่โรแมนติกดี มีความบุพเพสันนิวาส เจอกันครั้งแรกก็ตกหลุมรักขึ้นไม่ไหวละ แล้วความรักในนิยายของน้องๆ ล่ะคะ เป็นรูปแบบไหนกัน?

 

 

 

 พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
Sternberg, Robert J. (1988). The Triangle of Love: Intimacy, Passion, Commitment.
New York: Basic Books. ISBN 0-465-08746-9.

http://www.robertjsternberg.com/love/
https://blog.cognifit.com/triangular-theory-of-love/


 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ความรัก #รูปแบบความรัก #ชอบ #Triangle of Love

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?