วิเคราะห์เจาะลึก 3 ขั้นตอน
5 ข้อคิด เขียนนิยายรักอย่างไรให้น่าอ่าน
5 ข้อคิด เขียนนิยายรักอย่างไรให้น่าอ่าน
สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน เห็นว่าเดือนกุมภาเป็นเดือนแห่งความรัก แอดมินก็เลยตัดสินใจว่าจะแนะนำเคล็ดลับเกี่ยวกับการเขียนนิยายรักให้เข้ากับเทศกาลดีกว่า เอาแบบวิเคราะห์เจาะลึกกันไปทีละขั้นทีละตอนละเอียดๆ เลย เผื่อว่าใครที่เขียนนิยายรักอยู่แล้วสับสนหรือใครที่กำลังวางแผนจะเขียนนิยายรักเรื่องแรกของตัวเอง จะได้ทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันด้วยเลยค่ะ
ในการเขียนนิยายรัก เราขอแบ่งง่ายๆ เป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ หนึ่ง สร้างตัวละคร สอง บริหารจัดการพล็อต และสาม หาวิธีถ่ายทอดชิ้นงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละส่วนก็จะมีเทคนิคย่อยๆ ที่ต้องลงลึกไปอีก ไปดูกันค่ะว่าภายใต้ขั้นตอนที่ดูเหมือนจะทำได้ง่ายๆ นั้น มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อะไรซ่อนอยู่บ้าง
ขั้นตอนเขียนนิยายรักขั้นที่ 1 สร้างตัวละคร
ทำเช็กลิสต์จุดเด่นของตัวละครหลัก : ตัวละครที่เหมาะกับนิยายรักคือตัวละครที่มีบุคลิกลึกลับซับซ้อนน่าค้นหา ลองคิดดูว่าคุณอยากให้ตัวละครมีลักษณะเด่นแบบไหน ซึ่งควรจะสัมพันธ์และส่งผลต่อเนื้อเรื่อง เขียนจดเป็นลิสต์ออกมา แล้วจดลงไปชัดๆ ว่าลักษณะเฉพาะเจาะจงแบบไหนที่โดดเด่นแตกต่างจากคนอื่น ระหว่างที่เขียนให้ตรวจสอบเป็นระยะว่าทำได้ตรงตามที่วางไว้หรือไม่ อย่างไร
- ตัวละครของคุณอาจจะหัวดื้อหัวรั้น ทิฐิ ฉลาด ไว้ใจคนอื่นง่าย ซื่อสัตย์จริงใจต่อคนอื่น เคยเจอกับอดีตที่เลวร้ายมาแต่ไม่อยากเล่าให้ใครฟัง พยายามสื่อลักษณะเหล่านี้ผ่านบทสนทนาหรือเขียนฉากที่ส่งกับบุคลิกที่กำหนดเอาไว้
- มองหาลักษณะเด่นที่ส่งเสริมพัฒนาการของตัวละครระหว่างดำเนินเรื่อง ไม่ใช่แค่เขียนแต่ฉากรักกันไปรักกันมา แต่ควรจะต้องทำให้คนอ่านสัมผัสได้ว่าตัวละครมีพัฒนาการจากนิสัยส่วนตัว เช่น ตัวละครมีอดีตที่เลวร้ายไม่อยากเล่าให้ใครฟังอย่างข้อแรก อาจเป็นนางเอกหรือพระเอกก็ได้ แต่เมื่อได้ใกล้ชิด ได้พบความรัก ทำให้เปิดใจและกล้าที่จะก้าวข้ามจุดนี้ของตัวเอง ถ้าหากว่าทำได้ ก็จะทำให้นิยายมีเสน่ห์และน่าอ่านมากขึ้น
- ตัวอย่างที่เราขอพูดถึงเอาเป็น คลีโอพัตรากับมาร์ค แอนโทนี่ก็แล้วกัน พวกเขาเป็นชู้กัน รักกันแบบจริงจัง ดึงดูดต่อกันและกัน คลีโอพัตราเป็นนักการเมืองหญิงที่เข้มแข็งมาก เคยรักกับจูเลียส ซีซาร์มาก่อน เมื่อสิ้นซีซาร์ นางก็ต้องหาที่เกาะ เพราะนางทะเยอทะยานและกระหายในอำนาจ รักแท้ในแบบของนางต้องเป็นผู้ชายเข้มแข็งที่สามารถดูแลนางได้
