รีวิวนิยายแนะนำประจำสัปดาห์ Even the world is crumbling ต่อให้โลกย่อยยับ : ชีวิตจริงของมนุษย์หลังจากโลกล่มสลาย!


                 นิยายแนววันสิ้นโลกหรือซอมบี้ ที่เราคุ้นเคย ส่วนใหญ่จะเปิดเรื่องด้วยช่วงเวลาที่มนุษยชาติเริ่มต้นการล่มสลาย เชื้อไวรัสซอมบี้แพร่ระบาด ความบ้าคลั่งของผู้คน การดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากการถูกไล่ล่า หลายเรื่องปิดฉากลงด้วยการหลุดพ้นจากสถานที่แพร่ระบาด ค้นพบเมืองที่ปลอดภัย แต่มีน้อยมากที่จะพูดถึงเรื่องราวหลังจากนั้น ต่างจาก “Even the world is crumbling ต่อให้โลกย่อยยับ” นิยายที่เราเลือกมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักในวันนี้ที่มีเนื้อหากล่าวถึง… เรื่องราวหลังจากวันที่มนุษย์ล่มสลาย วันที่ความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์กลายเป็นเพียงอดีต 

โดย LAZY-CAT
ฟรีสไตล์ > ผจญภัย
จำนวน 165 ตอน


คำโปรย

เรื่องราวการเอาตัวรอดของเด็กหนุ่มผู้มีชีวิตอยู่ในทวีปล้าหลัง ของยุคสมัยที่อารยธรรมของมนุษยชาติล่มสลาย

ในวันที่โลกล่มสลาย…  มันเกิดขึ้นเพราะความโง่เขลาของมนุษย์

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากความงี่เง่าของคนฉลาด… ประโยคเกริ่นนำที่นอกจากจะเต็มไปด้วยความรู้สึกของคนพูดแล้ว ยังบ่งบอกถึงเหตุผลของวันสิ้นโลกได้อย่างชัดเจน เพราะการล่มสลายของมนุษยชาติในนิยายเรื่องนี้ เกิดขึ้นจากความอยากเอาชนะของประเทศกลุ่มมหาอำนาจ ต่างฝ่ายต่างอยากอยู่เหนือกันและกัน ต้องการชิงความได้เปรียบมาไว้กับตัว พวกเขาจึงเริ่มที่จะสะสม “อาวุธ” เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

จนวันหนึ่งการวิจัย “อุกกาบาต” อายุหลายพันล้านปี “อาวุธ” สำคัญในการยึดครองโลกของกลุ่มมหาอำนาจได้เกิดอุบัติเหตุในระหว่างขนย้าย ทำให้เชื้อไวรัสที่ถูกเก็บไว้แพร่กระจายออกมา… จากนั้นโลกก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ทุกอย่างเริ่มต้นจาก “โรคระบาด” ที่ไม่มีใครรักษาได้ “ไข้หวัดดาวตก” แพร่ระบาดทางอากาศ ติดต่อด้วยของเหลวจากร่างกาย ผ่านทางผิวหนังและลมหายใจ ผู้คนถูกกักตัวเพื่อลดการกระจายของโรค แต่น่าเศร้าที่ทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุม ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่ติดเชื้อ บรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหลายก็ได้รับเชื้อไวรัสเช่นกัน และ “หนู” ก็ได้กลายเป็นพาหะสำคัญที่ทำให้ “ไข้หวัดดาวตก” กระจายไปติดคนทุกระดับชั้นอย่างรวดเร็ว (พี่หญิงแอบคิดว่านี่คือโรคที่ผสมผสานระหว่างโควิดและกาฬโรค…!) 

และกว่าที่ผู้คนจะรู้ตัวเชื้อไวรัสที่ว่านี้ก็เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นสิ่งที่ต่างไปจากเดิมอย่างสินเชิง พวกมันบ้าคลั่ง กัดกินมนุษย์ด้วยกันเองจนถูกเรียกว่า  “พวกกินคน”   

ในวันที่โลกล่มสลาย…การสู้เพื่อเอาชีวิตรอดกลายเป็นเรื่องสามัญ

 ตามที่ได้เกริ่นไปว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเนื้อหาเล่าถึงช่วงเวลาแห่งวันล่มสลายหรือการดิ้นรนของมนุษย์ในช่วงเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เล่าถึงเรื่องราวหลังจากที่มนุษยชาติผ่านหายนะมาแล้วสามชั่วอายุคน และ “อิน” ตัวเอกของเรื่องก็เป็นเด็กที่เกิดมาในยุคสมัยนี้ค่ะ 

“อิน” ใช้ชีวิตในฐานะ “คนขับรถรับจ้าง” รับงานขับรถขนส่งระหว่างเมืองเพื่อหาเงิน แม้งานของเขาจะอันตรายไปเสียหน่อย เสี่ยงกับการเผชิญหน้ากับ “พวกกินคน” นอกกำแพงเมือง แต่ประสบการณ์และความรู้ก็สอนให้เขาทำความเข้าใจได้ว่าต้องเอาตัวรอดยังไงในสถานการณ์วิกฤติ 

