มาอ่านให้ไว! 10 ขั้นตอนสุดง่ายสำหรับการเขียนนิยายสักเรื่อง
“การเขียนก็ง่ายๆ สิ่งที่คุณต้องทำคือตัดคำที่ไม่ใช่ออก”
มาร์ค ทเวน
มาร์ค ทเวน
ว่ากันว่าส่วนที่ยากที่สุดของการเขียนไม่ใช่การได้ตีพิมพ์ แต่เป็นเรื่องที่ว่าจะเขียนยังไงให้จบเรื่อง… ฟังแล้วแอดมินพยักหน้าหงึกๆ ขึ้นมาเลย ตัวแอดมินเองก็มีนิยายตีพิมพ์กับเขาเหมือนกัน และเห็นด้วยว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการพยายามเขียนให้จบ เพราะนิยายเรื่องหนึ่งมันไม่ได้จบง่ายๆ ซะที่ไหน กว่าเราจะฟูมฟัก เขียนพล็อต สร้างตัวละคร เขียนเรื่องออกมา โอ้โห งานหินมากๆ เลยนะ
แอดมินเชื่อว่าคนที่กำลังอ่านบทความนี้ต่างมีความฝันอยากเป็นนักเขียนด้วยกันทั้งนั้น และหลายคนที่ได้เริ่มแล้วหรือก้าวเข้ามาในเส้นทางแล้วน่าจะรู้ว่า มันยากมาก และมันเกินจากความคาดหวังของเราไปเยอะเลยทีเดียว เราไม่ได้แค่นั่งลงเขียน จบแล้วจ้า แต่เราต้องค่อยๆ บรรจงสร้างสรรค์ผลงานออกมาทีละบทๆ อาศัยจังหวะและเวลาที่เหมาะสมด้วย กว่าจะจบเล่ม อืม หมดแรงเลย


ในบทความนี้เราจะแนะนำขั้นตอนพื้นฐานที่ต้องใช้เขียน ถ้าใครอยากเป็นนักเขียนก็เตรียมตัววางแผนต่างๆ ได้เลย เริ่มต้นเราอยากให้มองเป็นภาพรวมก่อน ในเรื่องการเขียนแบ่งเป็นสามระยะ ดังนี้
- ระยะเริ่มต้น : เริ่มเขียน การตัดสินใจเกี่ยวกับการเขียน วางแผน สร้างเป้าหมาย เขียนออกมาให้ได้ เป็นการวางแผนว่าจะเขียนแบบไหนอย่างไร และรายละเอียดในการเขียนมีอะไรบ้าง
- ระยะสอง : ลุยเขียน สร้างแรงกระตุ้นสม่ำเสมอ เมื่อเริ่มเขียน ก็จะต้องสับสนในตัวเองเป็นระยะ หงุดหงิด หลายเหตุผลร้อยแปด ควรวางแผนเอาชนะอุปสรรค และไม่ยอมแพ้ระหว่างทาง
- ระยะสาม : จบเรื่องให้ได้ ไม่มีใครสนนิยายที่ยังไม่จบ เราอยากอ่านเรื่องที่จบแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องเขียนให้จบ ไม่งั้นการเป็นนักเขียนก็จะไม่มีวันสมบูรณ์ได้เลย
เมื่อเลื่อนลงไป เราขอแบ่งเป็นสามระยะ พร้อมเทคนิคต่างๆ แทรกเข้ามาอีก 10 ข้อ เพื่อให้คุณเขียนนิยายได้จบเรื่องในที่สุด ไปค่ะ ไปลองอ่านกันดู
ระยะเริ่มต้น : เริ่มเขียน การตัดสินใจเกี่ยวกับการเขียน วางแผน สร้างเป้าหมาย
ระยะนี้แบ่งออกเป็นสี่ส่วนย่อยด้วยกันได้แก่
- ตัดสินใจว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร : การเขียนที่ดีต้องมีเป้าหมายหรือเกี่ยวกับอะไรสักอย่าง แนะนำให้เขียนมาแค่ประโยคเดียวว่านิยายเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร จากนั้นค่อยๆ ขยายออกมาเป็นย่อหน้า เป็นหน้า เป็นเรื่อง เมื่อสับสนไม่แน่ใจ ให้กลับไปอ่านประโยคเดียวที่ใช้นิยามเรื่องอีกครั้ง เพื่อเขียนให้ตรงตามที่กำหนดไว้ จะได้ไม่สับสนไม่งง และเนื้อเรื่องเข้ากันได้ด้วย
- สร้างเป้าหมายประจำวัน : จอห์น กริชซั่มนักเขียนชื่อดัง เริ่มต้นเขียนนิยายตอนเป็นทนายและเพิ่งมีลูก เขายุ่งมากๆ แต่ก็สามารถวางแผนการเขียนได้ดี เจ้าตัวเล่าว่าเขียนวันละชั่วโมงหรือสองชั่วโมง และพยายามเขียนให้ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งหน้า เวลาผ่านไปสองสามปี เขาก็ได้นิยายหนึ่งเรื่อง จริงๆ แล้วไม่ต้องเขียนวันละเยอะๆ ก็ได้ ตั้งเป้าหมายไว้วันละหน้าหรือวันละครึ่งหน้า ปีนึงก็ได้ 365 หน้าแล้ว