สร้างตัวละครที่มีลักษณะดีและขัดแย้งในตัวเอง : ตัวละครควรต้องมีความท้าทายน่าสนใจ ยิ่งถ้าสมมติพระเอกนางเอกขัดแย้งกันเองลงเอยกันยาก นิยายรักก็จะยิ่งมีเสน่ห์น่าอ่าน การสร้างตัวละครที่เข้ากันได้ดีมากๆ รักกันสุดๆ หวานชื่น ก็น่าสนใจไปอีกแบบ แต่มันอาจจะทำให้นิยายของคุณราบเรียบเกินไป และไม่มีการเติบโต ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร ทำให้เนื้อหาแบน และคนอ่านก็เบื่อ
อาจจะสร้างให้ตัวละครทั้งคู่ต่างเด่นกันคนละแบบ แต่แล้วก็ต้องมาแข่งขันกันเอง จะต้องมีใครคนหนึ่งชนะ แต่จะให้ชนะแบบไหนยังไง ก็ต้องลองสร้างพล็อตดู ยิ่งถ้าหากเราเขียนให้นิยายซับซ้อน มีเรื่องการเมือง การเงิน หรือสถานการณ์ทางสังคมต่างๆ เข้ามาเกี่ยว แล้วทำให้ตัวละครเจออุปสรรคจนกว่าจะรักกันได้ก็เจ็บปวดรวดร้าว จะทำให้คนอ่านจดจำนิยายของเราได้เยอะมากขึ้น ยกตัวอย่างไม่ต้องอื่นไกล โรเมโอ จูเลียต นั่นไง ครอบครัวสองครอบครัวไม่ลงรอยกัน การจะมารักกันได้ต้องเจออุปสรรคนานัปการ และสุดท้ายก็จบลงด้วยโศกนาฎกรรม หรือไม่ของไทยๆ ก็คู่กรรมของทมยันตีก็ได้ พระเอกเป็นคนญี่ปุ่น เข้ามาในประเทศตอนที่คนไทยกำลังมีสงครามและสุดท้ายพออเมริกาชนะ ทุกอย่างก็บีบให้พระเอกต้องเจ็บปวด ส่วนนางเอกก็มีคนรักที่เข้าพวกกับอเมริกันมาก่อน แต่แล้วสุดท้าย ก็มารักพระเอกที่เป็นคนญี่ปุ่น พล็อตขัดแย้ง ตัวละครท้าทายกันเอง ส่งผลให้คนอ่านอินจนน้ำตาไหลพรากกันเลยเห็นไหม
สร้างลักษณะของตัวละครคร่าวๆ ในใจ : หลังจากชัดเจนแล้วว่าตัวละครมีจุดเด่นอย่างไรบ้าง ก็ได้เวลาร่างลักษณะคร่าวๆ ออกมา ให้เห็นภาพ เราเข้าใจว่าคุณอาจจะวาดรูปไม่เก่ง ก็ลองเขียนออกมาก็ได้ เช่น สูงเท่าไหร่ หนักเท่าไหร่ หน้าตาเป็นอย่างไร นัยน์ตาโตหรือตาชั้นเดียว ปากบางหรือหนา ผิวคล้ำหรือขาว หรือจะทำแบบที่นิยมกันก็ได้คือ หาคาแร็คเตอร์จากภาพของดารานักแสดงไอดอลต่างๆ จะทำให้เราเห็นภาพตัวละครชัดเจนมากขึ้น เขียนแบ็คกราวด์ครอบครัวไปด้วยก็ดี มาจากครอบครัวร่ำรวยหรือยากจน เคยเจอเหตุการณ์สำคัญอะไรในชีวิตและรับมือกับมันอย่างไร และมันส่งผลต่อความรักหรือการใช้ชีวิตของเขาหรือเธออย่างไรบ้าง
- เขียนจำลองเหตุการณ์ความรัก โดยใช้จุดเด่นจากตัวละครเอกของคุณ เอาล่ะ เมื่อกำหนดลักษณะตัวละครแล้ว ได้เวลาประกอบร่างว่าคนสองคนนี้จะรักกันอย่างไร ลองเชื่อมจุดเด่นจุดด้อย หรือลักษณะเด่นของทั้งคู่เข้าด้วยกัน จะได้รู้ว่าทั้งสองคนเติมเต็มกันได้ไหมอย่างไร หรือว่าขัดแย้งกันตรงไหน มีวิธีการจะทำให้ทั้งคู่ไปกันได้อย่างไร ไปพบจุดเข้ากันได้ตรงไหนอย่างไร
