เลิกดองนิยาย! มาตั้งเดดไลน์
ตามกฎของพาร์กินสัน (Parkinson's Law) กัน!
สวัสดีค่ะนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน เชื่อไหมว่าสาเหตุการดองนิยายส่วนใหญ่มาจากการที่เราชอบผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ แล้วปลอบใจตัวเองว่ารอไปก่อน เดี๋ยวมีไอเดียดีๆ มีเวลาว่างๆ ค่อยกลับไปเขียนต่อก็ได้ แต่รู้กันใช่ไหมว่า “เวลา” สำหรับนักเขียนนั้นเป็นของหายาก ยิ่งเราคิดว่าเขียนเมื่อไหร่ก็ได้ เวลาก็จะยิ่งยืดขยายต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีเวลามาเขียนนิยายสักที วันนี้พี่แนนนี่เพนเลยอยากชวนทุกคนมาคิดการใหญ่กันตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยการหาเวลามาเขียนนิยายตามกฎของพาร์กินสัน (Parkinson's Law) กันค่ะ

Photo by Morgan Housel on Unsplash
มีเวลาเท่าไหร่ใช้เท่านั้น กฎของพาร์กินสัน (Parkinson's Law)
ก่อนอื่นขอเล่าถึงเจ้ากฎของพาร์กินสัน (Parkinson’s Law) แบบย่อๆ ให้เข้าใจกันก่อนค่ะ เจ้ากฎตัวนี้ถูกคิดขึ้นโดยนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษนามว่า ไซริล พาร์กินสัน (Cyril Parkinson) ซึ่งถูกเขียนตีพิมพ์อยู่ใน The Economist ตั้งแต่ปี 1955 โดยมีใจความสำคัญว่า งานของเราจะถูกขยายไปตามเวลาที่มีอยู่ (“Work expands so as to fill the time available for its completion.”)
หรือแปลแบบง่ายๆ ว่า ยิ่งเรามีเวลาในการทำงานมากเท่าไหร่ งานชิ้นนั้นก็จะไม่ถูกทำให้สำเร็จจนกว่าจะถึงนาทีสุดท้าย นั่นเอง และตามทฤษฎีของ Stock – Sanford ก็บอกเอาไว้คล้ายๆ กันว่า หากเรารอจนถึงนาทีสุดท้ายเพื่อทำอะไรบางอย่าง เราก็จะใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีในการทำมันให้เสร็จ
ซึ่งกฎของพาร์กินสันได้ถูกนำไปทดลองมาแล้วหลายครั้ง โดยส่วนใหญ่พบว่ากฎข้อนี้เป็นจริงในการทำงานแทบทุกอย่าง แม้ว่างานที่เราทำจะง่ายมากๆ เช่น การตอบกลับอีเมลสั้นๆ ไม่เกิน 250 คำ หรือแม้แต่การทำการบ้านส่งครูในช่วง 10 นาทีก่อนถึงเวลาเดดไลน์ ก็ตาม
กฎของพาร์กินสันจึงแสดงให้เห็นถึงการยืดหดเวลาเพื่อทำงานให้เสร็จตามกำหนด ถ้าหากเรามีเวลามาก เราก็จะใช้เวลาในการทำสิ่งต่างๆ มากมาย ในทางตรงกันข้าม หากเรามีเวลาน้อย เราก็จะจัดสรรงานที่ต้องทำให้เสร็จได้ในเวลาอันรวดเร็วนั่นเอง
แล้วอย่างนี้ เราสามารถนำกฎของพาร์กินสันมาใช้ในการเขียนนิยายยังไงได้บ้างล่ะ?
มาตามดูกันเลย
กำหนดเดดไลน์ เขียนนิยายในเวลาสั้นๆ
สรุปกฎของพาร์กินสันแบบเข้าใจง่ายๆ อีกรอบคือ เราต้องให้เวลาในการทำงานน้อยลง แค่นั้นเองค่ะ สมมติว่าเรามีเวลาว่างมาเขียนนิยาย และผลลัพธ์ที่ผ่านๆ มา คือไม่มีความคืบหน้าเลย เขียนนิยายได้น้อย หรือเขียนไม่ได้เลย ขอดองไว้ก่อน วันอื่นค่อยมาเขียนใหม่ วันนี้ขอให้ทุกคนเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเริ่มกำหนดเวลาในการเขียนนิยายกันได้แล้วค่ะ
เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการตั้งเป้าหมายเขียนนิยายให้ได้ 1 ตอน ภายในเวลา XX นาที/ชั่วโมง จากนั้นลองสังเกตตัวเองดูว่า หลังจากหมดเวลาแล้ว ผลงานของเราเป็นยังไงบ้าง มีความคืบหน้าแค่ไหน แล้วระหว่างที่เขียนนิยายนี้ เราทำอะไรบ้าง เช่น เปิดโซเชียลเล่น อ่านนิยายเรื่องอื่น เดินเล่น เปิดหาข้อมูล ฯลฯ จดทุกอย่างที่เราทำเก็บไว้ จากนั้นครั้งต่อๆ ไป ให้ลดเวลาลงเรื่อยๆ เมื่อครบกำหนดเวลาให้หยุดเขียนเสมอ เพื่อให้เราตระหนักถึงความสำคัญของเวลาที่มีอยู่นั่นเอง
ให้รางวัลและบทลงโทษ ทุกครั้งที่เขียนนิยาย
จะเลิกดองนิยายได้ ต้องกล้าตั้งรางวัลและบทลงโทษของตัวเองเอาไว้ด้วยค่ะ งานหลายๆ อย่างจะสำเร็จได้ก็ต้องพึ่งแรงจูงใจเหมือนกันค่ะ เช่น นักเขียนนามปากกา ++Saisioo++ ใช้เทคนิคเขียนนิยายแบบนับคำ แล้วให้รางวัลตัวเองด้วยการดูซีรีส์ เทคนิคนี้ช่วยให้เธอเลิกดองนิยาย และเขียนนิยายได้เร็วขึ้น
“เคล็ดลับของเด็มก็ได้มาจากเด็กดีนะ เด็มอ่านเรื่องทำยังไงไม่ให้ดอง จำชื่อเต็มๆ ไม่ได้ค่ะ เขาแนะนำว่าให้ตั้งเป้าอย่างน้อย 200 คำ แล้วเราก็พัก 15 นาที แล้วก็เขียนต่ออีก 200 คำ ซึ่งมีช่วงหนึ่งเด็มเบื่อมาก เด็มไม่สามารถเขียนได้ตามเป้าเลย พอเด็มจะใช้วิธีนี้ เด็มก็เปลี่ยนให้เข้ากับตัวเรา เพราะ 200 คำมันน้อยไป เช่น ฉันเขียนได้พันคำฉันจะดูซีรีส์ 25 นาที แล้วเราก็จะอยากดูต่อไง เราก็จะทำงานให้ถึงเป้าเร็วๆ เราก็กำหนดไปเลยว่าวันนี้เราจะเขียนกี่คำ ซึ่งการนับจำนวนคำมันดีกว่าการนับหน้านะ เราว่าหนึ่งพันคำมันแค่สองหน้าเอสี่เอง มันน้อยมาก ถ้าเรานับเป็นจำนวนคำมันก็จะดูแอคทีฟขึ้น พยายามให้รางวัลตัวเองบ่อยๆ มันก็จะกระตุ้นเราให้ทำงานเร็วขึ้น ซึ่งมันได้ผลกับเด็มนะ”
หากรางวัลและการลงโทษไม่ได้ผล ให้คนรอบข้างช่วยจัดการ
แม้จะมีนักเขียนหลายคนที่เขียนนิยายโดยไม่ได้เปิดเผยตัวตนกับคนรอบข้าง แต่เราสามารถขอให้พวกเขาเหล่านั้นช่วยให้เราเขียนนิยายให้เสร็จตามเป้าหมายได้ค่ะ ตัวอย่าง เช่น มีนักเขียนในบล็อกต่างประเทศคนหนึ่งนำของสำคัญไปฝากไว้กับคนในครอบครัวทุกครั้งที่กำลังจะเริ่มทำงานชิ้นหนึ่ง โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ เขาสามารถทำงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมหลายเท่า นั่นเพราะสิ่งสำคัญที่เขานำไปฝากครอบครัวก็คือ ลูกหมาตัวน้อยของเขานั่นเองค่ะ
จากกฎของพาร์กินสันน่าจะสอนเราได้อย่างหนึ่งว่า คนเรามักใช้เวลาทำงานจริงๆ แทบจะไม่ถึงครึ่งของเวลาที่กำหนดมาด้วยซ้ำ เพราะเวลาที่มากเกินไป ทำให้เราประมาทตัวเอง และผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ยิ่งงานนิยายออนไลน์ เป็นงานที่นักเขียนทำงานคนเดียว ไม่มีบก. คอยเร่ง หรือต้องส่งสำนักพิมพ์ให้ทันตามกำหนด นั่นเท่ากับว่านิยายของเราจะถูกผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ และอาจจะถูกเก็บลงไหดองได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ หากใครต้องการเลิกดองนิยายให้ได้ผล นอกจากวิธีที่นำมาเล่าสู่กันฟังแล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่นักเขียนเด็กดีนิยมใช้กันมาก นั่นก็คือ การเปิดให้นักอ่านเข้ามาสนับสนุนนิยาย นั่นเองค่ะ ตอนนี้ระบบขายเด็กดี มีทั้งการเปิดขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า และเปิดขายแบบรายตอน แล้วนะคะ ทั้งสองรูปแบบการขายนี้ นักเขียนไม่จำเป็นต้องเขียนนิยายจนจบเรื่อง ก็สามารถเปิดขายได้เลยทันที ซึ่งการสนับสนุนจากนักอ่านระหว่างที่เปิดขายนิยายก็เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดัน (แอบมีแรงกดดันเล็กๆ) ที่ทำให้เราอยากเขียนนิยายต่อไปได้เรื่อยๆ นั่นเอง
หากใครอยากกลับมาเริ่มเขียนนิยายอีกครั้ง หรืออยากศึกษาการขายแบบง่ายๆ ก็คลิกลิงก์นี้ได้เลยค่ะ : bit.ly/writer-howto
พี่แนนนี่เพน

1 ความคิดเห็น
กฎนี้จริงเลย โดยเฉพาะเวลาทำข้อสอบ และเร่งกิน เร่งอาบน้ำเพื่อไปทำงาน