- แบ่งเวลามาเขียนทุกวัน : การเขียนที่สม่ำเสมอช่วยได้มาก วินัยการเขียนที่ดีทำให้นิยายจบเรื่องได้ ถ้าหากเขียนมั่งไม่เขียนมั่ง ทำตัวอิสระเกินไป รับรองว่าตารางเวลารวน และสุดท้ายก็ไม่มีวันเขียนจบ เมื่อไหร่ที่ถึงเวลาที่ต้องเขียนก็เขียน พยายามทำให้ได้ในทุกวันจะได้ประสบความสำเร็จ
- เขียนที่เดียวกันทุกครั้ง การเขียนที่เดียวกันก็จะได้บรรยาศเดิมๆ ลองสร้างทำเลในการเขียนของตัวเอง พอนั่งลงตรงนี้ต้องเขียนเลย ถ้าทำได้มันอาจจะช่วยเตือนความจำว่ารอบที่แล้วเขียนอะไรไว้ได้ด้วยนะ
ระยะสอง : ลุยเขียน สร้างแรงกระตุ้นสม่ำเสมอ
เมื่อวางแผนจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ตอนนี้ก็ได้เวลาเขียนกันสักที มาพบกันอีก 3 เทคนิคในระยะนี้ค่ะ
- ตั้งไฟล์เวิร์ดให้นับคำด้วย ลองคิดกำหนดง่ายๆ ก็ได้ จะเขียนเรื่องละ 100,000 คำดีกว่า หรือง่ายๆ กำหนดไว้เลยนิยายจบเรื่องขั้นต่ำ 200 หน้าเวิร์ด หรือบทละ 8 หน้า ประมาณนี้ก็ได้
- กำหนดเดดไลน์ในแต่ละสัปดาห์ การสร้างเป้าหมายแต่ละสัปดาห์จะช่วยกระตุ้นตัวเองได้ นับคำก็ใช้ได้นะ เช่น อาทิตย์นี้ขอ 5,000 คำแล้วกัน หรือจะใช้เลขหน้าก็ได้ อาทิตย์นี้ 10 หน้า เมื่อทำได้ตามกำหนด ให้รางวัลตัวเองด้วยการพักหนึ่งวัน เป็นต้น
- หาความเห็นให้ไวที่สุด การหาคนอ่านคนวิจารณ์ จะช่วยให้เห็นภาพการเขียนของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ลองขอคำแนะนำจากคนที่ไว้ใจได้ แล้วให้เขาช่วยอ่านช่วยวิจารณ์ เมื่อได้คำวิจารณ์กลับมาลองคิดดูว่าจะปรับแก้ตรงไหนจึงจะเหมาะสม
ระยะสาม : เขียนให้จบ ต้องจบไม่งั้นไม่ถือว่าเป็นนักเขียน
เอาล่ะ มาค่ะ ขั้นตอนนี้สำคัญมากที่สุด เอาไปอีกสามข้อ
- สัญญากับนักอ่านไปเลยว่าจะจบวันไหน อันนี้โหดมากเพราะถ้าทำไม่ได้ก็อาจโดนบ่นยาวได้ ยิ่งถ้าแฟนคลับเยอะๆ นี่แย่แน่ๆ ถ้าทำแบบนี้ได้ ก็จะกำหนดวันที่ชัดเจนไปเลย และจะเหมือนสร้างข้อผูกมัดด้วยว่าต้องจบแล้วๆ
- ยอมรับข้อผิดพลาด เราคิดว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มีโอกาสที่การเขียนของเราอาจไม่ได้ดีมากมาย หรือมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่อย่างน้อยขอให้เขียนได้จบและสำเร็จตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ แค่นั้นก็ถือว่าเราสอบผ่านแล้ว
- เตรียมเขียนเรื่องต่อไป มีนักเขียนจำนวนมากออกผลงานมาเล่มเดียวแล้วเลิกเลย อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นนักเขียนคนนั้น เมื่อใกล้จบเรื่องให้เตรียมเรื่องใหม่ไว้เลยจะได้ต่อเนื่องกัน ถ้าหากเล่มแรกได้ผลตอบรับไม่ดีก็จะได้เริ่มเรื่องใหม่และแก้ไข และถ้าเรื่องแรกได้รับความนิยมมาก เราคิดว่าเล่มสองก็จะเป็นการพิสูจน์ตัวเองที่ดี ว่าคุณจะทำได้ดีอีกมั้ย นักเขียนดังๆ หลายคนก็ใช้วิธีนี้น่ะแหละ การเป็นนักเขียนต้องมีจุดเริ่มต้น เมื่อทำได้สำเร็จ ทุกอย่างก็จะโอเค คิดง่ายๆ แล้วกันว่าคนอื่นทำได้ ฉันก็ทำได้ แค่นี้ก็ทำได้แล้ว
เหตุผลที่คนส่วนใหญ่เขียนนิยายไม่จบ