- ลองคิดถึงความสัมพันธ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุกวัน ถ้ามีแฟนแล้ว เขาเป็นคนอย่างไร รักเขาเพราะอะไร ทะเลาะกันเพราะอะไร กว่าจะมาคบกันเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าไม่มีก็ลองสังเกตคู่ของคนรอบตัวว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ดูกระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อน เพื่อนบ้าน คนในออฟฟิศ ความสัมพันธ์ของทุกคนเป็นแรงบันดาลใจได้หมด
- นึกถึงความเป็นจริงให้มากๆ อย่าเขียนความสัมพันธ์ที่ไม่สมจริง ฟุ้งฝัน รักกันแบบตลกๆ แนะนำว่าควรมองดูความเป็นจริงและเขียนอะไรที่ง่ายๆ ตรงไปตรงมา แทนที่จะเขียนอะไรที่ฟุ้งๆ จนเกินไป เพราะคนอ่านจะเข้าถึงงานที่ตรงตามความเป็นจริงได้มากกว่า
หลีกเลี่ยงลักษณะตัวละครซ้ำๆ : การเขียนตัวละครแบบซ้ำๆ ซากๆ พระเอกหล่อรวยปมเยอะ นางเอกสวยอ่อนแอใจบางแต่เข้มแข็ง อันนี้ก็ทำได้ เพียงแต่บอกตรงๆ ก็คือคู่แข่งของเราจะเยอะมากหน่อย และเราจะเขียนพล็อตยาก ถ้าเป็นไปได้ แนะนำว่าอย่าสร้างตัวละครที่ซ้ำกับคนอื่น เขียนตัวละครที่แตกต่างดีกว่า จะทำให้นิยายของเราน่าสนใจมากกว่า
ขั้นตอนเขียนนิยายรักขั้นที่ 2 : บริหารจัดการพล็อต
- หลังจากได้ลักษณะตัวละครแล้ว ก็ได้เวลาบริหารจัดการพล็อตต่อไป เรารู้แล้วว่าหลักๆ เราจะเขียนนิยายรัก แต่ว่านิยายรักก็ไม่ได้มีแค่แนวเดียว มันยังแบ่งแยกย่อยออกเป็นอีกหลายๆ รูปแบบ หน้าที่ของเราคือต้องกำหนดกรอบให้ชัดเจน และหาหมวดนิยายรักที่เข้ากับนิยายของเรา ตัดสินใจเลยว่า… จะเขียนนิยายไว้ในหมวดไหน จะเป็นนิยายรักหวานแหวว, นิยายรักซึ้งกินใจ, นิยายอดีต ปัจจุบัน อนาคต (รักอิงประวัติศาสตร์), นิยายรักแฟนตาซี หรือนิยายรักแบบไหนก็ต้องหาหมวดที่ชัดเจน จะดราม่าจะคอมเมดี้ จะดาร์คจะสดใส กำหนดกรอบก่อนจะได้ส่งผลต่อการสร้างพล็อตที่ดี ตัดสินใจเลยว่าเราอยากให้นิยายของเราเป็นแบบไหน จบลงแบบไหน จะจบแบบดีหรือไม่ดี จะจบแบบสรุปให้หรือจบแบบปลายเปิด เมื่อเรากำหนดได้แล้ว ก็จะทำให้นิยายของเราชัดและเขียนได้ง่ายขึ้น
- หาแก่นเรื่องหลักที่จะส่งต่อสู่คนอ่าน แน่นอนว่านิยายรักเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก แต่มันก็ต้องมีแก่นเรื่องที่ครอบไว้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเขียนนิยายรักที่เกี่ยวกับครอบครัว ปัญหาสังคม นางเอกมีปัญหาทางใจ เพราะพ่อทิ้งไป ทำให้มองผู้ชายในแง่ร้าย ถ้าเขียนแบบนี้ ก็เท่ากับว่าแก่นเรื่องหลักของเรา คือการพูดถึงปัญหาสังคมเรื่องการมีภรรยาน้อย หรืออย่างคู่กรรมที่ยกตัวอย่าง ก็เป็นเรื่องของสงคราม ชาติพันธุ์ ถ้าหากเราสามารถสร้างพล็อตนิยายที่ไม่ใช่แค่นิยายรักได้ แต่มีสารอื่นๆ ส่งต่อออกมา ก็จะทำให้เรื่องของเราน่าอ่านมากขึ้น ข้อหนึ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือ เวลาเขียนควรระวังไม่เขียนแบบตัดสินลงไปชัดเจน แต่เขียนจากมุมมองของเราน่าจะดีกว่า
