ส่อง 4 กุญแจสู่ความสำเร็จ
ที่นักเขียนทุกคนทำได้เหมือนกัน!
สวัสดีค่ะ นักเขียนและนักอยากเขียนทุกคน เชื่อไหมว่าเราทุกคนมีสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักเขียนได้เหมือนๆ กัน อย่างน้อยที่สุดก็คือแรงจูงใจในการเขียนนิยายนี่แหละค่ะที่เรามีเหมือนกันแน่นอน ทว่าการจะเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น เรามีแค่แรงจูงใจเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ถึงแม้ในช่วงเริ่มต้นเราจะเขียนนิยายด้วยแพชชั่น แต่เมื่อเขียนไปสักพักแล้วเจอปัญหาระหว่างทางที่ยากและแก้ไขไม่ได้ง่ายๆ นิยายที่เราตั้งใจเขียนก็อาจถูกเก็บเข้าไหดองอย่างไม่มีวันได้เห็นกันอีกเลย ดังนั้น ใครที่อยากประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักเขียน ต้องไม่พลาดที่จะเช็คลิสต์กุญแจสู่ความสำเร็จทั้ง 4 ข้อนี้เลยค่ะ แอบกระซิบบอกเลยว่า นักเขียนทุกคนทำได้แน่นอน!
กุญแจข้อที่ 1 : ต้องพึ่งพาตนเอง
“ไม่ว่าใครก็สามารถเขียนนิยายได้” เป็นประโยคที่เรานำมาใช้บ่อยมากๆ เลยค่ะ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนสามารถเขียนนิยาย และก้าวมาเป็นนักเขียนมืออาชีพได้จริงๆ หากเรามีสิ่งที่เราสนใจ เช่น หนังสือนิยาย หนังเรื่องโปรด การ์ตูนที่เราชอบ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นแรงจูงใจที่ทำให้เราอยากปลดปล่อยจินตนาการออกมาได้เหมือนกัน แม้ว่าเราจะไม่เคยเรียนหรือศึกษาทักษะเกี่ยวกับการเขียนนิยายมาก่อนก็ตาม
แต่ทุกคนคะ สตีเฟน คิง เคยบอกเอาไว้ว่า “Talent is cheaper than table salt. What separates the talented individual from the successful one is a lot of hard work.” พรสวรรค์นั้นราคาถูกกว่าเกลือ สิ่งที่แยกคนที่มีพรสวรรค์ออกจากคนที่ประสบความสำเร็จนั้น คือการทุ่มเททำงานหนักมาก และจอห์น เออร์วิง ก็ยังมีความคิดคล้ายๆ กับคิงอีกว่า “I wouldn’t say I have a talent that’s special. It strikes me that I have an unusual kind of stamina.” ผมไม่อยากพูดว่าผมมีพรสวรรค์ที่พิเศษ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีความแข็งแกร่งที่ผิดปกติ
จากคำพูดของคิงและเออร์วิง สิ่งที่เราอยากให้ทุกคนได้เรียนรู้มีอยู่สองเรื่องด้วยกันค่ะ หนึ่งคือการทุ่มเททำงานหนัก และสองคือความแข็งแกร่ง
นักเขียนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ พวกเขาทุ่มเทให้กับการเขียนนิยายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการหาเวลามาเขียนนิยายให้ได้ทุกวัน การกลับไปรีไรต์เนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น พยายามเขียนนิยายให้จบเรื่อง วางแผนการขายนิยาย หรือแม้แต่การออกไปหาแรงบันดาลใจ สิ่งเหล่านี้พึ่งพาพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวไม่ได้แน่นอน เพราะพวกเขาต้องมีความอดทน และมีวินัยกับตัวเองมากๆ ยิ่งเป็นนักเขียนมืออาชีพ ยิ่งต้องขยันผลิตผลงานสม่ำเสมอ และหากเป้าหมายที่พวกเขาตั้งใจไว้ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง เช่น นักอ่านบอกว่านิยายไม่สนุก นิยายขายได้น้อย หรือพบความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในนิยาย ฯลฯ พวกเขาต้องรับมือกับความผิดหวังที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่อีกหลายๆ ครั้ง ในนิยายเรื่องต่อไป…
กุญแจสู่ความสำเร็จในข้อแรกนี้ เราอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในจินตนาการและความสามารถของตัวเองค่ะ ลองมองว่าการเขียนนิยายก็เหมือนแบบฝึกหัดเล่มหนึ่งที่เรายิ่งเขียนก็จะยิ่งเรียนรู้ ดังนั้น อย่าหมดหวัง จงอดทนและเขียนนิยายต่อไปค่ะ
กุญแจข้อที่ 2 : ต้องเป็นตัวของตัวเอง
เคยอ่านเจอโควทของนักเขียนท่านหนึ่ง เขาบอกว่า นักเขียนทุกคนบนโลกนี้ต่างสร้างโลกตามจินตนาการของตัวเอง สิ่งนี้แหละที่ทำให้นักเขียนทุกคนแตกต่างกัน และมันไม่ใช่พรสวรรค์