ในแต่ละปี มีนิยายหลายล้านเรื่องที่เข้าข่ายเขียนไม่จบ ทั้งที่ถ้าหากได้ตีพิมพ์หรือวางขาย นิยายเหล่านี้อาจสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับคนอ่าน แต่เหตุผลที่มันไม่ได้ออกสู่สายตาของใครก็เพราะนักเขียนเขียนไม่จบและยอมแพ้ไปก่อน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆ ตัวแอดมินเองก็เคยเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ไม่มีเวลาเขียน หมดไฟ ไม่แน่ใจว่าควรเขียนต่อไหม จะมีคนชอบไหม คนจะอ่านหรือเปล่า อยากปิดท้ายด้วยประโยคที่ฟังแล้วรู้สึกดีขึ้นมากๆ เลยค่ะ นั่นคือ
“ก่อนที่คุณจะเป็นนักเขียนขายดีได้ คุณต้องลงมือเขียนนิยายเสียก่อน”
เจฟฟ์ โกอินส์
เจฟฟ์ โกอินส์
ที่เราจะให้เขียนก็ไม่ต้องเป็นงานหรูหราอะไรมากมายแต่ที่แน่ๆ คือต้องเขียน นักเขียนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เพราะพยายามอดทนและไม่ย่อท้อ ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ เขียนมากเท่าไหร่ สุดท้ายคำก็ไหลลื่น ประโยคก็ต่อกันเป็นทอดๆ และความสำเร็จก็ตามมาในที่สุด กระบวนการเขียนนั้นสำคัญมาก และความอดทนก็สำคัญ ที่แน่ๆ ควรวางแผนเตรียมไว้ และพร้อมเสมอที่จะสู้ ที่จะอดทน อยากเป็นนักเขียนใจต้องสู้นะทุกคน
มาแนะนำไวๆ เพิ่มอีก 10 ข้อ (รวมเป็น 20 แล้ว) ดีกว่า ไปค่ะ
- เขียนทีละบท เพราะถ้าเขียนหลายบทสลับกันจะสับสนแน่ๆ
- เริ่มแรกอย่าเขียนยาวมาก เพราะจะสับสนเรื่องตัวละครหรือการวางพล็อต รอเขียนเก่งๆ ค่อยเริ่มยาวๆ นะ
- ลงนิยายออนไลน์ เพื่อหาคนอ่าน คนวิจารณ์ เมื่อได้คำวิจารณ์ก็นำมาคิด ปรับแก้
- หาแรงบันดาลใจสม่ำเสมอ อ่านนิยาย ไปพบผู้คน ทำยังไงก็ได้ให้เรามีเนื้อหาสำหรับเขียนและมีไฟ
- เขียนบันทึก มันช่วยได้นะ ทำให้เราเขียนเก่งขึ้น ฝึกบรรยายความรู้สึกเยอะๆ ล่ะ
- เขียนสม่ำเสมอ อย่าหยุด เพราะถ้าหยุดเขียนบางทีก็จะตันและลืมๆ ต้องเขียนต่อเนื่องเพื่อเป็นการลับฝีมือของตัวเอง
- พักได้แต่ต้องรีบกลับมา ไม่ใช่หายไปยาวๆ ควรหาเวลาพักแก้เครียดเป็นระยะ แต่ว่าไม่ควรพักแล้วหายไปเลย
- กำจัดอุปสรรคให้หมด เวลาเขียนอย่าใช้เน็ต อยู่ในที่เงียบๆ ไม่มีใครรบกวน สภาพแวดล้อมต้องเอื้อและดี
- อ่านงานคนอื่นด้วย ยิ่งรู้ว่านักเขียนคนอื่นเขาเขียนไปถึงไหนจะช่วยให้เรามีไฟและอยากไปต่อเช่นกัน
- เขียนจบค่อยรีไรท์ทีเดียว ถ้าเขียนไปรีไรท์ไป โอกาสที่งานจะสำเร็จช้ากว่าเขียนแล้วรีไรท์ทีเดียวมีมากทีเดียว
ทีมงานนักเขียนเด็กดี


2 ความคิดเห็น
เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ ช่วยให้กำลังใจ ทั้งยังได้รับการกดดันเล็ก ๆ แบบว่า... เราต้องทำให้ได้แบบเขาบ้าง ถึงจะไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ แต่เราก็ควรจะตั้งเดทไลน์ไว้ ไม่ให้ตัวเองอู้นะ
ทางนี้กำลังเป็นระยะที่สองอยู่พอดีเลย เขียนได้สักพักก็ไม่แน่ใจ เขียนไปเขียนมา จะเอายังไงดี แต่ถ้ามีการบังคับตัวเองให้ได้หนึ่งสัปดาห์ สองตอนไรงี้ เราก็คงจะไม่ลังเลที่จะเขียนให้สุด ถึงแม้มันอาจจะได้ได้สวยเท่าที่เราต้องการไปบ้าง
ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณค่ะ