หาสไตล์การเขียนให้เจอ แล้วจะพบว่าชีวิตง่ายกว่าที่คิด
สิ่งที่คุณจะได้จากการอ่านบทความ
- สไตล์การเขียนคืออะไร
- ลักษณะสไตล์การเขียน
- จะค้นพบสไตล์การเขียนได้อย่างไร
นักเขียนแต่ละคนล้วนมีสไตล์การเขียนที่แตกต่างกันไป ไม่มีใครบอกได้ว่าของใครดีกว่าใคร เพราะเมื่อได้ชื่อว่าเป็นนักเขียน ย่อมหมายความว่าเรามีความคิดสร้างสรรค์และสามารถนำเสนอผลงานในแง่ศิลปะ การเขียนนั้นมีเสน่ห์มากเพราะเราสร้างอารมณ์ให้กับผู้อ่านได้ ทั้งหัวเราะ ร้องไห้ ยิ้ม เขินอาย ฯลฯ ตลอดจนสามารถให้ความรู้ กระตุ้นให้ผู้คนรู้สึกสนุก อยากเดินทาง อยากทำอะไรใหม่ๆ การเขียนยังเป็นการแสดงออกถึงตัวตน และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตด้วย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดกับนักเขียนหลายๆ คนก็คือ มักจะเผลอยึดติดกับสไตล์การเขียนแบบเดิมๆ พล็อตแบบเดิมๆ การนำเสนอแบบเดิมๆ บรรยายแบบเดิมๆ เขียนแนวไหนก็เขียนแต่แนวนั้น ไม่สามารถปรับตัวได้ง่ายๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความชอบและความสนใจของคุณนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าการมีสไตล์การเขียนที่ชัดเจนมากๆ เป็นได้ทั้งจุดเด่นและจุดด้อย สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จักและเข้าใจสไตล์การเขียนของตัวเอง เพื่อจะได้สร้างจุดเด่นให้กับตัวเองและลบจุดด้อยที่ไม่เหมาะสมได้ และนี่คือสิ่งที่เราอยากให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับสไตล์การเขียนของคุณ
สไตล์การเขียนคืออะไร
สไตล์การเขียนคือสิ่งที่บอกทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณ ทั้งรูปแบบการสร้างประโยค จุดเด่นของการเขียน โทน มู้ด ลักษณะการเขียนทั้งหมด นักเขียนแต่ละคนแตกต่างไม่เหมือนกัน และสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มันจะมีจุดหลักๆ ที่เหมือนเดิมอยู่ แม้หลายอย่างจะเปลี่ยนไป แต่แก่นหลักก็ยังคงเหมือนเดิม ยิ่งถ้านักเขียนคนไหนเขียนบ่อยๆ มีผลงานออกมาจำนวนมาก และมีคนอ่านที่ติด ชอบผลงาน สามารถเรียกได้ว่า เป็น “ลายเซ็น” ของนักเขียนคนนั้น
ลักษณะสไตล์การเขียน
มีลักษณะการเขียนอยู่ไม่กี่แนว ก่อนอื่นนักเขียนต้องรู้ก่อนว่าตัวเองมีสไตล์การเขียนแบบไหน แล้วจึงค่อยมาแตกแยกย่อยออกเป็นลักษณะการเขียนของตัวเอง ได้แก่
- สายชอบบรรยาย : ลองดูว่าคุณชอบเขียนพรรณานาหรือบรรยายบ้างไหม มีนักเขียนจำนวนมากบรรยายลักษณะบ้าน รูปร่างหน้าตาตัวละคร บรรยากาศต่างๆ อย่างละเอียดลออ
- สายภาษาสวย ไวยากรณ์แน่น : พวกนี้รูปประโยคจะเป๊ะมาก เขียนแบบสวยงาม สละสลวย ไม่ชอบบรรยายเป็นวลีหรือคำสั้นๆ ทุกอย่างจะชัดเจนหมด
- สายชอบเลือกคำ : นักเขียนบางจำพวกชอบใช้คำสวยๆ หรูหรา คำที่เล่นใหญ่ อ่านแล้วต้องแปลความหมายอีกรอบ
- สายกระชับ : นักเขียนบางกลุ่มก็ไม่ชอบการบรรยายเยอะๆ แต่ชอบเขียนคำให้กระชับอ่านสั้นๆ ได้ใจความ
- สายบทสนทนา : เคยไหมอ่านนิยายบางเรื่องไม่มีคำบรรยายเลย มีแต่บทสนทนาเป็นหลัก เน้นให้คนอ่านทำความเข้าใจบรรยากาศหรือสิ่งรอบตัวจากการพูดคุย
เมื่อได้สายของตัวเองแล้ว เราต้องมาดูลักษณะการเขียนหลักๆ ของเราอีก มีด้วยกัน 4 สไตล์
- การเขียนอธิบาย : อันนี้ก็อยู่ในพวกหนังสือความรู้, ตำราทำกับข้าว, หนังสือท่องเที่ยว, ฮาวทู, การเขียนเชิงธุรกิจต่างๆ หรือการเขียนบล็อกอธิบาย ส่วนใหญ่จะไม่มีการใส่ความคิดเห็นของผู้เขียนลงไปด้วย
- การเขียนบรรยาย, พรรณนา : ได้แก่พวกนิยาย, บทละคร, เพลง, กวี, สารคดีสัตว์ป่า ธรรมชาติต่างๆ หรือพวกนอนฟิคชั่นที่เขียนสนุกๆ ใส่ความคิดเห็นด้วย มีความคิดสร้างสรรค์ นำข้อเท็จจริงมาประยุกต์ เขียนให้น่าสนใจมากขึ้น
- การเขียนเชิญชวน : ได้แก่ เรซูเม่, คัฟเวอร์เลทเทอร์, รีวิวผลิตภัณฑ์ต่างๆ, จดหมายแนะนำ, บทความลงหนังสือพิมพ์, โฆษณา เป็นการเขียนที่ชวนให้คนอื่นๆ เข้าใจและสนใจในสิ่งที่เขียน
- การเขียนเล่าเรื่อง : ได้แก่ เรื่องสั้น, นิยาย, กวี แต่เป็นการเขียนคนละแบบกับการเขียนบรรยาย พรรณนา จะกระชับกว่า เล่าเร็วๆ และอาจจะเน้นเขียนถึงความเป็นจริงมากกว่า
วิธีการค้นพบสไตล์การเขียนของตัวเอง
เรามีแนะนำให้ด้วยกัน 3 เทคนิค มาดูกันว่าต้องทำแบบไหนถึงจะช่วยให้เราค้นพบสไตล์การเขียนของตัวเองได้สักที
- อ่านให้มากๆ : ถามว่าทำไมการอ่านถึงสำคัญ เพราะมันให้ความรู้หลายๆ อย่าง และช่วยเปิดโลก ทำให้เราพัฒนาลักษณะการเขียนได้ดีขึ้น การได้อ่านงานเขียนของคนอื่นแน่นอนว่ามันจะส่งผลกระทบต่องานเขียนของเรา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็อย่าให้มันส่งผลมากจนเกินไป ควรรักษาความเป็นตัวเองไว้ด้วย แนะนำว่าควรอ่านทุกวัน จะอ่านอะไรก็ได้ อ่านหนังสือ บทความจากเพจต่างๆ บทความนิตยสาร หนังสือพิมพ์ หรืออะไรก็ได้ อ่านสิ่งที่ชอบ ยิ่งอ่านมากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น และค้นพบสไตล์การเขียนของตัวเองได้เร็วขึ้น ยิ่งอ่านมาก สไตล์การเขียนจะชัดเจนขึ้น คมขึ้น และหลากหลายมากขึ้นด้วย
- จริงใจต่อตัวเอง : เวลาเขียน เราอยากให้จริงใจกับตัวเอง การเขียนเป็นศิลปะอย่างหนึ่งและเป็นการแสดงออกถึงตัวตนจากภายในของคุณ เวลาเขียนอย่าไปคิดว่า เขียนตามคนอื่นดีกว่า คนอื่นเขาเขียนดีกว่าเราตั้งเยอะ เขียนเป็นตัวเองแล้วไม่ดี ไม่ชอบ แบบนั้นไม่เอา ถือเป็นการเริ่มต้นที่ผิด ถ้าชอบเขียนแนวดราม่าก็เขียนเลย อย่าไปฝืนเขียนแฟนตาซีหรือแนวคอมเมดี้ เพราะนอกจากจะไม่ส่งผลดีแล้ว ยังอาจทำให้คุณผิดหวังในตอนท้าย เพราะคุณก็จะไม่ชอบงานนั้นๆ สไตล์การเขียนที่ดีจะส่งผลต่อคนอ่าน ทำให้คนอ่านรู้จักและเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของคุณ ไม่ว่าจะยังไงพยายามเขียนโดยเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ถ้ารู้สึกเหมือนโดนบังคับให้เขียน ก็อย่าเขียน รอให้มีอารมณ์อยากเขียนจริงๆ ค่อยเริ่ม
- เขียนแล้วควรต้องสบายใจ : การเขียนควรเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เขียนแล้วรู้สึกไม่ดี เครียด กดดัน เจออุปสรรค คุณอาจเจออุปสรรคบ้างน่ะแหละ เขียนไม่ออกบ้าง แต่ไม่ใช่เป็นตลอดเวลา ถ้าหากรู้สึกว่าช่วงนี้เขียนไม่ออก เครียด ไม่สบายใจ แนะนำให้ลองปรับพฤติกรรมการเขียนใหม่ เอาแบบที่เข้าทางตัวเอง เขียนแล้วรู้สึกดี ลองถามตัวเองดูว่าที่เขียนมีปัญหาตรงไหนบ้าง จะได้เริ่มต้นใหม่
ไม่ว่าอย่างไรก็เอาใจช่วยให้ทุกคนหาสไตล์การเขียนของตัวเองให้พบ และเมื่อพบแล้วก็ควรต้องพยายามขัดเกลาให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อที่สไตล์ของเราจะได้โดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้น ดีต่อนิยายของเรามากขึ้นค่ะ
ทีมงานนักเขียนเด็กดี


9 ความคิดเห็น
คำแนะนำช่วยได้เยอะมากขอบคุณมากค่ะ
ชอบค่ะ<3
ช่วยได้เยอะจริงๆด้วยค่ะ เพราะบางทีเราอยากลองเขียนแนวที่อยากเราอยากเขียน แต่พอเขียนไปเรื่อยๆ เราจะรู้สึกว่าไม่ถนัดเลย
(ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่า คือแนวที่อยากเขียน กับแนวที่เราถนัด..ไม่เหมือนกัน)
ขอบคุณทุกคำแนะนำค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะได้ประโยชน์มากจริงๆ
ขอบคุณมากเลยค่ะ มีปัญหากับการเขียนของตัวเองมาก ไม่รู้สไตล์ของตัวเอง เขียนผิดเขียนไม่ถูกใจตัวเองบ้าง หัวข้อนี้มีประโยชน์มากเลยค่ะ ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น และก็ยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นปัญหาที่ไม่รู้ด้วย
ขอบคุุณสำหรับคำเเนำนำนะคะ