ขั้นตอนเขียนนิยายรักขั้นที่ 3 : หาวิธีถ่ายทอดชิ้นงานที่มีประสิทธิภาพ
- สร้างเอ๊าท์ไลน์นิยายอย่างละเอียด มีนักเขียนอยู่สองแบบคือแบบทำพล็อตก่อนและแบบด้นสด คุณจะเป็นแบบไหนก็เลือกเอา แต่เราแนะนำว่าไม่ว่าอย่างไรก็ควรมีเอ๊าท์ไลน์คร่าวๆ ไว้ในใจก่อน เพราะมันจะช่วยให้เขียนได้ง่าย ถ้าวางเอ๊าท์ไลน์ สร้างเหตุการณ์ กำหนดลำดับก่อนหลัง ก็จะทำให้เรื่องของเรามีกำหนดขั้นตอนต่างๆ และเขียนได้ราบรื่นมากขึ้น เอ๊าท์ไลน์อาจจะเขียนสั้นๆ หรือยาวมากๆ ก็ได้ จะใส่รายละเอียดแบบจัดเต็มหรือแค่หัวข้อจำเป็นก็ได้หมด ขึ้นอยู่กับว่าเราถนัดแบบไหน
- สร้างความรู้สึกน่าประทับใจ ใส่อารมณ์ความรู้สึกให้กับตัวละคร อาจจะต้องสร้างบรรยากาศการพบเจอกันครั้งแรกให้คนอ่านรู้สึกว้าวๆ หน่อย อย่าให้มันธรรมดาจนเกินไป หรือถ้าธรรมดาๆ ก็ควรจะหาจุดเด่นที่ทำให้จดจำ เช่น แย่งข้าวมันไก่กัน หรืออาจจะเป็นเดินชนกัน แอบได้ยินชื่อเสียงของกันและกันมาก่อนล่วงหน้า เป็นต้น ไม่ควรให้รักกันเร็วเกินไป หรือลงเอยกันเร็วเกินไป แต่ควรจะให้เวลา สร้างสถานการณ์ต่างๆ เขียนบรรยายอารมณ์ความรู้สึกให้เต็มที่ไปเลย ใส่ทุกอารมณ์ ทั้งสุข เศร้า โกรธ ขัดแย้ง อิจฉาริษยา เอาให้เต็ม
- สร้างไคลแม็กซ์ที่น่าประทับใจ ไม่ว่าคุณจะเขียนเนื้อเรื่องแบบไหน ก็ควรจะทำให้เนื้อเรื่องนั้นดึงดูดใจ สร้าผลกระทบต่างๆ ยกตัวอย่าง อาจเกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน เศร้าเสียใจ ทะเลาะกัน มองว่าอีกฝ่ายผิด อีกฝ่ายไม่ดี แต่เมื่อผ่านสถานการณ์ต่างๆ ได้พิสูจน์แล้วก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่ ทำให้สายตาที่มองกันเปลี่ยนไป หรืออาจจะสร้างอุปสรรคเช่น ทำงานในสายงานตรงกันข้าม เป็นคู่แข่ง แล้วต้องมาแก่งแย่งกันเอง ถ้ารู้สึกว่าไม่แน่ใจ ให้ถามตัวเองว่า แน่ใจแล้วใช่ไหม หยุดกลับมาคิดก่อนว่าคิดยังไง
- รีไรท์สม่ำเสมอ บางคนบอกว่าไม่ชอบเขียนไปรีไรท์ไป ชอบเขียนจบแล้วรีไรท์ทีเดียวเราก็เข้าใจ แต่สำหรับนิยายรัก แนะนำว่าให้รีไรท์ไปเรื่อยๆ เขียนแล้วไม่แน่ใจก็อ่านทวนซ้ำ แล้วค่อยๆ บรรจงบรรยายความรู้สึกต่างๆ กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ใส่ใจกับสำนวนภาษาและการบรรยายต่างๆ เพื่อให้งานออกมาประณีตน่าสนใจมากที่สุด อย่าเขียนให้ดูเยอะแยะน้ำท่วมทุ่งเกินไป พยายามเขียนให้กระชับและได้ใจความอยู่เสมอ ระวังอย่าเบี่ยงเบนประเด็นหรือออกนอกประเด็นจนอาจทำให้คนอ่านเบื่อหน่ายได้