กระทั่ง “อิน” ได้รับงานจากกลุ่มลูกค้านอกดินแดน ชีวิตอันสงบสุขก็ต้องเปลี่ยนไป เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะถูกลากไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ระหว่างชาติที่หากตัดสินใจผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจทำให้เกิดสงครามระหว่างประเทศได้



 

 ในวันที่โลกล่มสลาย…มนุษย์ได้ก่อสงครามอีกครั้ง

หากมองย้อนกลับไปปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสาเหตุที่ทำโลกล่มสลายนั้นเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ เพราะความอยากเอาชนะ อยากมีอำนาจ มนุษย์จึงตัดสินใจวิจัยอุกกาบาตนอกโลกจนทำให้เกิดโรคระบาด 

แต่ก็เหมือนว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นจะไม่ได้ให้บทเรียนอะไรกับกลุ่มผู้มีอำนาจเลย เพราะในยามที่เหตุการณ์เริ่มสงบ มนุษย์เริ่มปรับตัวใช้ชีวิตท่ามกลางอันตรายได้ พวกเขาเริ่มที่จะลงมือสร้างอาวุธที่จะทำให้ตนเองมีอำนาจเหนือกว่ากลุ่มอำนาจหรือฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง ดังเช่นคำกล่าวติดตลกที่ว่า...ยามศึกเรารบ ยามสงบเราตีกันเอง 

 และ “อิน” ก็คือมนุษย์ดวงซวยที่ถูกดึงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้อย่างงงๆ ค่ะ เพราะลูกค้าคนล่าสุดที่ “อิน” รับงานขับรถพาไปต่างเมืองดันเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษจากทวีปใหญ่ที่รับภารกิจตามหาข้อมูลวิจัยสำคัญที่บังเอิญว่า “อิน” ดันเป็นเบาะแสเดียวของข้อมูลที่ว่านี้พอดี

คราวนี้อินก็เลยเจองานเข้าหนัก นอกจากจะถูกลูกค้าตัวเองใส่ร้ายจนกลายเป็นอาชญากรแล้ว ยังต้องหลบหนีจากกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ต้องการข้อมูลจากเขาอีก อินจะตัดสินใจทำอย่างไรต่อไปต้องมาตามลุ้นกัน

 Even the world is crumbling ต่อให้โลกย่อยยับ เป็นนิยายที่อ่านแล้วทำให้เรารู้สึกว่าเหมือนกำลังเล่นเกม the last of us 2 อยู่เลยค่ะ เนื้อหาจะเน้นไปที่การแก่งแย่งผลประโยชน์ระหว่างมนุษยชาติมากกว่าการเอาตัวรอดจากพวกกินคน ทำให้เราเห็นว่าแม้พวกกินคนจะน่ากลัวก็จริง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด กลับเป็นมนุษย์เองต่างหากที่เป็นต้นเหตุของสิ่งเลวร้ายทั้งหลาย พวกกินคนทำร้ายกันก็แต่ทางร่างกาย แต่พวกมนุษย์นั้นใช้สมองห้ำหั่นทำลายกันเอง และไม่เคยเข็ด

แม้จะรู้ว่าทำแล้วอาจเกิดปัญหาหรือเรื่องแย่ๆ ตามมา ก็กลับเลือกที่จะหลงใหลในอำนาจ และเลือกที่จะทำแบบเดิมซ้ำๆ จนเกิดปัญหาไม่จบไม่สิ้นตามมา ซึ่งในจุดนี้ พี่หญิงคิดว่านักอ่านที่ชอบ เมซรันเนอร์ น่าจะจูนติดได้เร็วค่ะ เพราะพล็อตคล้ายกันอยู่ ทั้งความดราม่า และความมันส์ของเนื้อหาเอง   

 แต่ที่พี่หญิงรู้สึกเซอร์ไพรซ์สุดๆ ก็คือเหตุการณ์เกิดโรค “ไข้หวัดดาวตก” ระบาดในเรื่องค่ะ อ่านแล้วเหมือนนักเขียนจำลองเหตุการณ์เชื้อไวรัส “โควิด” ระบาดลงไปในนิยาย โดยผสมผสานจินตนาการเข้ากับเหตุการณ์ระบาดของเชื้อกาฬโรคที่เคยเกิดขึ้นในช่วงยุคกลางของยุโรปเข้าไปด้วย (ใช้การแพร่เชื้อผ่านทางหนู!) แต่พอเหลือบไปดูวันที่ลงนิยาย พบว่าตั้งแต่ปี 2560 แหม... อ่านแล้วรู้สึกสงสัยเลยค่ะ หรือนักเขียนเรื่องนี้จะมองเห็นอนาคตกันแน่นะ! 

สำหรับใครที่กำลังมองหานิยายแนววันสิ้นโลกสนุกๆ พล็อตซับซ้อนคาดเดาไม่ถูก เต็มไปด้วยเกมการเมืองชวนให้ลุ้นอยู่ตลอดเวลา แวะมาลองติดตามการผจญภัยในวันที่โลกล่มสลายของ “อิน” ในเรื่องนี้กันได้นะคะ รับรองเลยว่าอ่านเพลินลืมเวลาอย่างแน่นอน!



 




พี่หญิง
 

พี่หญิง
พี่หญิง - Columnist มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น