How to ฉบับเร่งรัด : วิธีพัฒนา 4 ด้านสำคัญที่ใช้สำหรับอาชีพนักเขียน
ไม่ว่าอาชีพไหนก็ตาม ล้วนแต่ต้องใช้ทักษะที่หลากหลาย อาชีพนักเขียนเองก็เช่นกัน แต่ที่แน่ๆ ก็คือจะมีทักษะที่จำเป็นและเฉพาะเจาะจงสำหรับอาชีพนั้นๆ อยู่ สำหรับอาชีพนักเขียน เราคิดว่ามีด้วยกัน 4 ด้าน และเราอยากจะมาเล่าให้ฟัง เผื่อว่าคุณจะได้พัฒนาให้ดีขึ้น จะได้ส่งผลดีต่อการเขียนของคุณ
.jpg)
ด้านที่ 1 : สัญชาตญาณ
ได้ยินคำว่าสัญชาตญาณ หลายๆ คนอาจจะรู้สึกว่าดูเป็นนามธรรมจังเลย แล้วจะพัฒนามันยังไง แต่สำหรับคนเป็นนักเขียน เราคิดว่าคุณต้องใช้ทักษะด้านนี้เยอะมากทีเดียว สัญชาตญาณหรือความรู้สึกพื้นฐานต่างๆ รวมไปถึงจินตนาการที่สำคัญจำเป็น อาชีพนักเขียนนั้น เชื่อมโยงกับอารมณ์ ความรู้สึก ใกล้เคียงกับความฝัน หากว่าเรามีสัญชาตญาณที่ดี ก็จะส่งผลดีต่องานเขียนของเราได้ การเขียนนิยายเป็นแบบฝึกหัดที่ช่วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และมันเป็นเรื่องสนุกมากๆ สำหรับนักเขียน ได้ถ่ายทอดผลงานออกมาเป็นตัวอักษรตามที่วางแผนเอาไว้ หรือคิดไว้เป็นภาพ เมื่อคุณเชื่อมโยงมันเข้ากับจินตนาการได้สำเร็จ ทุกอย่างก็จะออกมาดีสมดังใจ ยิ่งสัญชาตญาณดีเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เนื้อเรื่องของคุณชัดเจนและแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
ด้านที่ 2 : สำนึก
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญของนักเขียนคือสำนึก มันจำเป็นและสำคัญ รวมถึงสัมพันธ์กับความคิดสร้างสรรค์ด้วย และดูเป็นรูปธรรมมากกว่า ทำได้ตามความเป็นจริงมากกว่า นักเขียนที่มีสำนึก ก็จะต้องอาศัยความตระหนักรู้ และความถูกต้อง ถ้าขาดไปแล้ว จะทำให้คุณไม่อาจใช้มันได้อย่างที่ควรทำ เชื่อว่านักเขียนและคนหลายๆ คนมีจุดอ่อนคือนิสัยเหมือนเด็ก จึงต้องพยายามฝึกฝนเรื่องสำนึกให้มากๆ หัดสังเกต หัดสนใจคนอื่นมากๆ รวมถึงมีสติรู้ตัวอยู่เสมอ คอยถามตัวเองว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่คืออะไร ประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ดีมาก และสำคัญต่อคุณ เมื่อสะสมเอาไว้ ค่อยเป็นค่อยไปอย่างเป็นธรรมชาติ ก็จะพัฒนาทำให้สำนึกของคุณดีขึ้นและชัดเจนขึ้น พยายามพูดคุยกับคนเยอะๆ และช่างสังเกตให้มากๆ
ด้านที่ 3 : การคิด
