กล้าที่จะต่าง Zack Pinsent ชายหนุ่มผู้เผายีนส์ แล้วหันมาใส่เสื้อผ้าย้อนยุค : แรงบันดาลใจสู่การเขียนนิยายแหวกกระแส!

กล้าที่จะต่าง Zack MacLeod Pinsent
ชายหนุ่มผู้เผายีนส์ แล้วหันมาใส่เสื้อผ้าย้อนยุค :
แรงบันดาลใจสู่การเขียนนิยายแหวกกระแส!

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน ถ้าพูดถึงการแต่งตัว เสื้อยืด - กางเกงยีนส์คงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่เราเลือกใส่ พี่เชื่อว่าหลายคนในที่นี้คงไม่มีใครใส่ชุดเดรสติดกัน 7 วัน หรือใส่ชุดราตรีกินมื้อเช้าหรอก   เนอะ? แต่ใครจะรู้ เห็นแบบนี้แล้ว ยังมีมนุษย์ผู้สวมใส่ชุดย้อนยุครุ่นปู่ทวดเดินทั่วเมืองทุกวันด้วยนะ! คนๆ นั้นจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจาก “แซ็ค พินเซนต์ (Zack Pinsent)” หนุ่มน้อยหน้าใสแห่งเมืองผู้ดีวัย 25 ปี ที่ประเทศอังกฤษขอส่งเข้าประกวด

เกริ่นก่อนว่าในแต่ละวัน แซ็คสวมชุดราวกับหลุดออกมาจากโลกของเจน ออสเตน แม้ผู้คนจะมองว่าเขาแปลกประหลาด แต่ความแปลกนี่แหละนำมาสู่จุดเริ่มต้นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่าง   “ห้องเสื้อพินเซนต์”   ของเขา   ด้วยความแปลกประหลาดและกล้าแตกต่างนี่แหละ   เลยกลายเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เราอยากทำสิ่งที่แตกต่างเช่นเดียวกับเขา   สำหรับนักเขียนอย่างเรา...คงหนีไม่พ้นการเขียนนิยายให้เป็นแนวของตัวเอง

วันนี้พี่น้ำผึ้งจึงอดไม่ได้ที่จะนำเรื่องราวของแซ็ค พินเซนต์คนนี้มาฝาก   เผื่อว่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเราชาวนักเขียน   "กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง"   อย่างมั่นใจมากขึ้นค่ะ
 


โฉมหน้าแซ็ค พินเซนท์ ชายหนุ่มผู้สวมชุดย้อนยุคทุกวัน
 

เป็นเวลากว่า 200 ปีที่เราได้รู้จักมิสเตอร์ดาร์ซี่ พระเอกจาก Pride & Prejudice ผลงานเลื่องชื่อของเจน ออสเตนที่ทำให้สาวๆ หัวใจเต้นแรง แต่หนุ่มน้อยวัย   25   ปีจากเมืองไบรท์ตัน   ประเทศอังกฤษ   คนนี้ก็ทำให้หัวใจของเราเต้นเเรงไม่แพ้กัน  แถมยังทำให้เราทึ่งอีกด้วย   เพราะเขาแต่งตัวราวกับเป็นพระเอกของเจน ออสเตนจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปซะแล้ว  

ในทุกๆ วัน แซ็ค พินเซนต์ แฟนคลับตัวยงของออสเตนจะสวมชุดย้อนยุค (Regency) เหมือนหลุดจากยุคปู่ทวด และบอกว่าเขาชอบ “ความสง่างามที่แท้จริง” ของเสื้อผ้าที่มีหมวกกับเสื้อคลุมหางแบบนี้ แถมยังพูดอีกว่ามันสร้างความมั่นใจให้เขาเป็นอย่างมาก
 


ดูคูลไปอีก
 

ทุกอย่างเริ่มต้นตอนที่แซ็คอายุ 14 ปี เขาได้ค้นพบจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตหลังจากตัวเองได้ลองสวมชุดย้อนยุคสามชิ้นของปู่ทวดที่เก็บซ่อนอยู่ในห้องใต้หลังคา มันเป็นเสื้อผ้ายุควิกเตอเรียที่อยู่ในช่วงราวๆ ปี 1920 แซ็คพบว่าตัวเองดูดีมากเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น มันทำให้เขามีเสน่ห์และเพิ่มเลเวลความเป็นผู้ดีอังกฤษไปอีก แน่ล่ะ หลังจากค้นพบตัวเอง แซ็คจึงจัดการเผากางเกงยีนส์ตัวสุดท้ายที่อยู่ในบ้านและไม่เคยหันกลับไปเหลียวมองมันอีกเลย! เพราะเขาตกหลุมรักเสื้อผ้ายุควิกเตอเรียเข้าให้แล้ว