ถึงแม้จะจำไม่ได้แล้วว่าโควทนี้เป็นของนักเขียนท่านใด แต่อยากส่งต่อแรงบันดาลใจนี้ถึงนักเขียนทุกคนให้เชื่อมั่นในตัวเองว่า เราทุกคนเป็นต้นฉบับในงานเขียนของเราแน่นอนค่ะ โลกในจินตนาการเป็นโลกจากความคิดของเรา ที่อัดแน่นไปด้วยประสบการณ์ มุมมอง และความรู้สึกของเราล้วนๆ ถึงแม้ว่าเราจะเคยเป็นนักอ่านมาก่อน และอาจเรียนรู้หรือซึมซับสไตล์การเขียนจากนักเขียนที่ชื่นชอบมาบ้าง แต่อย่าตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นคนต่อไป จงเป็นตัวของตัวเองทั้งสไตล์การเขียน และความคิดให้ได้ อย่าลืมว่าลายเซ็นต์หรือตัวตนของเราก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้นักอ่านจดจำและติดตามได้เหมือนกัน
กุญแจข้อที่ 3 : ต้องอ่านไปด้วย เขียนไปด้วย
เชื่อไหมว่าการอ่านนิยายขณะที่เรากำลังสร้างสรรค์งานเขียนของตัวเองอยู่ ไม่ได้ทำให้เราเสียสมาธิ หรือทำให้นิยายต้นฉบับผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้? การอ่านสำคัญกับนักเขียนมากจริงๆ ค่ะ ถึงแม้ว่านักเขียนหลายๆ คนจะบอกว่ามาเขียนนิยายเพราะชอบดูการ์ตูนอนิเมะ หรือชอบดูหนัง แต่ในขั้นตอนการเขียน ไม่มีใครหลีกเลี่ยงการอ่านงานเขียนของตัวเองได้แน่นอนค่ะ ดังนั้น การอ่านจึงเป็นสิ่งสำคัญในช่วงชีวิตของนักเขียนที่ควรจะรีบไขว่คว้าเอาไว้ เพราะในอนาคตเราอาจจะไม่ได้ชื่นชอบการอ่านอีกต่อไป เราอาจจะโหยหาสิ่งที่ท้าทายมากกว่าการเขียนนิยายก็ได้ ไม่มีใครรู้อนาคตที่แน่นอน
ฉะนั้น ตราบใดที่เรายังกระตือรือร้นที่จะเขียนนิยายอยู่ จงอ่านนิยายให้มากขึ้นเช่นกัน เพราะการอ่านในขณะที่เราเป็นนักเขียน ช่วยฝึกฝนทักษะทางภาษาและสร้างคลังคำให้เราได้ นอกจากนี้ ยังการอ่านยังทำให้เรารู้จุดเด่นจุดด้อยในงานเขียน ช่วยเสริมในส่วนที่เราขาด และทำให้เราอ่านด้วยสายตาที่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์มากขึ้นอีกด้วย กุญแจสู่ความสำเร็จในข้อนี้ ไปอ่านนิยายกันค่ะ
กุญแจข้อที่ 4 : ต้องมีจินตนาการและอยากรู้อยากเห็น
เรย์มอนด์ คาร์เวอร์ บอกว่า “At the risk of appearing foolish, a writer sometimes needs to be able to just stand and gape at this or that thing – a sunset or an old shoe – in absolute and simple amazement.” บางครั้งนักเขียนก็ต้องสามารถยืนและอ้าปากค้างกับสิ่งต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นพระอาทิตย์ตก หรือรองเท้าเก่า ด้วยความประหลาดใจ
สิ่งที่คาร์เวอร์บอกนั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่านักเขียนต้องทำงานหนักเพื่อสร้างจินตนาการออกมาให้ได้ นิยายจึงเป็นผลผลิตมาจากจินตนาการของนักเขียน และจินตนาการก็จำเป็นต่อความสำเร็จของนักเขียนมากๆ เช่นกัน แต่ปัญหาคือ เราจะรู้ได้ยังไงว่าจินตนาการของเราดีแล้วรึยัง?
กุญแจสู่ความสำเร็จในข้อนี้ จึงอยากให้ทุกคนลองเริ่มจากการนึกถึงแรงบันดาลใจที่เราใช้ในการเขียนนิยายดูค่ะ หรือเอาเป็นฉากเล็กๆ สักฉาก หรือบทสนทนาสักเล็กน้อยก็ได้ จากนั้นลองจินตนาการดูว่าเราสามารถเล่นฉากเหล่านั้นในความคิดของเราได้ไหม ถ้าหากเราทำได้ เราก็น่าจะถ่ายทอดเรื่องราวจากจินตนาการออกมาได้ดีพอสมควร หรือหากใครลองจินตนาการดูแล้วนึกภาพออกยากมากๆ ลองใช้ทักษะการอยากรู้อยากเห็นมาเป็นตัวช่วยเสริมจินตนาการของเรากันค่ะ มันเป็นวิธีที่ง่ายมากๆ ที่เราสามารถทำได้ เพียงแค่สังเกตการกระทำของผู้คน รีแอคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการตกใจ ดีใจ หรือเสียใจ หากเราจดจำสิ่งเหล่านั้นไว้และนำมาแต่งเติมเสริมจินตนาการดู จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่านิยายของเรามีความสมจริงมากยิ่งขึ้น
ทั้ง 4 ข้อนี้พาเราไปสู่ความสำเร็จได้จริงหรือไม่? มาลองพิสูจน์กันได้เลยค่ะ นี่คือความท้าทายก้าวแรกบนเส้นทางนักเขียนที่อยากให้ทุกคนได้ลองทำตามกันดู ไม่แน่ว่าบทเรียนเหล่านี้ อาจเป็นกุญแจที่ทำให้เรากลายเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น!
พี่แนนนี่เพน



3 ความคิดเห็น
ฮือ ขอบคุณมากๆ นะคะ อ่านเเล้วมีกำลังใจ มีพลัง มีความสุขสมเป็นบทความวันศุกร์จริง
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณค่ะอ่านแล้วเพิ่มกำลังให้อยากเขียนมากค่ะ