พยายามคิดอย่างมีเหตุผล และอย่าด่วนตัดสินใครจากข้อมูลที่ได้ ก่อนจะคิดหรือทำอะไร ให้รวบรวมข้อมูลจากหลายๆ ด้านก่อน เมื่อรวบรวมมาได้แล้ว ก็ลองมาวิเคราะห์ แยกแยะออกมาทีละจุดๆ ทำอะไรให้เป็นระบบ และจัดการทุกอย่างด้วยเหตุและผล ก่อนจะถ่ายทอดมันออกมาเป็นการกระทำ นักเขียนส่วนใหญ่มีกระบวนการคิดที่ดี เพราะนักเขียนก็คือนักคิด คนที่มีความสุขกับการนำไอเดียมาถ่ายทอด บอกเล่าเป็นเรื่อง อาชีพนักเขียนคือศิลปะของการคิดที่ดี หลายๆ ครั้ง นักเขียนหงุดหงิดกับการคิด ยิ่งถ้าขาดอิสระ ขาดความคิดสร้างสรรค์ จะยิ่งทำให้เราไม่สบายใจ ไม่พอใจ ทักษะการคิดจะช่วยให้นักเขียนวางแผนงานได้เป็นระบบ และสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างมีเหตุมีผลมากขึ้น มีวิธีการพัฒนากาคิดหลายรูปแบบ ไม่ใช่แต่เขียนนิยายอย่างเดียว แต่ต้องทำความเข้าใจระบบของพล็อต โครงสร้างพล็อต ที่ซับซ้อน ยิ่งทำได้สมเหตุสมผลมากเท่าไหร่ กระบวนการคิดก็ยิ่งดีเท่านั้น พยายามวิเคราะห์ความคิดของตัวเองเสมอๆ เพื่อเพิ่มความสมเหตุสมผลในนิยาย ลองถามตัวเองว่า เพราะอะไรถึงเขียนแบบนี้ อยากให้คนอ่านเข้าใจแบบไหน และพยายามใส่ข้อมูลที่ชัดเจนมั่นคงที่สุด โต้แย้งถกเถียงกับตัวเองบ่อยๆ จะทำให้กระบวนการคิดชัดเจนมากขึ้น
ด้านที่ 4 : ความรู้สึก
หลายหนคนเราเข้าใจผิดเรื่องความรู้สึกได้ง่ายมาก เวลาพูดเรื่องอารมณ์เรามักจะรวมมันเข้ากับความรู้สึกแต่จริงๆ มันคือแยกกัน เพราะความรู้สึกลึกกว่านั้นมาก ถ้าหากมีเข้าใจผิดหรือไ่ม่แน่ใจไปบ้าง มันอาจจะมาจากประสบการณ์ของเราเอง ในฐานะนักเขียน ความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญมาก ยิ่งรู้สึกมากก็ยิ่งดีต่อผลงานได้มาก เพราะงานเขียนส่วนใหญ่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญคือ ไม่ใช่รู้สึกไปแบบลอยๆ หรือฝันไปวันๆ ควรต้องมีเหตุผลประกอบรองรับและมีจุดสรุป บทสรุปที่ชัดเจน เพื่อให้การเขียนมีจุดลงเอยที่สมจริงและจริงจัง รวมไปถึงต้องมีการตัดสินใจด้วย การตัดสินใจที่ดีควรมีเหตุผลและอารมณ์ความรู้สึกรองรับได้ครบ จะทำให้คนอ่านอิ่มใจและรู้สึกดี
ทั้ง 4 ด้านที่เราบอกมาล้วนสำคัญต่อการเป็นนักเขียน ในฐานะนักเขียน อยากให้คุณใช้กระบวนการที่เกี่ยวกับความคิดทั้ง 4 ให้ครบ บางทีเราคิดว่าคุณใช้ด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป อาจทำให้นิยายดูล้นๆ แต่ถ้าใช้แบบพอดี นิยายเรื่องนั้นจะสมบูรณ์น่าอ่านและเป็นธรรมชาติ พยายามพัฒนาตัวเองต่อไป เพื่อใช้ทักษะด้านต่างๆ ให้เหมาะสมนะ
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
0 ความคิดเห็น