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถ้าวันไหนแซ็คไม่ได้ไปโรงเรียน เขาจะสวมแต่เสื้อผ้ายุคปู่ทวด และถ้าวันไหนทางโรงเรียนอนุญาตให้ใส่ชุดไปรเวทได้  งานย้อนยุคต้องมา    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เขาทำแบบนี้ต่อเนื่องทุกวันตั้งแต่เป็นเด็กชายจนกลายเป็นชายหนุ่ม  แม้กระทั่งจนถึงตอนนี้   แซ็คยังสวมชุดย้อนยุคอยู่   เพิ่มเติมคือมีธุรกิจห้องเสื้อเป็นของตัวเอง 
 


กำลังตัดเสื้ออยู่ อย่ากวนนะ
 

หลังจากที่แซ็คได้รับเชิญไปงานรีเจนซี่บอลในลอนดอน เขาไม่รู้จะใส่อะไรดี จึงได้พยายามทำบางสิ่งด้วยตัวเอง แต่รู้ว่ามันแย่มากเพราะเขาไม่สามารถหาเสื้อผ้าที่เหมาะสมได้ เขาจึงตัดสินใจค้นคว้าประวัติของชุดและพัฒนาทักษะของตัวเอง แซ็คได้พยายามตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยตัวเอง บางตัวมีรายละเอียดมากจนใช้เวลานานนับปี แต่เขาก็สนุกไปกับมันและภูมิใจกับผลงานของตัวเอง 

แรงบันดาลใจหลักๆ ของแฟชั่นไสตล์แซ็คคือผลงานต่างๆ ของเจน ออสเตน โดยเฉพาะมิสเตอร์ดาร์ซี่ พระเอกชื่อดังจาก Pride & Prejudice เขากล่าวว่า “เจน ออสเตนเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจ เธอเป็นผู้หญิงที่ตลกมาก เธอสามารถอธิบายถึงสิ่งที่ผู้คนสวมใส่ได้อย่างละเอียด ผมชอบความสง่างามที่แท้จริงของมัน (เสื้อผ้ายุคนั้น)”  
 


 

ในแต่ละวันแซ็คมักจะเดินไปทั่วเมืองด้วยสูทหางยาว สวมเสื้อกั๊กทับด้วยแจ็กเก็ต และรองเท้าบูตสูงถึงเข่า ที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งขาดไม่ได้เลยก็คือไม้เท้าและหมวกทรงสูง ดูๆ ไปแล้วเหมือนกับหลุดออกมาจาก Pride & Prejudice ไม่มีผิด 

ความหลงใหลในชุดย้อนยุคของเขาได้นำเขาไปสู่อาชีพการตัดเย็บเสื้อผ้าในสไตล์ย้อนยุคที่ห้องเสื้อ Pinsent Tailorin ในเมืองไบรท์ตัน ประเทศอังกฤษ บ้านเกิดของเขาเอง ซึ่งตอนนี้เขาไม่ได้มีลูกค้าแค่ชาวอังกฤษเท่านั้น แต่ยังมีลูกค้าต่างประเทศด้วยนะ    ซึ่งแซ็คเพิ่งกลับมาจากการเดินทางไปทำธุรกิจที่นิวยอร์ก 
 

“คนอาจจะคิดว่า ‘นั่นแปลก’ ก็ใช่ มันแปลก แต่ถ้าผมมีความสุขกับสิ่งที่ทำ แล้วทำไมต้องเปลี่ยนล่ะ?” แซ็คกล่าวขณะที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี
 

Clip

ทำไมผมถึงสวมชุดย้อนยุคทุกวัน

แซ็คเป็นตัวอย่างที่ดีมากสำหรับคนที่แตกต่าง เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าผู้คนจะมองเขาแปลกหรือไม่ แซ็คแค่ต้องการสวมใส่มัน แล้วเขาก็มีความสุขและกล้าเป็นตัวเองทุกครั้งเมื่ออยู่ในชุดหรูหรานี้ ไม่เพียงแค่นั้น แซ็คยังได้แบ่งปันความสุขและรอยยิ้มให้แก่ผู้คนด้วยการตัดเสื้อผ้าให้พวกเขา จนนำไปสู่ธุรกิจ “ห้องเสื้อพินเซนต์” ของตัวเองอันโด่งดัง ประมาณว่าเมื่อพูดถึงเสื้อย้อนยุค ต้องนึกถึงห้องเสื้อพินเซนต์เป็นอันดับต้นๆ    แน่นอน   มันได้กลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากสำหรับแซ็ค

เคล็ดลับความสำเร็จของแซ็ค พินเซนท์ไม่ใช่อะไรเลย นอกจากกล้าที่จะ   “แตกต่าง (Dare to be different)” และ   “เป็นตัวของตัวเอง   (Dare   to   be   yourself)” เมื่อเรามีความกล้าสองอย่างนี้   มันจะช่วยให้เรามีตัวตนบนโลกในแบบของเรา มันช่วยเพิ่มศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญยังทำให้เราได้สร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นในแวดล้อมของเราและเป็นแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างอีกด้วย   ความแตกต่างช่วยเพิ่มคุณค่าของตัวเอง (self-esteem) ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจจริงๆ ที่มันทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง
 