นอกจากทั้งสามขั้นตอนที่เราเขียนถึงข้างต้น ก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีก 5 ข้อ ที่อยากแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการเขียนนิยายรัก
- อย่าเขียนฉากรักแบบมั่วๆ ควรจะสร้างที่มาที่ไปและเหตุผลที่เหมาะสม สำหรับนิยายรัก จุดเด่นก็คือฉากรัก อาจเป็นฉากจูบ กอด หรือแม้แต่การมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งแน่นอนไม่ใช่เรื่องผิด ตัวละครที่รักกันมีความสัมพันธ์เหล่านี้ได้ แต่ก่อนจะเขียน ควรปูพื้นสร้างที่มาที่ไปสักหน่อย เพื่อให้คนอ่านได้เข้าใจเหตุผลและเห็นตรงกันกับเรา ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ฉากจำเป็นก็ไม่ต้องเขียน
- ฮีโร่ที่ดีควรจะมีลักษณะน่าจดจำ แต่ไม่ใช่เราผลักดันจนเกินไป ควรเขียนแบบค่อยเป็นค่อยไป วางองค์ประกอบที่ชัดเจนรัดกุม สร้างสถานการณ์ที่ดีและน่าสนใจ เพื่อให้มีความเป็นไปได้ ไม่ใช่จู่ๆ ก็ประกาศออกมาโต้งๆ หรือมีเหตุการณ์น่ารำคาญมากเกินไป เอาให้พอเหมาะพอดีจะได้โดนใจคนอ่าน
- สร้างบทบาทที่ดีให้ตัวละครทั้งสอง อย่าให้ใครเด่นกว่าหรือไปอิงกับอีกฝ่ายจนเกินไป ตัวละครทั้งชายและหญิง พระเอกและนางเอกควรต้องมีจุดเด่นของตัวเอง ไม่ใช่ว่าตัวหนึ่งเด่นมากอีกตัวไม่สำคัญเลย ควรสร้างความน่าสนใจให้ทั้งคู่เท่าๆ กัน
- เขียนคู่ตรงกันข้ามก็มีเสน่ห์ เวลาเราอ่านตัวละครที่ไม่เหมือนกันเลยแต่มารักกันได้ ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยใช่ไหม ยกตัวอย่างเช่น คุณหนูกับหนุ่มยาจก ดอกฟ้ากับโดมผู้จองหอง พล็อตประมาณนี้สร้างยอดสร้างแรงบันดาลใจได้ คนอ่านอ่านแล้วน้ำตานอง อินไปกับความรักของทั้งคู่ การเขียนถึงคู่ตรงข้ามที่พอดีๆ ทำให้นิยายของเราน่าอ่านนะ
- บทบาทของตัวละครรองต่างๆ สำคัญต่อเนื้อเรื่อง อย่าคิดว่าจะเขียนให้พระเอกนางเอกเด่นกันอยู่แค่สองคน พ่อแม่นางเอก พี่น้องนางเอก พี่ชายพระเอก เพื่อนๆ หรือแม้แต่ตัวร้าย สามารถส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่องได้หมด ถ้าเราสร้างตัวละครที่มีความเชื่อมโยงกัน หรือความสัมพันธ์ของตัวละครส่งผลกระทบต่อกันและกัน ก็จะทำให้นิยายของเรามีความต่อเนื่องกัน และน่าอ่าน
อ่านขั้นตอนของเราครบแล้วใช่ไหม เนื้อหาละเอียดชัดเจนขนาดนี้ บอกเลยว่าอย่ารอช้า ลงมือเขียนนิยายรักรับเดือนกุมภากันเลยดีกว่า ไปเลย ลุยๆๆๆ
ทีมงานนักเขียนเด็กดี

1 ความคิดเห็น