/>

ชั่งใจก่อนเข้าวงการ! ชวนดู ข้อดีข้อเสียของการเป็นนักเขียน มีอะไรบ้าง []

วิว
ชั่งใจก่อนเข้าวงการ!
ชวนดู ข้อดีข้อเสียของการเป็นนักเขียน มีอะไรบ้าง

 
มีคำกล่าวที่ว่า อาชีพนักเขียนเป็นกันได้ง่ายๆ สบายๆ แค่พิมพ์อะไรก็อกๆ แก็กๆ เดี๋ยวก็ได้เงินแล้ว แอดมินก็ไม่อยากจะเถียงว่ามันใช่หรือไม่ใช่ แต่อยากจะบอกคนพูดว่า มาเป็นเองดีกว่าจะได้เข้าใจเราได้มากขึ้น และบางทีก็อยากจะบอกไปตรงๆ ว่าอาชีพนักเขียนนั้นก็เหมือนอาชีพอื่นๆ น่ะแหละ คือมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพียงแต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราแสวงหาอะไรและเมื่อเลือกเดินบนเส้นทางนี้แล้ว เราจัดการกับตัวเองได้ดีแค่ไหน…
 
แอดมินเชื่อว่าทุกคนที่คลิกเข้ามาอ่านบทความนี้ น่าจะมีความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนและไม่รู้ว่าอาชีพนี้มันเป็นอย่างไร มาค่ะ ในบทความนี้แอดมินจะมาไขปริศนาเป็นข้อๆ ให้ดูว่าการจะเป็นนักเขียนมันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ชีวิตนักเขียนต้องทำยังไงบ้าง ถ้าเป็นแล้ว เราจะได้ใช้ชีวิตแบบไหน อย่างไร วันนี้เราขอรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์ของนักเขียนหลากหลายที่อยู่ในวงการ ทั้งนักเขียนที่เขียนอย่างเดียวและนักเขียนที่เขียนไปทำงานไปด้วย มาดูไปพร้อมๆ กันว่าข้อดีข้อเสียของอาชีพนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง
 

 
ข้อดีและประโยชน์ของอาชีพนักเขียน
  • มีชื่อเสียง มีคนรู้จัก ดูอย่างนักเขียนดังๆ เช่น สตีเฟ่น คิง, ฮารูกิ มูราคามิ, ฮิงาชิโนะ เคโงะ, ซูซานน์ คอลลินส์ หรือเจ. เค. โรวลิ่ง หรือแม้แต่ฝั่งไทยอย่างทมยันตี, ว. วินิจฉัยกุล ตลอดจนนักเขียนรุ่นใหม่อย่างแสตมป์เบอรี่, กัลฐิดา, may112, ปราปต์ นี่คือตัวอย่างของนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมอย่างมาก เอ่ยชื่อปุ๊บ ใครๆ ก็อ๋อ ถ้าหากคุณโชคดีพอ คุณก็จะก้าวขึ้นในตำแหน่งเดียวกับนักเขียนเหล่านี้ ใครๆ ก็นับหน้าถือตา เป็นที่รักและชื่นชอบ
  • ได้ทำงานที่รัก ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านชอบเขียน การได้ทำอาชีพนักเขียนก็คือโอกาสที่คุณได้ทำในสิ่งที่รัก ในขณะที่คนหลายๆ คนบอกว่า ทำงานแล้วเหนื่อยจัง เบื่อจัง แต่คุณจะมีความสุขกับงานได้เสมอ เพราะมันคือการสร้างจินตนาการ ขายฝัน ได้ทำในสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข เหมือนที่เขาบอกว่า ได้ทำสิ่งที่รักเป็นเรื่องดี แต่การได้ทำสิ่งที่รักและได้เงินด้วย เป็นสิ่งที่ดีกว่า
  • สร้างความสุขให้กับนักอ่าน ไม่ว่าใครก็ชอบเรื่องเล่าสนุกๆ ทั้งนั้นแหละ ต่อให้ไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ถ้าผลงานของเราถูกนำไปดัดแปลงเป็นหนัง เพลง เกมหรือสื่ออื่นๆ แล้วเรื่องเล่านั้นสนุก ก็ย่อมจะมีคนชอบอยู่นั่นเอง การได้เขียนนิยาย ได้สร้างผลงานที่น่าสนใจ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ทำให้คนอ่านมีความสุข และมีพลัง หรือบางทีผลงานดีๆ ของเราอาจส่งผลกระทบสำคัญต่อชีวิตของคนอื่นๆ ได้เลย การได้รู้ว่ามีคนชื่นชอบผลงานที่เราเขียนหรือผลงานของเราสร้างสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่น ก็เป็นความสุขแบบสุดๆ เหมือนกันนะ
  • จัดตารางเวลาของตัวเองได้ อาชีพนักเขียนจะว่าไปแล้วก็มีอิสระมากๆ จะเขียนตอนไหนก็ได้ จะไปไหนเมื่อไหร่ก็ได้ จะทำงานที่ไหนก็ได้ จะเขียนดึกดื่นก็ไม่มีใครว่า หรือจะตื่นมาเขียนตอนเช้าก็ได้อีกเช่นกัน คุณคือคนที่จะจัดตารางเวลาของตัวเอง และเลือกสถานที่ที่ชอบ ถ้าไม่มีเงินก็เขียนอยู่บ้าน ถ้ารวยๆ อาจไปเช่าห้องพักริมทะเลเขียนงานอย่างหรูหรา คุณสามารถจัดการชีวิตของตัวเองได้ทั้งหมด
  • รายได้น่าพอใจ มาจากหลายช่องทาง ปัจจุบัน คำกล่าวที่ว่า นักเขียนไส้แห้ง เริ่มจะซาๆ ลงไปแล้ว เพราะถ้าบริหารจัดการดีๆ อาชีพนักเขียนนั้นมีช่องทางการทำรายได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขายตอน (ระบบขายตอนล่วงหน้า) ที่สามารถเขียนไปขายไปได้ หรือการขายนิยายเมื่อเขียนจบ ทั้งแบบแพ็กเกจ แบบอีบุ๊ก หรือการส่งนิยายไปทางสนพ. เพื่อตีพิมพ์ผลงาน หรือแม้แต่ทำนิยายทำมือ พรีออเดอร์ให้คนอ่านมาอุดหนุนนิยายของเรา ถ้าหากว่าขยันและอดทนพอ อาชีพนี้สามารถสร้างรายได้หลายต่อ และทำให้เรามีเงินเลี้ยงชีพได้ ยิ่งถ้าเราสร้างสรรค์ผลงานที่ดีและน่าสนใจ ก็จะทำให้เรามีคนอ่านมากขึ้น เมื่อมีคนอ่านมากขึ้น ก็จะทำรายได้ได้มากขึ้นในหลายๆ ช่องทาง ทั้งหมดนี้อยู่ที่ตัวเราคนเดียว เราคือคนบริหารจัดการ ถ้าหากว่าทำได้ดี มีวินัยมากพอ รับรองว่าไม่ยากจนแน่นอน
  • ทำได้หลายอาชีพพร้อมๆ กัน มีนักเขียนมากมายที่มีอาชีพหลักของตัวเอง และเลือกที่จะเขียนเป็นงานอดิเรกแต่ก็ประสบความสำเร็จและมีความสุขมากๆ นักเขียนเป็นอาชีพที่น่าสนใจตรงที่ไม่จำเป็นต้องเรียนจบสาขานั้นๆ โดยตรง แต่ไม่ว่าจะเรียนสาขาไหน ขอให้เรามีความสามารถในการเล่าเรื่อง เราก็เป็นนักเขียนได้แล้ว มีนักเขียนที่เป็นหมอ นักเขียนที่เป็นนักบัญชี นักเขียนที่เป็นทนายความ นักเขียนที่เป็นอาจารย์ และนักเขียนที่ทำอาชีพอื่นๆ ไปด้วยอีกมากมาย คุณสามารถทำได้ทั้งงานหลักและงานรอง และมีความสุขกับมันได้
     
ข้อเสียและข้อควรระวังของอาชีพนักเขียน
  • คู่แข่งเยอะ ตลาดแคบ มีคำกล่าวที่ว่าวงการนักเขียนมันแคบ ก็ดูจะเป็นความจริง และปัจจุบันคนอยากเป็นนักเขียนก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการเปิดตัวของเว็บไซต์ลงนิยายหลายๆ แห่ง และยอดขายนิยายจากเว็บไซต์ขายนิยายออนไลน์ทั้งหลาย เราจะพบว่าอาชีพนักเขียนนั้นไม่ง่ายเลย และการจะลงนิยายให้คนอ่านชอบหรือติดก็ไม่ได้ง่ายเช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะเป็นนักเขียนจริงๆ ก็ต้องพยายามมากๆ นะ
  • รายได้อาจไม่สม่ำเสมอ แม้เราจะบอกว่าอาชีพนักเขียนมีรายได้ที่น่าพอใจ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ถ้าหากคุณเป็นนักเขียนที่เขียนไม่ตรงเวลา อารมณ์แบบ เขียนสามปีจบ คุณอาจเผชิญกับปัญหาขาดรายได้เป็นช่วงๆ ยิ่งถ้าคุณอยากจะเป็นนักเขียนอิสระ ไม่อยากจะทำงานไปด้วยเขียนไปด้วย เพราะรู้สึกว่าบริหารเวลายาก ก็จะยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น  
  • สร้างวินัยได้ยาก ข้อนี้สอดคล้องกับข้อก่อนหน้า เพราะอาชีพนี้มีอิสระสูงมาก อาจส่งผลให้คุณกลายเป็นพวกเขียนตามอารมณ์ เมื่อเขียนไม่ออกก็ไม่เขียน เนื่องจากไม่มีอะไรบังคับ ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีเจ้านาย ไม่มีกรอบของที่ทำงาน คุณก็จะสร้างวินัยได้ยาก กำหนดเวลาได้ยาก และอาจจะส่งผลทำให้คุณลำบากในภายหลัง
  • ต้องทำมาร์เก็ตติ้งและโปรโมชั่นเอง มีนักเขียนจำนวนมากที่อ่อนเรื่องมาร์เก็ตติ้งหรือการตลาดทั้งหลาย หลายคนเขินมากเวลาต้องโปรโมตนิยายตัวเองหรือโปรโมตตัวเอง ถ้าหากอยากทำอาชีพนักเขียนเต็มตัว ทักษะทั้งสองอย่างนี้เป็นเรื่องจำเป็น ปัจจุบันโซเชี่ยลมีเดียมีอิทธิพลมาก คุณอาจจะต้องฝึกทั้งการอัปนิยายให้ตรงเวลา ใช้พื้นที่ในเว็บไซต์ให้มีประโยชน์สูงสุด สร้างเพจของตัวเอง หรือแม้แต่เล่นทวิตเตอร์ รวมไปถึงอัปนิยายหลายๆ เว็บ โดยเลือกเว็บที่เข้ากับนิยายของเราด้วย พูดง่ายๆ ต้องหาพื้นที่เข้าถึงคนอ่านให้พบน่ะแหละ
  • โดนวิพากษ์วิจารณ์ผลงาน ไม่ว่าผลงานของคุณจะดีแค่ไหน สุดยอดแค่ไหน ยังไงก็ต้องมีคนวิจารณ์นิยายของคุณในแง่ลบบ้างแหละ และคุณก็อาจจะต้องอดทน เข้มแข็งต่อเสียงตำหนิต่อว่าพวกนี้ นักเขียนหลายคนไม่ชอบโดนวิจารณ์ หรือพอโดนก็จิตตกไปหลายวัน แต่ถ้าหากรักจะทำอาชีพนี้คุณต้องยอมรับว่ามันคือส่วนหนึ่งของอาชีพ เพราะเมื่อผลงานออกสู่สาธารณะ มันก็ไม่ใช่ผลงานของคุณอีกต่อไป แต่คนอ่านมีสิทธิ์จะเข้าถึงและพูดถึงผลงานของคุณอย่างไรก็ได้
  • โดดเดี่ยว เหงา ขาดเพื่อน อาชีพนักเขียนประจำคือการทำงานคนเดียว อยู่ตัวคนเดียว ไม่ได้พบเจอใคร ถ้าหากคุณทำอาชีพอื่นแล้วทำอาชีพนักเขียนเป็นงานอดิเรกอาจจะพอคลายเหงาได้บ้าง แต่ถ้าทำอาชีพนักเขียนประจำเลย เขียนอยู่บ้านเลย คุณอาจจะต้องทำใจยอมรับว่าตัวเองจะต้องทำงานคนเดียว ขาดที่ปรึกษา และอาจจะมีแค่กูเกิ้ลเป็นเพื่อน จะตัดสินใจอะไรก็ไม่รู้จะหันหน้าหาใคร มองแง่หนึ่งมันก็ทำให้เข้มแข็ง แต่มองอีกแง่ก็เหงาเหมือนกันนะ
  • ปัญหาการเขียนไม่ออก ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเขียนที่โด่งดังแค่ไหน ก็ต้องเจอปัญหาเขียนไม่ออกอยู่นั่นเอง  ปัญหานี้ทำให้นักเขียนทุกคนหงุดหงิด ปวดหัว เครียด แต่สุดท้ายแล้ว ยังไงก็ต้องไปต่อ อย่าได้หงุดหงิดหรือกังวลมากจนเกินไป ให้คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ เมื่อเจอปุ๊บ เราแนะนำไปทำกิจกรรมอื่นก่อน เช่น อ่านหนังสือเพิ่มคลังคำ หาพล็อตใหม่ๆ ไปเที่ยว กินข้าวกินขนม ทำใจสบายๆ อาบน้ำหรือทำอะไรก็ได้เพื่อให้แรงบันดาลใจกลับคืนมา… และท่องเอาไว้ว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วจะกลับมาเขียนออกเอง
     
เมื่อชั่งน้ำหนักและเข้าใจข้อดีข้อเสียของอาชีพนักเขียนแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือเลือกว่าจะเป็นนักเขียนหรือไม่ ถ้าหากว่าแน่ใจว่าจะเป็นนักเขียน อยากบอกว่าสิ่งที่ควรทำหลักๆ มีสามข้อคือ เขียนทุกวัน, กำหนดระยะเวลาการเขียนให้ชัดเจน และ หาทางสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเองเสมอ ไม่ท้อแท้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ถ้าหากว่าทำสามข้อง่ายๆ นี้ได้ เราเชื่อว่าคุณจะเป็นนักเขียนที่ดีได้อย่างแน่นอน
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี 

Deep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #อาชีพนักเขียน #อยากเป็นนักเขียน #อยากเขียนนิยายต้องทำยังไง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?