(via: unsplash)

 

เหมือนกับการเป็นนักเขียนนั่นแหละค่ะ นักเขียนที่ดีควรเป็นนักเขียนที่กล้าเป็นตัวของตัวเอง ไม่ลอกเลียนแบบใคร และกล้าเขียนในสิ่งที่อยากเขียน แม้ว่ามันจะเป็นแนวที่คนไม่เขียนก็ตาม สังเกตสิ เมื่อนิยายแนวใดแนวหนึ่งโด่งดังเป็นพลุแตก คนมักแห่ไปเขียนแนวนั้นตามกระแสเพียงเพราะหวังว่าคนจะอ่านนิยายของเราเยอะๆ จนลืมไปว่านั่นอาจไม่ใช่แนวที่เหมาะกับตัวเอง ยิ่งเขียนยิ่งเหนื่อย ยิ่งฝืนยิ่งไม่สนุก สุดท้ายก็จบลงที่การเทนิยายเรื่องนั้น 

แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราหันมาเขียนนิยายแนวที่ถนัด การเขียนของเราจะสนุกและไหลลื่น คนอ่านสามารถอินตามได้ง่ายๆ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่แนวตรงกระแส ตอนแรกอาจจะยังไม่ปัง แต่พี่ก็อยากให้เราเขียนมันต่อไป เพราะไม่ว่ายังไงวันใดวันหนึ่งมันต้องประสบความสำเร็จแน่นอน เช่นเดียวกับแซ็ค พินเซนต์ที่สวมชุดย้อนยุคท่ามกลางสายตาของคนที่มองว่าแปลกประหลาด   แต่ความกล้าแตกต่างของเขาก็นำมาสู่ความสำเร็จในชีวิตด้วยการเปิดห้องเสื้อเป็นของตัวเอง
 


 

หากเราต้องการที่จะใช้ชีวิตไปข้างหน้าและเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เราต้องกล้าแตกต่าง   และในการจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางต่างๆ ได้ โดยเฉพาะเส้นทางนักเขียนนั้น มันไม่ได้ใช้แค่ความกล้าและเป็นตัวของตัวเองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความพยายาม แรงผลักดัน และการทุ่มเทด้วย 

ลองมองหาแนวนิยายที่เหมาะกับเราแล้วลงมือเขียน   แม้ว่านั่นจะหมายความว่าผลงานของเราอาจไม่ตรงกระแสก็ตาม   แต่เชื่อเถอะว่า “ความกล้าที่จะแตกต่าง” ผสมกับการ    “เป็นตัวของตัวเอง”    จะสามารถนำพาเราไปสู่ความสำเร็จในฐานะนักเขียน    ไม่แน่นะว่าวันหนึ่งเราอาจเป็นผู้บุกเบิกนิยายแนวใหม่ๆ เหมือนอย่างที่นักเขียนหลายคนทำ     แล้วในที่สุดเมื่อเราเป็นตัวของเราเอง   เราจะส่องสว่างได้โดยไม่ถูกบดบังจากผู้อื่นอีกเลย

สนับสนุนให้เราเป็นเรา    เหมือนอย่างที่แซ็ค   พินเซนต์เป็นนะ 

พี่น้ำผึ้ง :)


 

ขอบคุณรูปภาพจาก Pinsent Tailoring
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.theguardian.com/fashion/2019/jul/04/i-dont-see-jeans-in-my-future-the-people-who-wear-complete-historical-dress-every-day
https://www.telegraph.co.uk/news/2019/06/28/dressing-like-regency-dandy-act-heroism-world-navy-blue-suits/
https://www.bbc.co.uk/programmes/p058k660

Deep Sound แสดงความรู้สึก

พี่น้ำผึ้ง
พี่น้ำผึ้ง - Columnist นักเขียนที่ชอบส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

5 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
พี่นกฮุก ตาโต Member 11 ก.ย. 62 10:59 น. 5

ใช่ค่ะ พี่เองก็เคยมีประสบการณ์ตรงนี้ จนต้องหยุดเขียนนิยาย เพราะโดนทางสำนักพิมพ์บังคับว่าต้องแนวนี้นะเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งที่ตัวเองชอบเขียนแนวฆาตกรรม มันทำให้เราไปไม่เป็นและยังทำให้เราขาดจิตนาการ สุดท้ายก็มาเจอเว็บเด็กดีนี่แหละค่ะเลยทำให้ตัดสินใจมาเขียนหนังนิยายอีกครั้ง ก็คนมันรักเนอะ ยังไงก็อยากเขียนอยู่ดี ไม่มีึคนอ่านก็ไม่เป็นไรก็อยากเขียนอะ 555

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด